แต่เราไม่เชื่อที่ซิ่นปิงบอกว่าหุบเขาจันทร์ดับเป็นแค่หุบเขาสีดำธรรมดา ฉันจึงถามซิ่นปิงว่า ที่หุบเขาจันทร์ดับมีหน้าผาสูง และมีต้นท้อขึ้นบนนั้นด้วยใช่มั้ย เพราะฉันเคยเห็นภาพในตำราหมื่นบุปผา แต่ซิ่นปิงเอาแต่พูดว่าไม่รู้ๆแล้วทำท่าจะเดินหนี
ลี่ถังจึงพูดกับฉันดังๆว่าเราไปพบลุงสุ่ยบอกเรื่องที่ซิ่นปิงไปเที่ยวหอนางโลมกันดีกว่า ซิ่นปิงจึงหยุดเดินแล้วหันหน้ากลับมาหาเราด้วยสีหน้าหงุดหงิดลำบากใจ จึงตอบในเรื่องที่เราถาม
ซิ่นปิง : ก็ได้ๆ เลิกใส่ความข้าสักที ข้าจะตอบเท่าที่ข้ารู้ก็แล้วกัน ในหุบเขามีหน้าผาและมีต้นท้อขึ้นอยู่
เฝิ่นลู่ : แล้วมีอะไรอีก เล่ามาให้หมด!
ซิ่นปิง : องค์ชายสี่แห่งราชวงศ์รุ่ยเคยเข้าไปในหุบเขาจันทร์ดับ เขาเอาของสำคัญบางอย่างเข้าไปซ่อนไว้ในหุบเขา
มี่จื่อ : แล้วของสิ่งนั้นมันคืออะไรล่ะ?
ซิ่นปิง : ข้าไม่รู้ ต่อให้เจ้าไปฟ้องพ่อเรื่องที่ข้าเข้าไปในหอนางโลม ข้าก็ยอมเพราะข้าไม่รู้จริงๆว่าของสิ่งนั้นคืออะไร?
ลี่ถัง : องค์ชายสี่เข้าไปทำอะไรที่หุบเขาจันทร์ดับ?
ซิ่นปิงจึงเล่าให้เราฟังว่า เมื่อครั้งนั้นองค์ชายสี่กับท่านเฟิงหย่า เดินหลงเข้ามาในหมู่บ้าน แม่เฒ่าและคนในหมู่บ้านจึงให้การต้อนรับ คนทั้งสองเป็นมิตรสหายรักกัน และหลงรักผู้หญิงคนเดียวกันคือ ฟางเหนียน ผู้เป็นธิดาเหม่ยเตี๋ย แต่ฟางเหนียนรักท่านเฟิงหย่า ทำให้องค์ชายสี่กับท่านเฟิงหย่าผิดใจกัน แทบจะตัดขาดความสัมพันธ์เป็นมิตรสหาย
แต่องค์ชายสี่เห็นแก่เคยเป็นมิตรสหายรัก จึงช่วยพาท่านเฟิงหย่ากับฟางเหนียนหนีออกไปจากหมู่บ้าน ไปครองคู่กันและเปิดสำนักเฟิงเจี๋ยสร้างชื่อเสียงขจรไกล แต่แล้วอยู่มาวันหนึ่ง องค์ชายสี่แอบกลับเข้ามาในหมู่บ้านเพียงคนเดียวและไปพบกับแม่เฒ่า
จากนั้นองค์ชายสี่ก็เดินทางเข้าไปในหุบเขาจันทร์ดับ หายไปนานหลายวัน และกลับออกมาในคืนวันพระจันทร์เต็มดวง จากนั้นองค์ชายสี่ก็กลับออกไปจากหมู่บ้าน ไม่เคยหวนกลับมาที่หมู่บ้านไม้ดำอีก นับตั้งแต่นั้นหมู่บ้านไม้ดำก็ไม่ต้อนรับใครอีกเลย
เมื่อเล่าจบซิ่นปิงก็ยืนยันกับเราว่าเขารู้เรื่องขององค์ชายสี่กับท่านเฟิงหย่าเพียงแค่นี้จริงๆ ถ้าเราอยากรู้เรื่องมากกว่านี้ต้องไปถามแม่เฒ่า ลี่ถังจึงถามซิ่นปิงถึงอายุของแม่เฒ่าว่าอายุเท่าไหร่ เหตุใดจึงมีอายุยืนยาวขนาดนั้นอีกทั้งยังดูแข็งแรงเดินเหินคล่อง
ซิ่นปิงตอบว่าไม่มีใครรู้อายุของแม่เฒ่า รู้แต่ว่าตั้งแต่เขาเกิดมาก็เห็นแม่เฒ่าแก่แบบนี้แล้ว จนกระทั่งเขาโตเป็นหนุ่ม ก็ยังเห็นแม่เฒ่าแก่เท่าเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง อีกทั้งแม่เฒ่ามักขลุกตัวอยู่แต่ในเรือน จะออกจากเรือนเฉพาะแค่มีธุระหรือมีเรื่องสำคัญเท่านั้น ลี่ถังจึงบอกกับเราว่าเห็นทีต้องไปถามเรื่องนี้กับแม่เฒ่าเสียแล้ว
เราสามสาวเดินแยกกับซิ่นปิงกลับเรือนที่พัก เพื่อไปหาผู้นำทัพนำหน้าไปพบกับแม่เฒ่า ซึ่งก็คงเป็นใครไม่ได้นอกจากท่านอ๋องหก และช่วงระหว่างรอคนนำอาหารเช้ามาส่งที่เรือน ลี่ถังจึงเล่าเรื่องที่เราได้ฟังมาจากซิ่นปิงให้ทุกคนฟัง
ท่านอ๋องหกจึงหยิบแผนที่ฉบับหนึ่งออกมา แล้วพูดติดตลกว่าเขาเองก็เป็นคนรอบคอบไม่แพ้เหยียนเหล่ย พกแผนที่หุบเขาจันทร์ดับติดตัวมาด้วย ตราบใดที่เขายังรู้ไม่แน่ชัดว่าที่หุบเขาจันทร์ดับมีอะไร ท่านอ๋องก็ปล่อยวางแผนที่ไม่ลง และจะไปสอบถามแม่เฒ่าเรื่องแผนที่ฉบับนี้
หลังกินอาหารเช้าเสร็จเราพวกเด็กๆเริ่มฝึกซ้อมเล่นดนตรีกันต่อ ส่วนท่านอ๋องหก เหยียนเหล่ย หลี่จวิน และลี่ถังเดินไปที่เรือนของลุงสุ่ยผู้นำหมู่บ้าน เพื่อขอพบกับแม่เฒ่า ซึ่งแม่เฒ่าก็ยอมออกมาพบกับคนทั้งสี่โดยง่าย
ท่านอ๋องจึงหยิบแผนที่หุบเขาจันทร์ดับออกมาให้แม่เฒ่าดู เป็นการยืนยันว่าท่านอ๋องไม่ได้อยากสอดรู้สอดเห็นเรื่องหุบเขาจันทร์ดับ เพียงเพราะเรื่องสมบัติที่เคยได้ยินมา แต่เป็นเพราะเขามีแผนที่ฉบับจริง อีกทั้งยังเกี่ยวข้องกับอดีตองค์ชายสี่แห่งราชวงศ์รุ่ย ท่านอ๋องจึงถามแม่เฒ่าว่า องค์ชายสี่นำสิ่งใดไปซ่อนในหุบเขาจันทร์ดับ แม่เฒ่าจึงพูดขึ้นว่า
แม่เฒ่า : ข้าคิดไว้อยู่แล้ว ว่าท่านอ๋องจะต้องมาถามข้าเรื่องนี้ เพราะซิ่นปิงเพิ่งมาสารภาพและเล่าเรื่องทั้งหมดให้ข้าฟัง ท่านอ๋อง! ถ้าท่านรู้ว่าของที่อยู่ในหุบเขาคืออะไร ท่านจะเข้าไปนำมันออกมารึ?
อ๋องหก : ในเมื่อองค์ชายสี่ทำแผนที่ขึ้นมา แสดงว่ามีเจตนาให้เราเข้าไปเอาของที่เก็บซ่อนไว้ ข้ามั่นใจว่าองค์ชายสี่ต้องนำตำรากับกระบี่มังกรสายลมไปซ่อนไว้ที่นั่นใช่หรือไม่?
แม่เฒ่าตอบว่าองค์ชายสี่นำตำรากับกระบี่มังกรสายลมไปเก็บซ่อนไว้ที่หุบเขาจันทร์ดับจริง แต่แผนที่สร้างขึ้นมาไม่ใช่ให้เข้าไปตามหาตำรากับกระบี่ แต่สร้างขึ้นมาเพื่อให้นำตำราหมื่นบุปผาเข้าไปเก็บซ่อนไว้ด้วยกัน แม่เฒ่าจึงเล่าเรื่องราวให้ฟังว่า
เมื่อครั้งที่ฟางเหนียนและเฟิงหย่าเสียชีวิตลง องค์ชายสี่เคยรับปากกับเฟิงหย่าว่าจะนำตำราหมื่นบุปผาและตำรามังกรสายลมกับกระบี่ไปเก็บซ่อนไว้ด้วยกันอย่างสงบที่หุบเขาจันทร์ดับ ซึ่งตอนนั้นแม่เฒ่าเองก็มิได้ขัดขวาง
เพราะองค์ชายสี่นำมาเพียงตำราวิชามังกรสายลมกับกระบี่เท่านั้น ส่วนตำราหมื่นบุปผาองค์ชายสี่ไม่ได้นำมาด้วย เพราะยังคงอาลัยอาวรณ์รักที่มีต่อฟางเหนียนเพียงฝ่ายเดียว จึงเก็บตำราหมื่นบุปผาไว้กับตน
แต่เวลาผ่านไปเพียงไม่กี่ปีองค์ชายสี่ก็ล้มป่วยลง จึงได้ทำแผนที่หุบเขาจันทร์ดับขึ้นอย่างลับๆเพื่อให้ผู้มีตำราหมื่นบุปผานำตำรากลับไปวางเคียงคู่กับตำราและกระบี่ของเฟิงหย่าในหุบเขาจันทร์ดับ ซึ่งในเวลาต่อมาองค์ชายสี่ก็สิ้นพระชนม์
แม่เฒ่ายังกล่าวอีกว่า แต่การจะเข้าไปในหุบเขาจันทร์ดับมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะที่นั่นมีเสือนิลภูเขาหิวกระหายรอฝังคมเขี้ยวกัดกินผู้บุกรุกเข้าไปในภูเขา ต่อให้มีวิชาเก่งแค่ไหนก็ยากจะรับมือ เพราะเสือนิลภูเขามีชีวิตเป็นอมตะ กินความมืดมิดเป็นอาหาร จึงมีชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องกินน้ำกินอาหารและไม่ต้องหลับนอน
ถ้ามีมนุษย์บุกรุกเข้าไปในหุบเขา เสือนิลภูเขามันจะไล่ล่าผู้บุกรุก จนกว่าผู้บุกรุกจะถูกฆ่าและถูกจับกินจนหมด มันไล่ล่าได้ทั้งวันทั้งคืนโดยไม่หลับไม่นอน เป็นเสือดำทมึนที่แข็งแกร่งและดุร้ายกระหายหิว แม้กระทั่งแม่เฒ่ายังไม่กล้าไปยุ่งกับมัน เหยียนเหล่ยจึงถามแม่เฒ่าว่า
เหยียนเหล่ย : องค์ชายสี่รอดชีวิตกลับออกมาได้อย่างไร?
แม่เฒ่า : ข้าให้ท้อสวรรค์กับเขาไปผลหนึ่ง แต่ทุกอย่างย่อมมีการแลกเปลี่ยน พวกเจ้าก็คิดเอาเองเถอะ! ว่าข้ามีอายุยืนยาวจนถึงป่านนี้ได้ยังไง
หลี่จวิน : แลกเปลี่ยนด้วยอายุขัยขององค์ชายสี่รึ?!!
แม่เฒ่าหัวเราะเบาๆในลำคอ และพูดว่าถ้าพวกเรา อยากจะเข้าไปในหุบเขาจันทร์ดับแม่เฒ่าจะไม่ห้ามเลย แต่ถ้าต้องการจะให้แม่เฒ่าช่วย ก็จำเป็นต้องมีของมาแลกเปลี่ยน หลี่จวินจึงพูดด้วยอารมณ์ไม่พอใจว่า แม่เฒ่าโหดร้ายเกินไปแลกเปลี่ยนลูกท้อสวรรค์ด้วยอายุขัยของคน ใครจะยอมแลกเปลี่ยนด้วยได้ มีแต่คนโง่ที่ทำแบบนั้น
ครั้งนี้แม่เฒ่าหัวเราะออกมาเสียงดัง แล้วพูดว่าหลี่จวินพูดถูกที่มีแต่คนโง่เท่านั้นที่ยอมทำแบบนั้น ดั่งเช่นองค์ชายสี่ที่บูชาความรักความสัมพันธ์แต่ไม่รักชีวิตตัวเอง แล้วแม่เฒ่าก็เปลี่ยนสีหน้าพูดตัดพ้อตัวเองว่า ตนเองก็เช่นกันเพราะตนเองรักชีวิตผูกชีวิตยึดติดไว้กับหมู่บ้านและลูกหลานชนเผ่าไม้ดำ
จนกระทั่งถึงวันนี้ต้องมาทนเห็นลูกหลานในหมู่บ้าน อยู่กันยากลำบากขึ้นทุกที เพราะผลผลิตพืชพันธ์ธัญญาหารในหมู่บ้านเริ่มลดน้อยลงทุกปี ทุกวันนี้แม่เฒ่ายังถามตัวเองอยู่ว่าจะมีชีวิตอยู่ยืนยาวไปเพื่ออะไร ถ้าช่วยเหลือให้ลูกหลานในหมู่บ้านอยู่ดีมีสุขไม่ได้ ซึ่งตอนนี้แม่เฒ่าก็ไม่ได้อยากมีชีวิตยืนยาวไปมากกว่านี้อีกแล้ว ถ้าหมู่บ้านกลับมาอุดมสมบูรณ์ปกติสุขเหมือนเดิมแม่เฒ่าก็จะปล่อยวางสักที
แม่เฒ่าจึงเสนอข้อแลกเปลี่ยนกับท่านอ๋องว่า จะยอมปล่อยพวกเราทุกคนออกไปจากหมู่บ้าน แต่มีข้อแลกเปลี่ยนว่าฉันต้องทำให้ต้นท้อสวรรค์ออกผล และต้องคืนพลังหมื่นบุปผาสู่ตำรา ต้องมอบตำราคืนให้หมู่บ้านไม้ดำ ส่วนตำราวิชามังกรสายลมกับกระบี่ถ้าท่านอ๋องหกต้องการก็เอาไป
และถ้าท่านอ๋องยอมรับข้อตกลง แม่เฒ่าจะมอบท้อสวรรค์ที่เหลืออยู่เพียงลูกเดียวให้ท่านอ๋องนำไปให้เสือนิลภูเขากินคลายหิว เสือดำจะหยุดไล่ล่าเพียงแค่ครึ่งชั่วยาม ดังนั้นจึงต้องกลับออกมาให้ทันก่อนที่เสือนิลภูเขาจะหิวและออกไล่ล่าอีกครั้ง
ลี่ถังที่เริ่มมีจิตใจอ่อนไหวกับเรื่องราวความรักสามเส้าขององค์ชายสี่ จึงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงรู้สึกเศร้าและเห็นอกเห็นใจว่า ความปรารถนาของบุคคลทั้งสามก่อนตายคือต้องการให้ตำราวิชาทั้งสองเล่มและกระบี่ได้อยู่เคียงคู่กัน แต่พวกเรายังคิดจะแยกของสามสิ่งนั้นอีกครั้งหรือ
แม่เฒ่าจึงตอบด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวทันทีว่า แม่เฒ่าไม่สนใจเรื่องของคนที่ตายไปนานแล้ว แต่สนใจเรื่องปากท้องของลูกหลานที่ยังมีชีวิตอยู่ในหมู่บ้านไม้ดำเท่านั้น เพราะคนในหมู่บ้านกำลังจะอดตายที่ผลผลิตพืชพันธ์ธัญญาหารในหมู่บ้านเริ่มลดน้อยลงทุกปี
จากนั้นแม่เฒ่าจึงหันหน้ามาพูดกับท่านอ๋องว่าให้ตัดสินใจเอา เพราะถ้าพลังหมื่นบุปผาที่อยู่ในตัวฉัน ยังทำให้ต้นท้อออกผลไม่ได้ และยังไม่ค่นพลังให้หมู่บ้าน ยังไงทุกคนก็ต้องอยู่ที่นี่
ท่านอ๋องจึงตอบตกลงรับข้อเสนอของแม่เฒ่า พร้อมกับรับปากว่าจะทำในสิ่งที่แม่เฒ่าต้องการให้เป็นจริงให้ได้ และในคืนจันทร์ดับท่านอ๋องจะมารับท้อสวรรค์เพื่อจะเข้าไปนำตำรากับกระบี่มังกรสายลมออกมา จากนั้นทุกคนจึงเดินออกจากเรือนของลุงสุ่ย