บทที่14 ความห่วงใยจอมปลอม
รถแล่นเข้ามาจอดบริเวณลานหน้าบ้านจันทร์ประดับ เด็กหนุ่มลงจากรถด้วยขาสั่นเทา มองแผ่นหลังคนตัวโตที่กำลังเดินออกไป
“อาภพ~” คำเรียกชื่อเบาหวิวกลับดังไปไม่ถึงใครบางคนที่เดินนำออกไปแล้ว
“ว๊ายยย!!!! คุณหนูของน้อย” น้อยที่ยืนถือร่มมารอรับธนวินรีบวิ่งมาทันใด หญิงสูงวัยกรี๊ดลั่นเมื่อเห็นธนวินท์ล้มลงกับพื้นต่อหน้าต่อตาแบบนั่นมือหยาบกร้านทำร่มหลุดมือไม่สนใจจะเก็บพุ่งตัวเข้าหาทันที
ด้านติณภพเขาหยุดเท้าลงกระทันหันสองมือกำเข้าหากันจนแน่น ท่ามกลางสายฝน เขาไม่ได้อยากหันกลับไปหาเด็กคนนั่นที่เขาเกลียดเลยด้วยซ้ำ หากใจเขายังคงมีด้านที่ดีอยู่บ้างเพียงแค่คำว่าบุญคุณต้องทดแทน แสงจันทร์คงเปรียบเหมือนผู้มีพระคุณใหญ่หลวงที่ชุดชีวิตเด็กหนุ่มกำพร้าขึ้นมาจากโครนตม ให้มีชีวิตใหม่ให้เขามีทุกวันนี้ได้เพราะแสงจันทร์
“คุณภพค่ะ!! ช่วยด้วยค่ะคุณหนูเป็ลม! ช่วยด้วย!!!” เสียงน้อยร้องลั่นให้ช่วยอยู่ครู่หนึ่ง จนกนกคนขับรถพวงตำแหน่งคนส่วนของบ้านที่อยู่แถวนั่นพอดีได้ยินเข้าจึงรีบวิ่งออกมาดู ชายแก่วิ่งฝ่าสายฝนผ่านหน้าติณภพไปก่อนจะชายตามองชายหนุ่มด้วยสายตาสงสัยแต่ก็ไม่ได้เอ๊ะใจอะไรมากนัก ด้วยเพราะความเป็ห่วงคุณหนูของบ้านมากกว่า
สองมือเหี่ยวของกนกช้อนเด็กหนุ่มขึ้นอุ้มทันทีที่ไปถึง น้อยรีบไปคว้าร่มมาถือกางให้กันฝนทันที
“เอามาให้ผมเองครับลุง”
“ครับคุณภพ” เด็กตัวขาวจนซีดเสี่ยวตอนนี้ถูกติณภพรับมาอุ้มไว้แนบอก สองขาก้าวยาวๆ เข้ามาในตัวบ้าน
“พาขึ้นข้างบนเลยดีกว่าค่ะคุณภพ” น้อยที่วิ่งตามมาติดๆ รีบร้องบอก ติณภพเองเห็นใบหน้าซีดเสียวไร้สีเืของเด็กหนุ่มก็เกิดรู้สึกผิดขึ้นมาบ้าง แต่มันก็แค่เพียงเศษเสี่ยวของความรู้สึกเท่านั่น ชายหนุ่มหยุดยื่นอยู่หน้าทางแยกระหว่างทางไปห้องนอนของตัวเองที่อยู่แรกซ้ายมือ กับห้องนอนของเด็กหนุ่มที่อยู่ขวามือของบ้าน หากมันคั่นตรงกลางด้วยห้องของแสงจันทร์
“มีอะไรเหรอค่ะคุณภพ” น้อยถามขึ้นร้อนรนเมื่อเห็นชายหนุ่มหยุดยืนอยู่นานแล้ว เขาไม่ได้อยากคิดเยอะให้วุ่นวายสองขาพาร่างเด็กหนุ่มเดินไปทางปีกซ้ายของบ้านทันที โดยมีน้อยวิ่งตามมาเปิดประตูให้ ร่างเล็กถูกวางลงบนเตียงกว้าง น้อยรีบเข้ามาช่วยถอดรองเท้าชุดสูทให้ทันที ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่น เมื่อน้อยหันมองมาที่เขา
“คุณภพค่ะช่วยป้าถอดชุดให้คุณหนูทีค่ะ เดียวป้าจะไปเอาชุดที่ห้องคุณหนูมาเปลี่ยนให้” ชายหนุ่มพยักหน้ามองน้อยที่เดินออกไปแล้วเขาก็เดินไปคว้าผ้าเช็ดตัวมาวางบนเตียงนอนแล้วจัดการถอดเสื้อผ้าให้เด็กหนุ่ม กระชากออกทิ้งลงข้างเตียงจนเหลือแต่เพียงแค่กางเกงในตัวจิ๋วสีขาวล้วน เขาโอบประคองเด็กหนุ่มให้นอนลงไปที่เดิม คว้าผ้าเช็ดตัวที่หยิบมาเมื่อกี่มาพันไว้รอบเอวบางอย่างทุลักทุเล มือใหญ่คลืบคลานเข้ามาในร่มผ้าลากผ่านต้นขาอ่อนเข้ามาจนถึงกางเกงในตัวจิ๋ว เขาใช้นิ่วชี้คว้าเกี่ยวรั่งขอบกางเกงในตัวขาวให้หลุดออกมาจนพ้นไปจากปลายเท้าทั้งสองของเด็กหนุ่ม
ผ้าปูที่นอนเขาตอนนี้เปียกไปด้วยน้ำ สองมือใหญ่หยิบชุดที่เขาเพิ่งเขวี้ยงลงพื้นรวมทั้งกางเกงในตัวจิ๋วขึ้นมาพาไปโยนลงในตะกร้าเดียวกันกับเขา ติณภพยืนมองตะกร้าใบโตอยู่อึดใจก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไปเงียบๆ ไม่ใยดีต่อเด็กตัวขาวบนเตียงเลยสักนิด
ชายหนุ่มเดินออกมาจากห้องน้ำอีกครั้งในชุดคลุมอ่าบน้ำ โดยมีน้อยนั่งเฝ้าเด็กหนุ่มอยู่ข้างเตียง พร้อมกับเด็กรับใช้อีกสองคน หลังเช็ดตัวป้อนข้าวป้อนยาให้เด็กหนุ่มเรียบร้อยแล้ว
“คุณภพ ช่วยอุ้มคุณหนูขึ้นจากเตียงหน่อยค่ะป้าจะให้เด็กปูที่นอนใหม่ให้” ติณภพละสายตาจากเด็กหนุ่มมองไปยังผ้าปูที่นอนผื่นใหม่ เขาเดินไปอุ้มร่างเล็กที่เริ่มจับไข้ขึ้นจากเตียง สองขาพาตัวเองไปนั่งลงบนโซฟาโดยมีธนวินท์หลับไหล่อยู่บนตัก เด็กตัวขาวขยับตัวเข้าหาไออุ่นแนบหน้าเข้ากับอกเขา
ส่วนน้อยและแม่บ้านอีกคนช่วยกันปูที่นอนผื่นใหม่ไม่ถึงห้าทีทุกอย่างก็เรียบร้อย
ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเขากระชับอ้อมกอดค่อยๆ วางร่างเล็กลงบนเตียงกว้างแล้วดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างให้จนถึงคอ
“เดี่ยวป้าลงไปเตรียมอาหารให้คุณท่าน คุณภพจะทานข้างบนนี้เลยไหมค่ะ ป้าจะให้เด็กยกขึ้นมาให้”
“ไม่ละครับ เดียวผมลงไปทานข้าวกับคุณท่านเอง”
“อ่อ คุณหนูวินป้าป้อนข้าวป้อนยาและเช็ดตัวไปแล้วค่ะคุณภพ แต่ถ้าตัวยังร้อนอยู่อีกก็ให้เด็กไปตามได้เลยค่ะ”
“ครับ”
“งั่นฝากคุณหนูด้วยนะค่ะคุณภพเดียวป้ามา” ชายหนุ่มเพียงพยักหน้าให้ ก่อนที่หญิงสูงวัยและคนงานคนอื่นๆ จะพากันเดินออกไปจากห้อง
“สำออย!” พูดแล้วทิ้งตัวนั่งลงบนเตียงข้างๆ เด็กหนุ่ม ติณภพขมวดคิ้วมุ่นตามเด็กหนุ่ม นิ้วชี้แตะลงบนรอยย่นที่ขมวดมุ่นเป็ปม ค่อยๆ คลึงมันเบาๆ ให้คลายออก มือใหญ่ละลงมาเรื่อยๆ จนถึงปลายคางเขาบีบจนปากอิ่มยู่ออก
“เด็กบ้า!” ’ ทำฉันหงุดหงิดได้ตลอดเวลาจริงๆ’
“ฮึก! อาภพ~” เสียงละเมิอสะอื่นไห้ของธนวินท์ทำชายหนุ่มแทบหยุดหายใจ เขาค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกมาช้าๆ ไม่อยากขยับตัวจนทำคนหลับตื่น จากนั่นจึงค่อยๆ ลุกขึ้นมาจากเตียงออกไป
“หึ!”
18:30 น.
ชายหนุ่มในชุดนอนใส่สบายเสื้อยืดสีขาวพอดีตัวกับกางเกงนอนขายาว บนใบหน้าคมมีแว่นสายตาส่วมอยู่ ติณภพกำลังนั่งอ่านหนังสือฆ่าเวลาเฝ้าไข้เด็กหนุ่มตามที่น้อยได้ขอร้องเอาไว้ เขาบอกตัวเองแบบนั่น ‘ช่างเป็วันเข้าห่อที่น่าปวดหัวจริงๆ’ เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมารับสายค่อยๆ เอนหลังพิงพนังเก้าอี้อย่างผ่อนคลาย หลังจากที่เคร่งเครียดมาทั้งวัน
“ครับเกรซ”
‘วันนี้คุณจะเข้ามาหาเกรซไหมค่ะ’
“ครับ วันนี้คงไม่ได้ไปหา ผมว่างอีกทีอาทิตย์หน้าครับ”
‘ค่ะ เกรซเข้าใจคุณค่ะภพ เอาไว้เจอกันนะค่ะภพ … อ่อ คุณก็อย่าใจร้ายกับน้องวินนักนะค่ะ เกรซสงสารแกค่ะ’ ชายหนุ่มเอนหลังพิงพนังเก้าอีกหมุ่นตัวไปทางเด็กหนุ่มบนเตียง ก่อนจะพบเข้ากับสายตาคู่นั่นที่มองมาที่เขาอยู่ก่อนแล้ว
“หึหึ!! ….แล้วจะโทรไปครับแค่นี้ก่อนนะ”
“เป็ยังไงบ้าง” เขาวางสายจากหญิงสายคู่นอน แล้ววางโทรศัพท์มือถือลงบนโต๊ะทำงาน มือสองข้างประสานกันไว้ใต้คางก่อนจะถามเด็กหนุ่มที่เพิ่งตื่นจากการหลับไหล่มาหลายชั่งโมง หากแต่ไม่มีเสียงตอบกลับมาให้ได้ยิน แต่ธนวินท์กลับขยับพลิกตัวหันหลังให้เขาแทน ชายหนุ่มถอนหายใจผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินเข้าหาเด็กหนุ่มทันที มือใหญ่กระชากแขนเรียวให้หันกลับมามองกัน
“ฉันถามไม่ได้ยินหรือไง?” เขาเน้นเสียงพูดรอดไรฟัน
“ได้ยิน แต่ยังไม่อยากตอบ ปล่อยเถอะคับ!” เด็กหนุ่มแงะงัดแกะมือใหญ่ให้ปล่อยจากแขนของตน แต่ไม่เป็ผล
“ปล่อยๆ!”
“ไม่ปล่อย!” เขาปฏิเสธคำขอทันที่เมื่อเกิดนึกสนุกอยากแกล้งคนป่วยขึ้นมาซ๊ะงั่น ใบหน้าหล่อเหล่าขยับเข้ามาจนใกล้เกือบชิดใบหน้าคนป่วย มองเด็กหนุ่มผ่านเลนส์แว่นสายตา ลมหายใจอุ่นร้อนๆ เปารดต้นคอขาว ทำเด็กหนุ่มขนลุกซู่หายใจติดขัดเอียงหน้าหลบก็ยิ่งเปิดทางให้ติณภพเข้ามาแนบชิด
“ปล่อยนะ! งือ~”
“กลัวเหรอ”
“อย่าแกล้ง ไหนว่าไม่ชอบกันไง อย่าทำแบบนี้ซิ”
“หึ!”
“ก็อกๆๆ!!!” หากแต่เสียงเคาะประตูห้องกลับหยุดทุกอย่างลงทันที ติณภพเดินไปเปิดประตูห้องจนอ้าออกจนกว้าง
“ข้าวต้มร้อนๆ มาแล้วค่ะคุณหนู” เด็กรับใช้ในบ้านนำอาหารขึ้นมาเสิร์ฟ น้อยเองก็ตามขึ้นมาด้วย เด็กหนุ่มใจชื่นขึ้นมาเมื่อเห็นน้อย สายตามองน้อยอย่าง้าความช่วยเหลือ ทุกอย่างตกอยู่ในสายตาของติณภพหมด สายตาเหยี่ยวสีนิลเข้มมีประกายบางอย่างมองเด็กหนุ่มตัวขาว ธนวินท์เองก็มองติณภพอย่างไม่ไว้ใจนักว่าชาย หนุ่มกำลังคิดจะทำอะไร
“ป้าน้อยคับ~” มือเล็กจับข้อมือของหญิงสูงวัยไว้ไม่ปล่อย
“โถ่คุณหนูมาค่ะเดียวป้าน้อยป้อนข้าวให้เองนะค่ะ” เด็กหนุ่มพยักหน้าดีใจที่ไม่ต้องอยู่กับติณภพสองคนเพราะตอนนี้หัวใจเขาอ่อนแอเกินกว่าจะสู้รบตบมือกับติณภพได้ไหว
“ไม่เป็ไรครับป้าน้อย ผมขอดูแลหนูวินเองดีกว่าครับ ป้าไปพักเถอะ” เขาพูดขนาดนี้มีหรือน้อยจะกล้าอยู่ต่อ คนสูงวัยดีใจด้วยซ้ำที่ได้ยินติณภพพูดบอกว่าจะดูแลคุณหนูของตนด้วยตัวเอง แต่ธนวินท์กลับไม่คิดแบบนั่นเขารู้ดีว่าติณภพไม่มีทางจะใจดีกับเขาง่ายๆ ในเมื่อต่างก็เพิ่งทะเลาะกันไป
ติณภพตามมานั่งลงข้างเตียง ชายหนุ่มยกถาดข้าวต้มมาถือ พรางตักแล้วนำมาเป่าไอความร้อนออกไปจากช้อน
“อ้าปากครับหนูวิน” เด็กหนุ่มกัดฟันกรอดแต่เพราะยังมีน้อยยืนอยู่จึงต้องทำตามอย่างว่าง่าย
“งั่นน้อยไปก่อนนะค่ะคุณหนู” หญิงสูงวัยกับเด็กรับใช้เดินออกไปจากห้องนอนแล้ว ชายหนุ่มก็วางถ้วยข้าวต้มลงบนโต๊ะข้างเตียงไว้เหมือนเดิม
“มือก็มี ไม่ได้เป็ง้อยนิ ทานเองไม่เป็หรือไง” หากแต่ธนวินท์ไม่ได้แปลกใจสักนิด สิ่งที่ติณภพทำเขาพอมองออกอยู่แล้ว ธนวินท์ขยับตัวลุกขึ้นนั่งให้ถนัด หยิบทั้งถาดข้าวต้มมาวางไว้บนตัก แล้วตักกินอย่างว่าง่าย ไม่มีเสียงต่อปากต่อคำกับชายหนุ่มอีก ติณภพเห็นแบบนั่นก็ได้แต่กัดฟันกรอดอกหน้านิ่ง
“นี่!” เสียงขัดใจของชายหนุ่มอายุเข้าวัยสามสิบเจ็ดปี ทำธนวินท์เหลือบมองหน้าตาเอาเื่ จนเมื่อชายหนุ่มนั่งลงบนเก้าอี้ทำงานหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านแก้เบื่อเหมือนเดิม ธนวินท์จึงหันมาตักข้าวต้มขึ้นทานอีกครั้ง ต่างคนต่างทำเหมือนไม่สนใจกันและกัน หากแต่ก็ค่อยเหลือบมองกันและกันอยู่บ่อยครั้ง
“แค๊กๆๆ” ทานไปได้อีกไม่กี่คำก็สำลักไอออกมาจนหน้าแดง ติณภพใรีบเข้ามาลูบหลัง หยิบน้ำยื่นให้ดื่ม มือเล็กยกแก้วน้ำขึ้นดื่มทันทีที่รับมาจากมือใหญ่
“เป็ยังไงบ้าง ดีขึ้นหรือยัง” เด็กหนุ่มพยักหน้าให้
“อาภพ~” เด็กหนุ่มเงยหน้าช้อนตามมองคนตัวโต ดวงตาแดงกล่ำจากการสำลักไอจนตัวโยน
“มูมมาม!” แต่ไม่วายยังโดนดุมาอีกจนได้ ถึงจะหน้างองำใส่แต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้สนใจและลุกออกไปนั่งที่โต๊ะทำงานเหมือนเดิม เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เป็แบบนั่นยิ่งทำคนป่วยยิ่งทานอะไรไม่ลง มือเล็กยกถาดอาหารไปวางไว้ที่โต๊ะข้างเตียงเหมือนเดิม คนป่วยค่อยๆ ขยับตัวล้มตัวลงนอนดึงผ้าห่มมาคลุมโป่ง
“เป็อะไรไปอีกล่ะ?”
“ไม่ต้องมายุ่ง หึก~ ไม่ต้องสนใจเลย” ‘เขาเสียใจจนร้องไห้ออกมาแล้ว มันเกินทนแล้วแต่อาภพก็ยังคงนั่งนิ่ง ไอ้คนใจร้าย’ ติณภพได้แต่ถอนหายใจออกมาเท่านั่น เขาเดินมาหยุดที่ข้างเตียงอีกครั้ง พรางส่ายหน้าไปมาเบาๆ’ แสนงอนจริงๆ’
“น้องวินลุกมาทานยาก่อนครับ” มือใหญ่หยิบยาแก้ไข้ไว้ในมือ ทำเด็กหนุ่มค่อยๆ ดึงผ้าห่มลงเล็กน้อย
“มาครับอาช่วยพยุงนะ” เขาลุกขึ้นนั่งอีกครั้งตามแรงดึงของชายหนุ่ม มือใหญ่จ่อยืนเม็ดยาไปบนกลีบปากสีชมพูซีดเด็กหนุ่มอ้าปากแลบลิ้นมาตวัดเม็ดยาเข้าปากพร้อมกับดื่มน้ำที่ชายหนุ่มยกป้อนให้ไปหลายอึก
“น้องวินเป็ยังไงบ้างลูก” แสงจันทร์ที่ยืนมองอยู่ที่หน้าประตูเดินเข้ามาข้างในห้องนอน ชายหนุ่มจึงลุกขึ้นมายืนข้างๆตามมาด้วยสาวใช้ที่เข้ามาเก็บจาน
“คุณยาย หือ~” คนเป็ยายเดินเขามาสวมกอดหลานรักอย่างปลอบโยน
“แล้วทำไมไปโดนฝนกันได้ล่ะน้องวิน ตาภพ”
“ก็ฝนตก น้องวินกลับรถมาไม่ทันคับ” เด็กหนุ่มกอดไปรอบเอวของแสงจันทร์ถูไถศีรษะออดอ้อนคนเป็ยาย
“แล้วนี่ดีขึ้นหรือยัง น้องวินของยายหายหรือยังค่ะ” เด็กหนุ่มสายหน้าช้อนตามองคนเป็ยาย
“ยังไม่หายเลยคับ น้องวินอยากไปนอนกับคุณยาย”
“น้องวินอย่ามาอ้อนยายแบบนี้ซิลูก หนูแต่งงานมีครอบครัวแล้วนะลูก แต่งงานแล้วก็ต้องนอนกับสามีเข้าใจไหม แล้วนี่ก็คืนเข้าหอด้วย” คนเป็ยายถอนหายใจให้กับสองสามีภรรยามาดๆ ที่พากันไปตากฝนมา
“ตาภพยายฝากยัยน้องด้วยนะ” แสงจันทร์อังมือลงบนหน้าพากหลานรัก ก่อนจะหันไปบอกกับติณภพอีกครั้ง แล้วยื่นมือไปให้น้อยที่ตามเข้ามาช่วยพยุงลุกขึ้นจากเตียง
“ครับคุณท่าน”
ชายหนุ่มเดินไปปิดประตูห้องลงล็อกทันที เขาปวดหัวกับเื่วุ่นวายในวันนี้มามากพอแล้ว ตอนนี้เขาอยากนอนเต็มแก่แล้วเพราะพรุ่งนี้ก็ต้องไปทำงานแต่เช้าอีก
“ที่แท้อาก็แค่ทำดีกับน้องวินต่อหน้าคนอื่นเท่านั่น อาทำแบบนี้ทำไมคับ?” เขาถามขึ้นด้วยความเ็ป
“หลังจากนี้ต่อหน้าคุณท่านและคนในบ้าน เราจะเป็สามรภรรยาที่รักกัน แต่หลังจากที่พ้นบ้านหลังนี้ไปแล้วไม่ว่าที่ไหนก็ตามฉันจะเป็แค่อาของเธอเท่านั่น เราจะอยู่กันแบบอาหลานหวังว่าเธอจะเข้าใจ”
“ฮึก~” ‘ผมไม่เข้าใจหร่อก และไม่ได้อยากเข้าใจด้วย’
คืนวันแต่งงานวันแรกของผมจบลงด้วยฐานะอาหลาน คืนนั่นเรานอนอยู่ข้างๆ กันหันหลังให้กัน มีเพียงหมอนใบโตที่กั้นกลางระหว่างกัน ตัวเราใกล้กันแค่เอื้อมหากแต่หัวใจของอาภพกลับอยู่ไกลแสนไกลเกินที่ผมจะเอื้อมถึง