หลังจากนั้นต้าหมิงก็ได้ส่งคำขอรางวัลไปให้กับเสี่ยวเตี่ย ซึ่งรางวัลที่ต้าหมิงขอนั้นก็คืออุปกรณ์เวทสีเขียวและสีฟ้าเพื่อนำมันมาให้กับคนในห้อง ส่วนของตนเองนั้นต้าหมิงเลือกศิลาธาตุทั้งหมด
แน่นอนว่าทางสถาบันที่เห็นถึงผลงานของพวกต้าหมิงก็ไม่ได้ตระหนี่และจแกอุปกรณ์เวทสีเขียวคนละ 2 ชิ้นและสีฟ้าอีก 1 ชิ้นให้กับชั้นเรียนสามัญชนส่วนต้าหมิงได้ศิลาธาตุมาจำนวนหนึ่ง
“ขอบคุณหัวหน้ามากถ้าไม่ได้หัวหน้าพวกเราไม่มีทางได้รับอุปกรณ์เวทจำนวนมากในครั้งเดียวแน่” นักเรียนในชั้นเรียนขุนนางต่างแสดงสีหน้าตื่นเต้น
“นี่คือผลงานของพวกเราแน่นอนว่าพวกเราจะต้องได้รับอยู่แล้ว” ต้าหมิงกล่าว
ถ้าไม่ใช่เพราะต้าหมิงเจอกับสถานะการณ์ที่อันตรายมากและยังถูกพวกตระกูลหวังแทรกแซงจนเกือบจะถูกสังหารทางสถาบันย่อมไม่ยอมมอบอุปกรณ์เวทออกมามากขนาดนี้
“ตอนนี้ทางสถาบันจะปล่อยให้พวกเจ้าได้พักผ่อนสักระยะหนึ่งเพื่อเป็นรางวัลให้กับพวกเจ้าซึ่ง 15 วันต่อจากนี้พวกเจ้าไม่จำเป็นต้องมาสถาบันพวกเจ้าสามารถกลับไปเยี่ยมครอบครัวได้ตามใจหรือใครอยากจะใช้เวลานี้ฝึกฝนก็ย่อมได้เช่นกัน” เสี่ยวเตี่ยกล่าว
“ในที่สุดข้าก็จะได้กลับไปหาครอบครัวแล้ว” นักเรียนหลายคนกลายเป็นตื่นเต้น
“ข้าสามารถกลับหมู่บ้านตอนนี้ได้ใหมนะ” ต้าหมิงกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“ส่วนเจ้าต้าหมิง เจ้าจะต้องกลับวังหลวงภายในวันนี้” เสี่ยวเตี่ยที่ได้ยินก็ถอนหายใจก่อนจะกล่าวออกมา
ต้าหมิงรู้อยู่แล้วว่าการกลับไปยังหมู่บ้านของตนนั้นไม่มีทางง่ายดายขนาดนั้น ต้าหมิงจึงได้แต่พยักหน้ารับเท่านั้น
“หัวหน้าหมู่บ้านของข้านั้นอยู่ไม่ห่างจากหมู่บ้านของท่านมากนัก ถ้าท่านต้องการจะฝากข้อความหรือสิ่งของอะไรข้าสามารถช่วยท่านได้” ชายหนุ่มคนหนึ่งกล่าว
“ไม่เป็นไรข้ามีคนที่คอยช่วยในเรื่องนี้แล้วเจ้าใช้เวลาอยู่กับครอบครัวเถอะ” ต้าหมิงกล่าว
หลังจากนั้นนักเรียนทุกคนก็เก็บของในห้องพักของตนก่อนจะเริ่มเดินทางกลับ เย่สุ่ยในตอนแรกนางต้องการจะชักชวนต้าหมิงไปยังตระกูลของนางแต่เมื่อรู้ว่าต้าหมิงถูกเรียกตัวกลับวังหลวงนางก็ไม่กล้ากล่าวออกไป
ต้าหมิงที่ไม่เก็บของอะไรมากนักก็ออกจากที่พักก่อนจะไปหาชายชราขี้เมาเพื่อถามว่าลวี่น้อยจะต้องใช้เวลาอีกกี่วันกว่าจะยกระดับสำเร็จ
“ผู้อาวุโสลวี่น้อยตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง” ต้าหมิงกล่าว
“ตอนนี้เด็กคนนั้นอยู่ในช่วงสำคัญมากๆเพราะงั้นไม่สามารถให้เจ้าพาไปได้ รอวันที่เจ้ากลับมายังสถาบันเด็กคนนั้นก็จะกลายเป็นสัตว์เวทระดับ 3 ดาวแล้ว” ชายชราขี้เมากล่าว
“ถ้างั้นก็ต้องขอฝากผู้อาวุโสช่วยดูแลลวี่น้อยด้วย” ต้าหมิงกล่าว
“เจ้าไม่ต้องกังวลหรอก” ชายชราขี้เมากล่าว
หลังจากนั้นต้าหมิงก็ออกไปยังหน้าประตูของสถาบันซึ่งมีจ้าวหลานและจ้าวหยูเฟยยืนรออยู่
“เจ้าเตรียมพร้อมแล้วงั้นเหรอ” จ้าวหยูเฟยกล่าว
“แน่นอน แต่ก่อนอื่นพี่สาวหลานท่านคงไม่ลืมสัญญาหรอกนะ” ต้าหมิงกล่าว
“สัญญาอะไร” จ้าวหลานกล่าวพร้อมกับหน้าแดงขึ้นมาทันทีนางไม่คิดว่าต้าหมิงจะกล้ามาทวงสัญญาต่อหน้าพี่สาวของนาง
“อะไรกันหรือว่าท่านจะผิดสัญญาแบบนี้มันไม่ถูกนะ” ต้าหมิงกล่าว
“เจ้าสัญญาอะไรกัน” จ้าวหยูเฟยกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว
“ไม่มีอะไรหรอกพวกเรารีบกลับกันเถอะ” จ้าวหลานกล่าวพร้อมกับจ้องมองไปยังต้าหมิงด้วยสายตาเคืองๆ
“เอาไว้ไปเมื่ออยู่ด้วยกันสองคนก็แล้วกัน” ต้าหมิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“เจ้าเด็กลามก” จ้าวหลานอดที่จะเค้นเสียงออกมา
จ้าวหยูเฟยมองทั้งสองด้วยสีหน้างุนงงก่อนจะเลิกสนใจและพาทั้งสองกลับวังหลวง แน่นอนว่าในตอนนี้ข่าวของต้าหมิงได้กระจายมายังวังหลวงนานแล้ว ด้วยความสามารถที่โดดเด่นและพรสวรรค์ที่ไม่ธรรมดาทำให้หลายคนเริ่มยอมรับในตัวของต้าหมิงอย่างเช่นจอมพลสูงสุดที่ได้เห็นความสามารถของต้าหมิงกลับตา
“ทำไมถึงเรียกข้ากลับวังหลวงตอนนี้ละ” ขณะเดินทางต้าหมิงอดที่จะกล่าวออกมาไม่ได้
“อีกไม่กี่วันจะมีงานเลี้ยงที่ยิ่งใหญ่ในวังหลวงและด้วยถานะของเจ้าก็จำเป็นจะต้องเข้าร่วมด้วย” จ้าวหยูเฟยกล่าว
“งานยุ่งยากอีกแล้ว น่าจะรู้อยู่ว่าข้าเป็นเพียงสามัญชนไม่รู้มารยาทของพวกขุนนาง” ต้าหมิงกล่าวพร้อมกับแสดงสีหน้าเบื่อหน่าย
“เพราะงั้นเจ้าจึงต้องเริ่มเรียนรู้หลังจากกลับไปยังไงละ” จ้าวหยูเฟยกล่าว
“หุ่นเชิดยังไงก็เป็นหุ่นเชิดสินะ” ต้าหมิงอดที่จะกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาไม่ได้
สายตาของหญิงสาวทั้งสองอดที่จะหวั่นใหวไม่ได้เมื่อได้ยินเสียงนั้น จ้าวหลานมองไปยังใบหน้าหล่อเหลาของต้าหมิงซึ่งนางเห็นถึงความโกรธ ความเบื่อหน่ายและความเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด
“คงไม่เป็นไรหรอกอย่างน้อยก็ถือว่าเป็นกำลังใจให้กับเขา” จ้าวหลานกล่าวในใจ
จากนั้นไม่นานพวกต้าหมิงก็กลับมาถึงวังหลวง ทันทีที่มาถึงต้าหมิงก็ถูกคนใช้ในวังหลวงเริ่มสอนมารยาททันที ต้าหมิงที่เบื่อหน่ายก็เริ่มหยอกล้อคนรับใช้อย่างต่อเนื่องทำให้จ้าวหยูเฟยที่เป็นผู้คุมก็โกรธและลงมือทันที
“พี่สาวหยูเฟยท่านจะทำตัวแบบนี้ไม่ได้นะ หญิงสาวหนะไม่ควรจะแสดงความก้าวร้าวแบบนี้ออกมาหญิงสาวความจะอ่อนโยนไม่งั้นความงดงามของท่านจะกลายเป็นเสียของหมด” ต้าหมิงไม่เพียงแต่ไม่กลัวแต่ยังหยอกล้อจ้าวหยูเฟยอีกด้วย
“เด็กน้อยให้มันน้อยๆหน่อย เจ้าอย่าลืมว่าเจ้าเป็นถึงคู่หมั้นจักรพรรดิหญิงถ้าเจ้าหลอกล้อหญิงสาวไปทั่วและเกิดข่าวลือขึ้นมาพวกนางจะไม่เดือนร้อนเอางั้นหรือ” จ้าวหยูเฟยกล่าว
“เห้อ คู่หมั้นงั้นเหรอ ถ้าข้าเลือกได้ข้าก็คงเลือกเป็นคนธรรมดาไปแล้วใช่ใหมละท่านจักรพรรดิหญิง” ต้าหมิงกล่าวพร้อมกับหันไปทางด้านหลัง
ซึ่งในตอนนั้นเองเปลวเพลิงก็ลุกโชนขึ้นมาและปรากฎร่างของจักรพรรดิหญิงที่สวมชุดสีแดงสด ความงดงามของจักรพรรดิหญิงทำให้พวกจ้าวหยูเฟยต้องอับแสง
“ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ชอบใจแต่เจ้าจำเป็นต้องทำเพราะเจ้ายังไม่แข็งแกร่งพอ ถ้าวันใดวันหนึ่งเจ้าแข็งแกร่งกว่าข้าวันนั้นเจ้าก็จะกลายเป็นผู้ควบคุมแทน” จักรพรรดิหญิงกล่าว
“เป็นการให้กำลังใจที่ดีเหลือเกิน” ต้าหมิงกล่าว
“เป็นไปไม่ได้ต้าหมิงรับรู้ได้อย่างไรว่าท่านจักรพรรดิหญิงเข้ามาในห้องแล้วแม้แต่ข้าก็ยังไม่สามารถรับรู้ได้” จ้าวหยูเฟยกล่าว
“พี่สาวหยูเฟยไม่ต้องคิดมากหรอกที่ข้ารู้เพราะข้าได้กลิ่นหนะ สำหรับพวกท่านที่มักจะใช้พลังเวทย์ในการตรวจสอบรอบๆอาจจะไม่สามารถรับรู้ได้ แต่ข้าใช้สัญชาตญาณในการรับรู้ย่อมเฉียบคมยิ่งกว่า” ต้าหมิงกล่าว
“อย่างงี้นี่เอง” จ้าวหยูเฟยพลันนึกขึ้นได้เพราะจอมเวทย์ส่วนใหญ่หลงลืมเรื่อง่ายๆแบบนี้ไป
“เอาละ เรื่องมารยาทเจ้าไม่จำเป็นต้องเรียนรู้มันทั้งหมดเรียนรู้มันแค่สิ่งที่จำเป็นต้องใช้ก็พอ” จักรพรรดิหญิงกล่าว
“หรือว่าท่านจะเป็นคนสอนให้กับข้ากันละ” ต้าหมิงกล่าวหยอกล้อ
“นั่นสินะ เอางั้นก็ได้ข้ายังว่างอยู่ด้วยสิ พวกเจ้าทั้งหมดออกไปก่อนข้าจะเป็นสอนมารยาทกับเขาเอง” จักรพรรดิหญิงกล่าว