พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 บทที่ 39 กลุ่มที่สาม

            ติ๊ง!ระบบแจ้งเตือน : ขอแสดงความยินดีด้วยผู้เล่นเมามายซบตักสาวงามได้เลื่อนระดับขึ้นหนึ่งขั้น เลเวล 24

            เลเวล24 แสงแห่งการเพิ่มระดับช่วยปัดเป่าความเจ็บปวดจากการตายของทหารโครงกระดูกสำหรับผลไม้แห่งความสุข ก็สามารถช่วยบรรเทาความเจ็บปวดได้เช่นกัน

            ติ๊ง!ขอแสดงความยินดีด้วย ผู้เล่นเมามายซบตักสาวงามทำภารกิจกำจัดโจรภูเขาได้สำเร็จได้รับรางวัลเป็น EXP +8,000, แต้มสถานะฟรี +80, ค่าชื่อเสียง +500, เหรียญทอง 50 เหรียญ, ยาอายุวัฒนะ *10, ตราสัญลักษณ์แห่งความยุติธรรม * 1

            ด้วยค่าประสบการณ์8,000 ทำให้ฉินโจ้วเพิ่มระดับได้เป็นเลเวล 25จากนั้นก็เพิ่มค่าสถานะฟรีทั้งหมดไปที่พลังชีวิตทำให้พลังชีวิตของเขาตอนนี้อยู่ที่ 4,530

            ติ๊ง!ขอแสดงความยินดีกับผู้เล่นที่ทำภารกิจระดับ D ได้สำเร็จเป็นคนที่3 ได้รับรางวัล Exp +100, แต้มสถานะฟรี+10, ค่าชื่อเสียง +10 , เหรียญทอง 10เหรียญ

            คนที่3! ฉินโจ้วคิดว่าจะได้เป็นคนแรกเสียอีก ที่น่าสังเกตคือ ความยากของภารกิจระดับ D นี่มันไม่ง่ายเลย ถ้าเขาไม่มีความสามารถของอาชีพเสริมเขาก็คงจะจัดการโจรภูเขา 3,000 คนไม่ได้แน่ และไหนจะเคราแดงอีกเขาคงทำภารกิจไม่สำเร็จ

            แผ่นดินนี้กว้างใหญ่ย่อมมียอดฝีมืออยู่มาก ฉินโจ้วรู้สึกตัวหดเล็กลงไปถนัดตา

            รางวัลจากภารกิจที่ได้รับทำให้เขามีความสุขเพียงชั่วครู่เพราะมีบางสิ่งที่เขายังไม่ได้จัดการนั่นคือบุกค้นบ้านและยึดทรัพย์กลุ่มโจรภูเขานั้นมีงานหลักนั่นก็คือการปล้นชิงทรัพย์สินตามบ้านต่างๆ แสดงว่าพวกเขาต้องมีทรัพย์สมบัติ และสิ่งของต่างๆเป็นจำนวนมาก ซึ่งไม่สามารถปล่อยทิ้งไปได้โดยเด็ดขาด

            ฉินโจ้วรีบวิ่งเข้าไปในป้อมปราการภูเขาผ่านไปครึ่งชั่วโมง เขาก็เดินออกมาด้วยสีหน้าที่ผิดหวังเป็นอย่างมากทำไมถึงจนเยี่ยงนี้ ป้อมปราการนี่เป็นรังของกลุ่มโจรภูเขาของเคราแดงเลยนะทำไมไม่มีทั้งเงินหรือทองบ้างเลย รื้อทุกซอกทุกมุมแล้วได้มาไม่เกิน 100 เหรียญทองมันน่าขายหน้ามากสำหรับกลุ่มโจรภูเขา มีแต่เสบียงเป็นจำนวนมากซึ่งฉินโจ้วไม่ต้องการ ดูที่น่าจะพอมีค่ามีราคาที่สุดก็คงจะเป็นทักษะลับ 2 เล่ม

            อันที่จริงแล้วการได้รับทักษะลับถือว่าเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้วทักษะลับเปรียบได้กับสมบัติเลยทีเดียว ต่อให้จ่ายเงินซื้อ 1,000 เหรียญทองยังยากที่จะหาคนขายได้ มันเป็นสิ่งที่ประเมินราคาได้ยากซึ่งต่างกับที่ฉินโจ้วคิดไว้ตอนแรกว่าน่าจะมีเหรียญทอง เพชรนิลจินดากองเป็นภูเขานี่เป็นความผิดพลาดที่ค่อนข้างใหญ่ ซึ่งทำให้เขาถึงกับท้อแท้ไปบ้าง

            นี่ก็ได้เวลาที่ฉินโจ้วจะตรวจสอบทักษะลับทั้งสองกับของรางวัลแล้ว

            ยาอายุวัฒนะ: ยาเม็ดระดับกลาง เป็นยาที่สามารถฟื้นฟูพลังชีวิตได้เป็นของวัดเส้าหลินสามารถเยียวยาอาการบาดเจ็บภายในและเพิ่มกำลังภายในได้ 500 หน่วย

            ยาอายุวัฒนะเป็นยาเม็ดที่มีชื่อเสียงอย่างมากในโลกนี่เป็นของดีทีเดียว

            ตราแห่งความยุติธรรม: เป็นตัวแทนของผู้ส่งสารแห่งความยุติธรรม เพิ่มพลังโจมตี 20% ต่อสิ่งที่ชั่วร้ายเพิ่มพลังป้องกันให้ตนเองอีก 20% มีโอกาสได้รับทักษะเกี่ยวกับพลังภายในระดับสูง 'ซื่อตรง' เมื่อรวบรวมเหรียญตราได้ครบ 5 ชิ้น

            เพิ่มพลังโจมตีและพลังป้องกันอย่างละ20% เป็นคุณสมบัติที่สุดยอดมาก ที่สำคัญคือถ้ารวบรวมตราได้ครบก็จะได้รับรางวัลเป็นทักษะพลังภายใน และยังเป็นระดับสูงอีกด้วยทักษะเกี่ยวกับพลังภายในนั้นเป็นศิลปะการต่อสู้ที่หาได้ยากยิ่งและถ้าเป็นระดับสูงสุดอีกด้วยล่ะก็ไม่ได้เรียกว่าหายากแล้ว แต่มันหาได้ยากมากๆจริงๆ

            มีทักษะลับ2 เล่ม เล่มหนึ่งคือ ฝ่ามือวชิระเทวราช อีกเล่มก็ภูษาเหล็ก

            ฝ่ามือวชิระเทวราช: เป็นวิชาเฉพาะของวัดเส้าหลิน เป็นวิชาที่ฝึกยากและดุดัน ไม่เป็นสองรองใครเป็นหนึ่งในเคล็ดวิชาฝ่ามือในโลก ใช้พลังภายในเพื่อทำความเสียหายให้กับศัตรูยิ่งพลังภายในกล้าแข็งเท่าไร ก็จะแสดงอานุภาพได้รุนแรงเท่านั้น

            ภูษาเหล็ก: เป็นการฝึกกังฟูเพื่อความแข็งแกร่งภายนอก พวกเขาจะต้องทนต่อการทุบตีเตะต่อยได้ปราศจากบาดแผล แม้แต่ของมีคมทั่วไปก็ไม่สามารถทำให้ร่างกายบาดเจ็บได้และยิ่งไปกว่านั้นคือถ้าฝึกถึงพลังภายในอย่างสม่ำเสมอก็จะสามารถปกป้องร่างกายได้ด้วย วิธีการฝึก :ทุบตีตัวเองด้วยของแข็งอย่างสม่ำเสมอ เมื่อนั้นก็จะพบกับความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่

            ฉินโจ้วกลืนยาอายุวัฒนะลงไปรวดเดียว10 เม็ด เขารู้สึกโล่งใจที่ได้กินของดีลงท้องไป จากนั้นร่างกายก็เริ่มอบอุ่นขึ้นก่อนที่พลังภายในของเขาจะเพิ่มขึ้นเป็น 5,000 เขาก็คลิกเพื่อจะเรียน"ฝ่ามือวชิระเทวราช" ก่อนที่จะคลิกเพื่อเรียน "ภูษาเหล็ก"ฉินโจ้วนิ่งอึ้งไปชั่วครู่ เอาน่าอย่างมากก็แค่ตายล่ะว้า ผ่านไปสักพักรูปร่างของฉินโจ้วนั้นดูสูงขึ้นเล็กน้อย หลังจากฝึกพลังภายในแล้วในส่วนของการฝึกฝนร่างกายภายนอกนั้นยังไม่ค่อยเหมาะในเวลานี้ยิ่งไปกว่านั้นวิชานี้ยังต้องทุบตีตัวเองอีกด้วย

            "สู้โว้ย"

            ฉินโจ้วนั่งอยู่บนหลังม้าก่อนผ่อนลมหายใจออกอย่างช้าๆ ทำท่าทางเลียนแบบศิลปะป้องกันตัวที่เขาเคยดูในทีวีจากนั้นก็มีแสงสีทองส่องประกาย ก่อนจะตบฝ่ามือไปที่กำแพงเมือง จะได้ยินเสียงดังปัง! ก้อนหินบริเวณที่สัมผัสกับฝ่ามือสลายกลายเป็นฝุ่นผงไปและเริ่มมีรอยแตกร้าวบริเวณโดยรอบของฝ่ามือ ซึ่งรัศมีการแตกกว้างราวๆ 1 ตารางเมตรสายลมโชยพัดผ่านทำให้หินก้อนเล็กก้อนน้อยพากันร่วงกราวลงสู่พื้นดิน

            ถึงแม้ว่าเขาจะทำท่าทางเลียนแบบจอมยุทธ์ปลอมๆแต่พลังของฝ่ามือวชิระเทวราชที่ระเบิดกำแพงได้นี่ไม่ปลอมแน่ๆ

            ฉินโจ้วถึงกับยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจนี่เขาใช้พลังภายในไปเพียงครึ่งเดียวเท่านั้นถ้าใช้พลังทั้งหมดจะทรงพลังขนาดไหนกันนะ ต่อให้เป็นผู้เล่นที่แข็งแกร่งมากแค่ไหนก็จะถูกจัดการได้ภายในไม่กี่อึดใจ โอ้... สวรรค์ได้โปรดให้ผมได้เจอคนแบบนี้สักครั้งด้วยเถิด

            ต่อมาเหมืองเกิงและซินได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็นเหมืองทองแดงชื่อหยาง หมายเลข 1 (พระอาทิตย์สีแดง) และเหมืองแร่คาลโคไพไรต์ หมายเลข 2(ทองแดงที่มีสีเหลืองของไพไรต์ผสม)

            ในเวลานี้ได้มีผู้เล่นจำนวน 30 คน ยืนอยู่บนทางระหว่างเหมืองที่หนึ่งกับเหมืองมังกรซึ่งมีคำนำหน้าว่า "กลุ่มสวรรค์"ดูแล้วคงไม่แคล้วว่าจะเป็นผู้เล่นจากกลุ่มสวรรค์สีหน้าท่าทางของพวกเขาดูเหมือนจะแปะคำว่า "ไม่รับแขก" ไว้บนหน้าผากนัยน์ตาแสดงถึงความหยิ่งผยอง

            "หัวหน้าถ้าสาวน้อยคนนั้นไม่ออกมา แล้วจะให้พวกเราทำอย่างไร?" ผู้เล่นที่ชื่อปลิวไปตามลมถามขึ้นมา

            "ถ้าไม่ยอมออกมาเราก็จะเข้าไปสังหารถึงที่ พวกเรามีคนมากกว่าตั้งเยอะ"ทำให้ผู้เล่นชื่อหยวีเวินเริ่มรู้สึกมีอารมณ์เดือดหลังจากพูดจบ

            "เจ้าโง่เอ๊ยเรามีคนมากแค่ไหนกัน? ต่อให้พามาอีก 10เท่าก็ยังไม่รู้จะพอให้พวกองครักษ์ฆ่าหรือเปล่าเลยถ้าแกอยากจะตายก็ไม่ต้องลากฉันไปด้วย เรื่องโง่ๆ นี่ถนัดนัก มีสมองบ้างหรือเปล่าหา...?" ผู้เล่นที่กำลังพูดอยู่คือ ยหวินหลี่อู้(เมฆในสายหมอก) เขาพูดตรงๆ เพื่อให้รู้จักปรับปรุงตัวขึ้นและเขาก็เป็นหัวหน้าทีมที่ต้องรับผิดชอบในการปฏิบัติการครั้งนี้ด้วย

            หลังจากสอนเรื่องการระงับอารมณ์ไปแล้วเมฆในสายหมอกก็พูดว่า "เราไม่ต้องกังวลถึงเรื่องอื่นหน้าที่ของเราคือคอยขัดขวางผู้เล่นที่ออกมาจากเหมือง ออกมากี่คนก็สังหารเท่านั้นคนเสร็จแล้วเราก็แค่ปล้นแร่ที่พวกมันหามาได้ให้มากที่สุด จากนั้นก็เก็บกวาดหลักฐานทั้งหมดอย่าให้สืบมาถึงเราได้ลำพังแค่พวกมันทำอะไรเราไม่ได้หรอก พวกมันแค่โชคขี้หมา (โชคดีที่เหยียบถูกขี้หมา)เท่านั้น มันยังมีเหรียญทองอีกเยอะ ไม่ต้องกังวลเรื่องการเลื่อนระดับหรอกพวกระดับสูงกว่าเขาต้องชดเชยให้พวกเราอยู่แล้ว แค่อย่าเหลือหลักฐานที่ทำให้ฉันลำบากก็พอถ้างานนี้เรียบร้อย รับรองทุกคนจะอยู่กันสุขสบายแน่แต่ถ้าพลาดเราคงต้องกลับบ้านตัวเปล่าแน่ ได้ยินชัดหรือยัง

            "พวกเราเข้าใจแจ่มแจ้ง"พวกเขาตอบรับ ถึงแม้ว่าจะไม่พอใจก็ตาม แต่เขาก็ไม่สามารถขัดคำสั่งเมฆในสายหมอกได้

            ฉินโจ้วเริ่มใช้ทักษะล่องหนก่อนที่จะเดินผ่านพวกนั้นมาอย่างเงียบเชียบโดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็นเลยแม้แต่น้อย เนื่องจากผู้เล่นส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับที่ต่ำทำให้พวกเขาไม่สามารถเห็นทักษะล่องหนนี้ได้ และเมื่อเขาเดินผ่านมาถึงทางเข้าเหมืององครักษ์ทั้งแปดก็ปรายตามองจ้องมาเป็นจุดเดียวและหลังจากที่เขาได้รับคำสั่งก็กลับไปปฏิบัติหน้าที่เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

            นี่สิ...ค่อยสมกับเป็นองครักษ์เลเวล 80 หน่อย ทักษะล่องหนใช้กับพวกเขาไม่ได้เมื่อเข้ามาในเขตเหมือง ฉินโจ้วจึงยกเลิกสถานะล่องหนออกก่อนจะเดินเข้าไปหาหวังโหรวที่กำลังหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่

            "ฉินโจ้ว"ทันทีที่หวังโหรวมองเห็นเขาก่อนจะถามว่า "ทำไมนายถึงมาที่นี่นายมาแล้วทำอะไรได้"

            "แวะมาดูอาจารย์สิ!"ฉินโจ้วตอบในทันที

            "มีอาหารติดมาบ้างหรือเปล่า?"ขณะที่กำลังมองฉินโจ้วอยู่นั้นหวังโหรวก็พลันรู้สึกว่าความกดดันต่างๆ นั้นหายไปและใบหน้าของเขาก็ดูเหมือนจะมีสีของพลังบางอย่างปกคลุม

            "มีอยู่แล้วไวน์กับข้าวเต้าฮัวเซียง โอเคไหม ฉินโจ้วยิ้มตอบ

            หวังโหรวถอนหายใจก่อนจะยิ้มแต่น้ำเสียงเจือความเศร้าเล็กน้อย "อย่ามาล้อเล่นน่านายไม่รู้หรือว่าที่นี่น่ะอันตรายมากขนาดไหน เข้ามาน่ะง่าย แต่จะกลับออกไปนี่สิ แถมยังต้องลดระดับลง 1 เลเวลอีกด้วย

            "มันไม่ดูน่าอายไปหน่อยหรือถ้าไม่กล้ากลับมาในที่ของผมเอง ไม่ต้องวิตกกังวลไปหรอกพวกตัวตลกงี่เง่าพวกนั้นข่มขู่ผมไม่ได้หรอก" ฉินโจ้วตอบอย่างใจเย็นนัยน์ตาส่องประกายเฉียบคมออกมา

            "นายหาทางออกได้แล้วไม่ใช่ว่านายกำลังจะไปขายเหมืองให้พวกนั้นหรอกหรือ? หวังโหรวรู้สึกสงสัย เนื่องจากกลุ่มสวรรค์เป็นองค์กรขนาดใหญ่เธอเองก็ไม่คิดว่าฉินโจ้วจะพยายามลองงัดข้อดู ถ้าไม่เผชิญหน้ากันโดยตรงหรือว่าเลือกที่จะประนีประนอมกัน

            "ให้ราคาเท่าไร?"ฉินโจ้วถามไปอย่างนั้น ไม่ได้ต้องการที่จะรู้คำตอบ

            "500,000เหรียญทอง" หวังโหรวตอบ

            "ผมจ่ายไปไม่ต่ำกว่า1 ล้านสำหรับสองเหมือง จะให้ซื้อในราคา 500,000 เนี่ยนะ เอาเทียนกง(พระราชวังสวรรค์) ไปแทนก่อนไหม"ช่างไม่รู้จักวิธีการทำธุรกิจเสียบ้างเลย"ฉินโจ้วยิ้มก่อนพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ถ้าเป็นในโลกแห่งความจริงผมคงกลัวและอาจจะประนีประนอม แต่ถ้าเป็นที่ 'เหยี่ยวั่ง นี่ไม่ต้องกังวลเลยครับอาจารย์ เมื่อไรก็ตามที่พวกมันกล้าแหยมเข้ามาวันนั้นจะเป็นวันที่มันต้องเสียใจ"

            เมื่อฉินโจ้วพูดจบก็มีเสียงประกาศของระบบดังมาจากฟ้า

            ติ๊ง!ประกาศจากระบบ : กิลด์สวรรค์ได้ก่อตั้งขึ้นแล้ววันนี้ ตั้งอยู่ทางตะวันตกของเมืองมังกรยินดีต้อนรับทุกท่านเพื่อมาเข้าร่วมกับเรา

            ติ๊ง!ประกาศจากระบบ : กิลด์สวรรค์ได้ก่อตั้งขึ้นแล้ววันนี้ตั้งอยู่ทางตะวันตกของเมืองมังกร ยินดีต้อนรับทุกท่านเพื่อมาเข้าร่วมกับเรา

            ติ๊ง!ประกาศจากระบบ : กิลด์สวรรค์ได้ก่อตั้งขึ้นแล้ววันนี้ตั้งอยู่ทางตะวันตกของเมืองมังกร ยินดีต้อนรับทุกท่านเพื่อมาเข้าร่วมกับเรา

            ภาษาที่ใช้ในประกาศดูเรียบง่ายและชัดเจนแต่แสดงให้เห็นถึงความรู้สึกก้าวร้าว และแสดงอำนาจเหนือผู้อื่น

            หวังโหรวถึงกับหน้าถอดสีนี่ไม่ใช่ข่าวดีเอาเสียเลย ฉินโจ้ว งุนงงไปชั่วครู่ก่อนที่เขาจะคิดอะไรบางอย่างออกพร้อมกับรอยยิ้มเล็กๆที่มุมปาก

            ฝั่งตะวันตกของเมืองมังกรห้องโถงสำนักงานใหญ่กิลด์สวรรค์

            ที่ห้องโถงขนาดใหญ่แต่มีเพียงไม่กี่คนที่มีคุณสมบัติพอที่จะยืนอยู่ในที่แห่งนี้เท่าที่นับดูตอนนี้ก็มีอยู่เพียง 14 คน ประกอบด้วยหัวหน้ากิลด์จักรพรรดิหยก และรองหัวหน้ากิลด์อีก3 คน ผู้นำห้องโถง 5 คน และผู้อาวุโสอีก 5 คน

            จักรพรรดิหยกนั้นดูเด็กมากเขาดูเหมือนคนอายุประมาณ 20 เท่านั้น รูปร่างผอมสูง ใบหน้างดงามหมดจดดวงตาดูลึกซึ้งเปล่งประกายเฉียบคม จมูกโด่งเป็นสัน ดูเป็นคนที่ฉลาดและเฉียบขาดเขาเป็นคนประเภทที่ดูโดดเด่นสะดุดตาเมื่ออยู่ท่ามกลางฝูงชนจำนวนมาก

            "กิลด์สวรรค์ของเราเพิ่งถูกจัดตั้งขึ้นตามปกติแล้วจะต้องมีการเลี้ยงฉลอง แต่ทว่าเนื่องจากเราเริ่มช้ากว่าคนอื่นและเวลาก็เป็นสิ่งที่มีค่า ดังนั้นจะไม่ทำให้คุณเสียเวลาไปเปล่าๆสมาชิกทุกคนจะได้รับเหรียญทองชดเชยคนละ 1 เหรียญ และงานปาร์ตี้จำเป็นต้องเลื่อนออกไปก่อน"น้ำเสียงของจักรพรรดิหยกฟังดูชัดเจน เขาอธิบายทุกอย่างอย่างแจ่มแจ้งทำให้ผู้ฟังมีความรู้สึกที่ดีตามไปด้วย

            "ท่านหัวหน้าช่างเป็นคนที่มีน้ำใจกว้างขวางขอขอบคุณแทนพี่น้องทุกท่านด้วย" ห้าผู้นำโถงตอบ

            จักรพรรดิหยกโบกมือก่อนจะพูดว่า"พวกเราทำสำเร็จในช่วงแรก ไปแล้วถึงแม้ว่าสมาคมโลกและวังแห่งเทพตะวันจะก่อตั้งก่อนหน้าเราแต่ถ้าเทียบกับผู้เชี่ยวชาญที่กลุ่มของเรามีนั้นเยอะกว่าซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบของเราแต่สิ่งที่เราด้อยกว่าก็คือเรื่องของการขาดแคลนทรัพยากร อย่างของสมาคมโลกนั้นได้พื้นที่สำหรับการฝึกฝนที่ดีที่สุดในส่วนของวังแห่งเทพตะวันก็มีเหมืองสองแห่งคอยสนับสนุน และในส่วนของวัตถุดิบของยา(เย่าไฉ) ผู้นำเป็นของกลุ่มดอกไม้ร่วงโรยทำให้ผมเห็นว่าเราควรจะเน้นไปทางผู้เล่นสายสร้างแต่ก็ไม่คิดว่าเหมืองเกิงและเหมืองซินจะถูกซื้อไว้เป็นส่วนตัวแล้วตรงนี้เองที่ทำให้เรามีโอกาส ถ้าเราสามารถทำให้สองเหมืองนี้เป็นของเราได้มันจะมีส่วนช่วยให้เราพัฒนาไปได้เร็วขึ้น ไท่ไป๋เรื่องนี้ไปถึงไหนแล้ว?

            รองหัวหน้ากิลด์ไท่ไป๋จินซิง(เทพแห่งดาวศุกร์) ยิ้มอย่างขมขื่นก่อนที่จะกล่าวว่า "ตามที่ได้รายงานราคาซื้อของทั้งสองเหมืองอยู่ที่ 1.4 ล้านเหรียญทองการเงินของวังสวรรค์ของเราตอนนี้มีอยู่เพียง 200,000 เหรียญทองถ้ารวมกับอีกบัญชีที่มีแค่ 500,000 เหรียญทองมันก็ไม่ทำให้การเจรจาเป็นผลสำเร็จแต่อย่างใดอย่าว่าแต่เขาไม่ยอมตกลงที่จะแลกเปลี่ยนเลย ถ้าเป็นเราก็คงไม่ยอมเหมือนกัน"

            จักรพรรดิหยกยิ้มอย่างมั่นใจก่อนจะพูดเสียงอ่อนลงว่า"ผมเชื่อว่าไท่ไป๋ต้องมีความคิดดีๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นแน่"

            "ไม่ได้มีความคิดดีๆแต่มีความคิดที่แย่กว่านั้นผมส่งคนไปสังหารผู้เล่นที่ทำหน้าที่ขนส่งแร่และยังใช้กำลังเพื่อที่จะปิดกั้นถนนบีบให้พวกมันตกอยู่ในที่นั่งลำบากเมื่อมันไม่มีใครช่วยเดี๋ยวพวกมันก็ต้องยอมเจรจาเองถ้าถึงตอนนั้นทุกอย่างก็อยู่ในกำมือของเราไม่ว่าเราจะให้เท่าไรพวกมันก็ต้องยอมต่อให้จ่ายแค่ 500,000 เหรียญทองไม่อย่างนั้นพวกมันจะไม่ได้แม้แต่เหรียญทองแดงสักเหรียญเลย"รอยยิ้มไท่ไป๋จินซิงนั้นแฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์และโหดเหี้ยม

            "นี่จะไม่ทำให้ชื่อเสียงของเราแย่ลงหรอกหรือรองหัวหน้าไท่ซ่งเล่าจุนกล่าว

            "มันเป็นช่วงเวลาเร่งด่วนเลยจำเป็นต้องใช้วิธีนี้" รองหัวหน้าคนสุดท้ายทัวทาเทียนหวัง(เทพเจดีย์หลี่จิ้ง) กล่าวด้วยเสียงเยือกเย็นน้ำเสียงเต็มไปด้วยความเหี้ยมโหดและไม่เป็นมิตร

            "วิธีที่ดีที่สุดก็คือให้เขามาเข้าร่วมกับกิลด์สวรรค์ของเรา และเราก็ไม่อาจบังคับเขาได้เราควรให้ผลประโยชน์แก่เขาด้วย แต่ถ้าเขาไม่ยอมจริงๆ ก็คงต้องปล่อยไปและนี่ไม่ใช่สิ่งที่เราต้องนำมาพิจารณาไม่มีอะไรที่จะรับประกันได้ว่าเหมืองนั่นมีแร่ที่มีค่าหรือมันอาจจะว่างเปล่าก็ได้"จักรพรรดิหยกพูด เพราะเขาก็เห็นด้วยกับแผนของไท่ไป๋จินซิงมากกว่า

            เมื่อทุกคนได้ยินดังนั้นในสายตาของพวกเขามีแต่ความชื่นชมวิธีนี้ก็เหมือนการสังหารผู้คนโดยปราศจากการเสียเลือดเนื้อหากเขายอมเข้ากิลด์สวรรค์ ก็เหมือนถูกตัดเส้นทางการเติบโตแต่ถ้าไม่ยอมเข้าร่วมกลุ่ม ก็ไม่ยากเลย เราก็ลองให้ผลประโยชน์สักหน่อยแต่ถ้าไม่ยอมรับ ก็ยิ่งง่ายเข้าไปใหญ่กิลด์สวรรค์ต่อต้านผู้เล่นที่ไม่เชื่อฟังอยู่แล้ว มีวิธีเป็นร้อยเป็นพันวิธีสามารถไล่เรียงตั้งแต่เช้าจรดเย็นโดยไม่ซ้ำกันเลยก็ยังได้เมื่อนึกถึงสีหน้าในตอนนั้นแล้ว ทุกคนก็พากันหัวเราะอย่างมีความสุข

            "ว่าแต่เจ้าของเหมืองนั่นชื่อว่าอะไร?" จักรพรรดิหยกถามด้วยเสียงที่เบาลง

            "เมามายซบตักสาวงามมีผู้เล่นบางคนเคยพบเห็นเขามาก่อน ไม่ได้มีชื่อเสียงโด่งดังอะไรเขาเป็นเจ้าของแต่ไม่ได้เป็นคนบริหารมีผู้ดูแลอีกคนเป็นผู้เล่นหญิงชื่อเฉียนจี่วั่นโหร่ว" ไท่ไป๋จินซิงตอบก่อนที่จะมีเสียงข้อความเข้า

            ติ๊ดติ๊ด ติ๊ด...

            เมื่อไท่ไป๋จินซิงเปิดอ่านข้อความสีหน้าของเขาก็สลดวูบลง ก่อนจะมีร่องรอยแห่งความโกรธขึ้งบนใบหน้าเมื่อไท่ซ่งเล่าจุนเห็นสีหน้าแบบนั้น เขาเริ่มมีลางสังหรณ์ที่ไม่ดีจึงรีบถามทันทีว่า "เกิดอะไรขึ้นหรือ?"

            "คนของเรา30 คน ที่ผมส่งไปขวางทางเข้าเหมืองไว้โดนสังหารจนหมดไม่เหลือรอดแม้แต่คนเดียว"น้ำเสียงเย็นชาของไท่ไป๋จินซิงนั้นเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว

            "ว่าอย่างไรนะ?"

            นอกจากจักรพรรดิหยกที่ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆคนอื่นๆ ล้วนตกใจ และต่างโกรธแค้นเป็นอย่างมากตั้งแต่ที่กิลด์สวรรค์ประกาศก่อตั้งกลุ่มขึ้นมา มีบางคนกล้าต่อต้านพวกเขามันเป็นการยั่วยุ ดูหมิ่นเป็นอย่างมากพวกเขาจะต้องจัดการสังหารให้กลับไปเกิดใหม่ที่หมู่บ้านโนวิสเพื่อเป็นการลงโทษ

            "จงสวดอ้อนวอนซะไม่มีใครที่จะสามารถรับมือกับความโกรธเกรี้ยวของกิลด์สวรรค์ได้"จักรพรรดิหยกพึมพำ

    คล้ายกับเรื่องพิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    นิยาย แฟนตาซี
    196K 740
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    3.82M 1844
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    อสูรข้ามฟ้า

    อสูรข้ามฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.46M 2294
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912