“ฮัดเช้ย!”
ภายในถ้ำซือถูอวี้จามออกมาเสียงดัง ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย
เธอรู้สึกเหมือนมีใครกำลังนินทาเธออยู่เบื้องหลัง
“ไอ้หวังเฉินสารเลวนั่น คงไม่ได้เอาฉันไปนินทาลับหลังหรอกนะ?”
ซือถูอวี้คิดในใจพลางหันมองไปรอบๆเพื่อตามหาหวังเฉิน
แต่ภายในถ้ำนั้นเธอกลับไม่พบร่องรอยของเขาแม้แต่น้อย แม้แต่ปิงชิงน้อยก็หายไป
“ให้ตายสิ ไปไหนของเขากันนะ?”
หัวใจเต้นแรงด้วยความตื่นตระหนกเด็กสาวรีบขยับตัวลุกขึ้นนั่ง
ในตอนนั้นเองเธอก็สังเกตเห็นว่าบนตัวเธอยังมีผ้าห่มคลุมอยู่
“หมอนี่… เขาก็ห่วงคนอื่นเป็นด้วยเหมือนกันนี่นา?”
ซือถูอวี้มองผ้าห่มที่ไม่ใช่ของเธอผืนผ้าที่ยังคงมีกลิ่นสบู่หอมกรุ่นจางๆ ทำให้ดวงตาของเธอสั่นไหวเล็กน้อย
ครืดครืด
ทันใดนั้นเสียงบางอย่างก็ดังขึ้นมาจากนอกถ้ำ
“ตื่นแล้วเหรอ?”
หวังเฉินเดินถือกระต่ายเข้ามาในถ้ำแล้วก็เริ่มจัดการทำอาหารอย่างไม่รีบร้อน
“ทำไมนายตื่นเช้าจัง?”
ซือถูอวี้มองหวังเฉินที่กำลังง่วนอยู่กับการเตรียมอาหารแล้วก็เอ่ยถามขึ้นอย่างไม่ใส่ใจนัก
“เช้าเหรอ?”
“คุณหนูครับ ผมไม่ได้นอนมาทั้งคืนเลยนะ!”
“เมื่อคืนเธอนอนเหมือนกับกำลังซ้อมตาย เรียกเท่าไหร่ก็ไม่ตื่น!”
หวังเฉินที่กำลังเตรียมย่างกระต่ายเหลือบมองเด็กสาวด้วยความเหนื่อยหน่าย
ก่อนหน้านี้พวกเขาสองคนตกลงกันว่าจะแบ่งเวรกันเฝ้ายามแต่สุดท้ายซือถูอวี้กลับหลับไปตั้งแต่หัวค่ำ
แถมยังหลับสบายอีกต่างหากโชคดีที่ไม่กรน ไม่เช่นนั้นหวังเฉินคงจะโยนเธอออกไปนอกถ้ำแล้ว
“อ๊ะ?”
ซือถูอวี้ก้มหน้าลงด้วยความรู้สึกละอาย“ขอโทษนะ คืนนี้ฉันจะเฝ้าเอง”
“เหอะ!”
“พอเลย!”
หวังเฉินเยาะเย้ยอย่างไร้ความปรานี“เพราะเธอหลับลึกขนาดนั้นฉันกลัวว่ากลางดึกจะมีอสูรป่าคาบไปกินน่ะสิ!”
พูดจบเขาก็จุดไฟอย่างรวดเร็วและเริ่มลงมือย่างกระต่าย
“แหะๆ มันคงไม่ขนาดนั้นหรอกมั้ง?”
ซือถูอวี้เกาหัวด้วยความกระอักกระอ่วนใจแต่ก็ไม่ได้เก็บคำเย้ยหยันของหวังเฉินมาใส่ใจ
“เหอะ!”
หวังเฉินกลอกตาขึ้นฟ้าไม่ได้สนใจจะต่อปากต่อคำกับคนปากไม่ตรงกับใจเช่นเธอ
อย่างไรก็ตามตอนนี้ร่างกายของเขาได้รับการเสริมพลังจากแต้มคุณสมบัติแล้วแค่หาเวลาพักสายตาสักครู่ เขาก็จะกลับมาสดชื่นกระปรี้กระเปร่าได้เหมือนเดิม
อีกไม่นานก็จะออกจากเทือกเขาสรรพสัตว์แล้วเขาไม่อยากหลับตาลงแล้วตื่นขึ้นมาอีกทีก็จบชีวิตลงที่นี่
“รีบเก็บของแล้วมากินข้าวกันเถอะ วันนี้เราต้องเดินอีกไกล”
เมื่อย่างกระต่ายเสร็จหวังเฉินเห็นซือถูอวี้ยังคงนั่งโอบผ้าห่มอย่างงัวเงียจึงเอ่ยปากเรียกด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
เขารู้สึกว่าในช่วงเวลาที่เหลือนี้เขาคงต้องผันตัวเป็นพี่เลี้ยงเด็กไปโดยปริยาย
…
กาลเวลาหมุนเวียน
วันปกติธรรมดาวันหนึ่งของใครหลายๆคน
ที่ทางเข้าเทือกเขาสรรพสัตว์ชายหญิงหนุ่มสาวคู่หนึ่งเดินออกมา ทำให้ผู้คนที่ผ่านไปมาหันมามองด้วยความสนใจ
ทั้งสองคนมีรูปร่างหน้าตาดีเยี่ยมใบหน้าที่ยังคงดูอ่อนเยาว์เผยให้เห็นแววตาที่คมกริบเกินกว่าวัย
นั่นคือหวังเฉินและซือถูอวี้
“เฮ้อ!”
หวังเฉินยืนอยู่หน้าทางเข้าเทือกเขาสรรพสัตว์มองผู้เปลี่ยนอาชีพที่เดินผ่านไปมาอย่างไม่ขาดสาย แล้วก็ถอนหายใจยาว
“ในที่สุดก็ออกมาได้แล้ว!”
การเดินทางในเทือกเขาสรรพสัตว์เกือบหนึ่งเดือนทำให้เขารู้สึกเหมือนห่างหายจากโลกภายนอกไปนานแสนนาน
“ดีจังเลย! หวังเฉิน ในที่สุดนายก็จะได้อาบน้ำแล้ว!”
ซือถูอวี้ก็ถอนหายใจออกมาเช่นกันพลางจงใจขยับตัวออกห่างไปเล็กน้อย ทำหน้าตาขยะแขยง
เมื่อเห็นดังนั้นหวังเฉินก็เย้ยหยันกลับไปว่า “พูดอย่างกับเธอตัวสะอาดนักแหละ?”
ตลอดหนึ่งเดือนที่ใช้ชีวิตกลางป่าเขาสภาพของทั้งสองคนตอนนี้ก็ไม่ได้ต่างกันมากนัก
การเดินทางครั้งนี้เกือบทำให้พวกเขากลายเป็นคนป่าหากไม่ใช่เพราะเลเวลที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นแรงผลักดันละก็พวกเขาซึ่งคุ้นเคยกับการใช้ชีวิตในสังคมสมัยใหม่ ก็คงไม่สามารถทนได้นานขนาดนี้
ในตอนนี้เมื่อเทียบกับก่อนที่จะเข้าไปในเทือกเขาสรรพสัตว์หวังเฉินและปิงชิงน้อยเรียกได้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงจากหน้ามือเป็นหลังมือ
[สัตว์อสูร: พญามังกรเหมันต์]
[ชื่อเล่น: ปิงชิง]
[เพศ: เมีย]
[อายุ: ยังไม่ครบเดือน (วัยเยาว์)]
[เลเวล: 25]
[ชั้น: สัตว์อสูรเทพบรรพกาล]
[พรสวรรค์: เติบโตไม่สิ้นสุด (SSS)]
[คุณสมบัติหลัก: พลัง 1700; สติปัญญา 1700; พละกำลัง 1700; ความว่องไว 1700 (ไม่ได้รับการเสริมพลังจากบัฟ, อุปกรณ์หรือไอเท็มใดๆ)]
[ทักษะ: กายาเหมันต์ (SSS), ลมหายใจเยือกแข็ง (SSS),เขตแดนนรกเหมันต์นิรันดร์ (SSS), แรงกดดันแห่งมังกร(SSS)]
[ความจงรักภักดี: 100]
[อุปกรณ์: ไม่มี]
[ข้อมูลเบื้องต้น: ละไว้]
…
[ชื่อ: หวังเฉิน]
[อาชีพ: ผู้ฝึกสัตว์อสูรยักษ์]
[เลเวล: 35]
[พรสวรรค์: ดวงใจแห่งสรรพสัตว์ (SSS), หลอมรวมสัตว์อสูร(เทพ)]
[ทักษะ: ศาสตร์ควบคุมอสูร (S), ศาสตร์ฟื้นฟูสัตว์อสูร(B), ศาสตร์วิเคราะห์สายเลือด (เทพ), พันธสัญญาอัญเชิญ(B), คมดาบพริบตา (D), วิชาลมวายุคลั่ง (C)]
[พลัง: 252.5 + 30 แต้ม]
[สติปัญญา: 252.5 + 10 แต้ม]
[พละกำลัง: 252.5 + 20 แต้ม]
[ความว่องไว: 252.5 + 5 + 20 แต้ม]
[แต้มคุณสมบัติที่ยังไม่ได้จัดสรร: 0 แต้ม]
[แต้มทักษะที่ยังไม่ได้จัดสรร: 100 แต้ม]
…
ปิงชิงน้อยเลเวลเพิ่มขึ้นถึง25และคุณสมบัติพื้นฐานแต่ละด้านก็สูงถึง 1,700 แต้ม
แม้แต่ผู้เปลี่ยนอาชีพที่เพิ่งเปลี่ยนอาชีพครั้งที่สามหากเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรตัวน้อยนี้ ก็คงต้องพ่ายแพ้ภายใต้กรงเล็บมังกรของมัน
ส่วนหวังเฉินที่เลเวลเพิ่มขึ้นถึง35ก็มีการเปลี่ยนแปลงจากหน้ามือเป็นหลังมือเช่นกันพลังของเขาเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
การที่เขากระจายแต้มคุณสมบัติอย่างเท่าเทียมกันทำให้แต่ละด้านมีความสมดุล แม้จะไม่เหลือเชื่อเท่าปิงชิงน้อยแต่ถ้าตอนนี้เขาต้องเผชิญหน้ากับหัวหน้ากลุ่มไฮยีน่าคนเดิมโดยไม่ให้ปิงชิงน้อยออกโรง เขาก็สามารถเอาชนะได้เช่นกัน
สำหรับซือถูอวี้ที่อยู่ข้างๆเพราะไม่ต้องแบ่งค่าประสบการณ์กับสัตว์อสูรระดับของเธอยังคงสูงที่สุดในบรรดาพวกเขาโดยขึ้นไปถึงระดับสูงสุดของการเปลี่ยนอาชีพครั้งแรกที่เลเวล 40
คาดว่าเมื่อกลับไปเธอคงต้องเตรียมพิธีเปลี่ยนอาชีพแล้วและบางทีเมื่อการประลองสอบเข้ามหาวิทยาลัยเริ่มต้นขึ้นเด็กสาวคนนี้ก็อาจจะเป็นผู้เปลี่ยนอาชีพครั้งที่สองไปแล้วก็เป็นได้
นอกจากการเพิ่มระดับแล้วหวังเฉินและซือถูอวี้ยังได้รับอุปกรณ์และวัตถุดิบต่างๆ อีกมากมาย
อย่างไรก็ตามมูลค่าที่แท้จริงของสิ่งเหล่านี้จะต้องรอให้ถึงเวลาขายที่ตลาดการค้าจึงจะสามารถทราบตัวเลขที่แน่นอนได้
“หวังเฉิน อีกสามวันก็จะถึงการประลองสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้วช่วงนี้มีแผนจะทำอะไรบ้าง?”
ระหว่างทางที่เดินไปยังสถานีรถไฟซือถูอวี้ก็สะกิดแขนหวังเฉิน
“แผนเหรอ?”
“ส่งมอบภารกิจ จัดการของที่ได้มาให้เรียบร้อยจากนั้นก็กลับไปใช้เวลากับพ่อแม่ รอวันประลองสอบเข้ามหาวิทยาลัยเริ่มขึ้น”
หวังเฉินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆ
“อ๋อ!”
ซือถูอวี้ได้ยินดังนั้นก็ดูเหมือนจะรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย
แต่ไม่นานเธอก็กลับมามีท่าทางร่าเริงเหมือนเดิม
“ถ้านายเอาของไปขาย อย่าลืมหักส่วนของฉันไปด้วยนะ”
“ฉันกำลังรอวันที่จะได้นั่งนับเหรียญทองอยู่ที่บ้านหลังจากการประลองสอบเข้ามหาวิทยาลัยจบลงอยู่เลย”
ซือถูอวี้พูดด้วยรอยยิ้ม
“ไม่ต้องห่วงหรอก พอของขายได้แล้ว ฉันจะเอาไปให้เธอถึงที่”
หวังเฉินกลอกตาเมื่อได้ยินคำพูดของเธอ
ผู้ฝึกสัตว์อสูรยักษ์ผู้ยิ่งใหญ่อย่างฉันจะไปโลภทรัพย์สินเล็กๆ น้อยๆ ของเธอได้อย่างไรกัน?
“เชอะ! ไว้หลังจากการประลองสอบเข้ามหาวิทยาลัยจบลงค่อยว่ากันเถอะช่วงนี้ถ้าไปหานายก็คงไม่เจอหรอก”
ซือถูอวี้พูดพลางหยุดเดินกะทันหัน
ในตอนนั้นเองหวังเฉินพลันรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างเมื่อหันไปมองก็เห็นรถเวทมนตร์ลอยฟ้ากำลังพุ่งเข้ามา