หลังผ่านพ้นค่ำคืนฝันร้ายที่เต็มไปด้วยปริศนาและความเสียวซ่านรัญจวนใจ ซึ่งหลงเหลือทิ้งร่องรอยขบช้ำสีแดงหลายจุดบนหน้าอกอวบอิ่ม... จิตใจของฉันก็ล่องลอยสะเปะสะปะและไม่อยู่กับเนื้อกับตัวอีกต่อไป
ฉันใช้เวลาสองวันถัดมาในการหลบซ่อนรอยแผลราคีเ่าั้ภายใต้เสื้อคอเต่าแขนยาวหนาทึบและพยายามหลีกเลี่ยงการเดินเผชิญหน้ากับคุณพ่อณรงค์ในบ้านสวนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทว่าในยามมื้ออาหารเช้าและเย็น สายตาคมกริบของพ่อผัวที่คอยกวาดมองสำรวจขอบคอเสื้อและหน้าอกอวบอัดของฉันกลับดูรู้เท่าทันสถานการณ์ และแฝงไปด้วยรอยยิ้มกริ่มเยาะเย้ยลึกลับสะใจอยู่ลึกๆ ยิ่งทำให้ฉันต้องก้มหน้างุดหลบตาตัวสั่นเทาด้วยความอึดอัดจนแทบจะกลืนข้าวไม่ลงคอ ร่างกายอวบอัดยังแอบจดจำััเสียวซ่านสากระคายเมื่อคืนวันนั้นจนทำให้ฉันแอบรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งร่างทุกครั้งยามต้องเดินผ่านเขา
จนกระทั่งใน่บ่ายของวันถัดมา...
สภาพอากาศภายนอกร้อนระอุอบอ้าวอย่างรุนแรง ลมพัดพากกลิ่นไอแดดและใบไม้แห้งแห้งร่วงหล่นเกลื่อนกลาดรอบสวน คุณพ่อณรงค์เดินลงมาสะพายกระเป๋าหนังและเอ่ยปากบอกฉันเสียงทุ้มปกติว่าจะออกไปทำธุระสำคัญที่สมาคมข้าราชการำาญในตัวเมืองจังหวัด และคาดว่าจะกลับมาอีกทีใน่หัวค่ำ
"พ่อฝากดูบ้านช่องด้วยนะฝ้าย ่บ่ายคล้อยแดดร่มลมตกแล้ว ฝ้ายช่วยเข้าไปจัดปัดกวาดฝุ่นในห้องทำงานของพ่อหน่อยก็ดีนะจ๊ะ พ่อไม่ได้จัดระเบียบโต๊ะทำงานกับเอกสารมาหลายวันแล้ว ฝากด้วยนะลูก"
ท่านเอ่ยทิ้งท้ายด้วยสีหน้าและรอยยิ้มอบอุ่นสุภาพน่านับถือเช่นปรกติ สายตาเลื่อนจ้องที่ลำคอเสื้อคอเต่าของฉันอยู่แวบหนึ่ง ก่อนจะก้าวเดินออกไปสตาร์ทรถยนต์คันโตขับเคลื่อนออกจากบ้านสวนไปช้าๆ
เมื่อเสียงล้อรถยนต์และเสียงเครื่องยนต์คันใหญ่วิ่งห่างไกลออกไปจนความเงียบสงัดวิเวกกลับคืนมาปกคลุมบ้านสวนอีกครั้ง...
ฉันสูดลมหายใจเข้าปอดลึกยาวเพื่อพยายามสลัดความกังวลใจและรวบรวมความรู้สึกกล้าหาญหยิบไม้ขนไก่ ผ้าสะอาด และถังน้ำเดินตรงไปยังห้องโถงตะวันออกล่าง ซึ่งเป็ที่ตั้งของ "ห้องทำงานส่วนตัวของคุณพ่อณรงค์"
ห้องทำงานของท่านตกแต่งด้วยตู้โชว์ไม้สักหนาทึบและเก้าอี้หนังกวางเก่าแก่ ส่งกลิ่นหนังสือเก่าและไม้หอมแห้งกรุ่นน่านับถือ ฉันก้าวเดินเข้าไปปัดฝุ่นละอองรอบห้องช้าๆ ทำตัวให้ยุ่งเข้าไว้เพื่อไม่ให้สมองฟุ้งซ่านคิดถึงเื่รอยแดงบนหน้าอก จนกระทั่งฉันปัดฝุ่นมาถึงบริเวณโต๊ะทำงานไม้สักขนาดใหญ่ของท่าน
*ก๊อก...*
เสียงเช็ดไม้ปัดกวาดดังขึ้นเบาๆ เป็ระยะ
สายตาของฉันพลันสะดุดกึกเข้ากับ "พวงกุญแจเหล็กโบราณหัวทองเหลือง" พวงใหญ่ที่วางระเกะระกะทิ้งไว้ตรงขอบลิ้นชักโต๊ะทำงานที่เปิดแง้มค้างไว้เล็กน้อย...
"กุญแจห้องทำงานกับกุญแจตู้นี่นา..." ฉันพึมพำกับตัวเองด้วยความตื่นตระหนกปนฉงนใจ ปกติคุณพ่อณรงค์เป็คนเ้าระเบียบวินัยเคร่งครัดอย่างที่สุดและไม่มีวันหลงลืมกุญแจสำคัญทิ้งไว้เช่นนี้แน่นอน หรือว่าท่านรีบร้อนออกจากบ้านจนเผอเรอทิ้งกุญแจตู้เซฟส่วนตัวเอาไว้
ความอยากรู้อยากเห็นระคนความระแวงที่อัดแน่นจนอกแทบะเิผลักดันให้ฉันยื่นมือสั่นเทาไปหยิบกุญแจเหล็กพวงนั้นมาถือไว้แน่น สัญชาตญาณร้องสั่งให้ฉันเดินตรงไปสำรวจหลังตู้ชั้นหนังสือขนาดใหญ่ท้ายห้องทำงาน... ซึ่งเป็ตำแหน่งที่ตั้งของ "ตู้เซฟฝังผนังเหล็กกล้าหนาเตอะ" ที่ปกติจะปิดล็อกแ่าไร้คนแตะต้อง
แต่ทว่าเวลานี้... บานประตูเซฟเหล็กกล้าสีเทาเข้มกลับเปิดแง้มอ้าออกกว้างราวกับมีคนจงใจเปิดทิ้งไว้หรือรีบร้อนออกไปจนลืมล็อกกลอนสลัก!
หัวใจของฉันกระหน่ำรัวเต้นแรงราวมือกลองรัวกลองรบในอก ร่างกายอวบอัดสะท้านวาบชาดิก
ฉันค่อยๆ ยื่นมือสั่นระริกไปดึงบานประตูเซฟเหล็กหนาหนักให้เปิดกว้างออกช้าๆ เสียงกลไกเหล็กขยับเอี๊ยดอ๊าดแห้งผากสั่นประสาทััในความเงียบสงัด
และสิ่งแรกที่ปรากฏแก่สายตาของฉันภายในตู้เซฟมืดมิดช่องนั้น... ก็ทำให้ฉันต้องเบิกตากว้างหลั่งหยาดน้ำตาไหลพรากและเข่าอ่อนแทบทรุดฮวบลงกองกับพื้นห้องปูน
ที่ก้นตู้เซฟเหล็กกล้า... มี "ถุงกระดาษสีน้ำตาลอ่อนใบเก่า" ตั้งอยู่เงียบๆ
ภายในถุงกระดาษใบนั้นอัดแน่นไปด้วย "ชุดชั้นในและกางเกงในลูกไม้แบรนด์หรูทุกตัวที่หายไปของฉัน!"
ไม่ว่าจะเป็กางเกงในลูกไม้สีดำสนิทตัวโปรด ยกทรงลูกไม้สีชมพูพาสเทลสายเดี่ยว และชิ้นอื่นๆ ที่ฉันเคยคิดว่าลมพัดตกหายไปหลังบ้าน ทั้งหมดถูกซักทำความสะอาดพับเรียงเป็ระเบียบเรียบร้อยอยู่ก้นตู้ ผสมผสานปะปนกับกลิ่นสเปรย์หอมฉุนของคุณพ่อณรงค์ มันบ่งบอกพฤติกรรมหมกมุ่นทางเพศอย่างน่ากลัว
แต่สิ่งที่ช็อกสะท้านและกรีดลึกทำลายสติของฉันที่สุด... กลับวางตั้งอยู่ข้างๆ ถุงกระดาษนั้น
มันคือ "แท็บเล็ตหน้าจอใหญ่หน้ากว้าง" เครื่องหนึ่งที่วางตั้งอยู่บนขาตั้งพลาสติก หน้าจอยังคงสว่างโร่เปิดทำงานค้างอยู่และมีสายชาร์จไฟเสียบคาไว้กับเต้ารับด้านในเซฟ
บัดนี้ หน้าจอแท็บเล็ตกำลังเล่น "ไฟล์วิดีโอ" หนึ่งวนเวียนซ้ำไปซ้ำมาอย่างไร้เสียง...
ฉันยื่นหน้าเข้าไปมองใกล้ๆ จ้องภาพบนหน้าจอทั้งน้ำตาอาบแก้ม ร่างเปลือยเปล่าสั่นสะท้านสะอึกสะอื้นจนอกอวบอัดบิดเกร็ง
ภาพวิดีโอที่เล่นอยู่นั้น... คือภาพมุมสูงจากกล้องรูเข็มในห้องน้ำโบราณชั้นล่าง มันบันทึกภาพของฉันขณะยืนเปลือยกายล่อนจ้อนลูบไล้ฟองสบู่บดขยี้เต้าทรวงอกและจุดสงวนของตัวเองอย่างชัดเจนแจ่มแจ้งทุกท่วงท่าและอารมณ์ความใคร่ ยามเมื่อฉันลากมือผ่านสรีระโค้งเว้าของเต้าและร่องหอยเปียกชื้น
และคลิปวิดีโอก็ขยับเลื่อนเปลี่ยนไปยังไฟล์ถัดไป...
มันคือภาพกล้องอินฟราเรดสีขาวดำในความมืด บันทึกภาพเหตุการณ์ภายในห้องนอนของฉันยามค่ำคืน!
ในคลิปนั้น... สะท้อนภาพร่างกายอวบอัดของฉันในชุดนอนซาตินสายเดี่ยวกำลังนอนหลับลึกสนิทไร้สติอยู่บนเตียง โดยมีร่างสูงใหญ่กำยำท่อนบนเปลือยเปล่าของคุณพ่อณรงค์นั่งประชิดขอบเตียง
ฉันจ้องมองภาพพ่อผัววัยห้าสิบสามที่กำลังก้มตัวซุกไซ้ปลายจมูกลงบนแก้มและลำคอของฉัน สองมือหนาใหญ่บีบขยำเคล้นคลึงเต้าหน้าอกอวบสะบึมสองข้างของฉันอย่างเอาแต่ใจและป่าเถื่อน จนยอดอกตั้งเต้าชูชันช้ำรอยแดง ในขณะที่ตัวฉันในจอภาพแอ่นเกร็งอกโต้รับััส่ายสะโพกด้วยฤทธิ์ยาลวงตา... วิดีโอนั้นยาวเหยียดหลายนาทีและระบุวันที่เวลาในแต่ละคืนที่สามีเดินทางออกไปอย่างชัดเจน
"ไม่... ไม่จริง... ฮือ..."
น้ำตาแห่งความอัปยศอดสูและตระหนกขยะแขยงไหลรินท่วมท้น ฉันยกมือขึ้นปิดปากแน่นเพื่อสะกดเสียงกรีดร้องสั่นเครือ ร่างอวบสั่นสะท้านอย่างสิ้นหวังและหมดหนทางต่อสู้
ความจริงเปิดเผยแผ่ออกมาอย่างทารุณ... คนร้ายโรคจิตที่ขโมยกางเกงใน ติดกล้องแอบดูอาบน้ำ และแอบเข้าห้องนอนมาล่วงเกินชำเราบำเรอใคร่ร่างกายของฉันตอนหลับไม่ใช่ใครที่ไหน
แต่คือคุณพ่อณรงค์... พ่อผัวผู้มีเกียรติและน่าเกรงขามที่ฉันเคารพรักและกราบไหว้ทุกวันประหนึ่งพ่อแท้ๆ!
ความกลัวปนขยะแขยงตีตื้นขึ้นมาจนฉันหายใจไม่ออก สมองชาวาบคิดอะไรไม่ออก ได้แต่ยืนกอดตะกร้าผ้าร้องไห้ตัวสั่นระริกอยู่หน้าตู้เซฟอย่างสิ้นหวัง รู้สึกถึงความไร้ทางออก ความมืดแปดด้านกลัวว่าคลิปเหล่านี้จะหลุดไปหาแมนสามีสุดรัก
ทว่า... ยังไม่ทันที่ฉันจะได้ขยับตัววิ่งหนีออกจากมุมมืดหลังชั้นหนังสือใหญ่
จู่ๆ... เสียงฝีเท้าและเสียงปิดประตูห้องทำงานด้านหลังก็ดังขึ้นแ่เบา...
*แก๊ก...*
เสียงลงกลอนล็อกลูกบิดประตูห้องทำงานเหล็กกล้าดังสะท้อนก้องในหัวใจจนฉันสะดุ้งสุดตัวโยน
ความหนาวเหน็บแล่นจากขั้วหัวใจไปจนสุดปลายเท้าร่างสั่นระรัวดั่งนกปีกหัก ความหวาดกลัวจู่โจมจนแข้งขาสั่นพับขยับไม่ได้
ทันใดนั้นเอง... ก่อนที่ฉันจะทันขยับหันกลับไปมองหรือกรีดร้องขอความช่วยเหลือ อ้อมกอดแกร่งหนากำยำคู่หนึ่งก็โอบสวมกอดรัดรอบเอวคอดกิ่วของฉันเอาไว้จากทางด้านหลังอย่างแ่าราวกับคีมเหล็ก!
แผ่นอกกว้างร้อนระอุของชายรุ่นใหญ่วัยห้าสิบสามบดเบียดเข้ากับแผ่นหลังสั่นสะท้านของฉัน กลิ่นไอตัวปนน้ำยาโกนหนวดและกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ โชยแตะจมูกชวนอึดอัดเสียววาบ ร่างกายอวบอัดของฉันถูกแรงของเขาดึงเบียดชิดจนสะโพกผายทับแบนกับเป้ากางเกงที่โป่งนูนของเขา
สะโพกผายของฉันรับััจากความแข็งขึงและใหญ่โตที่กำลังดุนดันผ่านเนื้อผ้ากางเกงเลบางๆ ของท่านจนร้อนผ่าว ความยาวและขนาดของมันทำให้หัวใจของฉันกระหน่ำสั่นระรัวด้วยความตื่นตระหนกปนเสียวสะท้าน ร่างกายที่เคยยอมจำนนต่อัันี้เริ่มแสดงปฏิกิริยาทรยศจิตใจโดยที่ฉันเองก็ห้ามตัวเองไม่ได้เลย
มือหนาใหญ่ที่หยาบกร้านของคุณพ่อณรงค์เอื้อมข้ามไหล่บางของฉันไปหยิบแท็บเล็ตบนจอที่กำลังเล่นวิดีโอแอบถ่ายช้าๆ มากดล็อกปิดหน้าจอปิดบังภาพเลวร้ายนั้น
ใบหน้าคมเข้มของพ่อผัวก้มลงแนบชิดซอกหูและขมับสั่นเทาของสะใภ้สาว ลมหายใจร้อนผ่าวของเขาเป่ารดผิวเนียนเนื้ออ่อนพลางกระซิบถามเสียงแหบพร่าต่ำลึกแต่แฝงบารมีน่ายำเกรงดุจผู้คุมชีวิตว่า...
"หาข้อมูลที่้าจนเจอครบถ้วนแล้วใช่ไหม... ฝ้ายลูกสะใภ้แสนดีของพ่อ..."
คำพูดสุภาพแต่แฝงเจตนาชั่วร้ายวิปริตสะกดกั้นเสียงร้องของฝ้ายจนหมดสิ้น ท่านกระชับอ้อมกอดแ่าขึ้น ล็อกแขนรอบตัวฉันจนไหล่และหน้าอกอวบอัดถูกเบียดอัดแน่นแนบชิดกับมัดกล้ามเนื้ออุ่นหนาของท่าน ก่อนจะกล่าวขู่แบล็กเมล์ด้วยเสียงหัวเราะ หึหึ ในลำคอที่น่ายำเกรงว่า "ถ้าไม่อยากให้ไอ้แมนเห็นไฟล์เหล่านี้แล้วหัวใจวายตาย หรือเอาปืนมายิงพ่อจนต้องติดคุกทำลายอนาคตหน้าที่การงานล่ะก็... ั้แ่วันนี้เป็ต้นไป ฝ้ายต้องทำตัวเป็เด็กดี เชื่อฟังคำสั่งพ่อ และยอมทำหน้าที่สะใภ้แสนดีของพ่อในห้องนี้ทุกคืนนะจ๊ะ"
คำข่มขู่อันเยือกเย็นทำให้ร่างกายอวบอัดของฉันสั่นเทาไร้หนทางหนีรอด ท่ามกลางความเงียบงันวิปริตและแบล็กเมล์ของห้องทำงานสะกดตัณหานี้...