ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

เล่มที่ 9 บทที่ 257 สมาชิกของเผ่ามังกร!

        หอทหารรับจ้างขวานสงคราม

        จักรพรรดิขวานสงครามพลันรู้สึกถึงเสียงคำรามของอาวุธมากมายนับไม่ถ้วนที่อยู่ในหอทหารรับจ้างขวานสงครามหากเสียงเช่นนี้ดังขึ้นเพราะเสียงเรียกขานของเจ้านายแห่งอาวุธ นั่นถือเป็นเรื่องปกติ

        แต่ดาบหลายเล่มที่นี่ไม่มีเจ้าของแต่มันกลับส่งเสียงออกมาพร้อมๆ กัน

        “นี่...”

        ดวงตาของจักรพรรดิขวานสงครามหดแคบลงเขาคิดถึงความเป็นไปได้ข้อหนึ่งขึ้นมา

        “ร่างวิญญาณดาบต้นกำเนิด!”

        กายดาบต้นกำเนิดและกายดาบก่อกำเนิดนั้นคล้ายคลึงกันมากสองอย่างนี้แตกต่างกันเล็กน้อยเท่านั้น กายต้นกำเนิดประเภทอาวุธนั้นหาได้ยากยิ่ง มันแข็งแกร่งกว่ากายต้นกำเนิดทั่วไปเสียอีก

        หากผู้ฝึกดาบสร้างร่างวิญญาณดาบต้นกำเนิดขึ้นมาบุคคลเหล่านั้นจะแข็งแกร่งกว่าผู้ฝึกดาบระดับเดียวกันมาก นักดาบที่ควบแน่นร่างวิญญาณดาบต้นกำเนิดสร้างกายดาบขึ้นมาได้ นั่นแน่นอนว่าพวกเขาจะเป็นตัวตนที่แข็งแกร่งมากในระดับเดียวกัน

        ร่างวิญญาณดาบต้นกำเนิดนั้นยากที่จะควบแน่นได้เพราะมันไม่มีวิธีที่แน่นอน

        หากเป็นร่างวิญญาณต้นกำเนิดทั่วไปเช่นร่างวิญญาณอัคคีก่อกำเนิด ร่างนั้นสามารถสร้างขึ้นได้โดยการดูดซับพลังปราณธาตุไฟและค่อยๆขัดเกลาร่างกายไปเรื่อยๆ เมื่อถึงตอนนั้นก็จะมีโอกาสสร้างร่างวิญญาณอัคคีก่อกำเนิดขึ้นมาแต่การสร้างร่างวิญญาณดาบต้นกำเนิดนั้นยากกว่านั้นมาก เพราะไม่มีทางเลยที่จะดูดซับพลังปราณดาบมากมายเพื่อนำมาขัดเกลาร่างกายได้

        หินเกิงจินเป็นสมบัติหายากที่สามารถปรับแต่งร่างกายและควบแน่นร่างวิญญาณดาบต้นกำเนิดเพื่อสร้างกายดาบต้นกำเนิดขึ้นมาได้

        แต่สมบัติล้ำค่าประเภทนี้จักรพรรดิขวานสงครามกลับไม่รู้จักมัน

        “ใครกันที่ควบแน่นกายดาบต้นกำเนิด?”

        จักรพรรดิขวานสงครามคิดกับตัวเองด้วยความสงสัย

        ที่ฐานจงไห่มีนักดาบที่แข็งแกร่งอยู่ไม่มากนักยิ่งนักดาบระดับจักรพรรดิยิ่งมีน้อยเข้าไปใหญ่

        “จักรพรรดิดาบลู่เฟย?”

        นี่เป็นคนแรกที่จักรพรรดิขวานสงครามคิดถึงแต่ไม่นานเขาก็ปฏิเสธความคิดนั้นทันที

        ด้วยความเข้าใจของเขาไม่มีทางที่จักรพรรดิดาบลู่เฟยจะสามารถก่อร่างวิญญาณดาบต้นกำเนิดขึ้นมาได้

        ทันใดนั้น

        ชื่อของชายอีกคนหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในใจของจักรพรรดิขวานสงคราม

        “เย่เทียน!”

        เย่เทียนเป็นนักดาบและเขายังแข็งแกร่งยิ่งกว่าจักรพรรดิดาบลู่เฟยมาก เพราะพรสวรรค์ด้านดาบของเย่เทียนคือพรสวรรค์ระดับดาราเขาแม้แต่สามารถฝึกฝนทักษะดาบระดับตำนานได้สำเร็จ

        “หรือว่าจะเป็นเย่เทียนจริงๆ?”

        จิตสำนึกของจักรพรรดิขวานสงครามได้ถูกส่งออกไปข้ามผ่านอากาศเข้าใกล้หอสวรรค์

        ยิ่งเข้าใกล้หอสวรรค์มากเท่าไหร่เขายิ่งสัมผัสได้ถึงปราณดาบที่แผ่ออกมาอย่างหนาแน่น

        ในเวลาเดียวกันเขาก็สัมผัสได้ถึงพลังอันมหาศาลที่เกินกว่าที่เขาคาดคิดเอาไว้จากภายในหอสวรรค์ อีกทั้งพลังนี้ยังผสมปนเปกับกลิ่นอายของเต๋าแห่งดาบที่แผ่กระจายกดดันไปทั่วบริเวณราวกับว่าบริเวณนี้ได้กลายเป็นโลกแห่งดาบที่น่าสะพรึงกลัวไปแล้ว

        “เป็นเย่เทียนจริงๆ!”

        จักรพรรดิขวานสงครามยืนยันความคิดของตน

        เพียงไม่นาน

        ข่าวที่เย่เทียนควบแน่นร่างวิญญาณดาบต้นกำเนิดขึ้นมาได้ก็แพร่กระจายออกไปทั่วทั้งฐานจงไห่

        จักรพรรดิจันทราที่อยู่ในวิหารเทพจันทราเป็นคนแรกที่รู้ว่าเย่เทียนควบแน่นร่างวิญญาณดาบต้นกำเนิดได้แล้ว

        เธอเคยได้ยินเย่เทียนเคยกล่าวไว้นานแล้วว่าเขาต้องการทะลวงร่างวิญญาณต้นกำเนิดดังนั้นเมื่อเห็นดาบนับหมื่นเล่มในนิกายเทพจันทราส่งเสียงออกมาพร้อมกัน เธอก็รู้ได้ทันทีว่าสามีของเธอทำสำเร็จแล้ว

        ดังนั้นเธอจึงมายังหอสวรรค์ทันทีและรอคอยเย่เทียนอยู่นอกห้องฝึกฝนเพราะกลัวว่าจะไปรบกวนเย่เทียนเข้า

        หลังจากนั้นไม่นานเสียงของเย่เทียนก็ดังออกมาจากข้างใน

        “เยว่เอ๋อร์ เข้ามาเร็ว!”

        แกร๊ก!

        เมื่อค่ายกลเปิดออกจักรพรรดิจันทราก็เดินเข้าไปในทันที

        “ท่านพี่ ยินดีด้วยที่สามารถควบแน่นร่างวิญญาณดาบต้นกำเนิดได้สำเร็จ!” จักรพรรดิจันทรากล่าวด้วยความยินดี

        สามีของเธอสามารถควบแน่นร่างวิญญาณดาบต้นกำเนิดขึ้นมาได้แน่นอนว่าความแข็งแกร่งของเขาจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งนี่เป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับเธอ!

        ยิ่งสามีของเธอแข็งแกร่งขึ้นมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดีมากขึ้นเท่านั้นมันทำให้เธอยิ่งรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น

        ในเวลาเดียวกันเธอก็รู้สึกภาคภูมิใจในความสำเร็จของเย่เทียน

        “เยว่เอ๋อร์ พวกเรามาฉลองกันเถอะ”

        เย่เทียนพูดอย่างตื่นเต้น

        “จะฉลองยังไง?”

        เยว่เอ๋อร์ไม่เข้าใจ

        แต่ไม่นานเธอก็ได้รู้ว่าการฉลองของเย่เทียนหมายถึงอะไร

        ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา

        จักรพรรดิจันทราก็ออกจากหอสวรรค์และกลับไปยังนิกายเทพจันทรา

        นอกจากเวลาที่เธอฝึกฝนพร้อมกับเย่เทียนในช่วงเวลาอื่นๆ เธอมักจะอยู่ที่นิกายเทพจันทราเสมอ

        ภายในห้องฝึกฝน

        เย่เทียนรู้สึกพอใจและเริ่มสำรวจร่างวิญญาณดาบต้นกำเนิดของเขา

        หลังจากทดสอบดูแล้วเขาก็พบว่าร่างวิญญาณดาบต้นกำเนิดช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของทักษะดาบขึ้นถึง1.5เท่า 1.5 เท่านี้ดูเหมือนจะไม่มาก แต่ความจริงตัวเลขนี้สูงมาก

        ยกตัวอย่างเช่นหากทักษะดาบของเขาแสดงออกมาเท่ากับ 10 และหลังจากเพิ่มร่างวิญญาณดาบต้นกำเนิดเข้าไปทักษะดาบจะเพิ่มขึ้นเป็น 15

        ประเด็นคือทักษะดาบและพรสวรรค์ด้านพละกำลังสามารถซ้อนทับกันได้นี่แสดงให้เห็นว่าร่างวิญญาณดาบต้นกำเนิดสามารถเพิ่มพลังโจมตีของเขาขึ้นได้อีกครั้งและสิ่งนี้ไม่ใช่สิ่งที่ร่างธาตุก่อกำเนิดแบบอื่นจะสามารถเทียบได้

        นอกจากนี้เย่เทียนยังพบว่าร่างวิญญาณดาบต้นกำเนิดของเขาสามารถเพิ่มพลังป้องกันได้ด้วย

        เห็นได้ชัดว่าร่างวิญญาณดาบต้นกำเนิดนั้นท้าทายสวรรค์ขนาดไหน!

        “ความแข็งแกร่งของเราในตอนนี้น่าจะเทียบได้กับจักรพรรดิ 7 ดาราที่อ่อนแอ!” เย่เทียนประเมิน

        เมื่อคำนวณดูแล้วเขาเองคงจะสามารถขึ้นสู่จุดสูงสุดของโลกได้ในอีกไม่นาน!

        ตัวเขานั้นถือได้ว่าเป็นจักรพรรดิระดับ7 ดาราที่รับมือได้ยากยิ่ง

        แน่นอนว่าเมื่อเทียบกับระดับจักรพรรดิ7 ดาราระดับสูงสุด เย่เทียนยังห่างชั้นอยู่มาก แต่หากเขาใช้พรสวรรค์ด้านเวลาและมิติเขาจะสามารถควบคุมจักรพรรดิ 7 ดาราได้

        นอกจากนี้ใครจะกล้ารับประกันว่าที่ฐานเทียนฝูจะไม่มีระดับจักรพรรดิ 8 ดาราหรือจักรพรรดิ 9 ดารา?

        ในเมื่อเขาสามารถซ่อนพลังได้คนอื่นๆ จะไม่ซ่อนพลังแบบเขาอย่างนั้นหรือ?

        ก่อนที่เขาจะแข็งแกร่งจนถึงระดับหนึ่งเขายังต้องเก็บงำตัวเองไว้อยู่สักเล็กน้อย

        แต่หากมีคนมายั่วโมโหเขาเขาก็ไม่จำเป็นต้องปิดบังความสามารถอีกต่อไป

        แน่นอนว่าภายในฐานจงไห่ไม่มีใครที่กล้าจะทำเช่นนั้น!

        บรรลุขอบเขตเต๋าแห่งดาบบรรลุขอบเขตเต๋าแห่งกรงเล็บ ฝึกฝนทักษะดาบ ฝึกฝนทักษะกรงเล็บ…

        เย่เทียนฝึกฝนอย่างบ้าคลั่งแม้ว่าเขาจะมีพรสวรรค์ความเข้าใจที่สามารถเพิ่มความเข้าใจได้ถึง 20 เท่า และพรสวรรค์ด้านเวลาที่สามารถเร่งเวลาขึ้น10เท่า แต่เขาก็ยังคงรู้สึกว่าเวลาของเขานั้นมีไม่พอ

        อีกอย่างในตอนนี้ฐานจงไห่ไม่มีภัยคุกคามใดๆ แล้ว ดังนั้นเขาจึงสามารถฝึกฝนได้อย่างปลอดภัยโดยไม่ต้องกังวลถึงเรื่องอะไร

        ถ้าไม่มีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นเย่เทียนจะไม่ออกจากการเก็บตัว เว้นแต่เขาจะไปเดินเล่นกับจักรพรรดิจันทราเป็นครั้งคราว

        อย่างไรก็ตามในขณะที่เย่เทียนกำลังเก็บตัวอยู่นั้นโลกของสัตว์อสูรที่อยู่ใกล้กับฐานทัพจงไห่ก็มีบางอย่างเกิดขึ้น

        ภายในตำหนักมังกร!ห้องโถงเคลื่อนย้าย

        แสงจากค่ายกลเคลื่อนย้ายกะพริบและสิ่งมีชีวิตที่มีรูปร่างเหมือนมนุษย์ก็เดินออกมา

        ลักษณะภายนอกของมันนั้นคล้ายคลึงกับมนุษย์แต่หน้าผากของอีกฝ่ายกลับมีเขาของมังกรอยู่สองข้าง ทั้งอีกฝ่ายยังสวมไว้ด้วยเสื้อคลุมลวดลายมังกร

        กลิ่นอายของเขาเหมือนกับกลิ่นอายของมังกรนี่แสดงให้เห็นว่าเขาเป็นสมาชิกของเผ่ามังกร!

        เมื่อเผ่ามังกรกลายเป็นระดับเทพแล้วพวกมันจะสามารถเปลี่ยนร่างได้ และเผ่ามังกรทั่วไปมักจะเลือกอยู่ในร่างมนุษย์ เพราะร่างกายมนุษย์นั้นเหมาะแก่การต่อสู้และสื่อสารกับเผ่าพันธุ์อื่นมากกว่า

        หลังจากที่สมาชิกของเผ่ามังกรออกมาจากค่ายกลเคลื่อนย้ายจิตสำนึกของเขาก็กวาดผ่านออกไป จากนั้นเขาก็ขมวดคิ้ว “ตำหนักมังกรถูกเปิดออกก่อนกำหนดมีสัตว์อสูรจำนวนมากที่ได้เข้าไปในห้องโถงมรดกมังกร ฮึ่ม ข้าเดาว่าเจ้าพวกนี้คงได้รับสมบัติไปไม่น้อย...ไม่รู้ว่าทำไมผู้อาวุโสเผ่ามังกรถึงเลือกที่จะอยู่ที่นี่เพื่อรอให้หมดอายุขัยและยังไม่อนุญาตให้สมาชิกเผ่ามังกรบุกเข้าไปในห้องโถงมรดก หรือว่าจะเป็นอย่างที่เหล่าผู้อาวุโสกล่าวไว้ว่าเทพแห่งชิงถานผู้นี้มีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีกับระดับสูงของเผ่ามังกร ดังนั้นเขาจึงสร้างข้อจำกัดเช่นนี้ขึ้น”

        ยิ่งคิดเท่าไหร่เขาก็ยิ่งไม่เข้าใจเขาจึงสลัดความคิดเหล่านี้ทิ้งไป

        วู๊ซซซ!

        ทันทีที่เขาก้าวออกจากตำหนักมังกรจิตสำนึกของเขาก็เริ่มกวาดสำรวจไปทั่วรัศมีหลายสิบล้านลี้

        วูปปป!!!!

        เขาพบกับสัตว์อสูรจำนวนมากมายนับไม่ถ้วนแต่เขาก็ไม่ได้พบสัตว์อสูรระดับเทพเลยแม้แต่ตัวเดียว

        ยอดฝีมือเผ่ามังกรผู้นี้เดินทางข้ามทะเลผ่านเทือกเขานับไม่ถ้วน สำรวจหลายจุด แต่ก็ยังไม่รู้สึกถึงกลิ่นอายของสัตว์อสูรระดับเทพแม้แต่ตัวเดียวแม้แต่สัตว์อสูรที่มีพรสวรรค์ทางสายเลือดระดับตะวันก็ยังหาไม่เจอ

        “มีบางอย่างเกิดขึ้นจริงๆ ด้วย! ไปตรวจสอบต้นมังกรศักดิ์สิทธิ์ก่อน!”

        ร่างของยอดฝีมือเผ่ามังกรกลายเป็นลำแสงและมาถึงต้นมังกรศักดิ์สิทธิ์อย่างรวดเร็ว

        เมื่อเห็นว่าต้นมังกรศักดิ์สิทธิ์ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์สมาชิกเผ่ามังกรก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

        ต้นมังกรศักดิ์สิทธิ์ต้นนี้มีค่ามากกว่าโลกของสัตว์อสูรทั้งใบเสียอีกหากไม่ใช่เพราะเหล่าผู้ทรงอำนาจของเผ่ามังกรต้องการใช้โลกของสัตว์อสูรนี้สร้างผลมังกรศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถออกผลผลิตเป็นสมบัติที่ช่วยยกพรสวรรค์ทางสายเลือดให้เป็นระดับที่สูงขึ้นพวกเขาคงไม่ทิ้งของล้ำค่าเช่นนี้ไว้ที่นี่

        แม้ว่าต้นมังกรศักดิ์สิทธิ์และโลกของสัตว์อสูรจะเชื่อมโยงกันจนแม้แต่ระดับเทพก็ยังยากที่จะทำอะไรมันได้แต่พวกเขาก็ยังกลัวว่าจะมีตัวตนที่อยู่เหนือกว่าระดับเทพมาแย่งชิงต้นมังกรศักดิ์สิทธิ์นี้ไป

        “ผลมังกรศักดิ์สิทธิ์ถูกพวกสัตว์อสูรแย่งชิงไปแล้ว แลแม้ข้าจะใช้วิชาลับของตระกูลในการค้นหาแต่ข้ากลับไม่พบสัตว์อสูรที่มีพรสวรรค์ทางสายเลือดระดับตะวันเลย เป็นไปได้ไหมว่าสัตว์อสูรทั้ง9 ตัวที่ได้รับผลมังกรศักดิ์สิทธิ์ไปจะกลายเป็นระดับเทพและหนีไปในท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวแล้ว?”

        “ไม่สิ หากมีสัตว์อสูรระดับเทพปรากฏตัวขึ้น เผ่ามังกรของข้าจะสัมผัสได้ในทันทีมันต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ๆ แต่นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”

        สมาชิกเผ่ามังกรตนนี้สงสัยมาก

        “งั้นข้าคงต้องสืบหาข้อมูลจากสัตว์อสูรในโลกนี้ก่อน บางทีอาจจะได้เบาะแสบางอย่างก็ได้!”