ได้เกิดใหม่ข้าจะไม่ขี้เกียจแล้วสาบานเลย

    ต่อเติมร้านใหม่

    ต่อเติมร้านใหม่

    “ข้าชื่ออ้ายเจินเจ้าค่ะทำงานได้ทุกอย่าง งานหนักๆ ก็ทำได้หมด” หญิงสาววัยยี่สิบที่มาสมัครงานกับครอบครัวเจี้ยนเฉิงวันนี้เป็นวันที่เริ่มให้คนมาสมัครและคัดเลือกคน ชิงเถาและคนอื่นๆจึงได้มานั่งฟังพวกผู้ที่มาสมัครพูดแนะนำตัวเป็นเช่นนี้มาเป็นคนที่ยี่สิบแล้วตอนนี้มีผู้ที่พวกนางรับเข้าทำงานแล้วเจ็ดคน แต่ยังเหลือคนที่มาสมัครยังไม่เข้ามาให้พวกนางคัดเลือดดังนั้นจึงคิดว่าถ้าหมดคนกลุ่มนี้ได้ไม่เกินสิบห้าคนก็คงจะรับไว้หมด

    ‘ยังไม่ใช่’ เสียงเชี่ยนเชี่ยนเอ่ยออกมาให้ชิงเถาฟังเป็นอันว่ารู้กัน ว่าแม่นางผู้นี้ไม่ผ่าน

    “ขอบคุณที่มาวันนี้เจ้าค่ะถ้ามีโอกาสหน้าเราคงได้ร่วมงานกัน” ชิงเถาเอ่ยออกมาทันทีเมื่อได้รับสารมาแล้ว

    “เจ้าค่ะ”ผู้ที่สมัครคนล่าสุดเอ่ยออกมาเสียงอ่อนก่อนจะเดินออกไปและก็เป็นอย่างนี้จนครบทุกคน สรุปแล้วพวกนางได้คนงานไว้ที่บ้านทั้งสิ้น 16คน ซึ่งจะให้มาทำงานที่ร้านอีก 9 คน ส่วนอีก 7คนจะให้ไปทำงานที่จวน ซึ่งมีทั้งที่เป็นครอบครัวเดียวกันและมาเพียงคนเดียวซึ่งมีเด็กเล็กอยู่ในกลุ่มนี้ด้วยสองคนพวกนางก็รับไว้เพราะสงสารยังไงคนที่ทำงานก็เป็นพ่อแม่เขาส่วนตัวเล็กก็ถือว่าให้ที่พักพิงไปก็แล้วกัน

    “พวกเจ้าทุกคน ต่อไปจะต้องไปทำงานที่ร้านนี้และที่จวนเจี้ยนเฉิงเราจะจ่ายเงินให้คนละ 1 ตำลึงต่อเดือนซึ่งจะแบ่งจ่ายเป็นสองครั้ง ข้าวปลาอาหารก็กินกับที่จวนหรือที่ร้านทุกมื้อหน้าที่ต่างๆ เดี๋ยวจะแบ่งให้อีกทีส่วนเด็กทั้งสองที่จะไปอยู่ด้วยนั้นก็สามารถอยู่ได้แต่เราจะไม่จ่ายค่าแรงให้นะ”นางลี่จูเอ่ยกับคนทั้งสิบสี่คนที่พวกนางจะจ้างให้เข้าไปทำงานในจวนจากที่นางเอ่ยถึงค่าแรงที่ตนจะได้รับนั้นถือว่าเยอะมากกับเพียงหน้าที่เช่นนี้เพราะปกติค่าแรงรายวันในเมืองหลวงสำหรับแรงงานแล้วนั้นก็ไม่เกิน 20 อีแปะ

    “ได้ ได้ 1ตำลึงจริงหรือขอรับ” ชายผู้หนึ่งเอ่ยถามออกมาอย่างตกใจนี่ได้ตั้งหนึ่งตำลึงจริงๆ นะหรือพวกเขาจะให้พวกตนทำงานอะไรกันถึงได้ค่าแรงถึงเพียงนี้แถมยังมีที่อยู่ที่กินอีก

    “ใช่แล้วและอาจจะได้เพิ่มในอนาคตตามผลงานแล้วมีคำถามอื่นๆ อีกหรือไม่”นางลี่จูเมื่อตอบคำถามไปแล้วจึงเอ่ยถามออกมาอีกเผื่อมีใครมีคำถามอีก

    “จะรับคนเพิ่มอีกหรือไม่เจ้าคะ”หญิงสาวผู้หนึ่งถามออกมาค่าแรงขนาดนี้นางว่าจะชวนคนรู้จักมาทำด้วยกัน

    “ตอนนี้คงยังไม่รับ ถ้างานหนักและมีเยอะเดี๋ยวเราจะพิจารณากันอีกที”นางลี่จูเอ่ยออกมาอีก หลังจากไม่มีคำถามอะไรแล้วพวกเขาจึงได้แยกย้ายกันกลับไป ก่อนที่จะเตรียมตัวเข้ามาอยู่อีกสามวันข้างหน้าซึ่งจะเป็นวันเริ่มงานวันแรก

    “ขอตัวก่อนขอรับ/เจ้าค่ะ” เสียงกลุ่มคนงานเอ่ยออกมาก่อนจะพากันแยกย้ายกลับไปบ้างก็เป็นลูกหลานครอบครัวที่ยากจนมาหางานทำบ้างก็เป็นครอบครัวที่เป็นหนี้สินไม่มีเงินไปไถ่บ้านคืนบ้างก็เป็นคนเร่ร่อนหางานทำเป็นวันๆ ไป แต่ต่อไปพวกเขาก็คงได้มาเป็นครอบครัวเดียวกันแล้วครอบครัวใหญ่ที่มีหัวหน้าครอบครัวเป็นคนตระกูลเจี้ยนเฉิง

    “ตอนนี้เรื่องคนงานที่จวนก็จัดการแล้วนะลูกต่อไปคงต้องจัดสรรงานให้เข้ากับคนให้ดี” นางลี่จูเอ่ยกับบุตรออกมานางเคยทำงานมาก่อน เห็นหัวหน้าสั่งงานแบ่งงานให้คนนางก็ได้รู้ได้เห็นมาแล้ว จึงพอที่จะเอ่ยสั่งจัดแจงได้และทั้งที่ได้บริหารคนงานในร้านที่ผ่านมาด้วย

    “ก็คงต้องจัดอีกทีตอนที่พวกเขาเข้ามาอยู่เจ้าค่ะข้าอาสาไปแบ่งงานต่างๆ ว่ามีอะไรที่เราต้องทำบ้างจะได้ง่ายขึ้นในการจัดคนงาน”ลี่ถิงเอ่ยออกมา

    “เช่นนั้นก็ขอบใจเจ้ามาก แม่ฝากด้วย”นางลี่จูเอ่ยออกมายิ้มๆ บุตรนางก็แบ่งเบางานได้มากแล้ว

    “เดี๋ยวข้าจะสอนงานพวกคนงานใหม่เองขอรับ”เยว่สือเอ่ยออกมาอีก เขาอยากจะทำให้ได้ทุกอย่างในจวนนี้เพื่อทดแทนบุญคุณ

    “ขอบใจเจ้าอีกคน ยังไงก็ฝากด้วยแต่ไม่ต้องห่วงยังไงก็ยังมีคนอื่นๆ ให้ช่วยเหลือกันอีกแรง” นางลี่จูเอ่ยบอกเขาไป

     

    “เอาโต๊ะใหญ่นี้ไปวางตรงนู้นส่วนทางนี้เป็นโต๊ะเล็กก็แล้วกันเจ้าค่ะ” ชิงเถากำลังสั่งคนงานให้จัดวางโต๊ะนั่งสำหรับลูกค้าในร้านที่ซื้อมาใหม่นี้อยู่พวกนางไปซื้อพวกโต๊ะตั่งมาเพิ่มแล้ว ร้านนี้จะทำเป็นร้านอาหารนั่นเอง

    “คุณหนูขอรับร้านแพรพรรณนำผ้าม่านมาส่ง”คนงานเดินมาบอกแก่นาง

    “เช่นนั้นหรือไปนำเขาเข้ามาเลยจะได้ติดตั้งให้แล้วเสร็จ”ชิงเถาบอกแก่เขาไปก่อนจะกันมาดูในร้านต่อ เพียงวันเดียวร้านพวกเขาก็เป็นรูปเป็นร่างต่างจากร้านเดิมแล้วด้วยอานุภาพของเม็ดเงินจริงๆ ที่หาซื้อข้าวของได้เร็วขนาดนี้ร้านนี้จะเป็นร้านอาหารที่เปิดให้ลูกค้านั่งได้ทั้งชั้นล่างและชั้นสองดังนั้นพวกนางจึงต้องตกแต่งเพิ่มเติมเยอะหน่อย

    “ข้างบนกั้นห้องเสร็จแล้วนะ โต๊ะก็กำลังจัดวางผ้าม่านมาแล้วก็ในเขาขึ้นไปติดได้เลย” เยว่ซินที่เดินลงมาจากชั้นสองบอกนางออกมาเพราะคนที่เหลือกำลังช่วยกันดูข้างบนอยู่นั่นเอง

    “ได้เจ้าค่ะเดี๋ยวข้าก็จะตามขึ้นไปดูด้วย” ชิงเถาเอ่ยออกไปอย่างเข้าใจ

              ชั้นสองของร้านอาหารเจี้ยนเฉิงจากพื้นที่ห้องที่เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าถูกแบ่งออกเป็นห้องย่อยๆได้กว่าหกห้องเล็ก และห้องใหญ่อีกสองห้อง ซึ่งห้องใหญ่นั้นเป็นห้องที่มีอยู่เดิมอยู่แล้วจึงไม่ต้องทำอะไรเพิ่มส่วนห้องเล็กก็เพียงนำฉากไม้มากั้นเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้ลูกค้าเท่านั้นส่วนผ้าม่านที่สั่งมาก็มาประดับตามหน้าต่างทั่วทั้งตัวร้านโดยสีผ้าม่านจะเน้นไปทางแดงส้มหรือน้ำตาลแดงที่จะนำให้รู้สึกอยากอาหารมากขึ้นนั่นเอง

    “ดูดีแล้วเจ้าค่ะ สวยงามมากลูกค้าต้องชอบแน่ๆ” ชิงเถาที่ขึ้นมาดูชั้นสองเอ่ยชมผู้จัดอย่างไม่หยุดปาก ถือว่าพวกพี่สาวมีรสนิยมพอสมควรที่จัดร้านออกมาได้ดีไม่เชยอย่างนี้

    “ถ้าเจ้าว่าดี ข้าก็ดีใจแต่ข้าว่าจะหาพวกต้นไม้ดอกไม้มาเพิ่มอีกเสียหน่อย” ลี่ถิงเอ่ยกับน้องสาวอย่างดีใจนี่งานสำคัญเชียวนะแต่บิดากับมารดาก็ไว้วางใจให้พวกนางได้จัดการกันเองนางจึงตั้งใจอย่างมาก

    “แต่ว่าตอนนี้ที่ร้านมีอาหารไม่กี่อย่างเองนะเปิดเป็นร้านอาหารใหญ่โตขนาดนี้ผู้คนจะ” เยว่สือถามออกมาอย่างสงสัยร้านเจี้ยนเฉิงมีอาหารเพียงไม่กี่อย่าง แต่ทำเป็นร้านอาหารแบบนี้ลูกค้าคงได้สั่งอาหารเพียงไม่กี่อย่าง

    “เดี๋ยวข้าจะไปคิดอาหารมาเพิ่มเองเอาให้ติดใจกว่าไก่ทอดอีก”ชิงเถาเอ่ยออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ทำเหมือนพูดล้อเล่นกับเขาไปงั้นๆ แต่จริงๆ นางนั้นตั้งใจจริงอยู่แล้ว

    “ขอให้จริงเถอะ”เยว่สือเอ่ยออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อเท่าไหร่คิดว่านางเพียงพูดเล่นๆ เท่านั้นคำพูดนางเขาเชื่อเพียงครึ่งเท่านั้นแหละ

    “ก็แล้วแต่จะเชื่อ” ชิงเถาพูดกับเขาเพียงเท่านั้นก่อนจะหันจะสนใจอย่างอื่นต่อ

    “คุณหนูรองขอรับมีคนมาขอพบ”คนงานในร้านเดินมาแจ้งแก่ชิงเถา

    “ใครกันรึ” ชิงเถาถามออกไปนอกจากคนที่จะมาตกแต่งในร้านนางก็ไม่น่าจะมีใครมาหาได้นะ

    “ไม่ทราบขอรับข้ารู้แต่เพียงเขาเป็นบุรุษ” คนงานตอบนางออกมา เขาก็ไม่กล้าถามมากนักได้แต่รีบมาแจ้งนาง

    “ไม่เป็นไร ข้าจะไปเดี๋ยวนี้”ชิงเถาบอกกับเขาไปแล้วรีบไปหาคนที่มาพบทันที นางไม่อยากให้ใครคอยนานเพราะไม่รู้ว่าคนที่มานั้นเป็นใครกันแน่