สู่วิถีอมตะ

    บทที่ 38 เคล็ดป้อมพสุธา

    บทที่ 38 เคล็ดป้อมพสุธา


    เจียงผิงอันฝึกฝนร่างกายด้วย ดังนั้นเขาจึงรู้จักการโคจรของหลอดเลือดเป็นอย่างดี


    เคล็ดนี้อาจยากสำหรับผู้ฝึกตนคนอื่น แต่มันกลับง่ายดายสำหรับเขา


    เมื่อปราณวิญญาณถูกถ่ายโอนไปยังเส้นเลือด เส้นเลือดจะไม่สามารถรองรับพลังได้ จึงเริ่มโป่งพองและปริแตก และเลือดก็จะไหลซึมออกมาจากใต้ผิวหนัง


    หลังจากที่ถูกเคล็ดกายาคลั่งทรมานมานาน เจียงผิงอันก็รู้สึกว่าความเจ็บปวดแค่นี้ไม่นับเป็นอะไรเลย


    ครึ่งชั่วยามต่อมา จู่ ๆ เจียงผิงอันก็เผยสีหน้าประหลาดใจ


    เดิมทีเขาอยู่ขอบเขตก่อปราณขั้นหก แต่ตอนนี้เขากลับอยู่ขั้นห้า!


    สถานการณ์นี้มันอย่างไรกัน? ขั้นพลังของเขาถึงได้ลดลง!


    เหตุใดในโลกนี้ถึงมีเคล็ดวิชาที่ยิ่งฝึกฝน ขั้นพลังของผู้ฝึกก็จะยิ่งต่ำลง!


    ถ้าเจียงผิงอันไม่ได้พร้อมที่จะยอมแพ้บนเส้นทางแห่งการฝึกวิญญาณ เขาคงจะเริ่มสาปแช่งไปแล้ว


    ขั้นพลังที่ตัวเขาได้พยายามฝึกฝนมาอย่างยากลำบากได้หายไปแล้ว!


    แม้ว่าเจียงผิงอันจะรู้สึกหดหู่เล็กน้อย แต่เขาก็นึกสงสัยเกี่ยวกับเคล็ดนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ จึงทำการฝึกฝนต่อไป


    อย่างไรซะ เขาก็พร้อมที่จะละทิ้งการฝึกวิญญาณและมุ่งเน้นไปที่การฝึกกายา


    หนึ่งชั่วยามต่อมา ใบหน้าของเจียงผิงอันก็กระตุกอีกครั้ง


    เพราะมันหายไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว


    เขากลายเป็นขอบเขตก่อปราณขั้นสี่


    โอสถที่เขาเคยกินไปก่อนหน้านี้ล้วนกลายเป็นของไร้ค่า


    ยิ่งเขาฝึกเคล็ดนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ ระดับพลังของเจียงผิงอันก็ยิ่งลดลงเร็วขึ้น


    หากบอกไปก็คงไม่มีผู้ใดเชื่อ


    เที่ยงคืนตรง เจียงผิงอันพลันตกอยู่ในห้วงความคิดเมื่อพบว่าตัวเองเหลือขั้นพลังเพียงขอบเขตก่อปราณขั้นแรกเท่านั้น


    ผู้อาวุโสท่านไหนจะว่างถึงขนาดสร้างเคล็ดวิชาที่จะนำไปสู่การสูญเสียขั้นพลังกัน?


    เขาเสียเวลาเกือบทั้งคืนไปกับการฝึกเคล็ดนี้


    ในที่สุด เจียงผิงอันก็หยุดฝึก ‘เคล็ดป้อมพสุธา’


    ถือว่าเคล็ดนี้เป็นของที่ระลึกจากท่านอาเมิ่งก็แล้วกัน


    เจียงผิงอันนั่งสมาธิเพื่อพักผ่อน แต่ทันใดนั้นเขาก็ต้องขมวดคิ้ว


    เหตุใดฉนวนกั้นเสียงของโรงเตี๊ยมแห่งนี้จึงแย่นัก เสียงกรนของห้องถัดไป เสียงพลิกตัวของแขกชั้นล่าง เสียงเสี่ยวเอ้อร์หาว เสียงโคจรพลังของเสี่ยวไป๋ที่นอกประตู...


    ผิดแล้ว!


    เจียงผิงอันลืมตาขึ้นทันที


    ไม่ใช่ว่าฉนวนกั้นเสียงไม่ดี! แต่การได้ยินของเขาดีขึ้นต่างหาก!


    เหตุใดการได้ยินถึงดีขึ้นเพียงนี้?


    โดยปกติแล้ว เขาจะได้ยินมันได้ชัดเจนก็ต่อเมื่อเพ่งปราณวิญญาณไปที่หู... ช้าก่อน! ปราณวิญญาณ!


    จู่ ๆ เจียงผิงอันก็ฉุกคิดถึงบางอย่างได้


    แม้ว่าขั้นพลังของเขาจะลดลง แต่ปราณวิญญาณในร่างกายยังคงอยู่!


    ภายใต้สถานการณ์ปกติ เมื่อระดับของผู้ฝึกตนเพิ่มขึ้น ปริมาณปราณวิญญาณที่สะสมอยู่ในร่างกายก็จะเพิ่มขึ้นไปด้วย


    สำหรับผู้ฝึกตนที่มีระดับต่ำนั้น พวกเขาย่อมมีปราณวิญญาณในร่างกายน้อยตามระดับขั้นพลัง


    ทว่าหลังจากที่ขั้นพลังของเขาลดลง ปราณวิญญาณกลับไม่ได้หายไปด้วย!


    กล่าวอีกนัยหนึ่ง การกักเก็บปราณวิญญาณของเขาในขอบเขตก่อปราณขั้นแรกนั้นเหมือนกับตอนที่เขาอยู่ขอบเขตก่อปราณขั้นหกไม่มีผิดเพี้ยน!


    เจียงผิงอันยกมือขึ้นและลองใช้วิชาลูกไฟ


    ฟู่!


    เปลวไฟขนาดใหญ่พลันปรากฏขึ้นเหนือฝ่ามือ


    นัยน์ตาของเจียงผิงอันเบิกกว้าง เพราะเปลวไฟครั้งนี้มันทรงพลังยิ่งกว่าวิชาลูกไฟที่เขาเคยใช้มาก่อน!


    แหล่งที่มาของปราณวิญญาณแท้จริงแล้วคือพลังวิญญาณในเลือด!


    เจียงผิงอันตกใจ ‘เคล็ดป้อมพสุธา’ นี้เป็นเคล็ดวิชาอัศจรรย์แบบไหนกันแน่?


    ทันใดนั้น เขาสังเกตเห็นบางสิ่ง ใบหน้าจึงมืดลงทันควัน


    ตกดึก ชายชุดดำสามคนปรากฏตัวที่ประตูโรงเตี๊ยม


    “ม้าขาวอยู่ที่นี่ ดังนั้นชายคนนั้นจะต้องอยู่ที่นี่แน่!”


    ชายชุดดำรูปร่างกลมที่สุดพูดด้วยเสียงต่ำ “เข้าไปถามว่าสองคนนั้นอยู่ที่ไหน จากนั้นฆ่าผู้ชายทิ้งนำถุงเก็บของมา ส่วนผู้หญิงจับเป็น”


    แม้ว่าคนผู้นี้จะแต่งกายด้วยชุดสีดำปกปิดตัวตน แต่ขนาดของร่างกายกลับเผยทุกอย่างออกมาหมดแล้ว


    ทั่วอำเภอหมิงไห่ทั้งหมด ย่อมไม่มีผู้ใดอ้วนไปกว่าจางหลิงอีกแล้ว


    วันนี้ในระหว่างวัน จางหลิงที่ได้พบเมิ่งจิง รู้สึกถึงความปรารถนาอันไร้ที่สิ้นสุดในใจ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นสาวงามเช่นนี้


    เขายังคงคิดว่าจะลอบฉุดเด็กสาวตัวน้อยมาอย่างลับ ๆ ดีหรือไม่ จนกระทั่งเขาเห็นเด็กหนุ่มหยิบโอสถสร้างรากฐานออกมา เขาก็คิดแผนใหม่ขึ้นมาได้ทันที


    ใครก็ตามที่สามารถหยิบโอสถสร้างรากฐานออกมาอย่างง่ายดายเช่นนี้ จะต้องร่ำรวยมากเป็นแน่


    แม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่มีเงิน แต่แค่ดาบกับสาวน้อยน่ารักก็คุ้มค่ากับเวลาของเขาแล้ว


    ชายชุดดำสองคนเข้าไปในโรงเตี๊ยม เอามีดจ่อคอของเถ้าแก่ พลางถามด้วยเสียงต่ำ


    “มีเด็กหนุ่มสาวสองคนอยู่ที่นี่หรือไม่? เป็นเด็กหนุ่มหล่อเหล่ากับเด็กสาวหน้าตางดงาม พวกเขาอยู่ห้องไหน?”


    เถ้าแก่ไม่กล้าปกปิด ด้วยความรักตัวกลัวตายจึงตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเทา "เป็นห้องเทียนจื้อหมายเลขสองขอรับ"


    เมื่อได้คำตอบที่ตนต้องการ จางหลิงก็หักคอเถ้าแก่ แล้วหันกลับมากระซิบกับคนที่ตามมา "อาจ้าว สองคนนั้นอาจเป็นผู้ฝึกตน ระวังตัวด้วย"


    ชายชุดดำพูดอย่างไม่เป็นกังวลใด ๆ "นายน้อยไม่ต้องกังวลไปขอรับ มันเป็นแค่เด็กสองคนเท่านั้น พวกเราสามคนได้ฝึกตนมาถึงขั้นสิบแล้ว การจัดการกับเด็กแค่สองคนนั้นจึงเป็นเรื่องง่ายดายยิ่ง"


    “นอกจากนี้ ยาสลบชนิดพิเศษที่ข้านำมาครั้งนี้ แม้แต่ผู้ฝึกตนขอบเขตสร้างรากฐานสูดเข้าไป พลังต่อสู้อีกฝ่ายก็ยังต้องลดลงกว่าครึ่ง จึงไม่ต้องพูดถึงพวกมันเลย”


    ไม่ว่าเด็กหนุ่มผู้นั้นจะแข็งแกร่งแค่ไหน หรือต่อให้เขาอยู่ในขอบเขตสร้างรากฐานก็ตาม แต่ทั้งสามคนได้ฝึกตนมาถึงขอบเขตก่อปราณขั้นสิบ ทั้งยังเตรียมยาสลบชนิดพิเศษมาด้วยเพื่อลอบสังหาร แล้วอีกฝ่ายจะต่อกรกับพวกเขาได้อย่างไร?


    ยิ่งไปกว่านั้น มันเป็นไปไม่ได้ที่เด็กหนุ่มคนนั้นจะไปถึงขอบเขตสร้างรากฐานได้


    กล่าวได้ว่าคู่ต่อสู้ไม่มีโอกาสชนะเลย


    เมื่อมาถึงหน้าห้องเทียนจื้อหมายเลขสอง ชายชุดดำชื่ออาจ้าวค่อย ๆ เจาะรูเล็ก ๆ ที่หน้าต่างแล้วเป่ายาสลบชนิดพิเศษเข้าไปในห้อง


    พวกเขาทั้งสามหยิบยาแก้มากินดัก ก่อนรออย่างเงียบ ๆ นานหนึ่งถ้วยชา


    ชายชุดดำใช้ความสามารถในการควบคุมวัตถุผ่านอากาศ เพื่อยกดาลประตูอย่างเงียบ ๆ


    การเคลื่อนไหวของทั้งสามดูเชี่ยวชาญยิ่ง เห็นก็รู้ว่าพวกเขาทำสิ่งนี้เป็นประจำ


    จางหลิงกลืนน้ำลายอึกใหญ่ แทบรอที่จะเปิดประตูเข้าไปในห้องไม่ไหวแล้ว


    แสงเทียนสั่นไหว ร่างเล็กและงดงามนอนอยู่บนเตียงไม้จันทน์นั้นช่างเย้ายวนใจยิ่ง


    เมิ่งจิงนอนกอดดาบไว้ น้ำลายไหลออกมาจากมุมปากของนาง


    ครั้นเห็นสาวงามผู้นี้ หัวใจของจางหลิงแทบกระโดดออกจากอก นางงดงามนัก งดงามยิ่ง!


    สตรีของเขาหลายสิบคนรวมกัน ยังมิอาจเทียบปลายก้อยของนางได้เลย!


    ยามนี้ สตรีผู้นี้เป็นของเขาแล้ว!


    ทันใดนั้น จางหลิงก็นึกถึงบางอย่างได้ เขามองไปรอบ ๆ ห้อง เจ้าหนุ่มนั่นหายไปไหนกัน?


    ฉับพลัน จางหลิงได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวจากด้านหลัง ขณะกำลังจะใช้เคล็ดวิชานั้น จู่ ๆ ร่างกายของเขาก็แข็งทื่อไป ก่อนจะรู้สึกเจ็บปวดอย่างรุนแรงที่ลำคอ


    กึก!


    ศีรษะกลมพลันหล่นลงพื้น


    ก่อนที่สติจางหลิงจะดับวูบไปชั่วนิรันดร์ เขาก็ได้เห็นศพอีกสองร่างที่ล้มลงกับร่างของเด็กหนุ่มที่ดูไม่แยแส


    เป็นไปได้อย่างไรกัน? พวกเขาต่างอยู่ในขอบเขตก่อปราณขั้นสิบ เหตุใดถึงถูกลอบโจมตีเช่นนี้?


    เด็กหนุ่มผู้นี้คือใคร? นักฆ่า? เหตุใดถึงสัมผัสการมาของพวกเขาได้? เหตุใดถึงแข็งแกร่งเพียงนี้? แล้วเหตุใดเมื่อครู่นี้ร่างกายของเขาถึงชะงักไป?


    จางหลิงเสียชีวิตไปพร้อมกับคำถามมากมายที่ไร้คำตอบ ก่อนที่จะเสียชีวิตไปทั้งที่ตาเบิกโพลง


    เขาเป็นบุตรชายของนายอำเภอ เขามีสตรีในครอบครองมากกว่าสิบคน ทั้งยังมีเงินจำนวนมากมายมหาศาล แต่เขาก็ไม่มีโอกาสได้สนุกไปกับมันแล้ว


    “...เจ้าท่อนไม้ตัวเหม็น เกิดอันใดขึ้น?”


    เมื่อได้ยินเสียงศีรษะตกกระทบพื้น เมิ่งจิงก็พึมพำถามขึ้นโดยไม่ได้ลืมตา นางรู้สึกว่าร่างกายเหนื่อยล้ามากจนลืมตาไม่ขึ้น


    “ไม่มีอันใด ข้าเพียงเผลอเตะบางอย่างตอนไปเข้าห้องน้ำ”


    หลังจากจัดการกับทั้งสามคนแล้ว อารมณ์ของเจียงผิงอันก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนัก


    เขารีบโยนศพลงในถุงเก็บเพื่อป้องกันไม่ให้กลิ่นเลือดแรงเกินไป


    "เจ้าท่อนไม้ตัวเหม็น..."


    เมิ่งจิงพลิกตัวกลับมา นางส่งเสียงพึมพำก่อนจะหลับไปอีกครั้ง


    เจียงผิงอันพบยาแก้แบบเดียวกับที่ทั้งสามคนเคยกินก่อนนี้ ก่อนยัดมันเข้าไปในปากของเมิ่งจิง


    ‘พอออกมาภายนอกก็ล้วนแต่เต็มไปด้วยภัยอันตรายอยู่ทุกหนทุกแห่ง จึงต้องระวังตัวไว้ตลอดเวลา ทางที่ดีควรหาซื้อยันต์พิเศษมาบ้าง แต่ยันต์เหล่านั้นดูราคาแพงไม่น้อยเลย’


    ยันต์มีราคาสูงยิ่ง ทั้งยังยากจะหาซื้อ ไว้ในอนาคต เขาจะลองดูว่าพอจะสามารถเรียนรู้วิธีทำด้วยตัวเองได้หรือไม่


    เขาเคยพบ ‘ตำราอักขระพื้นฐาน’ ในถ้ำโจรภูเขาต้าหวังมาก่อน ดังนั้นเขาจึงควรหาเวลามาเรียนรู้วิธีวาดยันต์ดู


    เจียงผิงอันนั่งอยู่ที่มุมห้องและนับของที่ปล้นมาได้


    ทั้งหมดมีหินวิญญาณมากกว่าสามพันก้อน โอสถรวมปราณสามสิบห้าเม็ด และขวดโอสถรวมวิญญาณที่ผู้ฝึกตนขอบเขตสร้างรากฐานใช้หนึ่งขวด


    โอสถรวมวิญญาณนั้นเทียบเท่ากับโอสถวิญญาณโลหิตที่พวกยอดยุทธ์ใช้ มันมีค่ายิ่งสำหรับผู้ฝึกตนระดับต่ำ


    สิ่งที่มีค่าที่สุดที่นี่คือโอสถสร้างรากฐาน


    ครั้นเห็นโอสถสร้างรากฐานนี้ เจียงผิงอันก็มีสีหน้าแปลก ๆ


    นี่ดูเหมือนจะเป็นอันที่เขาขายไปเมื่อเช้านี้เลย


    นั่นไม่ต่างอะไรจาก เขาได้ดาบมาเปล่า ๆ


    นอกจากของเหล่านี้ ส่วนที่เหลือนับเป็นเพียงขยะ ซึ่งสำหรับเจียงผิงอัน มันไม่มีค่าอีกต่อไป


    เพราะเขาสามารถใช้อ่างสัมฤทธิผลเพิ่มโอสถสร้างรากฐานได้จำนวนมาก โดยแต่ละเม็ดมีมูลค่านับหมื่นหินวิญญาณ


    หลังจากนับจำนวนสิ่งของเสร็จ เจียงผิงอันก็เก็บของทั้งหมดไป ก่อนหยิบโอสถรวมวิญญาณที่เขาได้มาออกมา แล้วทำการเริ่มฝึกฝน ‘เคล็ดป้อมพสุธา’ ต่อ


    นามของเคล็ดนี้ไม่อาจธรรมดาไปมากกว่านี้แล้ว แต่มันไม่ใช่เคล็ดที่เรียบง่ายอย่างที่คิดไว้ก่อนหน้านี้อย่างแน่นอน


    การฝึกฝนเคล็ดนี้สามารถช่วยให้ปราณวิญญาณทั้งหมดรวมเข้ากับเลือดได้ และปราณวิญญาณที่เก็บไว้ในขอบเขตก่อปราณขั้นแรกนั้น เทียบได้กับตอนอยู่ขอบเขตก่อปราณขั้นหก!


    หากเขากลับสู่ขอบเขตก่อปราณขั้นหก เขาจะต้องแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมอย่างแน่นอน!


    เขาถึงกับสงสัยว่านามแท้จริงของเคล็ดนี้อาจมิได้เรียกขานว่า ‘เคล็ดป้อมพสุธา’ บางทีนามนี้อาจถูกการเปลี่ยนตามใจชอบเพื่อแอบซ่อนจากสายตาผู้คน


    คล้ายกับเรื่องสู่วิถีอมตะ ที่คุณอ่าน

    เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

    เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    13.30M 1357
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ย่ำภพสยบแดน (จบ)

    ย่ำภพสยบแดน (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    144K 224
    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    นิยาย แฟนตาซี
    81K 280
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.87M 2430
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    337K 1011
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912