ตอน 9เมียใหม่
ห้องหนังสือถูกปิดตายลงกลอนมีเพียงเฮ่าฉินที่เข้าออกได้...
รุ่งอรุณยามเช้า นกร้องกระจิ๊บกระจาด ชวนให้เบิกบานใจทว่าข่าวเสียๆหายๆกลับแพร่ไปั้แ่หัววัน... จวนหรานอลเวงปั่นป่วนด้วยคำคน
"พวกเ้าต้องไม่เชื่อข้าแน่...เมื่อคืนนี้ข้าเป็คนไปเก็บศพฮูหยินน้อยกับมือ อีกทั้งพวกข้าทั้งสามยังจุดไฟเผานางใครจะคิดว่านางฟื้นจากความตาย ไล่ตีพวกข้า จงใจให้พวกเรากลายเป็ผีแทนนาง"บ่าวเล็กๆนินทากันปากต่อปากโดยไม่กลัวแส้โบย
"เหลวไหล!!! นางก็แค่ไปไหว้พระที่อารามหลวง ไหนเลยจะมีเื่อัปมงคลเช่นนี้ในจวนหราน"
"ได้ยินถึงไหนอายถึงนั่นอย่าให้แพร่ออกไปแม้แต่คำเดียว ไม่เช่นนั้นชีวิตน้อยๆของพวกเ้าถูกขายที่ตลาดทาสแน่"
เขาตั้งใจจะปิดเื่นี้เป็ความลับเพราะไม่้าให้สกุลหรานเสื่อมเสีย ไหนๆนางก็ไม่ตายไม่จำเป็ต้องกระโตกกระตากสร้างเื่ใหญ่โต เฮ่าฉินหวังเพียงจากลากับนางแต่โดยดีเลิกแล้วกันไปตามธรรมเนียมด้วยใบหย่าหนึ่งใบ
"นะ นะ นายท่านขอรับจะเป็เช่นนั้นไปได้อย่างไร ในเมื่อนายท่านเป็คนสั่งเผาพวกข้าทั้งสามคงไม่ได้ฝันไปพร้อมกันหรอกกระมัง"
บ่าวเล็กๆสมองน้อยคิดไม่ถึงยังมีหน้าพูดจาต่อล้อต่อเถียง ชวนให้ผู้เป็นายกริ้วโกรธแต่เช้า
"หุบปาก!!! เ้าเป็ใหญ่ในจวนอย่างนั้นเหรอ"
"มะมะ มิกล้าๆขอรับ"
"เช่นนั้นก็อย่าได้เสนอหน้ามาตัดสินอะไรแทนข้าหากอยากรักษาชีวิต ก็จงเป็ท่อนไม้ที่ไม่ไหลทวนลำธาร"
"เมียของข้าไปไหว้พระพุทธองค์ขอพรที่อารามหลวง มันก็จะเป็เช่นนั้น "
"สิ่งที่พวกเ้าได้ััก็แค่นอนละเมอเท่านั้นจงลืมเลือนมันไปซะ" เขาด่ากราดไม่ไว้หน้า ชี้นกเป็นก ชี้ไม้เป็ไม้เอาเสียดื้อๆ ทำเอาบ่าวทั้งหลายเกาหัวยิกๆ ไม่รู้จะเชื่อตัวเอง หรือเชื่อผู้ใดดี อย่างไรซะคำพูดของนายแม้จะถูกหรือผิดก็ต้องเป็คำขาด ทุกคนปิดปากเงียบไม่มีใครกล้าแพร่งพรายเื่นี้ออกไปอีกแม้แต่ประโยคเดียว
7 วันผ่านไปไวชั่วพริบตา
ท่านหมอแอบเข้าออกจวนหรานอย่างลับๆโดยมีเฮ่าฉินเป็คนรู้เห็นจัดแจงทั้งหมด
เพื่อรักษาเมียเอกกลับต้องวางแผนมากมายปานนี้
7 วัน 7 คืนที่เสี่ยวเยว่ขลุกตัวอยู่ในห้องหนังสือเธอค้นคว้าหาความรู้ใส่ตัวเพื่อฆ่าเวลา
ทว่า... เธอกลับค้นพบประวัติตนเอง (ซ่งอิงเว่ย) และได้อ่านทำความเข้าใจกับประวัติศาสตร์เดิมรวมไปถึง ราชโองการผืนนั้นที่ฝ่าาทรงประทานสมรสให้
เพื่อเอาชีวิตรอดและปกปิดตัวตนที่แท้จริงให้เป็ความลับจะต้องพรางตัวเข้ากับที่นี่ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
หลี่เสี่ยวเยว่ฝึกซ้อมพูดหน้ากระจกปรับเปลี่ยนท่าที และคำพูดคำจา แทนตัวเอง เ้า-ข้า-ท่าน ให้ถนัดปากถนัดคอสวมรอยเป็ซ่งอิงเว่ยเพียงร่างกาย แต่จิตใจและนิสัยเป็หลี่เสี่ยวเยว่สาวสวยโคตรแสบ
"หายดีแล้วสินะถึงได้เดินเหินไปทั่วห้องเก็บตำรา "สามีที่รักเข้ามาตอนที่กำลังตั้งใจเพ่งอ่านหนังสือเสี่ยวเยว่สะดุ้งโหยงหัวโขกขอบชั้นไม้ หนังสือที่กองทับหนาหลายขั้นเตรียมหล่นทับหน้า...
ทว่า... ความโรแมนติกเกิดขึ้นไม่ให้ได้ทันตั้งตัวครั้งนี้คงเป็เพราะ สัญชาตญาณ อีกแล้วสินะ
เฮ่าฉินเหลือบตามองเห็นหนังสือหนักกำลังเอียงหล่นทับนางเขากระโจนเข้าโอบ แผ่นหลังหนากว้างรับแรงกระแทกไว้ทั้งหมดมือสองข้างโอบกอดนางอย่างอ่อนโยน นิ้วทั้งสิบอังจับหลังหัวอย่างเบามือ...
"หะ... เห๊อะ!! "
"ซุ่มซ่าม ไร้ประโยชน์ น่ารำคาญ" เมื่อเห็นว่านางปลอดภัยดี เขากลับทำท่ารังเกียจนางราวกับว่าเมื่อครู่ไม่ได้ห่วงใย
คนอะไรนะ ปากไม่ตรงกับใจเอาเสียเลย
"อืม... ในเมื่อเ้าสบายดีก็จงออกไปใช้ชีวิตอิสระเถอะ นี่ใบหย่าของเรา" เขากระดกทอดลำคอให้เสียงดังอู้อี้ ราวกำลังละหกละเหี่ยใจ ที่ต้องสูญเสียรักแรก
ครี้ก แคร่ก!! เสียงกระดาษหนาหนึ่งแผ่นถูกฉีกเป็ชิ้นเล็กไม่เหลือชิ้นดี
"นี่เ้า!!!"การกระทำของนางหยาบคาย จนเขาไม่มีอะไรจะพูด ทำได้เพียงชี้นิ้วค้างมืออีกข้างกุมขมับ มองสีหน้ายียวนพวกนั้นที่หรรษา
"อะฮ่าๆๆๆๆ หย่าเหรอ!!ฝันไปเถอะ ไม่หย่าโว้ย ใครจะหย่าให้โง่ หย่าไปก็ไม่มีที่ซุกหัวนอนน่ะสิขืนกลับจวนซ่ง ข้าถูกท่านพ่อตีตายพอดี"ไม่น่าเชื่อว่านี่คือท่าทีของคุณหนูสกุลซ่ง มันทำให้เขารู้สึกผิดหูผิดตาไปมากถึงแม้ว่านางจะไม่รักดี แต่เดิมทีก็ยังมีท่าทีสงวนกริยาอยู่บ้าง
"จงไสหัวไปซะ อย่าทำให้ข้าลำบากใจภรรยาคบชู้ ใคร่รักกับชายอื่น ข้าไม่อาจเปิดใจรับ" เขาเบือนหน้าหนีกัดฟันพูดพร้อมนั่งลงหยิบพู่กันไม้จุ่มหมึก บรรจงเขียนหนังสือหย่าแผ่นใหม่ให้นางติดตัว
"ไอ๊หย๊า!!เลิกทำตัวเป็เด็กๆไปได้แล้วน่า... ต่อให้เขียนกี่ร้อยใบข้าก็ไม่หย่า"เสี่ยวเยว่ทะเล้นอารมณ์เย็น ตีหน้ามึนไม่รู้ไม่ชี้ เข้าแย่งพู่กันหมึกขีดเขียนหน้ากระดาษให้เลอะเปรอะไม่เพียงเท่านั้นจมูกที่โด่งเป็สันสูดหอมสามีหนึ่งฟอดเป็การไถ่โทษ
"สตรีเช่นเ้าช่างหน้าไม่อายแพศยา เย้ายวนบุรุษ เ้าใช้วิธีนี้กับใครได้ผลก็ช่างแต่กับข้ามันจะไม่มีวันเป็ไปตามที่เ้า้า" เฮ่าฉินทำตัวไม่ถูกพยายามหักห้ามใจ ไม่ให้ตนใจอ่อน กดหน้าขา กำบีบมือแน่นจนอาภรณ์หยิก
ท่าทางที่ดูแล้วไม่ธรรมดาหลี่เสี่ยวเยว่ในร่างอิงเว่ย แหงนหน้ามองเพดานขื่อ มือหนึ่งข้างไขว้แผ่นหลังอีกหนึ่งข้างผายวาดบนอากาศ พร้อมพูดอย่างพรั่งพรู
"ข้าเกลียดที่สุดก็การนอกกายนอกใจไม่ว่าชาตินี้ชาติไหน ข้าไม่มีทางทำเื่พวกนั้นเด็ดขาด "
"เชื่อข้า!!ต่อไปนี้ข้าจะเป็เมียที่สมบูรณ์แบบ ไม่มีเื่เสื่อมเสียให้ท่านปวดหัวได้โปรดอย่าหย่ากับข้า ปล่อยให้ข้ามีที่ซุกหัวนอนเถอะ"นางทำท่ายียวนไม่รู้ทุกข์รู้ร้อน มิหนำซ้ำยังพูดจาปลุกใจขอโอกาสอย่างหนักแน่น!!!
ทันทีที่ฟังทั้งหมดจนจบจนสิ้นสีหน้าสามีเริ่มเจื่อน นั่งหลังแข็งตรงทื่อ นิ่งเงียบครุ่นคิด ใบหน้าอันหล่อเหลาเริ่มมีเหงื่อไหลซิบที่หางคิ้ว เขาเพียงพึมพำกับตัวเองเท่านั้น
"เหอะ... ช่างเถอะ นางน่าจะศีรษะกระทบกระเทือนจนสติเลอะเลือน"เฮ่าฉินรู้สึกว่านางเปลี่ยนไปจากเดิมมาก จนปัญญาจะกล่อมเกลาด้วยวิธีปกติยอมเดินจากหันหลังให้โดยไร้การต่อกร
แผ่นหลังย่างจาก ภรรยาโห่ร้องดีใจ ใบหน้ายิ้มแป้นะโโลดเต้นเหมือนเด็กหญิงวัยสามขวด ะโตามหลัง
"ขอบคุณน้าสามีที่ให้ข้าอยู่ที่นี่ต่อ คอยดูเถอะ ข้าจะเปลี่ยนตัวเองเพื่อท่านข้าจะล้างคำสบประมาททั้งหมด ให้ซ่งอิงเว่ยคนนี้ใสสะอาด !!"ั้แ่จวนหรานมีนางเข้ามา... ชีวิตของหรานเฮ่าฉินดูวุ่นวายขึ้น 300 % ฮ่าๆ
"เอาที่เ้าสบายใจเถอะ!!"เขาก็ยังมีหน้าตะคอกเสียงตอบกลับนางถึงในห้อง
ฮูหยินน้อยสกุลหราน ถือกำเนิดตัวตนใหม่ พร้อมชนทุกอุปสรรคที่ขวางหน้า ใครร้ายมาตรูพร้อมจะร้ายกลับ ใครจัญไรมา ตรูระยำกว่าร้อยเท่า ยิ่งเื่รักๆใคร่ๆเสี่ยวเยว่ไม่เคยนอกใจใครก่อน รักนี้ทีละหนทีละคนเท่านั้น นั่นคือสโลแกนของนางสับเริ่ด ปัง สไตล์ตัวแม่
ในเมื่อรู้ถึงต้นสายปลายเหตุตื้นลึกหนาบางนางก็เตรียมพร้อมรับมือทุกอย่าง แม้กระทั่งพยายามหาร้อยแปดวิธี เอาใจสามีหวังผูกไมตรีให้เขาลบอคติออกจากใจ
อะฮ่า ฮื้ม อื้ดดดดด
เสียงบิดี้เี ยืดยาด จนกระดูกดังกร๊อบ ที่หน้าห้องเก็บตำรา
ไม่ทันไรก็โดนทักท้วงเข้าจนได้...
"ฮูหยินน้อยได้ยินเฮ่าเอ่อร์บอกว่าเ้าไปขอพรที่อารามหลวงมิใช่เหรอ กลับมาเมื่อใดเหตุใดข้าไม่รู้ไม่เห็น" ฮูหยินใหญ่มารดาของเฮ่าฉินเดินผ่านมาพบ...ต้องตกกะใจกับท่าทางประหลาดจนต้องท้วงติง
"ใครอีกล่ะวะเนี่ย ใครตายเถอะ" เขากลอกตามองบน อืดอาดยืดยาด เบื่อหน่าย แต่ต้องปั้นหน้ายิ้ม
"อะแฮ่ ค่ะเคารพท่าน... อะเอ่อ... " นึกยังไงก็นึกไม่ออก พูดอะไรไปก็กลัวจะโป๊ะแกล้งเป็ใบ้ก็แล้วกัน...
นี่มันวิธีเอาตัวรอดไรวะเนี่ย ฮ่าๆ
จะอยู่ให้โง่ทำไมล่ะ วิ่งสิ วิ่งสิรอไร
"ฮูหยินน้อยเป็อะไรของนางน่ะหรือว่านั่นจะเป็การขอพรต่อเทพ ช่างน่าประหลาดแท้" ฮูหยินใหญ่ได้แต่ยืนงงมองหน้ากันกับสาวใช้สองสามหน แต่ก็ไร้ซึ่งคำตอบ