จอมราชันย์อัสนี (Lightning Sovereign):

    ตอนที่ 139: การปรากฏตัวที่ไม่คาดฝัน

    ตอนที่ 139 : การปรากฏตัวที่ไม่คาดฝัน

    ภายในห้องเก็บวัตถุพิเศษอันเงียบสงัดและอับชื้น แสงนวลจากยันต์ส่องสว่างเพียงดวงเดียวสั่นไหวเล็กน้อย สะท้อนเงาของสองร่างที่ยืนประจันหน้ากันให้เต้นระริกบนผนังหินเย็นเฉียบ บรรยากาศพลันหนักอึ้งลงราวกับมีภูผาที่มองไม่เห็นกดทับลงมา เสียงหยดน้ำที่เคยดังก้อง บัดนี้กลับดูเลือนรางไปในความเงียบงันอันน่าอึดอัด

    เฉิน ฮ่าวหราน ยืนนิ่ง สองเท้าหยั่งรากมั่นคง มือขวายังคงกำด้ามกระบี่เหล็กกล้าที่ชักออกมาครึ่งหนึ่ง แม้จะพยายามสงบ แต่เขาก็รู้สึกถึงฝ่ามือที่เย็นเฉียบและหัวใจที่เต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก ดวงตาจับจ้องไปยังร่างระหงในชุดฝึกสีครามเข้มที่ยืนสงบอยู่เบื้องหน้า – หลู่เสวี่ย (陆雪)!

    ความคิดนับหมื่นพันแล่นผ่านสมองเขาอย่างรวดเร็ว นางมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร? ในเวลาเช่นนี้? นางตามเขามา? หรือว่านางเองก็มีเป้าหมายบางอย่างในหอเก็บสมบัติแห่งนี้? ความคิดแวบหนึ่งผุดขึ้น 'สตรีผู้นี้... หรือนางจะเป็นภูตผีเสียเอง? ปรากฏตัวได้ไร้ร่องรอยปานนี้' ความเย็นชาและความลึกลับของนางทำให้เขารู้สึกถึงอันตรายที่แตกต่างจากเงาอสูร มันคืออันตรายจากสติปัญญาและความเฉียบคมที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยนั้น

    "ลอบเข้ามาในเขตหวงห้ามยามวิกาล... แถมยังงัดแงะกลไกโบราณเพื่อขโมยสมบัติ... ศิษย์น้องเฉิน เจ้าช่างมีความกล้าหาญและมีความสามารถที่น่าประทับใจจริงๆ"

    น้ำเสียงเรียบๆ แต่เย็นเยียบของหลู่เสวี่ยดังขึ้น ทำลายความเงียบงัน ทุกถ้อยคำเสียดแทงราวคมมีดน้ำแข็ง นางไม่ได้แสดงท่าทีตกใจหรือเกรี้ยวกราด มีเพียงแววตาพิจารณาที่กวาดมองเขาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ก่อนจะเลื่อนไปหยุดที่กล่องไม้สีดำปริศนาซึ่งยังคงวางอยู่ในช่องลับใต้พื้น

    "ศิษย์พี่หลู่ ท่าน... ท่านเข้าใจผิดแล้ว ข้าเพียงแค่..." ฮ่าวหรานพยายามเอ่ยแก้ตัว เสียงติดขัดเล็กน้อย ความกลัวที่จะถูกเปิดโปง ความลับของท่านแม่ ของกระบี่ มันถาโถมเข้ามาจนแทบจะควบคุมสีหน้าไว้ไม่อยู่ เขารู้ดีว่ามันฟังดูไร้น้ำหนักเพียงใดในสถานการณ์เช่นนี้ เขาถูกจับได้คาหนังคาเขา!

    "เข้าใจผิดรึ?" หลู่เสวี่ยเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากเหมือนจะยกขึ้นนิดๆ อย่างเย้ยหยัน แต่ก็หายไปอย่างรวดเร็ว "ข้าบังเอิญเดินตรวจตราผ่านมาทางนี้พอดี" นางกล่าวต่อ น้ำเสียงยังคงราบเรียบ "สัมผัสได้ถึงพลังงานที่ผิดปกติจากค่ายกลป้องกันที่ถูกทำลาย เลยลองเข้ามาตรวจสอบดูเท่านั้น ไม่คิดว่าจะมาเจอเจ้ากำลัง 'สำรวจ' กล่องไม้ (木盒) ลึกลับนี้อยู่พอดี"

    นางปรายตามองไปยังกล่องไม้สีดำนั้นอีกครั้ง แววตาฉายประกายสงสัยใคร่รู้จางๆ "กล่องนั่น... มีอะไรพิเศษงั้นรึ? ถึงกับทำให้ศิษย์น้องผู้สุขุมรอบคอบเช่นเจ้า ต้องยอมเสี่ยงอันตราย ผิดกฎสถาบัน เข้ามาตามหาถึงที่นี่ในยามวิกาลเช่นนี้"

    'นางเชื่อเรื่องที่ข้าทำลายค่ายกลจริงๆ หรือ? หรือนางแค่แสร้งทำเป็นไม่รู้เบื้องหลังกันแน่?' ฮ่าวหรานคิดอย่างรวดเร็ว คำพูดของนางเหมือนจะยอมรับคำอธิบายเรื่องค่ายกล แต่ก็ยังคงตั้งคำถามถึง "แรงจูงใจ" ของเขาอย่างตรงไปตรงมา นางไม่ได้ถามว่าเขาเข้ามาได้อย่างไร แต่ถามว่าเขา "มาทำไม"

    เขายังคงไม่ตอบคำถามนั้น เขารู้สึกว่ายิ่งพูด ยิ่งอาจจะเปิดเผยพิรุธ เขาเลือกที่จะจ้องมองนางกลับไปอย่างเงียบงัน พยายามอ่านเจตนาที่แท้จริงภายใต้ดวงตาสีฟ้าอ่อนอันเย็นชาคู่นั้น นางต้องการจับกุมเขา? ต้องการแย่งชิงกล่องไม้? หรือเพียงแค่ต้องการ "รู้" ความลับของเขา? ความรู้สึกเหมือนถูกต้อนเข้ามุม เหมือนหนูที่เผชิญหน้างูพิษ มันบีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก

    ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ความกดดันที่มองไม่เห็นแผ่ออกมาจากร่างของทั้งสองฝ่าย แม้ฮ่าวหรานจะเพิ่งก้าวสู่ขั้นสร้างรากฐาน (筑基期) แต่พลังอัสนีบรรพกาลที่ซ่อนเร้น และจิตใจที่ผ่านความเป็นความตายมาหลายครั้ง ทำให้เขาไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวจนเสียขวัญ ส่วนหลู่เสวี่ยนั้น แม้จะยืนนิ่งสงบ แต่ไอเย็นจางๆ ที่แผ่ออกมาจากร่างก็น่าเกรงขาม พลังของนางลึกล้ำเกินกว่าที่เขาจะหยั่งถึงได้หมด

    ขณะที่ทั้งคู่จ้องตากันเขม็ง ไม่มีใครยอมหลบสายตา ฮ่าวหรานก็พลันรู้สึกถึงพลังงานเย็นเยียบจากกล่องไม้ที่พื้น มันเหมือนจะ "เต้นตุบๆ" เบาๆ สอดรับกับบรรยากาศอันตึงเครียดนี้ จิตวิญญาณกระบี่ในทะเลจิตยิ่งสั่นสะท้านหนักขึ้น ราวกับรับรู้ถึงภัยอันตรายสองด้านที่กำลังคืบคลานเข้ามา

    การปะทะ... อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ หากมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเคลื่อนไหวผิดพลาดไปเพียงนิดเดียว!

    ขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุดนั้นเอง!

    ครืด... ครืนนนนน!!! แครกกกกก!!!

    พื้นศิลาใต้เท้าของทั้งสองคนพลันสั่นสะเทือนขึ้นมาอย่างรุนแรง! มันไม่ใช่การสั่นไหวเล็กๆ เหมือนครั้งก่อน แต่เป็นการสั่นครืนครั้งใหญ่! ราวกับมีอสูรร้ายใต้พิภพกำลังพลิกตัว! เสียงครืนครั่นนั้นไม่ได้มาจากใต้ดินเท่านั้น แต่ดังมาจาก "ทุกทิศทาง" ราวกับมิติอากาศกำลังปริแตก! ฝุ่นผงโบราณร่วงกราวลงมาจากเพดาน! แสงจากยันต์ส่องสว่างในมือฮ่าวหรานสั่นไหววูบวาบอย่างรุนแรง!

    "เกิดอะไรขึ้น!" ฮ่าวหรานอุทานในใจ ตื่นตระหนก!

    หลู่เสวี่ยเองก็ขมวดคิ้วแน่น ดวงตาเย็นชาฉายแววตื่นตัวอย่างเห็นได้ชัด นางกวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างรวดเร็ว!

    วูบบบบบ! ฟู่! ฉีกกกกกกกกกกกกก!!!

    ทันใดนั้น! อากาศภายในห้องก็พลันเกิดการ "บิดเบี้ยว" อย่างรุนแรง! พวกเขารู้สึกถึงพลังงานมิติ (空间能量) ที่มองไม่เห็น กำลังปั่นป่วนและฉีกขาด! มิติอากาศเบื้องหน้าดูเหมือนจะ "ฉีกขาด" ราวกับผืนผ้าไหม! เผยให้เห็นห้วงมิติอันดำมืดและพลังงานหลากสีอันบิดเบี้ยวที่อยู่เบื้องหลังเพียงชั่วพริบตา! เกิดเป็นรอยแยกสีเงินเล็กๆ คล้ายใยแมงมุมปรากฏขึ้นกลางอากาศเป็นระยะๆ! เสียงหวีดหวิวแหลมเล็กเสียดแก้วหูดังขึ้น! ความรู้สึกเหมือนโลกกำลังจะแตกสลายถาโถมเข้าใส่! ร่างกายรู้สึกเหมือนจะถูกฉีกเป็นชิ้นๆ!

    "พลังงานมิติ... ไม่เสถียรจริงๆ ด้วย" หลู่เสวี่ยเอ่ยออกมาเสียงเบา สีหน้ายังคงเรียบเฉย แต่แววตาฉายแววตระหนักรู้ถึงอันตรายอย่างชัดเจน

    'นางรู้อยู่แล้ว!?' ฮ่าวหรานตกตะลึงยิ่งกว่าเดิม!

    แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้ซักถาม! พื้นห้องส่วนที่เขายืนอยู่ก็พลันยุบตัวลง! พร้อมกับแรงดูดมหาศาลที่มองไม่เห็น ดึงร่างของเขาให้ร่วงหล่นลงไปในความมืดเบื้องล่าง!

    "อ๊า!"

    เขาเห็นแวบสุดท้ายคือร่างของหลู่เสวี่ยที่ถูกพลังงานมิติอีกสายพัดพาไปอีกทิศทางหนึ่ง ดวงตาเย็นชาคู่นั้นเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ เป็นเสี้ยววินาทีแรกที่เขาเห็นความรู้สึกอื่นนอกเหนือจากความเย็นชาบนใบหน้าของนาง! ... ก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบลง!

    ความรู้สึกเหมือนร่างถูกฉีกกระชาก... ความสับสน... และความมืดมิด... เข้าครอบงำสติสัมปชัญญะของเขาโดยสมบูรณ์...

    หอเก็บสมบัติชั้นล่างที่ควรจะสงบเงียบ บัดนี้กลับกลายเป็นเวทีแห่งความโกลาหลและความลับที่ซ้อนเร้นยิ่งกว่าเดิม! การปรากฏตัวของหลู่เสวี่ย พลังงานมิติที่ปั่นป่วน และการพลัดพรากที่ไม่คาดฝัน... เฉิน ฮ่าวหราน ถูกส่งไปยังที่ใด? และชะตากรรมใดกำลังรอเขาอยู่เบื้องหน้า!?

    (จบตอนที่ 139)

    คล้ายกับเรื่องจอมราชันย์อัสนี (Lightning Sovereign): ที่คุณอ่าน