“ท่านองครักษ์ข้ากลับเองได้ คงมิต้องให้ท่านองครักษ์เสียเวลาไปส่ง ขอบพระคุณอย่างยิ่ง” ค้อมหัวลง ก้าวเดินช้าๆ จากไป กงลี่มองตาม ได้แต่ส่ายหัวเบาๆ แล้วรีบก้าวเท้าตามสององค์ชายเข้าไปด้านใน
ไป่เยว่ชิงยืนนิ่งเฉยด้วยจิตใจอันสับสน หน้าประตูจวนเปิดกว้างไว้รับแขกมีพ่อบ้านยืนสงบนิ่งอย่างสุภาพราวกับว่าก่อนหน้านี้ไม่มีเื่อะไรเกิดขึ้น ต่อจากนี้นางต้องเข้าไปด้านพร้อมกับสาวใช้ซือโถวจะเกิดเื่อันใดขึ้นต่อจากนี้มิมีผู้ใดรู้ได้คงต้องลองวัดใจดู ‘ข้าขอโทษที่ผลักเ้านะฟางซิน’ ตัดสินใจเดินเข้าไปด้านในโดยมีบ่าวรับใช้ในจวนเป็คนนำทางไปยังห้องโถง
๑-----------------------๑
ด้านในงานพิธีปักปิ่น มีผู้าุโมากมายมอบของขวัญพร้อมคำอวยพรให้แก่เ้าของงานที่นั่งยิ้มหวานรับของหน้าบาน ตอนนั้นเองบ่าวที่นำทางเชิญแขกเข้ามาด้านในแจ้งเสียงดังหน้าประตูว่า “องค์ชายรองและองค์ชายสามเสด็จ”
ทุกคนในห้องลุกขึ้นยืน “ถวายพระพรองค์ชายเพคะ/พะยะค่ะ”
“อย่าได้มากพิธี เชิญท่านผู้าุโลุกขึ้นเถิด” เ้าหย่งเจี้ยนกล่าว
^^ “เหม่ยเอ๋อร์” เ้าหย่งเซิงเดินไปพยุงสตรีที่อายุน้อยที่สุดในงานขึ้นมายืนประจันหน้า
เหม่ยเซียนเงยหน้าขึ้นสบตาบุรุษตรงหน้า ตึกตั่ก ตึกตั่ก ตึกตั่ก นางยกมือขึ้นกุมหน้าอกตนเอง ‘ทำไมหล่อมีออร่าขนาดนี้เนี่ย’ ใจนี้ก็เต้นแรงจนจะทะลุอกอยู่แล้วนะ ในหัวมีภาพผุดขึ้นมา ‘พี่หย่งเซิง'
“ไม่พบเจอกันสี่ห้าปีเหม่ยเอ๋อร์คงมิลืมพี่หย่งเซิงของเ้าไปแล้วใช่หรือไม่??” ยิ้มหวานล่อลวง
“เหม่ยเอ๋อร์ไม่เคยลืมเพคะ” พูดอะไรเนี่ยเหม่ยเซียนนนน
“แล้วเ้าลืมพี่หรือไม่???” เ้าหย่งเจี้ยนทักมาอีกคน เหม่ยเซียนหันหน้าไปตามเสียงเรียก ตึกตั่ก ตึกตั่ก ตึกตั่ก อีกแล้วว ‘หล่องานดี พี่หย่งเจี้ยน'
“มิลืมเช่นกันเพคะ” ตอบกลับทั้งสอง ใบหน้านางแดงจนถึงใบหู ‘ทำยังไงดีเนี่ยยยย’ สององค์ชายเห็นปฏิกิริยาของสาวงามตรงหน้าก็ทำให้พึงพอใจไม่น้อยจนลืมไปว่านี่คืองานปักปิ่น รอบข้างเงียบสงัดราวกับกำลังรอลุ้นอะไรอยู่
“เช่นนั้นเรามานั่งพูด..ค.” หย่งเซิงกำลังจะชวนเหม่ยเซียนไปนั่งคุยด้วยกลับถูกขัดจังหวะ หันกลับไปมองเจอเข้ากับท่านอาจารย์ยืนหน้าตึงกล่าวว่า
“ขออภัยพะยะค่ะ ตอนนี้ถึงเวลาปักปิ่นแล้วพะยะค่ะมีเื่อันใดควรพูดคุยกันหลังจากนี้” องค์ชายหันมองตามเสียงกลับพบว่าเป็ท่านเสนาบดีจูจึงรีบคาราวะ
“ศิษย์คาราวะท่านอาจารย์ขอรับ/ขออภัยที่ศิษย์มิทันคิด” สององค์ชายค้อมหัวกล่าวพร้อมเคารพท่านเสนาบดีในฐานะอาจารย์ผู้สอนสั่งอย่างมีมารยาท
“มิได้ๆ มาเร็วเหม่ยเอ๋อร์พ่อจะปักปิ่นให้เ้า” ท่านเสนาบดีนั่งลงบนเก้าอี้มีเหม่ยเซียนนั่งคุกเข่าด้านหน้า ท่านเสนาบดีกล่าวอวยพรพร้อมลูบหัวเบาๆ ก่อนจะหยิบปิ่นหยกสีเขียวมันแพะรูปผีเสื้อปักลงไปอย่างงดงาม เหม่ยเซียนกล่าวขอบคุณเป็อันเสร็จ…
“ขออภัยขอรับท่านอาจารย์ เสด็จแม่ทรงฝากปิ่นมามอบให้เหม่ยเอ๋อร์ด้วยขอรับ” หย่งเจี้ยนล้วงเข้าไปในอกเสื้อหยิบกล่องไม้สลักราคาแพงออกมา ด้านในกล่องเป็ปิ่นทองสลักรูปนกยูงสยายปีก ด้านหางเป็อัญมณีพลอยหลากสีร้อยทิ้งตัวลงมาอย่างงดงามดวงตานกยูงมีพลอยสีแดงประดับอยู่เรียกเสียงฮือฮาขึ้นรอบกาย ท่านเสนาบดีมิอาจขัดความประสงค์ของจางฮองเฮาได้จึงพยักหน้าให้เ้าหย่งเจี้ยนปักปิ่นลงไปอีกหนึ่งอัน ยังไม่ทันกล่าวปิดพิธีก็มีอีกเสียงหนึ่งขัดขึ้น
“ขออภัยท่านอาจารย์ เสด็จแม่ของข้าก็ฝากปิ่นมาเช่นกันขอรับ” เช่นเดิม 'ขัดมิได้สินะ' ท่านเสนาบดีจึงทำเพียงพยักหน้ายินยอมอีกครั้ง แล้วปิ่นสีขาวหยกหายากที่สุดในแคว้นลวดลายหงส์เล่นลม ดวงตาเป็พลอยสีเหลือง ก็ถูกประดับบนศรีษะเล็กอีกหนึ่งอัน ‘แปลกๆ นะว่ามั้ย? บนหัวของเหม่ยเซียนมีปิ่นถึงสามอันเชียวนะ' เสนาบดีจูสบถในใจ พวกท่านจะทำอันใดกันพะยะค่ะองค์ชายยย 'ข้าหนักใจยิ่งนัก'
“ขอบพระทัยเพคะองค์ชายทั้งสอง” ยิ้มหวานเต็มใบหน้าทำเอาสององค์ชายตาพร่าไปชั่วขณะ
“เสร็จพิธีแล้วขอเชิญทุกท่านร่วมดื่มกินกันอย่างอิ่มหนำเถิด” หันหน้าไปทางองค์ชายทั้งสองพร้อมกล่าว “ขอเชิญทั้งสองพระองค์อยู่พูดคุยกับกระหม่อมสักครู่พะยะค่ะ” ผายมือเชิญไปทางห้องหนังสือ
ด้านหลังของห้องโถงมีหญิงสาวสกุลไป่นั่งบีบขยำชุดเสื้อผ้าเนื้อดีที่สวมใส่มาจนยับอย่างคับแค้นใจ ‘นังเหม่ยเซียน อย่าคิดว่าข้าจะยอม’ หน้าตาบิดเบี้ยวหมดความงดงาม
เมื่อจบงานในยามสายแเื่บางส่วนทยอยกลับจวน ญาติผู้ใหญ่นั่งอยู่ในห้องโถง สององค์ชายหลังจากได้พูดคุยกับท่านเสนาบดีแล้วก็มานั่งร่ำสุราต่อตรงศาลาริมน้ำที่ล้อมรอบด้วยสระบัวมีปลาแหวกว่ายให้ดูชมสบายตา เ้าของงานอย่างเหม่ยเซียนยืนร่ำลาส่งแขกเรียบร้อยก็เดินกลับเข้าไปในจวน ระหว่างทางที่จะไปยังศาลาริมน้ำมีเสียงเรียกคุ้นหูดังขึ้น
“คุณหนูจู” ไป่เยว่ชิงเรียก
“อ้าว…คุณหนูไป่ ข้านึกว่าเ้าจะไม่มาเสียอีก” ^^