บทที่ 24 อาจารย์ใหญ่ของพวกเราขี่ดาบบินได้แล้วหรือ
"อ๊ากกก! ตายแล้ว!"
ฉินเจว๋ใจนแทบจะะโขึ้นไปกอดเตียงชั้นบน
ใต้ผ้าแดงนั้นมีหัวหมูและขาแกะที่เืยังไหลอาบ รวมถึงไก่ทั้งตัวด้วย
แท้จริงแล้วผ้าแดงสองผืนนั้นก็ไม่ได้เป็สีแดงมาั้แ่แรก แต่เป็ผ้าขาวที่ถูกเืย้อมจนเป็สีแดง
"อย่า อย่าใจร้อน"
ฉินเจว๋รู้ว่าคนฉลาดต้องรู้จักการปรับตัว จึงกลืนน้ำลายด้วยความหวาดกลัวแล้วเจรจาต่อรอง
"ในเมื่อคุณชอบผม ทำไมเราไม่ค่อย ๆ เป็ค่อย ๆ ไปล่ะ? คุณก็รู้ว่าผมเคยถูกผู้ชายแต่งหญิงทำร้ายจิตใจมาก่อน อาจจะต้องใช้เวลาสักหน่อยกว่าจะเปิดใจรับความรักครั้งใหม่ แต่จริง ๆ แล้วผมก็มีใจให้คุณนะ ลองคบกันดูสักพักไหม? ผมว่าความรักระหว่างสองคนกำลังดีเลย ถ้าเป็สามคนอาจจะดู... แออัดไปหน่อย"
สมองของเขาในตอนนี้ก็คิดวิธีถ่วงเวลาอย่างอื่นไม่ออกแล้ว
"ฉันให้หน้าคุณมากเกินไปจริง ๆ"
เฉิงหย่าหนิงแค่นหัวเราะเ็า
"คุณคิดว่าฉันจะยอมทิ้งเขาเพื่อคุณงั้นเหรอ? คุณรู้ไหมว่าเขาตายยังไง? คุณรู้ไหมว่าฉันรอเขามานานแค่ไหน? เทียบกับเขาแล้ว คุณมันคู่ควรด้วยหรือ?"
ฉินเจว๋รู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหน้า ถ้าไม่ได้ก็ไม่ได้สิ ทำไมต้องมาโจมตีเขาด้วย
คนที่จะแย่งชิงร่างก็คุณ คนที่จะให้ิญญาสองดวงอยู่ร่วมร่างเดียวกันก็คุณ ตอนนี้กลับหน้ามือเป็หลังมือเร็วยิ่งกว่าพลิกหนังสือ ผู้หญิงบ้าก็ยังเป็ผู้หญิงบ้าวันยังค่ำ
"แล้วเขาตายยังไงล่ะ?"
ฉินเจว๋้าจะถ่วงเวลา แต่พอพูดออกไปกลับพบว่าลมพายุในห้องหยุดลงทันที ราวกับกลายเป็รูปธรรม ค้างนิ่งอยู่ในห้อง แล้วค่อย ๆ รวมตัวกันเป็หนึ่งเดียว วนเวียนอยู่รอบตัวเฉิงหย่าหนิง
อ่อนโยน เชื่องช้า ราวกับกำลังลูบไล้ปลอบประโลม
"หย่าหนิง จริงๆ แล้วที่เขาพูดมาก็มีเหตุผลนะ"
ในห้องนั้น จู่ ๆ ก็มีเสียงผู้ชายดังขึ้นมา
เสียงนั้นฟังดูเลือนราง แต่กลับชัดเจนอย่างประหลาด
เฮ้ย! บ้าชิบ!
ฉินเจว๋ขาอ่อนแรง เกือบจะทรุดลงไปกองกับพื้น
"ผีเหรอ! มีผีจริง ๆ ด้วย!"
มันคือปีศาจที่หมายปองร่างกายของเขา และพร้อมจะขับิญญาของเขาออกจากร่างได้ทุกเมื่อ!
บ้าชิบ เขาได้รับการศึกษาแบบวัตถุนิยมมากว่ายี่สิบปี แต่จู่ ๆ โลกใบนี้กลับเปลี่ยนไปจนเขาแทบจำไม่ได้!
"คุณอยากไปแล้วเหรอ?"
เฉิงหย่าหนิงพลันะเิความโกรธออกมา
"คุณอยากจะทิ้งฉันแล้วใช่ไหม? แม้แต่คุณก็จะทิ้งฉันไปด้วย! แม้แต่คุณก็ไม่้าฉันแล้วใช่ไหม!"
"ไม่ใช่อย่างนั้น ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกหย่าหนิง ผมจะอยู่เคียงข้างคุณแบบนี้ ผมจะอยู่ข้าง ๆ คุณตลอดไป แต่ผมไม่อยากยืมร่างของคนอื่น พวกเราอยู่แบบนี้ไปเรื่อย ๆ ไม่ดีเหรอ?"
"ไม่ดี!"
เฉิงหย่าหนิงตอบโต้กลับอย่างคลุ้มคลั่ง
"ฉันอยากให้คุณมีร่างกายที่แท้จริง! ฉันอยากให้คุณได้ัักลิ่นหอมของดอกไม้ ได้ลิ้มรสอินทผลัมหวาน ได้รู้สึกถึงความเย็นของแสงจันทร์และความอบอุ่นของแสงอาทิตย์ ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของสี่ฤดู! ฉันไม่อยากให้คุณติดอยู่ในพื้นที่แคบ ๆ ที่มืดมิดไร้แสงตะวันนี้ไปตลอดกาล! ฉันไม่สนว่าร่างกายนั้นจะเป็ของใคร ขอแค่จิติญญาเป็คุณก็พอ! ฉันแค่อยากให้คุณมีชีวิตอยู่เหมือนมนุษย์คนหนึ่ง มีชีวิตอยู่ด้วยกันกับฉัน"
ฉินเจว๋รู้สึกหงุดหงิดมาก!
ทำไมคนโสดอย่างฉันต้องมาเป็เครื่องสังเวยความรักของพวกนายด้วย!
"เครื่องสังเวยพร้อมแล้ว เขาก็จุดธูปเสร็จแล้วด้วย จั้วเยี่ยนตอนนี้แค่เธอเข้าสิงร่างของเขา พวกเราก็จะได้อยู่ด้วยกันตลอดไป จั้วเยี่ยน จั้วเยี่ยน..."
"เวรเอ๊ย!"
ที่แท้ธูปที่เขาจุดเมื่อกี้เป็ธูปสั่งตาย?!
ฉินเจว๋กำลังจะคลุ้มคลั่งแล้ว!
"จั้วเยี่ยน! จั้วเยี่ยนใจเย็น ๆ! พวกคุณได้แยกจากกันระหว่างคนเป็และคนตายแล้ว กฎของโลกมนุษย์และิญญาไม่สามารถทำลายได้ตามใจชอบ พี่สะใภ้ของฉัน พี่สะใภ้ของฉันเป็ปรมาจารย์ ถึงนายจะเข้าร่างฉันก็จะถูกขับออกมา ตอนนั้นไม่ใช่แค่นาย แม้แต่เฉิงหย่าหนิงก็จะพลอยเดือดร้อนไปด้วย นายต้องคิดให้ดี อย่าได้ก้าวพลาดแม้แต่ก้าวเดียว..."
"หุบปาก!"
ขณะที่ฉินเจว๋กำลังพูดจาโอ้อวดอยู่นั้น เฉิงหย่าหนิงก็ยกบางสิ่งขึ้นมาและฟาดลงที่ต้นคอของเขาอย่างแรง
"แค่คุณเข้ามา พวกเราก็จะได้อยู่ด้วยกันตลอดไป ไม่มีใครในโลกนี้จะแก้คำสาปยืมชีวิตคืนร่างของฉันได้! จั้วเยี่ยน ฉันอยากได้ดอกไม้ที่คุณเด็ดให้ จั้วเยี่ยน จั้วเยี่ยน!"
ฉินเจว๋ล้มลงกับพื้นอย่างอ่อนระทวย ดวงตาทั้งสองพยายามดิ้นรนต่อสู้อย่างไม่ยอมแพ้ แต่สุดท้ายก็ต้องปิดลงอย่างหมดเรี่ยวแรง เหลือเพียงเสียงเร่งเร้าของเฉิงหย่าหนิงที่ดังอยู่ข้างหู
เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็พบว่าตัวเองอยู่ในความมืดมิดที่ไม่อาจมองเห็นอะไรได้ โทรศัพท์ยังอยู่กับตัวแต่ไม่มีสัญญาณใด ๆ แต่สิ่งที่แปลกคือมีการแจ้งเตือนว่าไลฟ์ของช่อง ‘กวนหลิงซานชิงฉือ’ ที่เคยดูไว้กำลังออกอากาศ
เขาลองกดเข้าไปดู และก็สามารถรับชมได้จริง ๆ ทั้งยังเชื่อมต่อได้ด้วย
ยันต์บนตัวเขาเรืองแสงวูบหนึ่ง เขาถึงได้เข้าใจว่านี่คือโอกาสรอดชีวิตที่พี่สะใภ้ได้วางไว้ให้นั่นเอง!
"เหลือแค่นิดเดียวแล้ว! เหลือแค่นิดเดียวเท่านั้น พี่สะใภ้ พี่สะใภ้ช่วยผมด้วย พี่สะใภ้!"
ฉินเจว๋จ้องมองยันต์ที่กำลังไหม้เหลือเพียงน้อยนิด พลางร้องครวญครางอย่างสิ้นหวัง
"หุบปากซะ! มาถึงมหาวิทยาลัยแล้ว!"
เมื่อเจียงชิงฉือเอ่ยปาก เสียงลมหวีดหวิวในห้องไลฟ์ก็เงียบหายไปแล้ว
[เฮ้ย! แค่ไม่กี่นาทีเองเหรอ? ยังไม่ถึงห้านาทีด้วยซ้ำ? อาจารย์ของพวกเราไปถึงที่นั่นแล้วเหรอ?]
[ใกล้ขนาดนั้นเลยเหรอ?]
[ไม่ใช่มหาวิทยาลัยของพวกเราแน่ ๆ ในระยะเดินห้านาทีรอบมหาวิทยาลัยของพวกเราไม่มีสุสานสักหน่อย]
[ไม่ใช่นะ พวกคุณไม่ได้ยินเสียงลมเหรอ? มีความเป็ไปได้ไหม... ฉันหมายถึงอาจจะนะ ว่าอาจารย์เธอเพิ่งบินด้วยดาบเมื่อกี้?]
หลังจากข้อความนี้ถูกส่งออกไป หน้าจอแชทก็หยุดนิ่งไปหลายวินาที
[ถึงฉันจะยอมรับในตัวอาจารย์ของพวกเราอย่างสุดหัวใจ แต่เื่บินด้วยดาบนี่มันเกินไปหน่อยนะ]
[แต่เมื่อกี้มีเสียงลมแรงมากจริง ๆ นะ! พวกคุณคิดว่าอาจารย์จะวิ่งจนเกิดแรงลมขนาดนั้นได้เหรอ?!]
[งั้นรอดูกันก่อนแล้วกัน ถ้าเป็การบินด้วยดาบจริง ๆ อาจจะมีคนถ่ายคลิปเก็บไว้ก็ได้]
[ไม่กล้าพูดหรอก จริง ๆ แล้วตอนแรกฉันคิดว่าเป็การเคลื่อนย้ายในพริบตา แต่พอคิดดูว่าใช้เวลาตั้งห้านาที มันก็ดูจะเป็การเตรียมตัวที่นานเกินไปหน่อย]
[เดี๋ยวสิ พวกนายทั้งสองคนพูดอะไรที่มันเป็วิทยาศาสตร์หน่อยได้ไหม?]
[หา? จะมาสอนวิทยาศาสตร์ให้ฉันในห้องไลฟ์ของอาจารย์งั้นเหรอ?]
เจียงชิงฉือสวมหน้ากากและหมวก ห่อหุ้มตัวเองอย่างมิดชิด เก็บโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋า ยืนอยู่นอกกำแพง มองไปรอบ ๆ เห็นว่าไม่มีใครอยู่ จึงยกมือขึ้นร่ายคาถา
"สี่ธาตุรวมเป็หนึ่ง หกทิศเป็ใจเดียว สรรพสิ่งในห้วงอวกาศ จงเคลื่อนย้ายตามใจฉัน!"
ในวินาถัดมา ทัศนวิสัยเปลี่ยนไป ร่างของเธอมาอยู่ภายในกำแพงแล้ว หอพักหญิงตึก 5 ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า
"อ๊าาาาา พี่สะใภ้! พี่สะใภ้ที่รัก! คุณเดินเข้าไปข้างใน เลี้ยวซ้ายก่อนแล้วเลี้ยวขวา จากนั้นเดินตรงไปแล้วเดินผ่าน..."
"หุบปาก ฉันรู้ทางแล้ว เข้ามาแล้ว"
[พวกคุณได้ยินอาจารย์ท่องอะไรเมื่อกี้รึเปล่า? ถึงจะฟังไม่ชัด แต่รู้สึกว่าดูเท่มากเลย]
[ฉันก็ไม่ได้ยินชัดเหมือนกัน แต่ถึงได้ยินชัดก็ไม่มีประโยชน์หรอก รับรองว่าคงเหมือนกับคาถาเรียกสายฟ้านั่นแหละ พวกเราะโออกไปก็แค่ระบายอารมณ์เท่านั้น]
[ดูเหมือนจะไม่ใช่มหาวิทยาลัยของพวกเราจริง ๆ ฉันนั่งยอง ๆ รออยู่ที่หน้าประตูตั้งนานแล้ว แต่ไม่เห็นมีคนที่น่าสงสัยสักคน]
[คนที่อยู่้า ตอนนี้ฉันอยู่ฝั่งตรงข้าม คนที่ใส่เสื้อกันหนาวสีเขียวถือโทรศัพท์ทำท่าด้อม ๆ มอง ๆ อยู่ใต้ต้นสนต้นที่สามนั่นใช่คุณหรือเปล่า?]
[ฮ่า ๆๆๆๆ นั่นฉันเอง!]
[บังเอิญจังเลย ฉันก็กำลังแอบดูอยู่หน้าประตูมหาวิทยาลัยของพวกเราเหมือนกัน]
[ขอเข้าร่วมด้วยคน ฮ่า ๆๆๆ ใครบ้างล่ะที่ไม่อยากดูเื่สนุก ๆ แบบนี้
[ไม่ใช่มหาวิทยาลัยของพวกเราด้วย หน้าประตูเต็มไปด้วยคู่รักที่เดินจูงมือกัน ไม่เจอเื่สนุก แถมยังต้องมากินแห้วอีก ชิ!]
"พี่สะใภ้! พี่สะใภ้ที่รัก! พี่สะใภ้เปรียบเสมือนแม่ ต่อไปคุณก็คือแม่ของผมแล้ว!"
เจียงชิงฉือชะงักฝีเท้า จู่ ๆ ก็รู้สึกไม่อยากไปช่วยแล้ว...
แต่ในตอนนั้นเอง เธอก็เห็นฉินเจว๋เดินออกมาจากหอพัก
"ฉันเห็นนายแล้ว" เธอพูด
เขาออกมากับหญิงสาวผมดำคนหนึ่ง