พลิกชะตาคราที่สาม {ย้อนเวลา}

    ถูกจับได้

    บทที่ 14 เอาคืนให้สาสม

    สิ้นสุดคำถามของต้นน้ำ บัลลังก์กลับไม่ได้เอ่ยอะไร สายตาคู่นั้นมองทอดยาวไปที่คนกลุ่มหนึ่ง ไม่นานก็มีเสียงพูดคุยดังขึ้น ก่อนจะหยุดอยู่ที่ใต้ต้นไม้ที่พวกเขานั่งอยู่

    ชายกลุ่มนั้นมีสมาชิกด้วยกันหลายคน ก่อนที่จะแยกตัวออกไปเหลือเพียงแค่สองคน ชายร่างผอมท่าทางงุ่นง่าน และชายร่างอ้วน โดยชุดที่พวกเขาสวมใส่อยู่นั้นเป็นชุดนักเรียนเกรดเจ็ดถึงแปด หรือจะเรียกง่ายๆ ก็คืออยู่ในช่วงวัยมัธยมศึกษาตอนต้น

    บัลลังก์รู้สึกคุ้นหน้าชายร่างอ้วนไม่น้อย

    “พวกเขาเป็นใคร” ต้นน้ำกระซิบถาม แต่กลับโดนอีกฝ่ายปิดปากเอาไว้เสียก่อน

    “เงียบ ตั้งใจฟังพวกนั้นพูด”

    ทั้งต้นน้ำและบัลลังก์เอนตัวไปด้านล่างเล็กน้อยเพื่อที่จะฟังให้ถนัด

    “ที่นี่แหละปลอดภัย ไม่มีคนมายุ่งวุ่นวายแล้ว” ชายร่างอ้วนเร่งรัด มือข้างหนึ่งผลักร่างของอีกฝ่ายไม่หยุด “รีบเอาออกมาเร็ว”

    “รู้แล้วๆ” ชายร่างผอมพูด ก่อนจะรีบหยิบเงินในกระเป๋าตังค์ออกมา แล้วส่งให้คนตรงหน้าด้วยท่าทางหวาดกลัว

    “ทำไมมีแค่นี้ บ้านนายจะรวยจะตายไป” เขาตวาด

    “ก็ครั้งก่อนนายเอาเงินฉันไปเกือบหมดแล้ว พ่อแม่สงสัยฉันว่าทำไมถึงใช้เงินเยอะขนาดนั้น พะ พวกเขาก็เลยลดเงินค่าขนมฉันลง” ร่างผอมรีบอธิบาย

    “แล้วไง ฉันไม่สนใจ นายมีหน้าที่ต้องจ่ายเงินให้ฉันตามที่ฉันต้องการ!”

    “ฉะ ฉันพยายามแล้วแต่ไม่มีเงินจริงๆ”

    “เงินแค่นี้มันจะไปพออะไร” ชายอ้วนง้างมือขึ้นมา ทำท่าจะฟาดไปที่หน้าของชายร่างผอม จนอีกฝ่ายเข่าอ่อน นั่งลงไปทรุดกับพื้นด้วยความหวาดกลัว

    “ฉัน ฉันไม่มีแล้วจริงๆ อย่าตีฉันเลย”

    “งั้นครั้งหน้านายก็หาเงินมาให้ได้มากกว่านี้สิ! ทำไมต้องให้ฉันใช้กำลังก่อนด้วย” พูดจบเขาก็ผลักหัวอีกฝ่ายไปชนกับกำแพงเข้าอย่างแรง

    “มะ แม่ของนายก็ไม่ได้จน แต่ทำไมต้องมารีดไถฉันด้วย” ชายร่างผอมเอ่ยพึมพำ แต่ชายร่างอ้วนกลับได้ยินชัดเจน

    “นี่แกกล้าพูดถึงแม่ของฉันงั้นเหรอ แกคิดว่าแกเป็นใครกันฮะ อยากจะโดนแม่ฉันลงโทษอีกหรือไง!”

    “ไม่ ไม่ ฉันไม่อยากโดนแม่ของนายทำร้ายอีกแล้ว อย่าให้ฉันต้องเจอกับเธอเลย เดี๋ยว เดี๋ยวครั้งหน้าฉันจะหาเงินมาให้นายมากกว่านี้เอง!”

    “ถ้าพูดง่ายแบบนี้ตั้งแต่แรกก็จบเรื่องแล้ว” ชายร่างอ้วนบ่นออกมา ก่อนจะสังเกตเห็นว่าที่ข้อมือของร่างผอมมีนาฬิการุ่นใหม่อยู่ “นี่คือนาฬิกาคอลเลคชั่นใหม่ใช่ไหม”

    ร่างผอมชะงักไปครู่หนึ่ง รีบเก็บข้อมือของตัวเองเข้ามาด้านในอย่างหวงแหน “มะ ไม่ใช่ นาฬิกาเรือนนี้เก่าแล้ว ฉันได้มานานแล้วต่างหาก”

    “โกหก! แกกล้าโกหกฉันงั้นเหรอ” ชายร่างอ้วนตบศีรษะของอีกฝ่ายอย่างแรงอีกครั้ง แล้วแย่งนาฬิกาเรือนนั้นมาขณะที่ร่างผอมกำลังมึนงงอยู่ “เอามาให้ฉันดีกว่า ฉันใส่แล้วดูดีกว่าแกเยอะ”

    “มะ ไม่ได้นะ เรือนนี้แม่พึ่งซื้อให้ฉันเป็นของขวัญ ถ้าฉันไม่ใส่เธอคงต้องตั้งคำถามแน่”

    “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉัน แกก็บอกไปสิว่าทำลายหรือมันพังไปแล้ว โง่จริง”

    “ไม่ได้ อันนี้ฉันให้นายไม่ได้จริงๆ”

    “ทำไมจะไม่ได้ ก็ฉันจะเอาเรือนนี้!” พูดจบก็เตะไปที่ท้องของร่างผอมอย่างแรง จนอีกฝ่านถึงกับต้องลงไปนอนบนพื้น

    บัลลังก์และต้นน้ำได้ยินบทสนทนาทั้งหมดตั้งแต่แรกจนจบ ซึ่งก็สร้างความแปลกใจให้กับพวกเขาพอสมควร ยิ่งโดยเฉพาะเรื่องของแม่เด็กร่างอ้วนคนนั้น

    เหมือนว่าเธอจะทำงานอยู่ที่ด้วย

    “นายไม่คุ้นเรื่องแม่ของผู้ชายคนนั้นบ้างเหรอ” บัลลังก์พูด

    “คุ้นยังไง”

    “ก็นิสัยของผู้ชายร่างท้วมคนนั้น การพูดจา ท่าทาง ยิ่งโดยเฉพาะใบหน้าที่คุ้นเคยนั่น นายไม่รู้สึกคุ้นตาบ้างเหรอ”

    ต้นน้ำมองลงไปหาทั้งสองคน ก่อนที่ภาพของผู้หญิงคนหนึ่งจะลอยทับซ้อนขึ้นมาบนร่างของชายอ้วนคนนั้น

    “ครูวารุณี?”

    “ฉลาดสักทีนะ” บัลลังก์พูด แล้วอธิบายเพิ่มเติม “ก็เห็นๆ กันอยู่ว่านิสัยแบบนี้คงต้องได้มาจากแม่แน่ๆ ทั้งทำร้ายร่างกายและโยนความผิดให้อีกฝ่าย ทั้งที่เขาต่างหากที่เป็นคนผิด ดูท่าว่าผู้ชายคนนี้ได้เรียนรู้มาจากแม่ไม่น้อยเลย”

    “อืม เหมือนคุณครูในร่างเด็กผู้ชายเลย” ต้นน้ำเสริม

    ในขณะที่เด็กทั้งสองกำลังวิจารณ์ชายร่างอ้วนอยู่นั้น ตอนนี้ชายร่างผอมไปลงไปนอนกับพื้น สายตาของเขามองไปยังต้นไม้ด้านบน สังเกตเห็นว่ามีบางอย่างผิดปกติ

    เมื่อมองดีๆ กลับพบว่ามีเด็กน้อยสองคนกำลังมองมาทางนี้อยู่

    “จะ จะ แจ็ค” ชายร่างผอมเอ่ยเรียกคนตรงหน้าด้วยน้ำเสียงสั่นๆ

    “อะไร” ชายอ้วนกำลังดูนาฬิกา จึงไม่ได้สนใจมากนัก

    “มะ มีคนเห็นพวกเรา”

    “จะมีได้ยังไง ตอนนี้ก็มีแค่ฉันกับนายแค่นั้น นึกจะขู่ให้ฉันกลัวหรือไงฮะ!”

    “ไม่ ไม่ใช่ เงยหน้าขึ้นไปดูด้านบนสิ”

    ชายร่างอ้วนหรือแจ็คมองขึ้นไปที่ด้านบนด้วยความรำคาญ แต่ก็ต้องตกใจเมื่อเห็นว่ามีเด็กทั้งสองคนกำลังมองมาที่พวกเขาอยู่จริงๆ

    “บ้าเอ๊ย ไอ้เด็กสองคนนั้นมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง!” เขาหันไปถามชายร่างผอม

    “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน บางทีพวกนั้นอาจจะอยู่มาก่อนพวกเรา”

    “งั้นก็แปลว่ามันได้ยินหมดน่ะสิ”

    “ใช่” ชายร่างผอมพยักหน้ารัวๆ

    “งั้นก็ต้องสั่งสองพวกมันไม่ให้ปากโป้ง”

    ชายร่างอ้วนเริ่มมองหาสิ่งของใกล้ตัว ก่อนจะเห็นก้อนอิฐก้อนหนึ่ง เขาไม่รอช้ารีบเดินตรงดิ่งเข้าไปหยิบขึ้นมาทันที

    “เอ๊ย ไอ้บ้านั่นมันจะทำอะไร” ต้นน้ำพูด เหมือนกับว่าจะรู้ชะตากรรมของตัวเอง

    “สองคนนั้นเห็นเราแล้ว พวกเราต้องรีบหนีออกจากที่นี่”

    “แล้วผู้ชายผอมๆ คนนั้นล่ะ เราจะทิ้งเขาไว้งั้นเหรอ”

    “ไม่ได้ยินหรือไงว่าหมอนั่นเป็นคนบอกเจ้าอ้วนเองว่าพวกเราอยู่ที่ สองคนนั้นเป็นพวกเดียวกัน” บัลลังก์อธิบาย

    “นี่มันบ้าอะไรกัน หมอนั่นโดนเจ้าอ้วนแกล้งนะ” ต้นน้ำแย้ง

    “จะไปรู้หรือไง เขาคงชอบโดนรีดไถล่ะมั้ง!” บัลลังก์ประชดก่อนจะเห็นว่าชายอ้วนกำลังจะเขวี้ยงก้อนอิฐขึ้นมาด้านบน “ระวัง!”

    ทั้งสองคนรีบหมอบลงอย่างรวดเร็ว โชคดีที่ก้อนอิฐเมื่อครู่ไม่โดนทั้งสองคน

    “ลงมาเดี๋ยวนี้!” แจ็คตะโกนเสียงดังลั่น

    ต้นน้ำไม่รอช้า รีบหยิบกล่องนมที่ยังทานไม่หมดเขวี้ยงกลับไปใส่ชายร่างอ้วนคนนั้นทันที และกระทบเข้ากับศีรษะของเขาโดยตรง

    “รีบลงมาเร็ว” ต้นน้ำหันไปบอกบัลลังก์ ทั้งสองคนรีบปีนลงมาจากต้นไม้ แต่เพราะนี่เป็นครั้งแรกของบัลลังก์จึงช้ากว่าปกติมาก “บัลลังก์ เร็วสิ!”

    “ไปจับตัวสองคนนั้นไว้!” แจ็คตะโกนบอกชายร่างผอมที่นอนอยู่ เขาจึงรีบพยุงตัวเองวิ่งไปหาเด็กทั้งสองในทันที

    ต้นน้ำเห็นว่าบัลลังก์ยังลงมาไม่ถึงก็รีบสกัดกั้นชายร่างผอมไว้ โดยพุ่งตัวเข้าไปหาอีกฝ่ายอย่างเต็มแรงจนชายร่างผอมกระเด็นไปชนกับกำแพง

    ในตอนนี้บัลลังก์ลงมาถึงพื้นดินเรียบร้อยแล้ว ทั้งสองคนกำลังจะรีบวิ่งหนีจากสถานการณ์อันเลวร้ายนี้ ทว่าชายร่างอ้วนที่พึ่งเช็ดคราบนมบนใบหน้าออก เดินเข้ามาหาทั้งสองคน ก่อนจะคว้าคอเสื้อของพวกเขาเอาไว้

    “พวกแกไม่รอดแน่” แจ็คข่มขู่ แล้วลากเด็กทั้งสองคนเข้าไปหลังต้นไม้

    ชายร่างอ้วนคนนี้อยู่ในวัยมัธยม แน่นอนว่าย่อมต้องมีพละกำลังและร่างกายที่พร้อมมากกว่าเด็กเกรดหนึ่งแบบพวกเขา แต่ต้นน้ำกลับไม่ยอมแพ้ พยายามดิ้นรนอย่างสุดความสามารถจนหลุดออกจากมือของแจ็คได้สำเร็จ ทว่ากลับถูกชายร่างผอมคว้าตัวเอาไว้ได้เสียก่อน

    ตอนนี้พวกเขาทั้งสองคนไม่สามารถสู้ได้เลยสักนิด

    บัลลังก์ถูกชายอ้วนกุมลำคอเอาไว้ ตัวของเขาลอยอยู่บนอากาศ แล้วกระแทกเข้ากับกำแพงอย่างแรง จนเด็กแบบเขาถึงกับรู้สึกจุก

    “ปล่อย!” บัลลังก์พยายามดิ้นให้หลุด

    “พวกแกได้ยินอะไรมาบ้าง บอกฉันมา”

    “ฉันไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น”

    “โกหก พวกแกได้ยินทั้งหมดใช่ไหม!” พูดจบเขาก็กระแทกตัวของบัลลังก์เข้ากับกำแพงอีกครั้ง พร้อมกับบีบคออีกฝ่ายแน่นขึ้นไปอีก จนใบหน้าของเด็กชายแดงก่ำ เนื่องจากขาดอากาศหายใจ

    มือทั้งสองของบัลลังก์เริ่มอ่อนแรงขึ้นทุกที ใบหน้าเริ่มกลายเป็นสีม่วง ดวงตาพร่ามัวมองอะไรไม่ชัด มือและเท้าที่เคยดิ้นรนเริ่มขยับช้าขึ้นเรื่อยๆ ก่อนที่เขาจะใช้แรงเฮือกสุดท้ายถีบไปที่ท้องของชายอ้วนอย่างแรง จนอีกฝ่ายรีบปล่อยมือในที่สุด

    “โอ๊ย กล้าถีบฉันงั้นเหรอ!” แจ็คตะโกนด้วยความเจ็บปวด แล้วตัดสินใจเอาคืนด้วยการเตะไปที่ท้องของบัลลังก์เต็มแรงด้วยความโกรธ จนเด็กชายถึงกับสำลักออกมา

    ต้นน้ำมองเหตุการณ์ตรงหน้า ภาพความรุนแรงที่เกิดขึ้นตลอดชีวิตที่ผ่านมาย้อนกลับเข้ามาในหัวของเขาอีกครั้ง ทว่ากลับไม่มีครั้งไหนเลยที่ตัวเขาจะขาดสติมากเท่ากับครั้งนี้

    เขาตัดสินใจเหยียบไปที่เท้าของชายร่างผอมอย่างแรง ก่อนจะอาศัยจังหวะนั้นรีบหมุนตัวเข้าไปชกที่ขมับของอีกฝ่าย จนชายคนนั้นถึงกับต้องลงไปนอนบนพื้นอีกครั้งหนึ่ง โดยไม่มีทีท่าว่าจะลุกขึ้นมาง่ายๆ

    ต้นน้ำไม่รอช้ารีบวิ่งเข้าไปช่วยบัลลังก์ในทันที เขาถีบไปที่เข่าของชายอ้วนทำให้อีกฝ่ายทรุดลงกับพื้น ทว่าหมอนั่นกลับเร็วยิ่งกว่า สามารถคว้าคอเสื้อของต้นน้ำมาได้ แล้วชกไปที่ใบหน้าของเด็กชายหลายครั้ง เลือดบางส่วนไหลมาติดกับกำปั้นของแจ็คเข้า

    “ปล่อยเขานะเว้ย!” บัลลังก์ที่ตั้งสติได้ก็รีบวิ่งเข้าไปช่วยอย่างไม่คิดชีวิต แม้ว่าตอนนี้จะเจ็บหน้าท้องมากแค่ไหนก็ตาม

    คุณชายแบบเขาถึงจะไม่เคยมีเรื่องชกต่อยกับใคร ทว่าเคยเรียนเรื่องศิลปะป้องกันตัวมาบ้าง จำได้ว่านอกจากขมับแล้วก็ยังมีอีกจุดหนึ่งที่สามารถทำให้คู่ต่อสู้สลบได้เหมือนกัน

    เด็กชายสูดลมหายใจเข้า งอขาทั้งสองข้างเล็กน้อย ก้าวขาข้างหนึ่งไปด้านหน้า แล้วเหวี่ยงขาอีกข้างเป็นวงกว้างคล้ายรูปพระจันทร์เสี้ยว ฟาดไปที่คางของคู่ต่อสู้อย่างเต็มแรงและรวดเร็วภายในเสี้ยววินาที ชายอ้วนก็ร่วงลงไปนอนสลบอยู่บนพื้นทันที

    ต้นน้ำมองภาพตรงหน้าด้วยความตะลึงและชูนิ้วโป้งขึ้นมา “นายสุดยอดไปเลย”

    “นี่ไม่ใช่เวลามานอกเรื่อง พวกเราต้องรีบไปจากที่นี่กันได้แล้ว” บัลลังก์รีบเดินเข้าไปพยุงอีกฝ่าย ตอนนี้สภาพของต้นน้ำเรียกว่าดูไม่ได้สุดๆ ทั้งใบหน้าเต็มไปด้วยเลือดและรอยแผลสดใหม่หลายจุด โดยที่แผลเดิมยังไม่หายสนิทเสียด้วยซ้ำ

    “พวกเราจะไปที่ไหน” ต้นน้ำถาม

    บัลลังก์หันไปมองคนข้างๆ แววตาสีฟ้าน้ำทะเลคู่นั้น ในเวลานี้เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์เพทุบาย ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงนึกสนุก “ตามมาเดี๋ยวก็รู้เอง”

    คล้ายกับเรื่องพลิกชะตาคราที่สาม {ย้อนเวลา} ที่คุณอ่าน

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359