ตอนที่ 12 สาวน้อยชาวบ้านผู้ใจกล้า (2)
“อ้อ” เสี่ยวสือโถวผงกศีรษะเหมือนจะเข้าใจ และไม่พูดอะไรมากอีก แต่หลี่เฉินที่เดินตามหลังนางแอบชำเลืองดูหลี่ซินคล้ายตั้งใจไม่ตั้งใจ ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
นางเองก็ไม่ได้สนใจเขา เพียงเดินตรงไปข้างหน้า
หลี่ซินนั้นพูดถูกแล้ว หลังจากพวกเขาไปได้ไม่นาน องครักษ์ของเสิ่นฉางเฮ่าสองคนก็มาถึง เห็นผู้เป็นายตนมีสภาพจนตรอกเช่นนี้ ก็ให้รู้สึกทั้งละอายใจและโมโห พลางทยอยคุกเข่าขอรับโทษ
“ลุกขึ้นเถิด ไม่เกี่ยวกับพวกเ้า”
น้ำเสียงของเสิ่นฉางเฮ่าแหบพร่าและอ่อนเบาเล็กน้อย ทว่าองครักษ์ทั้งสองที่ได้ยินแล้วกลับยังมีความน่ายำเกรง “ฉางหย่วน เ้าไปสืบดูสามพี่น้องที่เพิ่งไปเมื่อครู่เสีย ดูว่าพวกเขาเป็ใครกันแน่ จำไว้เล่าว่าอย่าทำให้พวกเขาแตกตื่น ฉางชิง ทายาให้ข้าที”
“ขอรับ!” ฉางชิงและฉางหย่วนสบตากันทีหนึ่ง และขานตอบพร้อมกัน ฉางหย่วนพลันเหาะตามไปอย่างรวดเร็ว ส่วนฉางชิงอยู่ด้านข้างทายาให้ผู้เป็นายตน
ทว่าไม่นานหลังจากนั้นฉางหย่วนก็วกกลับมา คุกเข่าลงต่อหน้าเสิ่นฉางเฮ่าด้วยความละอายใจ “นายท่าน ฉางหย่วนไร้ความสามารถ ทำให้เื่ยุ่งเหยิงเสียแล้วขอรับ”
“หืม ถูกพบเข้าแล้วหรือ” เสิ่นฉางเฮ่าเงยหน้ามองด้วยความประหลาดใจ เขารู้ทักษะการซ่อนตัวของฉางหย่วนดี ถือว่าจัดอยู่ในอันดับต้นๆ ของเทียนเย่ว์เลยก็ว่าได้ สามพี่น้องผู้นั้นดูไม่เหมือนมีทักษะแบบนั้น ไยจึงถูกพบได้
“ขอรับ ข้าน้อยยังไม่ทันออกจากป่า ก็ถูกแม่นางผู้นั้นขัดขวางไว้แล้ว นางให้ข้าน้อยมาบอกนายท่านว่าไม่ต้องตอบแทนเื่บุญคุณอะไรนั่นแล้ว ขอแค่ไม่ทำให้นางเดือดร้อนก็พอขอรับ ไม่อย่างนั้น นางไม่รังเกียจที่จะปล่อยให้ท่าน…ตายด้วยพิษในร่าง…”
ฉางหย่วนพูดถึงตอนท้าย น้ำเสียงก็เล็กคล้ายยุง พลางสังเกตมองสีหน้าของผู้เป็นายด้วยใบหน้าเป็กังวล
“ดูจากการแต่งตัวของพวกเขาแล้ว น่าจะเป็ชาวบ้านที่อยู่ในหมู่บ้านด้านล่างนี้ใช่ไหม”
เสิ่นฉางเฮ่าเลิกคิ้วเล็กน้อย หากเขาจำไม่ผิด นี่นางขู่เขาเป็ครั้งที่สองแล้วสินะ
สาวน้อยชาวบ้านใจกล้า น่าสนใจ ช่างน่าสนใจจริงๆ
“ดูจากทิศทางที่พวกเขาลงเขา น่าจะไม่ผิดขอรับ” ฉางหย่วนผงกศีรษะ
มุมปากสวยของเสิ่นฉางเฮ่าโค้งขึ้นอย่างน่าสงสัย แต่กลับไม่พูดอีก พลันหลับตาและปรับลมหายใจอีกครั้ง ข้าอยากเห็นนัก แค่สาวน้อยชาวบ้านคนหนึ่ง ใครกันที่มอบความกล้าให้นางมาขู่ข้ามากเพียงนี้
“กลิ่นอะไร เหม็นมากเยี่ยงนี้” ทันใดนั้นเอง เสิ่นฉางเฮ่าได้กลิ่นเหม็นเน่า ทำให้เขาแทบจะอาเจียนออกมา พลันอดขมวดคิ้วเสียไม่ได้ ครั้นเมื่อหันศีรษะไปก็พบฉางชิงและฉางหย่วนทำหน้าแข็งทื่อชวนคลื่นไส้มองมาที่ตน
เสิ่นฉางเฮ่าก้มศีรษะดมกลิ่นอย่างสงสัย จากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงอาเจียน เขาอาเจียนออกมาแล้ว กลิ่นช่างเหม็นมากจริงๆ!
ไม่ง่ายเลยที่เขาจะอาเจียนออกมาจนหมด เพราะทนกลิ่นนั้นไม่ได้จริงๆ ต่อมา ก่อนที่ฉางชิงและฉางหย่วนจะตอบสนอง คนก็หายไปจากตรงหน้าแล้ว ในไม่ช้าเขาก็ะโลงไปในสระใต้น้ำตกแห่งหนึ่งในเขาต้าชิง โดยปล่อยให้น้ำในน้ำตกชะล้างร่างกายของตน
เมื่อเสิ่นฉางเฮ่าเห็นน้ำในสระตรงหน้าเขาเปลี่ยนเป็สีดำอย่างรวดเร็วใบหน้าก็พลันเปลี่ยนเป็ดำคล้ำ หญิงสาวที่สมควรตายคนนั้น นางทำอะไรกับตนกันแน่ หรือว่ามีอะไรผิดปกติกับน้ำโอสถนั่นกระนั้นหรือ
จนกระทั่งสิ่งสกปรกในร่างกายถูกชะล้างจนสะอาดหมดจดและไม่มีกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ใดๆ แล้ว เสิ่นฉางเฮ่าถึงค่อยขึ้นมาจากน้ำ
ยามเมื่อโคจรพลังปราณให้น้ำระเหยไปจากเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อย เขาก็รู้สึกสบายตัวไปทั้งตัวในทันที ราวกับว่าร่างกายที่แบกภาระหนักอึ้งถูกยกออกไปหมด ช่างผ่อนคลายและสบายอย่างสุดจะพรรณนา และแม้แต่อาการาเ็บนร่างกายของเขาก็หายไปไม่น้อย
ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะโคจรพลังปราณตรวจดูภายในร่างกายตัวเอง จากนั้นก็ถึงกับตกตะลึง ผ่านไปนานถึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก มองดูมือเรียวยาวที่ขาวผ่องดุจหยกของตนแล้ว ดูเหมือนตนจะเป็หนี้บุญคุณครั้งนี้มากเสียแล้ว
หลังจากจัดการผู้ที่สะกดรอยตามมาข้างหลังแล้ว หลี่ซินถึงจะออกจากป่าไปอย่างพอใจ เดินตามหลี่เฉินกลับบ้านไปด้วยกัน
เมื่อครู่อาชิวเตือนว่ามีคนสะกดรอยตาม นางยังรู้สึกโมโหไม่หาย ตนช่วยชีวิตเขาไว้แท้ๆ เขากลับส่งคนมาติดตามนาง ดูเหมือนไม่ว่าจะเป็ที่ไหน ก็ไม่ควรทำดีส่งเดช ชาติที่แล้วนางเองก็พบคนเนรคุณมาไม่น้อยเช่นกัน ต่อไปต้องระมัดระวังกว่านี้หน่อย
ครั้นกลับถึงบ้านตระกูลหลี่ ภายในเรือนไร้ผู้คน สามพี่น้องวางฟืนไว้เข้าที่แล้ว หลี่เฉินฉวยโอกาสที่ไม่มีใครอยู่นำไก่ป่าที่เหลือเข้าไปในห้องครัว
หลี่ซินและสือโถวนำเนื้อย่างที่ห่อไว้กลับไปที่กระท่อมมุงหญ้าเหมาของตน เห็นเยี่ยซื่อกำลังนั่งปักผ้าอยู่บนเตียงเตา สือโถวเลยอดถามไม่ได้ว่า “ท่านแม่ ท่านย่าและคนอื่นๆ ไม่อยู่บ้านกันหรือขอรับ”
เมื่อครู่ขณะเข้ามาในเรือนก็พบว่าทั้งเรือนเงียบสงัดอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน และไม่มีใครอยู่ในเรือนหลักเลยสักคน
“ท่านย่าและท่านอาสามเ้ากลับบ้านเกิดไปกันแล้ว ท่านป้าใหญ่เ้าน่าจะถือโอกาสที่บ้านไม่มีใครออกไปเที่ยวเตร่หาคนคุย”
เยี่ยซื่อได้ยินก็เงยหน้าขึ้น เห็นว่าลูกๆ กลับมากันแล้ว ถึงจะวางใจได้ และทำงานของตัวเองต่อ
สือโถวได้ยินก็รีบนำไก่ป่าที่ย่างเสร็จออกมา แล้วยื่นให้ตรงหน้ามารดา พร้อมกับเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“ท่านแม่ นี่คือเนื้อที่พวกข้าเก็บไว้ให้ท่านแม่ ท่านรีบกินหน่อยเถิด พี่หญิงล่าได้แน่ะ พี่หญิงสุดยอดมากเลย แค่ใช้ก้อนหินโยนไปโยนมาก็ตีได้แล้ว มีกระต่ายด้วยนะขอรับ พวกเราตอนอยู่บนเขากินกันอิ่มแล้ว”
“นี่มัน…รีบวางลงเสีย เดี๋ยวท่านย่าเ้ามาเห็นพวกเรากินกันเองจะแย่เอา”
เยี่ยซื่อมองไก่ป่าที่อยู่บนโต๊ะ ตอนแรกนางรู้สึกดีใจมาก ต่อมากลับโยนด้ายปักผ้าในมือเข้าไปในตะกร้าแล้วหันมองดูข้างนอกอย่างตื่นตระหนก
“ท่านแม่ ไม่เป็ไรขอรับ ท่านกินเถิด ท่านย่าและคนอื่นๆ กลับบ้านเกิดกัน น่าจะไม่กลับมาสักพัก ข้าจะเฝ้าดูอยู่ตรงประตูให้ท่านเอง หากมีคนมาข้าจะเข้ามาบอกท่าน”
สือโถวเอ่ยอย่างหนักแน่น พลางหันตัวหมายจะออกจากห้อง กลับถูกเยี่ยซื่อเรียกหยุดไว้ “พวกเ้าก็มานั่งกินกับแม่ด้วย”