ภายในเรือนพักส่วนตัวของคุณชายใหญ่ บรรยากาศเงียบสงัดลงในยามซวี[1] แสงตะเกียงน้ำมันสาดส่องกระทบอาภรณ์หรูหราสีเขียวสลับเทาที่บัดนี้ยับย่นเล็กน้อยจากแรงปะทะที่ศาลาชมบุปผา
อวี่เจ๋อทรุดกายลงนั่งบนฟูกนอน สองมือโอบประคองร่างบางในชุดผ้าป่านสีขาวหลวมโคร่งที่ส่งให้ร่างของนางดูน่าทะนุถนอม เขาดึงนางเข้ามานั่งลงเคียงข้างกันบนเตียงนุ่ม ก่อนจะหันไปตวาดสั่งสาวใช้ประจำตัวที่ยืนรอรับใช้อยู่หน้าประตูเรือน
“เสี่ยวชุ่ย! เ้ายืนเซ่ออยู่ทำไม? รีบไปยกถังน้ำอุ่นกับยาทาสมานแผลมาให้ข้าเดี๋ยวนี้ ต่อไปนี้นางจะเป็ฮูหยินใหญ่ของจวนแม่ทัพ เ้าไม่ต้องให้ข้าคอยบอกว่าจะต้องทำอะไร”
“เ้าค่ะคุณชายใหญ่” สาวใช้ตัวน้อยสะดุ้งตัวโยน รีบกุลีกุจอวิ่งออกไปจากห้อง ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความหวาดกลัว
เมื่อความเงียบงันกลับมาปกคลุมห้องพักอีกครา อวี่เจ๋อก้มลงมองสตรีตรงหน้า ทั้งใบหน้างามหมดจด แววตาใสซื่อบริสุทธิ์ ผิวพรรณละเอียดเนียนดุจบัวขาวงาม ช่างละม้ายคล้ายคลึงกับรูปวาดของมารดาผู้ล่วงลับที่เขาแอบซ่อนไว้ในห้องหนังสืออยู่หลายส่วน
เนิ่นนานแล้ว... บิดาเอ่ยด้วยสีหน้าขมขื่นว่ามารดาของเขาเสียชีวิตไปหลังจากคลอดบุตร ทิ้งให้เขาเติบโตขึ้นมาอย่างเดียวดายท่ามกลางกลิ่นอายคาวเื คมหอกคมดาบ และเสียงโห่ร้องของทหารหาญ
บิดาของเขานั้นเอาแต่ตรากตรำนำทัพทำศึกอยู่ชายแดน นานทีปีหนจึงจะได้เดินทางกลับมาพบหน้ากันสักครา อวี่เจ๋อผู้เป็ถึงบุตรตระกูลขุนพลชั้นสูงจึงทำได้เพียงนั่งมองถาดสำรับอาหารที่เย็นชืดเพียงลำพังอยู่ร่ำไป
ชายหนุ่มขยับกายเข้าไปแนบชิดดรุณีน้อย เลื่อนฝ่ามือหยาบกร้านจากการจับอาวุธขึ้นประคองไหล่มนแ่เบา ขณะทอดสายตามองดวงหน้าแดงก่ำที่เปื้อนหยาดน้ำตาของนางด้วยความรู้สึกมากมายหลายอย่าง...
“ไม่ต้องกลัวนะเหลียนฮวา ข้าสัญญาว่าจะปกป้องเ้า จากนี้ไปข้าจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายเ้าได้แม้แต่ปลายเส้นผม”
“คือข้า...” หญิงสาวเงียบเสียงไป ในแววตาคู่สวยปรากฏความน้อยเนื้อต่ำใจ ก่อนจะเค้นน้ำเสียงสั่นเครือออกมา “ข้าไม่เป็ไรเ้าค่ะ ข้าไม่อยากให้ท่านพี่ต้องมาผิดใจกับคนที่บ้านและเหล่าผู้าุโเพราะสตรีต่ำต้อยเช่นข้าเลย”
“พวกเขามิได้เจรจายากเย็นขนาดนั้นหรอก” อวี่เจ๋อเอ่ยปลอบเสียงนุ่ม เขาทั้งหวงแหนเหลียนฮวาประดุจดวงใจ
ทั้งปรารถนาจะปกป้องนางให้ดียิ่งกว่าที่เป็อยู่ ทั้งโกรธแค้นทุกคนที่บังอาจลงมือทำร้ายและดูแคลนนางถึงเพียงนี้ แล้วเขาจะปล่อยให้นางถูกทำร้ายและหยามเกียรติได้อย่างไร
“ตัวข้ามิใช่คุณชายใหญ่ที่เหลวไหลในจวนแม่ทัพ ตลอดเวลาที่ผ่านมาข้าเองก็ประพฤติตนดี สร้างผลงานในกองทัพมาไม่น้อย หากท่านพ่อเดินทางกลับมาเมื่อไร ข้าจะลองอ้อนวอนท่านพ่อ เขาจะต้องตามใจข้าเื่ของเ้าแน่ เ้าอดทนหน่อยเถิด ข้าจะหาหนทางทำให้ทุกคนในจวนยอมรับเ้า”
หญิงสาวเงยหน้ามองแววตาอบอุ่นนั้น ในอกพลันผุดความรู้สึกอิ่มเอมใจว่าตนเองช่างคิดถูกเหลือเกินที่ครั้งหนึ่งในอดีต นางเคยยื่นมือเข้าช่วยเหลือเขาเอาไว้
“เ้าจำได้ไหมว่าร่างกายที่เหนื่อยล้าเจียนตายของข้า แทบแตกสลายจากความโหดร้ายของา ข้ากลับได้รับการเยียวยาด้วยความเอาใจใส่ สำรับอาหารรสเลิศอันแสนอบอุ่นจากฝีมือของเ้า สิ่งที่ข้าคิดกับเ้า มิใช่เพียงเพราะเ้าเป็ผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตข้าไว้ หัวใจของข้าในยามนี้ มอบให้เ้าไปจนหมดสิ้นแล้ว”
เขาเอ่ยคำหวานซึ้งต่อนางด้วยแววตาพึงใจลึกล้ำ ในหัวพลันนึกย้อนกลับไปเมื่อสามปีที่แล้ว...
สตรีชาวบ้านที่ยอมอดนอนเพื่อต้มน้ำแกงบำรุงกายให้เขา โดยมิได้สนใจเลยว่าเขาจะมีฐานะเป็คุณชายใหญ่ผู้สูงศักดิ์หรือเป็เพียงทหารปลายแถว ััอ่อนโยนที่ไม่เคยได้รับมาตลอดทั้งชีวิตและความผูกพันในยามยากลำบากนั้น เขาจะลืมเลือนไปได้อย่างไร
อวี่เจ๋อขยับลำแขนแกร่งขึ้นโอบประคองไหล่มลของนางเข้ามาแนบอก ก่อนจะช้อนคางมนของหญิงสาวขึ้นมาสบตา ทำเอาใบหน้างามน้ำตาหลั่งรินอีกครา “ข้าบอกว่าไม่ต้องร้องแล้วยังไงเล่า ทำไมเ้าถึงได้เ้าน้ำตาเช่นนี้”
“ท่านพี่อวี่เจ๋อ... ท่านอย่าได้โกรธเคืองแม่นมหลิวและท่านอาทั้งสองเพราะข้าเลยนะเ้าคะ สิ่งที่พวกเขาพูดเป็เื่จริงทั้งนั้น ครอบครัวท่านล้วนหวังดีกับท่าน...”
เหลียนฮวาก้มหน้าลงมองหน้าตัก ขอบตาของนางยังคงบวมช้ำจากการร้องไห้อย่างหนัก ขณะมือเรียวกุมชายเสื้อที่ทำจากผ้าไหมเนื้อดี นางรู้สึกเศร้าหมองที่ตนเองต้องมาตกเป็ภาระของเขา
ท่าทางสั่นเทาหวาดกลัวระคนเจียมเนื้อเจียมตัวนั้น ยิ่งกระตุ้นสัญชาตญาณบุรุษป้องภัยของอวี่เจ๋อให้พุ่งสูงถึงขีดสุด
ไม่นานนักเสี่ยวชุ่ยก็ยกอ่างน้ำอุ่นและหยูกยาเข้ามาปรนนิบัติว่าที่ฮูหยินจวนแม่ทัพ สาวใช้ตัวน้อยบรรจงทายาบนแก้มบวมช้ำให้อย่างแ่เบา เหลียนฮวาก็คอยทอดสายตาลอบมองชายหนุ่มอยู่เป็ระยะ
อวี่เจ๋อทำเพียงนั่งนิ่งรอให้สาวใช้จัดการทำแผลแทน ด้วยรู้ดีว่าตนเองเป็บุรุษมือหนัก หากฝืนลงมือทายาด้วยตนเอง นางคงจะต้องเจ็บหนักกว่าเดิมแน่ เขายังคอยส่งรอยยิ้มละมุนเพื่อปลอบประโลมใจนาง ตั้งใจรอจนกระทั่งสาวใช้ออกไปจากห้อง จึงเอื้อมมือไปคว้ามือน้อยขึ้นมากุมไว้แน่น
“เหลียนฮวา เ้าอย่าได้คิดมากไปเลย หยุดร้องไห้ได้แล้วนะ พวกผู้ใหญ่ในจวนก็เป็เช่นนี้ เอาแต่ยึดติดกับอำนาจเงินทองของจวนเสนาบดีฝ่ายซ้าย พวกเขาหาได้รู้ความไม่ว่าเ้านั้นแสนดีและล้ำค่าเพียงใด”
“ข้าไม่้าให้ท่านพี่ต้องมาแตกหักกับคนในตระกูลเพราะข้าเลย...” เหลียนฮวาช้อนสายตาอ้อนวอนขึ้นมองบุรุษตรงหน้า ด้วยความรู้สึกว่านางต่ำต้อยยิ่งนัก “ข้าเป็เพียงสตรีชาวบ้านธรรมดา ไร้บารมีหนุนหลัง การได้เข้ามาพึ่งพิงใบบุญของท่านในจวนแม่ทัพก็นับว่าวาสนาสูงส่งมากแล้วเ้าค่ะ หากการแต่งตั้งภรรยาเท่าเทียมจะทำให้ท่านพี่ต้องผิดใจกับเหล่าผู้าุโและท่านแม่ทัพใหญ่... เช่นนั้น... ให้ข้าเป็เพียงอนุ คอยปรนนิบัติฮูหยินใหญ่อยู่ท้ายจวนก็ได้นะเ้าคะ ข้ามิได้รังเกียจคุณหนูิอวี้เลย...”
อวี่เจ๋อได้ยินเท่านั้น ก็พลันดึงร่างบางเข้ามาโอบกอดอย่างหวงแหน
เพียงคิดว่าเหลียนฮวายอมลดตัวอย่างเจียมตนด้วยความรักที่มีต่อตัวเขา ยิ่งรู้สึกว่านางช่างเป็นางฟ้าแสนดีผู้ล้ำค่า ในอกบุรุษทวีความเกลียดชังกู้ิอวี้ สตรีแพศยาที่จ้องจะใช้บารมีตระกูลข่มขู่ทำร้ายคนรักของเขาหนักหนา
“เ้าแสนดีถึงเพียงนี้ ข้าจะปล่อยให้เ้าเป็แค่อนุซุกหัวอยู่ท้ายจวนได้อย่างไร” เขาปลอบประโลมนางด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน ทว่าในแววตากร้าวแกร่งเด็ดขาด “รุ่งเช้าวันพรุ่งนี้... ข้าจะเดินทางไปเจรจาที่จวนเสนาบดีด้วยตนเอง ให้กู้ิอวี้ยอมรับข้อเสนอของข้า รับเ้าเป็ภรรยาเท่าเทียม เ้าไม่ต้องกลัวสิ่งใดทั้งสิ้น ข้าจะปกป้องเกียรติของเ้าเอง เ้านอนพักผ่อนเถิด”
“ท่านพี่อย่าลำบากเลย ข้ากินอยู่อย่างไรในฐานะใดก็ได้ทั้งนั้น ท่านอย่าคิดมาก ขอเพียงข้าได้อยู่เคียงข้างท่านพี่ในจวนนี้ ก็เพียงพอสำหรับข้าแล้วเ้าค่ะ”
เหลียนฮวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน อวี่เจ๋อกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นด้วยความซาบซึ้งใจและภาคภูมิใจในความเป็บุรุษ ขณะที่ร่างบอบบางใช้สองมือเรียวเล็กล้อมโอบรอบเอวสอบของเขา พลางแอนกายซบหน้าลงกับอกแกร่ง...
[1] (戌:xū) 19.00 – 21.00 น.