บทที่ 68
ผู้จัดการกิ๊กเอ่ยถึงความรับผิดชอบของทางธนาคารว่าพวกเขาจะทำอย่างไรบ้าง เพื่อให้โอ๊ตนั้นวางใจใช้บริการกับทางธนาคารต่อไป แน่นอนว่าพวกเขาเกรงกลัวคำขู่ของโอ๊ตพอตัว นอกจาก 3 แสนกว่าล้านบาทของโอ๊ตจะหายไปแล้ว ยังรวมถึงเงินที่ตระกูลของเขานั้นฝากกับทางธนาคารอีกด้วย หุ้นของพวกเขาเพิ่งจะปรับตัวขึ้นสูงในรอบหลายปีที่ผ่านมา ถ้าจะให้สูญเสียโดยผู้จัดการคอนโดเล็กๆเพียงคนเดียวก็ใช่เรื่อง อีกอย่างคอนโดที่ทางธนาคารลงทุนไปนี้มันเทียบผลได้ผลเสียไม่คุ้มค่าแม้แต่ 1 เปอร์เซ็นต์เลยด้วยซ้ำ มันมีอะไรให้ต้องคิดอีก ซึ่งพวกผู้บริหารไม่จำเป็นต้องใช้เวลานานก็สามารถตอบได้ในทันที“ผมค่อนข้างพึงพอใจกับผลลัพธ์ในการตัดสินใจของผู้บริหารของคุณนะ.. เอาเป็นว่าผมจะใช้บริการธนาคารของคุณต่อ เพียงแต่ว่า..” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับรอยยิ้ม แต่ทว่าผู้จัดการกิ๊กก็ต้องขมวดคิ้ว และลุ้นในใจว่าเขาต้องการจะพูดอะไร และดูเหมือนจะเป็นเรื่องยากที่จะตัดสินใจด้วย ไม่อย่างนั้นเขาก็คงจะไม่ถ่วงเวลาในการพูดอย่างนี้“เพียงแต่ว่า... อย่าบอกนะคะว่าท่านชายต้องการร่างกายของฉัน คือว่า..ฉันมีแฟนแล้วนะเจ้าคะ ฉันไม่ได้บริสุทธิ์พอที่จะรับใช้ท่านชายให้สมกับฐานะของท่านเจ้าค่ะ อีกอย่างฉันเองก็จะแต่งงานในเดือนหน้านี้แล้วเจ้าค่ะ ได้โปรดเถอะนะเจ้าคะ เรื่องนี้ไม่ได้จริงๆ..”ผู้จัดการกิ๊กกล่าวออกมาอย่างเลิ่กลั่ก เธอเห็นว่าท่านชายเขายิ้มมาทางเธอ ก็คิดไปต่างๆนานา ก่อนจะดึงเข้าบทดราม่าเพื่อให้ท่านชายเปลี่ยนใจ โอ๊ตที่ได้ยินอย่างนั้นก็ถึงกับหน้าแดงแปร๊ดเลยทีเดียว เขาไม่คิดจริงๆว่าพลาดกล่าวเพียงแค่ครั้งเดียวคนอื่นจะมองเขาเป็นถึงวายร้ายเสียแล้ว“เดี๋ยวว! ฟังก่อนสิครับ.. ผมแค่จะให้คุณหาโครงการคอนโดแห่งใหม่ให้ผมเท่านั้นเอง เฮ้ออ คิดไปถึงไหนต่อไหนกันล่ะครับ..” โอ๊ตอดที่จะถอนหายใจออกมาไม่ได้ เขาคิดว่าครั้งหน้าถ้าจะกล่าวกับผู้หญิงที่จินตนาการล้ำเลิศแบบเธอ เขาสาบานได้เลยว่าจะไม่เว้นวรรคคำพูดอย่างนี้อีกเด็ดขาด“เออ.. เจ้าค่ะ เรื่องคอนโดนี่เอง ขออภัยเจ้าค่ะที่ตื่นตูมเกินเหตุ..” กิ๊กกล่าวพร้อมกับหัวเราะแห้งๆ แก้เขิน แน่นอนว่าโอ๊ตเองก็ไม่ได้ลืมเป้าหมายของเขา เขาไม่ได้ต้องการห้องคอนโดแต่อย่างใด สิ่งที่เขาต้องการคือที่จอดรถต่างหาก และเมื่อเช้านี้เขาก็ลาเจ้าพวกบอดี้การ์ดเฝ้ารถแล้วด้วย จะเอามันกลับไปก็กลัวจะเสียหน้า ดังนั้นเขาจึงอยากให้ผู้จัดการกิ๊กจัดการหาโครงการคอนโดใหม่ให้กับเขา“ถ้าเป็นไปได้ขอเป็นภายในวันนี้เลยนะครับ ผมมีความจำเป็นบางอย่างที่ต้องรีบใช้มัน.. คุณทำได้ใช่ไหม” โอ๊ตกล่าวเชิงสั่งกับผู้จัดการกิ๊ก เหมือนกับบอกว่านี่คือเงื่อนไขของเขาที่จะอภัย และทำเป็นมองไม่เห็นกับเรื่องที่มันเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้“ได้เจ้าค่ะท่านชาย.. ทางธนาคารยังมีโครงการคอนโดอีกหลายแห่งที่เราให้การสนับสนุน แต่ละแห่งถือว่าเป็นสุดยอดคอนโดทั้งนั้น..” ผู้จัดการกิ๊กกล่าว ก่อนจะเริ่มทำการโฆษณาคอนโดเพื่อการจำหน่ายตามที่เธอนั้นถนัด แต่ทว่าโอ๊ตก็ต้องห้ามเอาไว้ก่อน เพราะว่าเขาไม่อยากฟัง“พอเถอะ.. ครั้งก่อนที่คุณนำเสนอมาแล้วผลลัพธ์มันเป็นยังไงล่ะ. เอาที่ไหนก็ได้ที่มันมีบริการที่ดี และมีราคากับจำนวนห้องได้รับใกล้เคียงกับของเดิม.. เท่านี้คงจัดการให้ผมได้ใช่ไหม” โอ๊ตกล่าว พร้อมกับกิ๊กที่เริ่มซึมลงไป แต่เธอก็พยักหน้า และตอบกลับอย่างจนใจ“แน่นอนค่ะท่านชาย.. ครั้งนี้จะไม่มีอะไรผิดพลาดแน่นอนเจ้าค่ะ ดิฉันจะลงไปติดต่อกับทางคอนโดด้วยตัวเองเลยเจ้าค่ะ..” ผู้จัดการกิ๊กกล่าวเบาๆ ก่อนจะท่าทางให้กำลังใจตัวเองราวกับเด็กน้อย โอ๊ตที่เห็นอย่างนั้นก็อยากจะหัวเราะ แต่เขาก็หัวเราะไม่ออก และเขาก็ดูไม่ออกด้วยว่าเธอเป็นคนยังไงกันแน่“ถ้าได้ที่ไหน หรืออะไรยังไงก็โทรมาแจ้งกับผมได้เลย.. คุณไปทำหน้าที่ของคุณเถอะ ที่นี่หมดธุระของเธอแล้ว.. เออ! อีกอย่าง.. ยินดีกับงานแต่งงานด้วยนะครับ..” โอ๊ตกล่าว“ขอบพระคุณค่ะท่านชาย.. ถ้าใกล้ถึงงานแต่งจริงๆแล้ว ฉันไม่ลืมที่จะเรียนเชิญท่านชายไปร่วมเป็นสักขีพยานความรักของดิฉันกับว่าที่สามีแน่นอนค่ะ..” ผู้จัดการกิ๊กกล่าว ก่อนจะลุกขึ้นยืนโค้งตัวทำความเคารพ และจากไปในทันที โอ๊ตที่ได้ยินอย่างนั้นก็ได้แต่เหวอๆไป พร้อมกับคิดในใจ ‘จะเชิญตรูไปทำไมกัน.. หน้าอย่างนั้นคงหวังซองอยู่แน่ๆ เห้ออ คนอย่างนี้ก็มีแฮะ!..”โอ๊ตกล่าวในใจ ก่อนจะมองไปทางที่เธอเดินจากไป และมันเป็นจังหวะเดียวกันที่มีอีกหลายคนเดินผ่านประตูเข้ามา ผู้จัดการกิ๊กที่ร่าเริงผิดปกติ เธอกำลังนึกถึงซองงานแต่งที่คนมีเงิน 3 แสนกว่าล้านบาทจะใส่ให้อยู่ แต่เธอก็ต้องสงบลง เพราะคนที่เดินมาอย่างน้อยสองคนนั้นเป็นถึงบุคคลสำคัญของเมืองเชียงใหม่แห่งนี้ ชายชุดเขียวมีเหรียญตราประดับเต็มตัว ที่บ่าของชายคนนี้มีดาวสีทองเด่นสง่าข้างละ 2 ดาว พร้อมกับตราที่บ่งบอกว่าเขามียศเป็นพลโทมณฑลทหารบท และเขามีชื่อว่า ‘พลโท เสรี ตรีนุญากร’ ชายคนต่อมาแต่งชุดนักธุรกิจมาดผู้ดี ดูมีภูมิฐาน ดูน่าเชื่อถือ ‘ปีเตอร์ สก็อต’ เขาคนมาพร้อมกับภรรยาที่แต่งไทยล้านนาเต็มยศราวกับจะออกงานสังคมที่ไหนสักที่อย่างไรอย่างนั้น ‘ฉัตรสุดา สก็อต’ และคนสุดท้ายคือลูกสาวคนกลางที่ไม่ได้แต่งตัวอะไรมากนัก ‘คริสติน่า สก็อต’ ‘มากันทั้งบ้านจริงๆด้วยแฮะ.. ขอให้พวกคุณโชคดีก็แล้วกัน เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเรา ไปดีกว่า’ ผู้จัดการคิดในใจ เธอได้ยินว่าท่านชายต้องการที่จะคลายปัญหาที่ตระกูลสก็อตนั้นมีต่อเขา แต่ถึงยังไงมันก็ไม่ใช่เรืองของเธอ เธอได้แต่อวยพรให้พวกเขาโชคดีเหมือนกับตัวเธอที่ตัดสินโทษเพียงเล็กน้อยเท่านั้น นายพลเสรีไม่จำเป็นเลยที่จะต้องมองหาตัวของน้องชายเขา เพราะจุดที่พวกเขารวมตัวกันอยู่นั้นมันช่างเด่นตาจริงๆ ทุกสายตาของพนักงานที่อยากจะรู้ว่าเรื่องนี้มันจะจบอย่างไรก็ยังยืนมองบริเวณนั้นไม่ได้ไปไหนไกล เขาจึงเดินนำกลุ่มไปทางโซฟารับรองกลางคอนโดในทันที“สวัสดีขอรับคุณชาย นี่อาจจะเป็นการพบกันครั้งแรกของเรา กระผมขออนุญาตแนะนำตัวสักเล็กน้อย.. กระผมพลโทเสรี ตรีนุญากร ผู้บังคับบัญชามณฑลทหารบก ภาคเหนือขอรับ..” เสรีกล่าว ก่อนจะเริ่มแนะนำตัวสมาชิกครอบครัวสก็อตทีละคน ซึ่งโอ๊ตก็ต้องลุกขึ้นยืน และเขาไปจับมือเป็นมารยาท และแล้วเขาก็ต้องตาค้าง เมื่อเห็นว่าคนสุดท้ายที่ท่านเสรีได้แนะนำ ‘คริสติน่า สก็อต’ นั่นเอง แน่นอนว่าคริสเองก็ตกใจเช่นกัน เธอไม่คิดเลยว่าน้องชายพ่อค้าแพนเค้กจะเป็นคุณชายที่สั่งล้มลายตระกูลของเธอได้ ทั้งสองเอาแต่อึ้งกันสักพักหนึ่ง ก่อนที่โอ๊ตจะยิ้มออกมา และกล่าวกับเธออย่างเป็นกันเอง“แหม!.. ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลยนะครับ ว่าพี่สาวจะชื่อเต็มว่าคริสติน่าน่ะ..” โอ๊ตกล่าวก่อนจะยื่นมือไปจับกับเธอ ซึ่งคริสเองก็ยื่นไปจับด้วยเช่นกัน แม้ว่าจะยังอึ้งไม่หาย“เช่นกันค่ะคุณชาย..” คริสกล่าวกับโอ๊ตอย่างสุภาพ เมื่อปีเตอร์เห็นเช่นนั้นก็แอบยิ้มอยู่ในใจ อย่างน้อยพวกเขาก็ยังพอจะมีแต้มที่พอจะให้คุณชายใจเย็นลงไปบ้าง พวกเขาจะได้ไม่โดนอะไรมากมายเหมือนกับตอนที่ท่านกิตติสั่ง“พี่สาวเรียกผมอย่างนี้ มันไม่ค่อยชินเลยนะครับ.. แต่ว่านะ ถ้าอยู่ข้างนอก กรุณาอย่าเรียกผมว่าคุณชายเด็ดขาดเชียวนะครับ เห็นอย่างนี้ผมก็อายเป็นเหมือนกัน... ถ้าอย่างนั้นเชิญทุกท่านนั่งกันก่อนจะเข้าสู่ประเด็นที่ผมเชิญทุกท่านมานะครับ เชิญครับ” โอ๊ตกล่าวกับคริส พร้อมกับผายมือเชิญให้ทุกคนนั่งที่โซฟา โอ๊ตไม่ได้เป็นคนที่แค้นใครก็จะถอนรากถอนโคนเหมือนกับกิตติ เขาเป็นคนที่มีเหตุผลมากพอ และแยกแยะออกว่าการกระทำของคนเพียงคนเดียว จะสั่งให้ล้มล้างตระกูลเลยมันก็ใช่เรื่อง ถึงจะมีบ้างที่ต้องแก้ปัญหาที่ต้นตอ แต่ส่วนใหญ่ถ้าไม่ฟิวส์ขาดจริงๆ เขาก็จะไม่ทำ ไม่นานทุกคนก็ประจำที่นั่ง และพร้อมที่จะพูดคุยกันแล้ว โอ๊ตจึงไอออกมาสักหน่อยเพื่อปรับเสียงของตัวเอง..“ก่อนอื่นเลยต้องขออภัยที่เชิญตัวของพวกท่านมาเป็นการด่วนเช่นนี้.. แต่ผมคิดว่าการที่จะปล่อยให้ปัญหานี้มันกลายเป็นปัญหาเรื้อรัง อาจจะทำให้เรื่องบางเรื่องมันบานปลายออกไปไกล.. ไม่ทราบว่าทุกท่านพอจะเข้าใจหรือไม่ครับ” โอ๊ตเริ่มจากการขออภัยก่อน ก่อนที่จะเอ่ยถามกับพวกเขาทั้งหมด“พวกกระผมก็คิดแบบเดียวกับคุณชายขอรับ..” เสรีกล่าวแทนทุกคนที่อยู่ที่นี้ มันเป็นเพราะว่าเสรีอาวุโสที่สุดแล้วในหมู่พวกเขา โอ๊ตที่เห็นอย่างนั้นก็เริ่มเล่าถึงเหตุการณ์ทุกอย่างให้กับทั้งสี่คนได้รับฟัง ตั้งแต่อดัมร่วมมือกับผู้จัดการคอนโดกดดันให้เขาขายห้องที่ตัวเองอยากจะได้ จากนั้นก็รามจนไปถึงเรื่องการว่าจ้างนักเลงมาอีกด้วย คุณหญิงฉัตรสุดาที่ได้ยินก็ถึงกับหายใจไม่ออก เพราะดูเหมือนว่ามันจะเป็นเรื่องที่แก้ไขอะไรได้ยาก จนคริสที่อยู่ใกล้ๆกับคุณแม่ถึงกับหยิบยาดมออกมาให้ดมกันสลบกันเลยทีเดียว ปีเตอร์ที่ได้แต่นั่งตัวเกร็งไม่รู้จะทำยังไงดีกับเจ้าลูกชายตัวแสบ ดูจากสีหน้าแล้วมันก็คงจะทำจริงๆอย่างที่คุณชายกล่าว“ด้วยเรื่องที่ผมเล่ามาทั้งหมดนี้นั้นมันจึงได้ผลสรุปที่ว่า.. ตระกูลของคุณ โกรธแค้นตัวของผม ที่เป็นต้นเหตุให้ลูกชายคนเล็กของบ้าน มีอาการทางจิต.. ผมเข้าใจได้ถูกต้องหรือไม่” โอ๊ตกล่าวถามกับพวกเขาไปตรงๆ ปีเตอร์ที่ได้ยินอย่างนั้นก็รีบคุกเข่า ก่อนจะกล่าวปฏิเสธในทันที“ไม่ใช่อย่างนั้นขอรับคุณชาย.. พวกเราตระกูลสก็อตนั้นเข้าใจดีว่ามิเชลลูกชายคนเล็กของผมนั้นกระทำผิดจริงตามที่ทางตำรวจกล่าว และโรคทางประสาทที่เขาประสบอยู่นั้นมีชื่อว่า ‘ปฏิเสธ และเบือนความจริง’ ดังนั้นมันก็ตรงกับการให้การของตำรวจที่ว่าหลังจากมิเชลนั้นทราบว่าคุณชายตัวจริงแล้วเป็นใครกันแน่.. เขาก็เริ่มมีอาการทางจิตขอรับ.. ดังนั้นแล้วพวกเราจึงไม่ได้ติดใจในเรื่องนั้นขอรับ”ปีเตอร์กล่าว และแน่นอนว่ามันทำให้โอ๊ตที่ได้ยินถึงกับมึนงง ก่อนที่เขาจะมองหันไปหาเจ้าหมูตอนภาคภูมิที่อยู่ด้านหลังของเขา และคิดในใจว่า.. ‘เอ็งมันโคตรมั่วเลยนี่หว่า...’