เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    การประลองวันที่ 2


    ตอนที่ 113


    การประลองวันที่สอง


     


                    การประลองในวันที่สองล้วนเป็นการประลองที่ดุดเดือดกว่าในวันแรกเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งคู่ต่อสู้ในรอบนี้ของเสวี่ยหมิงคือลู่หวงอันดับสามจากสำนักมังกรทมิฬ ซึ่งเชี่ยวชาญวิชาดาบโซ่พร้อมพลังลมปราณหยินชั่วร้ายนาม...ลมปราณพญายม ซึ่งในช่วงต้นของการประลองลู่หวงใช้ความยาวของโซ่เหล็กที่อัดแน่นด้วยลมปราณกัดกร่อนยืดหดบีบจำกัดช่องทางการเคลื่อนไหวของเสวี่ยหมิง ซึ่งเสวี่ยหมิงที่เห็นว่าวิชาดาบโซ่นั้นแปลกตาจึงไม่ได้เร่งรีบเอาชัย ใช้ท่าร่างเมฆาไร้ลักษณ์หลบหลีกการโจมตีวนไปรอบพร้อมแผ่พุ่งพลังจิตวิญญาณออกครอบคุลมทั่วทั้งเวทีประลอง หมายเกาะกุมเคล็ดความของทักษะวิชาที่ลู่หวงใช้ออกเพื่อเพิ่มพูนความรู้ของตัวเอง


     


                    แต่การกระทำของเสวี่ยหมิงกลับทำให้ลู่หวงมองว่าเป็นการดูถูกเพราะเสวี่ยหมิงไม่มีที่ท่าจะว่าลงมือจริงจัง ผิดกับตัวมันที่หลังจากผ่านไปครู่หนึ่งก็อดรนทนไม่ไหวโหมโจมตีกระหน่ำหมายลดทอนความโอหังที่เสวี่ยหมิงแสดงออก แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่อาจสัมผัสถูกร่างของเสวี่ยหมิงได้แม้แต่ปลายผม ทำให้ต้องใช้ท่าไม้ตายสุดท้ายที่ซุกซ่อนเอาไว้ โซ่เหล็กถูกทาด้วยโลหิตของหวงลู่จนชุ่มโชก ก่อนที่มันจะร่ายคาถาอาคมกำกับ ทำให้โซ่ดาบอันไร้ชีวิตแปรเปลี่ยนเป็นสัตว์ร้าย...อสรพิษทมิฬ สุดยอดวิชาอาคมที่ใช้เลือดและลมปราณสักการะอัญเชิญวิญญาณอสูรร้ายที่ถูกผนึกสถิตอยู่ในศาตรากักวิญญาณ อันเป็นวิชาลับของสำนักมังกรทมิฬ


     


                    อสรพิษทมิฬดุร้ายอย่างยิ่ง เมื่อมันปรากฏกายขึ้นก็ไม่รั้งรอพุ่งเข้าจู่โจมเสวี่ยหมิงในทันที แต่เพราะเสวี่ยหมิงแผ่พุ่งพลังปกคลุมเวทีประลองเอาไว้ก่อนทำให้พอจับสัมผัสอันตรายได้ทัน บวกกับเสวี่ยหมิงมั่นใจในพลังและท่าร่างของตัวเองอย่างมาก จึงใช้แผนเลี่ยงแข็งจู่โจมอ่อนพุ่งตัวเฉียดสวนเขี้ยวยาวที่อาบไอมรณะสีดำของอสรพิษทมิฬไปได้อย่างฉิวเฉียด แต่ท่าร่างของเสวี่ยหมิงยังคงไม่สิ้นสุดเพราะเมื่อหลบรอดส่วนหัวของอสรพิษทมิฬไปได้แล้ว ความไวของเสวี่ยหมิงก็พลันเพิ่มขึ้นในชั่วพริบตาทะยานลื่นไหลไปกับลำตัวยาวของอสรพิษทมิฬ อาศัยยามตื่นตกใจเข้าประชิดร่างของหวงลู่ที่ยังเหนื่อยหอบจากการใช้อาคมอัญเชิญอสรพิษทมิฬจนไม่อาจก้าวขาหลบเลี่ยงได้ทัน


     


                    เปรี้ยง !!


                    หมัดเปล่าของเสวี่ยหมิงแม้ไม่ต้องรวมรั้งลมปราณเข้าเสริมก็เพียงพอจะทำลายเกราะลมปราณของผู้ฝึกตนในระดับพื้นฐานลมปราณขั้นที่ 5 ได้อย่างง่ายดาย แม้หวงลู่จะเป็นผู้ฝึกตนในระดับลมปราณแรกธรรมชาติขั้นต้น แต่เพราะใช้พลังออกไปจำนวนมากจนเกราะคุ้มกายอ่อนแรงลง ถูกหมัดที่มีพลังมากกว่า 70000 จินของเสวี่ยหมิงซัดจนกระอักโลหิตลอยกระเด็นตกเวทีประลองพ่ายแพ้ไปด้วยความเจ็บใจ


     


                    ส่วนจิวซินรอบนี้โชคดีเจอคู่ต่อสู้จากสำนักมังกรอัคคีที่เน้นรุกรับดุดันและใช้ท่าทักษะเพลิงไฟเป็นหลัก พอดีเข้าทางกับวิชามายาที่เน้นกระบี่เร็วพร่างพรายแม่นยำแม้ไม่รุนแรงแต่ล้วนจู่โจมในจังหวะเหมาะเจาะ เมื่อคู่ต่อสู้จากสำนักมังกรอัคคีโจมตีสุดแรงพลั้งพลาดล้วนถูกสวนกลับจนได้บาดแผลกลับไปทุกครา แต่ด้วยระดับพลังลมปราณของจิวซินที่ยังไม่ทะลวงผ่านไปสู่ลมปราณแรกธรรมชาติจึงไม่อาจเผด็จศึกคู่ต่อสู้ในระดับที่สูงกว่าได้ในเวลาอันสั้น จนสุดท้ายจำใจใช้ออกด้วยท่าสังหารสุดท้ายของเคล็ดกระบี่ผีเสื้อเริงระบำนาม...มายาสังหาร รุกไล่จนคู่ต่อสู้ตาลายตะลึงงัน และใช้การจู่โจมผลักกระเด็นให้คู่ต่อสู้ตกจากเวทีไปได้ในที่สุด


     


                    แม้หนุ่มกำยำจากสำนักมังกรอัคคีจะพ่ายแพ้แต่สีหน้ากลับยิ้มแย้มฉ่ำเยิ้ม เร่งรีบลุกขึ้นหมายเดินตามจิวซินหวังหยอดคำหวานสานสัมพันธ์ แต่หลังจากสิ้นเสียงกรรมการประกาศชัยชนะจบลง จิวซินก็เร่งเดินหายลับตาไปอย่างรวดเร็ว สร้างความผิดหวังให้กับชายหนุ่มสำนักมังกรอัคคีเสียยิ่งกว่าพ่ายแพ้การประลองเสียอีก


     


                    การประลองในรอบที่สองผ่านพ้นทำให้เหลือผู้ประลองอีกเพียงแค่ 32 คนเท่านั้นที่ผ่านเข้าสู่รอบต่อไป ซึ่งการประลองในรอบต่อไปจะจัดให้มีในวันรุ่งขึ้น ทำให้เมื่อการประลองคู่สุดท้ายจบลง สำนักต่าง ๆ ก็แยกย้ายกลับออกจากสำนักมังกรเทวะไปยังสถานที่พำนักของตนทันที


    .


    .


                    "อะไรนะเจ้าจะขอตัวกลับก่อน" ประมุขซือไฉทำหน้าประหลาดใจเพราะตั้งแต่อดีตมันเคยพาศิษย์มาท่องเที่ยวชมการประลองที่สำนักมังกรเทวะ ยังไม่เคยมีผู้ใดร้องขอกลับเมืองหยกม่วงก่อน...ทุกครั้งล้วนมีแต่คำร้องขออยู่ต่อด้วยซ้ำไป ซึ่งการขอร้องกลับก่อนครั้งนี้เป็นหนแรกที่มีคนร้องขอต่อมัน


     


                    "ขอรับท่านอาจารย์ พอดีว่าพ่อข้าเรียกให้ไปช่วยสะสางงานสำคัญเร่งด่วน ข้าจึงจำเป็นต้องรีบกลับไปในทันที"


     


                    "อืม ไปเถอะ" ประมุขซือไฉรับรู้อยู่แล้วว่าจื่อเจียงร่ำรวย และน่าจะมีพาหนะส่วนตัวมาด้วย ดังนั้นจื่อเจียงจะกลับเมื่อไหร่ก็ย่อมทำได้โดยไม่ต้องอยู่รอโดยสารเรือลมปราณเก่า ๆ ของตัวเอง แต่หลังจากที่มันอนุญาตให้จื่อเจียงกลับไปยังเมืองหยกม่วงก่อนกำหนดแล้ว ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะง่วงเหงาหาวนอน เพราะสองสามวันมานี้มีแต่เรื่องตื่นเต้นและน่ายินดีสำหรับมัน ที่ปีนี้ศิษย์ของสำนักมังกรฟ้าล้วนทำผลงานได้อย่างน่าตื่นตะลึง และที่เยี่ยมไปกว่านั้นก็คือผู้ที่ผ่านเข้ารอบ 32 คนสุดท้ายในวันพรุ่งนี้คือหนึ่งในศิษย์สายตรงของมัน...จิวซิน


     


                    ทำให้ค่ำคืนนี้ประมุขซือไฉอารมณ์ดียิ่งนัก ออกมาสูดอากาศยืนรับลมโชยเย็นบริเวณระเบียงห้องพักผ่อนของมัน แต่แล้วสายตาพลันเหลือบไปเห็นนาวาเทวะอันเป็นสมบัติของสำนักมังกรเทวะ ซึ่งเป็นที่น่าสงสัยว่าทำไมมันถึงออกเดินทางในยามวิกาลเช่นนี้ จนต้องเบิกตามองดูให้ชัดแจ้งขึ้น ก็พบว่าที่ข้างนาวาสลักตัวอักษร...จู ซึ่งเป็นเครื่องหมายยืนยันศักดิ์ฐานะของนาวาเทวะลำนี้ แต่สิ่งที่ทำให้ประมุขซือไฉอ้าปากค้างกับสิ่งที่พบหาใช่ความสวยงาม ความหรูหรา หรือแม้แต่ความว่องไวของนาวาเทวะ แต่เป็นผู้คนที่คุ้นตาซึ่งโดยสารไปกับนาวาเทวะลำนี้...จื่อเจียง


    .


    .


                    เช้าวันรุ่งขึ้นประมุขซือไฉก็แจ้งเรื่องที่จื่อเจียงขอตัวกลับไปก่อน แต่ไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องที่จื่อเจียงโดยสารนาวาเทวะแต่อย่างใด เพียงบอกว่าจื่อเจียงมาขออนุญาตตนเองเพราะมีธุระด่วน ทำให้จื่อฮุยเกิดความสงสัยขึ้น จึงได้ปรึกษากับเสวี่ยหมิง แต่เพราะยันต์สื่อสารที่มีอยู่ไม่สามารถติดต่อเป็นระยะทางไกลได้ขนาดที่ส่งไปถึงเมืองหยกม่วง ทำให้จื่อฮุยและเสวี่ยหมิงไม่อาจติดต่อไปยังจื่อเจิ้งผู้เป็นบิดาให้ช่วยจับตาดูการเคลื่อนไหวของจื่อเจียงที่กลับไปก่อน เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้น แต่เมื่อไม่สามารถติดต่อกันได้ทั้งคู่จึงจำต้องเก็บความสงสัยและกังวลใจเอาไว้กับตัว


     


                    "การประลองวันนี้ขอให้พวกเจ้าทั้งสองอย่าได้กังวลใจไป เพียงแค่พวกเจ้าสามารถผ่านเข้ามาสู่รอบนี้ได้ ข้าซือไฉก็รู้สึกภูมิใจและดีใจจนไม่อาจจะบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้หมด เพียงแต่..." ประมุขซือไฉนิ่งเงียบไป "ข้าขอเพียงพวกเจ้าคนใดคนหนึ่งช่วยทำอันดับให้ดีกว่าศิษย์จากสำนักมังกรปฐพี ซึ่งหากทำได้ข้าก็คงจะมีความสุขยิ่งกว่านี้อีกหลายเท่านัก" เอ่ยจบประมุขซือไฉก็เดินหัวเราะร่านำหน้าเหล่าศิษย์ของสำนักมังกรฟ้าตรงไปยังสำนักมังกรเทวะ


    คล้ายกับเรื่องเนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน