เจียงเยี่ยน ดับเทพพิฆาตมาร

    ตอนที่ 41 หนีตาย!



    ซูโหยวเสวียนอุ้มร่างเจียงเยี่ยนหนีเข้าไปในป่าลึก วิชาตัวเบาของวังนิรมลนับเป็นอันดับต้นๆ ในยุทธจักร แม้จะโอบอุ้มบุรุษผู้หนึ่ง ท่าร่างนางก็ยังรวดเร็วดุจสายลม
    ผ่านไปได้ราวครึ่งชั่วยาม ซูโหยวเสวียนรู้สึกมีเหงื่อไหลซึมเต็มใบหน้า นางได้รับความเหน็ดเหนื่อยอย่างยิ่งจึงนั่งลงพักผ่อน
    เทพธิดาแห่งเขาคุนหลุนวางร่างเจียงเยี่ยนลง นางจับชีพจรเจียงเยี่ยนก็พบว่าชีพจรเต้นช้าลง แสดงว่าอาการบาดเจ็บเจียงเยี่ยนไม่น้อย แต่ยังไม่ถึงแก่ชีวิต นางจึงถอนใจอย่างโล่งอก นางรับปากปราชญ์มารบริสุทธิ์จะรักษาเจียงเยี่ยน หากเจียงเยี่ยนตายก่อน นางก็มิทราบจะเอาหน้าไปพบไป๋เหวินโจวได้อย่างไร
    ซูโหยวเสวียนใช้มือทาบอกถ่ายทอดพลังภายในให้เจียงเยี่ย เพื่อประคองอาการบาดเจ็บมิให้ทรุดหนักไปกว่านี้ ผ่านไปได้ชั่วน้ำเดือดสีหน้าเจียงเยี่ยนก็มีเลือดฝาดขึ้นมา
    ซูโหยวเสวียนจับข้อมือเจียงเยี่ยน รู้สึกชีพจรเจียงเยี่ยนเต้นเร็วขึ้นเริ่มกลับสู่สภาพปกติ ซูโหยวเสวียนครุ่นคิดขึ้น
    ‘พลังเทพดับสูญร้ายกาจจริงๆ เราเพียงแค่ใช้พลังภายในเล็กน้อย แต่กลับไปกระตุ้นพลังเทพดับสูญให้รักษาร่างเจียงเยี่ยน ดูเหมือนพลังเทพดับสูญยังรักษาเจียงเยี่ยนได้ดีกว่าพลังภายในเราเสียอีก’
    ซูโหยวเสวียนเห็นว่าชักช้าจะเสียการ นางโอบอุ้มร่างเจียงเยี่ยนทะยานไป เร่งวิชาตัวเบาอย่างสุดกำลัง ข้ามเขาไปลูกแล้วลูกเล่าเพื่อหนีขึ้นสู่เขาเทวี อันเป็นที่ตั้งของวังนิรมล
    โลดแล่นข้ามเขาถึงยามเช้า แสงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณสาดประกายสีทองต้องใบหน้าซูโหยวเสวียนให้งดงามกว่าเดิม นางหนีการตามล่าจากหลี่กวนหยางมาหนึ่งคืนแล้ว
    วิชาตัวเบาของซูโหยวเสวียนราวกับวิหคโบยบินในอากาศ แม้จะโอบอุ้มร่างคนผู้หนึ่งไว้ก็ไม่เชื่องช้า เท้านางแทบไม่สัมผัสถูกพื้นดินแม้แต่น้อย
    แสงอาทิตย์สาดต้องใบหน้าเจียงเยี่ยน ทำให้เด็กหนุ่มลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ ปราดแรกที่เขาเห็นคือซูโหยวเสวียนซึ่งมีใบหน้างดงามราวกับเทพธิดาแห่งดวงตะวัน
    “เทพ..เทพธิดา”
    ซูโหยวเสวียนมองหน้าเจียงเยี่ยน
    “เจ้าฟื้นแล้วหรือ? เป็นอย่างไรบ้าง?”
    “อืม..รู้สึกเจ็บปวดทั่วตัว..ท่าน..จะพาข้าไปที่ใด?”
    “ไปวังนิรมล”
    ซูโหยวเสวียนไม่พูดมากอีกแล้ว นางยังคงทะยานกายอย่างรวดเร็ว เจียงเยี่ยนทราบว่าตนได้รับบาดเจ็บไม่น้อย เห็นซูโหยวเสวียนช่วยคุ้มครองดูแลเขาก็ซาบซึ้งใจ ความงามของซูโหยวเสวียนในยามนี้ตราตรึงใจเขานัก
    เดินทางถึงยามบ่าย ซูโหยวเสวียนวางร่างเจียงเยี่ยนลงจากนั้นนางหยิบเสบียงแห้งขึ้นมาทาน พวกซูโหยวเสวียนรู้ว่าต้องเดินทางไกลมาเขาคุนหลุน ทุกคนต่างพกพวกเนื้ออบแห้งไว้เพื่อรับประทานในยามจำเป็น แม้แต่ตัวเจียงเยี่ยนเองก็พกไว้ในในหน้าอกเสื้อด้วย
    ซูโหยวเสวียนกัดกินเสบียงแห้ง นางฉีกเนื้อเป็นชิ้นเล็กๆ เข้าปากเจียงเยี่ยนซึ่งนอนอยู่ ร่างกายเจียงเยี่ยนตอนนี้อ่อนแรงอย่างยิ่ง แม้จะลุกยังแทบไม่ไหว ได้ยินซูโหยวเสวียนกล่าว
    “เดินทางอีกเล็กน้อยจะมีบึงน้ำอยู่ ที่นั่นสามารถหาน้ำดื่มได้”
    เจียงเยี่ยนพยักหน้าเล็กน้อย
    “ตอนแรกข้านึกว่าท่านจะเป็นคนไม่ดี ข้าต้องขออภัยด้วย”
    ซูโหยวเสวียนหัวร่อในคำคอ นางจ้องมองเจียงเยี่ยน
    “ข้าเพียงรักษาคำสัตย์ที่ให้ไว้กับไป๋เหวินโจวเท่านั้น”
    เจียงเยี่ยนยิ้มอย่างอ่อนโยน รอยยิ้มของเขาดุจดังดวงตะวันอันอบอุ่น ซูโหยวเสวียนนางนี้คิดอะไรอยู่เป็นสิ่งที่เขาเดาไม่ออก
    หลังทานเสบียงเสร็จ ซูโหยวเสวียนก็โอบอุ้มร่างเจียงเยี่ยนเร่งเดินทางไปยังบึงน้ำแห่งหนึ่งเพื่อพักดื่มน้ำ
    ขณะที่นางมาถึงก็ต้องชะงักเท้าไว้ เห็นหลี่กวนหยางยืนอยู่แต่ไกลมองบึงน้ำอันเรียบใสดุจกระจุก
    ซูโหยวเสวียนใจหายวาบ นางไม่ทราบว่าเหตุไฉนหลี่กวนหยางมาดักรออยู่ที่นี่ได้
    ได้ยินหลี่กวนหยางเอ่ยขึ้น
    “ก่อนถึงยอดเขาเทวี ที่นี่เป็นเพียงบึงน้ำเพียงแห่งเดียวที่คนเดินทางต้องผ่าน”
    ซูโหยวเสวียนอดถามไม่ได้
    “เจ้ารู้จักพื้นที่ในแถบนี้ได้อย่างไร?”
    “เหลียงจื่อบอกข้าเอง”
    เหลียงจื่อเป็นเจ้าสำนักคุนหลุน ย่อมรู้จักพื้นที่แถบเขาขุนหลุนเป็นอย่างดี หลี่กวนหยางทราบว่าซูโหยวเสวียนโอบอุ้มร่างบุรุษผู้หนึ่งไว้ ย่อมเคลื่อนไหวช้ากว่ามัน ดังนั้นหลี่กวนหยางจึงไปสอบถามเหลียงจื่อถึงทางไปวังนิรมลเพื่อจะไปดักหน้าซูโหยวเสวียน
    เหลี่ยงจื่อยังบอกถึงบึงน้ำที่อยู่ใกล้กับวังนิรมลซึ่งนักเดินทางส่วนใหญ่ต้องแวะผ่าน หลี่กวนหยางจึงไปดักรออยู่ที่นั่น

    ซูโหยวเสวียนขมวดคิ้วเรียวงาม นางทราบว่าหนีหลี่กวนหยางไม่พ้นแล้ว
    หลี่กวนหยางมองดูซูโหยวเสวียนด้วยแววตาอำมหิต เจียงเยี่ยนเห็นเช่นนั้นจึงบอก
    “เทพธิดา ปล่อยข้า”
    ซูโหยวเสวียนว่างร่างเจียงเยี่ยนลง เด็กหนุ่มพยายามยืนด้วยตนเองแม้จะรู้สึกร่างกายอ่อนแรง เจียงเยี่ยนกล่าวขึ้น
    “หลี่กวนหยาง หากอยากได้ร่างกายข้าก็มาเอาไป แม่นางซูไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้”
    หลี่กวนหยางแค่นหัวร่อ
    “เจ้าไม่มีสิทธิต่อรอง”
    ซูโหยวเสวียนเดินพลังภายในขึ้นเพื่อเตรียมพร้อม นางโอบอุ้มบุรุษผู้หนึ่งเดินทางเกือบทั้งวันย่อมเหน็ดเหนื่อยยิ่ง ต่างกับหลี่กวนหยางที่เดินทางบ้างพักบ้างจึงมีร่างกายสมบูรณ์พร้อมกว่า
    หลี่กวนหยางก้าวเท้าช้าๆ แต่ในชั่วอึดใจก็เดินมาถึงเบื้องหน้าซูโหยวเสวียนและเจียงเยี่ยน มันเห็นเจียงเยี่ยนมีสายตาอาฆาตก็รู้สึกพอใจ มันชอบให้คนเคียดแค้นมันที่สุด จากนั้นมันก็จะสังหารศัตรูผู้นั้นด้วยความอิ่มเอิบใจ
    เจียงเยี่ยนเร่งพลังเทพดับสูญขึ้นจากนั้นก็ทะยานเข้าหาหลี่กวนหยางทันที!
    ซูโหยวเสวียนใจหายวาบ นางไม่คิดว่าเด็กหนุ่มซึ่งบาดเจ็บไม่น้อยจะเลือดร้อนถึงเพียงนี้
    หมัดของเจียงเยี่ยนพุ่งตรงเข้าหาหลี่กวนหยางด้วยแสงสีดำเป็นทางยาว ประดุจดังรุ้งดำพาดผ่านฟ้า มีความรุนแรงยิ่ง
    หลี่กวนหยางใช้ลมปราณคุมจักรวาลขึ้น ทันใดนั้นทุกสิ่งก็หยุดนิ่งราวกับถูกควบคุมไว้ ร่างเจียงเยี่ยนชะงักกลางอากาศราวกับถูกสาป หลี่กวนหยางใช้จังหวะนั้นคว้าจับชีพจรที่ข้อมือเจียงเยี่ยนอย่างรวดเร็ว
    ซูโหยวเสวียนร้องก้องนางรีบทะยานกายพร้อมฟาดฝ่ามือออก ลมปราณเส้นใยจากยอดวิชาสลายดาราพุ่งเข้าไปเพื่อมัดและกระชากแขนของหลี่กวนหยาง แต่หลี่กวนหยางสะบัดฝ่ามือด้วยพลังลมปราณเปี่ยมล้น สลายใยที่พุ่งเข้ามาทั้งหมดในพริบตา
    จังหวะเดียวกันนั้น ซูโหยวเสวียนใช้ฝ่ามือหฤทัยหมื่นบุปผาจู่โจมใส่หลี่กวนหยางอย่างรวดเร็วราวบุปผานับหมื่น แต่หลี่กวนหยางใช้ฝ่ามือซ้าย ร่ายรำเพลงฝ่ามือวัฎจักรภพรับไว้ เพลงฝ่ามือหลี่กวนหยางนิ่งสงบกว่าหนักแน่นคล้ายกำแพงเหล็กอันแข็งแกร่ง เพลงฝ่ามือของซูโหยวเสวียนมิอาจฝ่าเข้าไปได้แม้แต่น้อย
    ปัง!
    เสียงกระแทกดังลั่น หลี่กวนหยางใช้ฝ่ามือวัฎจักรภพกระแทกใส่ซูโหยวเสวียนจนถอยกายไปสองก้าว นางรู้สึกอึดอัดหน้าอกราวถูกค้อนเหล็กทุบใส่ ซูโหยวเสวียนรีบปรับลมหายใจเพื่อเร่งพลังลมปราณขึ้นมาใหม่
    อีกมือหนึ่งของหลี่กวนหยางคว้าจับชีพจรข้อมือของเจียงเยี่ยนไว้ ทันใดนั้นเจียงเยี่ยนรู้สึกร่างกายอ่อนแรงครึ่งซีกร่างชาด้านแทบขยับตัวไม่ได้
    เจียงเยี่ยนเร่งลมปราณเทพดับสูญเข้าต่อต้าน หลี่กวนหยางยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นเจียงเยี่ยนพยายามขัดขืน มันชอบดูคนที่ขัดขืนมันจากนั้นก็สยบใต้เงื้อมมือมัน
    พลังลมปราณเทพดับสูญเร่งกระแทกใส่มือหลี่กวนหยางที่จับข้อมือเด็กหนุ่มไว้ เจียงเยี่ยนดวงตาเหลือกขาวเร่งพลังขึ้นเท่าที่ทำได้ หลี่กวนหยางคิดสั่งสอนเจียงเยี่ยนจึงดูดพลังเทพดับสูญเข้าไปในร่างกาย
    ทันใดนั้นหลี่กวนหยางรู้สึกมีพลังภายในมหาศาลทะลักเข้ามา มันรู้สึกยินดีอย่างยิ่ง ซูโหยวเสวียนพุ่งกายเข้ามาหามันอีก แต่หลี่กวนหยางสะบัดฝ่ามือวัฏจักรก่อเกิดเป็นพลังสีม่วงลูกใหญ่ ในลูกพลังมีสายฟ้าสีขาวนับร้อยสายแตกประกายเป็นภาพงดงามจับตา
    ลูกพลังนั้นพุ่งใส่ซูโหยวเสวียนอย่างรวดเร็ว ซูโหยวเสวียนผลักสองมือออกใช้ยอดวิชาสลายดาราพยายามควบคุมพลังนั้นและผลักดันกลับไป แต่ลูกพลังนั้นมีพลังมากมายมหาศาล ซูโหยวเสวียนไม่อาจผลักคืนได้ จึงได้แต่ต้านรับอย่างสุดกำลัง!

    หลี่กวนหยางซึ่งกำลังดูดพลังเทพดับสูญของเจียงเยี่ยน จู่ๆ ก็รู้สึกว่าพลังภายในมันไหลออกไป เจียงเยี่ยนกำลังใช้วิธีโคจรพลังภายในย้อนกลับที่ไป๋เหวินโจวสอนดูดพลังหลี่กวนหยางเข้ามา
    ในการต่อสู้ครั้งแรกกับหลี่กวนหยาง เจียงเยี่ยนเคยใช้วิธีโคจรพลังย้อนกลับดูดพลังลมปราณคุมจักรวาลของหลี่กวนหยางเข้าร่างกาย ครั้งนี้เด็กหนุ่มใช้วิธีนี้อีก มือหลี่กวนหยางสั่นสะท้านไม่หยุด มันไม่ยอมแพ้เร่งพลังลมปราณคุมจักรวาลดึงพลังภายในมันกลับเข้าร่างตนอีกรอบ
    เจียงเยี่ยนร้องตวาดดังลั่นด้วยความเจ็บปวดปนโทสะ หลี่กวนหยางผู้นี้สังหารบิดามารดาเขาและยังจะฆ่าเขาอีก ครั้งนี้เด็กหนุ่มไม่อาจยอมแพ้ จึงทุ่มเทสุดกำลังหวังพิสูจน์ผลแพ้ชนะ!
    พลังเทพดับสูญพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดอีกครั้ง เจียงเยี่ยนเจ็บปวดจนร่างกายแทบระเบิด กล้ามเนื้อตรึงแน่นราวกับกำลังจะฉีกขาด พลังลมปราณเทพดับสูญถูกดึงเข้าไปในร่างกายพร้อมกับลมปราณคุมจักรวาลทำให้ร่างกายเจียงเยี่ยนทรมานแสนสาหัส
    แต่เจียงเยี่ยนรีบกระจายพลังที่ดูดเข้ามาไปยังชีพจรอีกสิบสองแห่ง ซูโหยวเสวียนเคยบอกว่าร่างกายคนเรามีชีพจรหลักสิบสองแห่ง แต่เจียงเยี่ยนมีสิบสามเพราะมีจุดชีพจรเทพดับสูญด้วย หากเจียงเยี่ยนกระจายพลังเทพดับสูญไปยังจุดชีพจรอีกสิบสองแห่งได้ ร่างกายเขาก็จะไม่เจ็บปวด
    เจียงเยี่ยนอาศัยพลังเทพดับสูญและลมปราณคุมจักรวาลของหลี่กวนหยางที่ดูดเข้ามากระจายไปยังจุดชีพจรหลักสิบสองแห่ง หากทำสำเร็จเขาจะทะลวงจุดชีพจรสิบสองแห่งได้สำเร็จกลายเป็นยอดฝีมือ หากไม่สำเร็จร่างกายเขาก็จะระเบิดตาย
    ศึกครั้งนี้เดิมพันด้วยชีวิต!!


    ------ จบตอน -----เจียงเยี่ยนจะชนะหลี่กวนหยางได้ไหม เดิมพันครั้งนี้เขาจะรอดหรือไม่ ติดตามตอนหน้าจ้าตอนหน้าขอโดเนท 3 กำลังใจนะคร้าบ ขอบคุณมากเลย!