เทพจุติพิชิตฟ้า

    ตอนที่ 59 จี้หยก

    ตอนที่ 59 จี้หยก

    เมื่อเห็นท่าทีจริงจังของหลินเยี่ย เหอจวินจึงระงับความโกรธและกลับรถทันทีพร้อมมุ่งตรงไปยังคฤหาสน์ของตระกูลหลิน

    “คุณรอตรงนี้ อย่าไปไหน” หลินเยี่ยสั่งก่อนจะลงจากรถพลันเดินเข้าไปในบ้าน ทิ้งให้เหอจวินนั่งรอด้วยความงุนงง

    หลินเยี่ยมุ่งตรงเข้าบ้านเพื่อเจอหลินเหม่ยชิน “ขอจี้หยกที่คอคุณหน่อย”

    “ทำไม?” หลินเหม่ยชินที่กำลังเบื่อหน่ายรู้สึกดีทันทีที่รู้ว่าหลินเยี่ยมาหา

    “เอามาเถอะ”

    หลินเยี่ยขี้เกียจเกินว่าจะตอบเรื่องไร้สาระ เขายื่นมือกระชากสร้อยจากคอหลินเหม่ยชินอย่างรุนแรง

    หลินเหม่ยชินกัดฟันตำหนิอย่างขุ่นเคือง “คุณเป็นผู้ชายนะ เอาแต่ใจขนาดนี้ได้ยังไง?”

    “ไม่ได้เอาแต่ใจ” หลินเยี่ยไม่สนใจเธอเลยสักนิด

    เขาจ้องมองจี้หยกสักครู่ก่อนจะถาม “คุณยังมีจี้หยกแบบนี้อีกไหม?”

    “มีสิ มีอีกเยอะเลยล่ะ”

    “ผมขอดูหน่อย”

    “ทำไมคุณถึงสนใจจี้หยกแบบนี้นัก?” หลินเหม่ยชินยืดอกถามด้วยความสงสัย

    รูปร่างของเธอยั่วยวนและดึงดูด หากเป็นชายอื่นอาจทนไม่ไหว

    นอกจากนี้เธอยังสวมเสื้อคอต่ำจนทำให้สามารถมองเห็นเนินอกโดยไม่ต้องก้ม

    หากเป็นชายอื่นอาจชอบใจจนน้ำลายสอ แต่หลินเยี่ยกลับไม่ประทับใจ “จริงสิ ผมอยากพบพี่สาวคุณ เธออาจมีจี้หยกแบบนี้เหมือนกัน”

    เมื่อพูดจบ หลินเยี่ยหันหลังกลับและจากไป

    “เดี๋ยวก่อน!” หลินเหม่ยชินคว้าแขนหลินเยี่ย “จะรีบร้อนอะไรกับจี้หยกขนาดนั้น? อยากได้เท่าไหร่? ฉันจะให้ตามที่คุณต้องการ”

    จากนั้นหญิงสาวหยิบกล่องไม้เล็ก ๆ ซึ่งเต็มไปด้วยจี้หยกออกมา

    “ดีมาก” หลินเยี่ยเลือกอยู่นานก่อนจะหยิบจี้หยกชั้นดีราวสองสามชิ้น “ผมต้องการทั้งหมดนี้”

    “ทำไมคุณถึงอยากได้จี้หยกขนาดนั้น?”

    "เอาไปให้ใครบางคน"

    "ให้ใคร?"

    "ผู้หญิง"

    “คนเจ้าชู้” หลินเหม่ยชินต่อว่าเขาทันที “มีภรรยาอยู่แล้วแต่กลับไปยุ่งกับหญิงอื่น แถมยังเอาจี้หยกของฉันไปให้เธอด้วย”

    แม้จี้หยกไม่ได้สำคัญกับหลินเหม่ยชินนัก แต่เธอกลับรู้สึกอึดอัดและหวงแหนเมื่อรู้ว่าเขาจะนำไปให้หญิงอื่น

    หลินเยี่ยขี้เกียจเกินกว่าจะแก้ตัวอะไร เขาถือจี้หยกราวสองสามชิ้นในมือพร้อมถ่ายทอดพลังเก้าสวรรค์กลืนเมฆาลงในจี้เหล่านั้น

    จี้หยกมีพลังเชื่อมโยงกับหลินเยี่ย เขาสัมผัสได้ถึงความรู้สึกแห่งเจ้าของทันทีที่สวมใส่

    “โอเค ขอบคุณสำหรับจี้หยก ผมขอตัวก่อน” หลินเยี่ยถ่ายทอดพลังวิญญาณสู่จี้เหล่านั้นและนำกลับไปด้วย

    "หยุด!"

    หลินเหม่ยชินเข้าขวางประตูทันที “คิดจะเอาจี้หยกของฉันไปฟรี ๆ งั้นเหรอ?”

    “ว่ามาสิ คุณจะคิดเท่าไหร่?” หลินเยี่ยถามอย่างงุนงง

    จี้หยกหาซื้อได้ทั่วไปและมีราคาถูก แต่จี้หยกธรรมดาไม่สามารถถ่ายทอดพลังวิญญาณเข้าไปได้

    ทว่าจี้หยกของหลินเหม่ยชินเป็นหยกชั้นดี เหมาะสำหรับใช้ทำหยกวิญญาณ

    “จี้หยกชั้นดีแบบนี้ไม่สามารถตีเป็นราคาได้ หากคุณต้องการจริง ๆ ฉันจะให้ แต่...” หลินเหม่ยชินชะงักก่อนจะกล่าวต่อ “คุณต้องไปกินข้าวเย็นกับฉัน”

     “วันนี้ไม่ได้ ไว้วันหลัง!”

     "ไม่ ต้องเป็นวันนี้" หลินเหม่ยชินปิดประตูพร้อมเอนกายพิงไว้

    เธอจ้องมองหลินเยี่ยพร้อมกล่าว “ถ้าคุณกล้าผลักฉัน คุณไม่ใช่สุภาพบุรุษ”

    "ผมไม่สน"

    “คุณไม่มีทางเลือก วันนี้ต้องไปกินมื้อเย็นกับฉัน”

    “ก็แค่ประตูบานเดียว” หลินเยี่ยยิ้มมุมปากพร้อมหายไปอย่างไร้ร่องรอย

    หลินเหม่ยชินเอนกายพิงประตูด้วยความงุนงง

    หลินเหม่ยชินดวงตาเบิกความด้วยความงุนงงเมื่อเห็นหลินเยี่ยหายไปในอากาศ เธอสับสนอยู่นานก่อนจะตั้งสติได้พร้อมพึมพำ “เขาเป็นคนหรือผีกันแน่?”

    หลินเยี่ยหายตัวออกจากคฤหาสน์ก่อนจะปรากฏบนที่นั่งข้างคนขับในรถบีเอ็มดับเบิ้ลยูสุดหรูของเหอจวิน

    เหอจวินนั่งรอบนที่นั่งคนขับ เมื่อเห็นเขาปรากฏขึ้นจึงจ้องมองด้วยความไม่พอใจ

    ในฐานะประธานบริษัทคังหยวนเวชภัณฑ์กรุ๊ป เธอไม่จำเป็นต้องรอบอดี้การ์ดนานถึงครึ่งชั่วโมงเช่นนี้

    “หลินเยี่ย จำได้ไหมว่าความสัมพันธ์ระหว่างเราคืออะไร?” เหอหยุนถามด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ ความโกรธในใจเธอค่อย ๆ ปะทุขึ้น

    “คุณเป็นเจ้านายของผม เราอยู่ในฐานะนายและลูกจ้าง” หลินเยี่ยตอบกลับโดยแสร้งทำเป็นไม่สนใจ

    “ในเมื่อก็รู้ว่าฉันเป็นเจ้านาย ทำไมถึงปล่อยให้รอนานขนาดนี้? ฉันยังเป็นเจ้านายในสายตาคุณรึเปล่า?” เหอจวินถามด้วยความขุ่นเคือง

    เธอไม่พอใจและโกรธเคืองต่อพฤติกรรมของหลินเยี่ยอย่างมาก

    หากไม่ใช่เพราะทักษะพิเศษของหลินเยี่ยที่ช่วยชีวิตเธอไว้หลายครั้ง เหอจวินอาจไล่เขาออก

    “คุณไม่ต้องรอก็ได้ ผมไม่ได้บังคับ” หลินเยี่ยตอบอย่างเฉยเมย

    “คุณ…” เหอจวินพูดไม่ออก

    เธอไม่เคยเห็นลูกจ้างที่เย่อหยิ่งและเอาเปรียบเจ้านายขนาดนี้มาก่อน

    "ให้!"

    หลินเยี่ยหยิบหยกที่อัดแน่นไปด้วยพลังวิญญาณออกจากกระเป๋าพร้อมส่งให้เหอจวิน “สวมไว้ซะ มันสามารถปกป้องคุณได้ในยามวิกฤติ”

    “มีพลังขนาดนั้นเลยเหรอ?” เมื่อเห็นว่าหลินเยี่ยคิดถึงความปลอดภัยของเธอ ความโกรธของเหอจวินลดลงทันที

    เมื่อคิดดูแล้ว เธอไม่จำเป็นต้องวางท่าต่อหน้าหลินเยี่ยเลย

    ด้วยความแข็งแกร่งของหลินเยี่ย นับเป็นความโชคดีของเหอจวินที่ได้เขาเป็นบอดี้การ์ด

    “สวมมันไว้ตลอด หากคุณตกอยู่ในอันตราย ผมจะได้มาช่วยทันที” หลินเยี่ยกล่าวพร้อมห้อยสร้อยบนคอเหอจวิน

    “นี่... สบายใจจัง” เหอจวินรู้สึกปลอดภัยและไร้กังวลทันทีที่สวมสร้อย

    “ใส่ไว้ตลอดเวลา แม้ตอนนอนก็ห้ามถอด”

    “ขอบคุณมาก!” เหอจวินสัมผัสจี้หยกด้วยความรู้สึกแปลกใจ

    ราวกับลมหายใจของหลินเยี่ยผนึกบนจี้หยก แนบชิดกับหน้าอกของเธอ ทำให้รู้สึกกระสับกระส่ายอย่างบอกไม่ถูก

    เกิดความรู้สึกเดจาวูราวกับเหตุการณ์นี้เคยเกิดขึ้นมาก่อน

    การสวมจี้หยกนี้ทำให้เธอรู้สึกคุ้ยเคยกับหลินเยี่ยราวกับเคยรู้จักกัน

    เธอจ้องมองจี้หยกราวสองสามครั้งและอดามไม่ได้ “เราเคยรู้จักกันมาก่อนรึเปล่า?”

    “ใช่ เรารู้จักกันมาก่อน” หลินเยี่ยพยักหน้าพร้อมเผยรอยยิ้มแห่งความสุขซึ่งหาได้ยาก

    “เราเคยเจอกันที่ไหน? ทำไมฉันจำไม่ได้?” เหอจวินกุมขมับครุ่นคิด

    ความทรงจำของเหอจวินค่อนข้างเลือนราง เธอรู้สุกเหมือนเคยรู้จักหลินเยี่ยมาก่อน

    เป็นความรู้สึกที่แข็งแกร่งและยอดเยี่ยม

    “อย่าคิดมากเลย ไปกันเถอะ!” แน่นอนว่าหลินเยี่ยจะไม่เล่าถึงเรื่องราวในอดีตชาติเพราะเรื่องเช่นนี้ไม่อาจอธิบายได้

    “บางทีฉันอาจคิดมากเกินไป” เหอจวินยิ้มอย่างขมขื่นพร้อมส่ายหัวก่อนจะสตาร์ทรถขับออกไป

    บางทีเธออาจยังไม่เข้าใจว่าทําไมนางถึงรู้สึกมหัศจรรย์เช่นนี้กับชายเย็นชาอย่างหลินเยี่ย

    ทั้งสองกลับไปยังบริษัทคังหยวนเวชภัณฑ์กรุ๊ป หลังบอกลาเหอจวินแล้ว หลินเยี่ยขับรถไปยังสวนสนุกทันที

    คล้ายกับเรื่องเทพจุติพิชิตฟ้า ที่คุณอ่าน