ไม่กี่อาทิตย์ต่อมาฮุ้ยหลินก็ตั้งครรภ์ลูกคนแรกฮ่องเต้ดีใจมาจนเข้าออกตำหนักคุนหนิงเป็ว่าเล่นและกำชับฮองเฮาอย่างดีว่าให้ดูแลตัวเองและลูกอย่างดีไม่ให้ออกนอกตำหนักไปไหน นางจึงเป็ฝ่ายไปเยี่ยมฮุ้ยหลินทุกอาทิตย์อาทิตย์ละครั้งด้วยเพราะนางไม่อยากรบกวนเวลาของฮ่องเต้และฮองเฮามากนัก
ทุกๆวันนางจึงเห็นฮ่องเต้เข้าออกตำหนักคุนหนิงเป็ประจำเพราะตำหนักไท่จี่เตี้ยนของนางนั้นอยู่ค่อนข้างใกล้กับตำหนักคุนหนิงของฮองเฮาอีกทั้งศาลาเหลียนฮวาที่นางชอบมานั่งประจำนั้นก็มองเห็นตำหนักของฮองเฮาอย่างชัดเจน
วันๆนึงของนางจึงไม่มีอะไรมากนอกจากเล่นหมากล้อม เล่นเครื่องดนตรีต่างๆ บ้างก็พบปะเหล่าสนมต่างๆของฮ่องเต้บ้าง เนื่องจากฮ่องเต้ทรงไม่อนุญาตให้ใครเข้าพบฮองเฮานอกจากนางกำนัลคนสนิทของฮองเฮากับฮวนกุ้ยเฟยเท่านั้น
ดังนั้นปัญหาในการคอยรับฟังเื่ไร้สาระต่างๆของเหล่าพระสนมนั้นจึงตกมาอยู่ที่นาง และวันนี้ก็เช่นกัน จื่อเถิงหลัวเจาอี้ กับ หวังฟางเจาเยวี่ยน พระสนมเอกของฮ่องเต้ทั้งของคนมาขอเข้าเฝ้านางซึ่งนางก็อนุญาต
"กุ้ยเฟยเพคะ พระสนมหวังฟางเจาเยวี่ยน กล่าววาจาจาบจ้วงหม่อมฉันที่เป็เจาอี้เพคะ"จื่อเถิงหลัวเจาอี้เป็ผู้เปิดประเด็น
"ไม่จริงเพคะกุ้ยเฟย หม่อมฉันแค่พูดความจริงเท่านั้นไม่ได้กล่าววาจาจาบจ้วงพระสนมจื่อเถิงหลัวเจาอี้เลยนะเพคะ"หวังฟางเจาเยวี่ยนแย้งขึ้นทันที
"ความจริงอะไรของเ้ากัน พูดออกมาเช่นนั้นมันคือการจาบจ้วงกันเห็นๆ"จื่อเถิงหลัวเริ่มขึ้นเสียง
"ก็ความจริงที่ว่าข้างามกว่าเ้าอย่างไรเล่า"หวังฟางเจาเยวี่ยนเอ่ยพร้อมเชิดหน้าขึ้น
"เหอะ เ้าเป็แค่เจาเยวี่ยน(ผู้งามสง่าจับใจ)จะงดงามกว่าข้าที่เป็เ้าอี้(ผู้งามเลิศยิ่ง)ได้เยี่ยงไร"จื่อเถิงหลัวเจาอี้พูดพร้อมกับเชิดหน้าขึ้น
"เหอะ เ้าก็แค่มาก่อนและบังเอิญได้ตำแหน่งนั้นไป หากข้ามาพร้อมเ้าอย่างไรเสียข้าก็ต้องได้เจาอี้แทนที่เ้าแน่นอน"หวังฟางเจาเยวี่ยนเชิดหน้าขึ้นไปอีก
นางก็คิดว่าเหล่าสนมจะมีเื่ไร้สาระอะไรมาฟ้องนางอีก ที่แท้ก็เป็กว่าเถียงกันเื่ความงามนี่เอง
'พวกเ้าจะเถียงกันไปทำไม เพราะอย่างไรเสียฮ่องเต้ก็ไม่ได้สนใจพวกเ้าอยู่ดี เขาสนใจเพียงแต่ฮองเฮาเท่านั้น ...รวมข้าด้วยนิดหน่อยกระมัง'นางคิดในใจพร้อมยกชาขึ้นจิบเตรียมดูงิ้วตรงหน้าที่กำลังจะเกิดขึ้น
"เ้า!"จื่อเถิงหลัวเจาอี้ยกนิ้วชี้หน้าฟางหวั่นเจาเยวี่ยน
"ข้าทำไม"ฟางหวันเจาเยวี่ยนเอ่ยขึ้นอย่างท้าทาย
เพี๊ยะ!!
เสียงของฝ่ามือจื่อเถิงหลัวเจาอี้กระทบเท่ากับแก้มข้างซ้ายของฟางหวันเจาเยวี่ยน
"เ้ากล้าตบข้าเช่นนั้นหรือ”เพี๊ยะ!!ฟางหวันเจาเยวี่ยนตบกลับทันที
ไม่นางเหล่าสนมทั้งสองก็เริ่มตบตีกันโดยไม่เห็นหัวของนาง
"กุ้ยเฟยเพคะ จะไม่ทรงห้ามหน่อยหรือเพคะ"ยินอี้ที่นั่งฟังอยู่นานจึงออกปากถาม
"ไม่ล่ะ ข้าว่าก็สนุกดีนะที่เห็นพวกนางตีกันแต่ถ้าหากข้าวของเครื่องใช้ในตำหนักของข้าพังเมื่อไหร่ละก็เราคงได้เห็นดีกัน"ฮวนฮุยกล่าวพร้อมกับยกชาขึ้นจิบ
เมื่อพวกนางตบตีกันไม่นานเหล่านางกำนัลและขันทีของพวกนางจึงเข้ามาห้ามปรามและแยกพวกนางออกจากกัน สภาพของพวกนางตอนนี้เรียกว่าหมดความเป็เจาอี้และเจาเยวี่ยน ผมเผ้ารุงรัง เสื้อผ้าฉีกขาดไม่ต่างจากขอทานข้างถนน
"พวกเ้าตบตีกันเสร็จแล้วหรือ"นางเอ่ยถามเมื่อเหตุการณ์เมื่อครู่สงบลง
พระสนมจื่อเถิงหลัวเจาอี้กับพระสนมฟางหวันเจาเยวี่ยนต่างไม่มีใครกล้าเปิดปากพูดเมื่อนึกได้ว่าตนอยู่ต่อหน้าพระพักตร์ของกุ้ยเฟย
"พวกเ้าเห็นหัวของเปิ่นกงแล้วหรือ เช่นนั้นก็ดีพวกเ้าคงรู้โทษของตนดี สั่งโบยพระสนมจื่อเถิงหลัวเจาอี้กับพระสนมฟางหวันเจาเยวี่ยนคนละสิบไม้และไปคัดคุณธรรมมาส่งเปิ่นกงคนละหนึ่งร้อยจบ"เมื่อพูดจบฮวนฮุยจึงโบกมือเล็กน้อยเป็เชิงว่าให้พวกนางออกไป
วันถัดมาฮวนฮุยจึงไปเข้าเฝ้าฮองเฮาและเล่าเื่เหล่าสนมให้นางฟัง
"ฮ่าฮ่าฮ่า ฮุยเอ๋อร์เ้านี่ก็ร้ายใช่ย่อยนะ รอให้พวกนางตบตีกันจนมีโทษหนักจากนั้นเ้าจึงค่อยสั่งลงโทษพวกนางรวบยอด"ฮุ้ยหลินฮองเฮาพูดพร้อมกับหัวเราะไปด้วยฮวนฮุยจึงยิ้มรับ
"แต่เ้าก็ลงโทษเบาไปนะ โบยแค่สิบไม้เองหรือโทษขนาดนี้ข้าว่าควรโบยถึงยี่สิบไม้ แต่เ้าก็นะทนดูพวกนางทะเลาะกันจนจบนะ เป็ข้าคงสั่งลงโทษพวกนางั้แ่เริ่มเถียงกันต่อหน้าข้าแล้ว"ฮุ้ยหลินพูดพร้อมยกชาขึ้นจิบ
"ข้าเป็แค่กุ้ยเฟยสนมเ่าั้คงไม่เห็นหัวข้าหรอก"ฮวนฮุยพูด
"เ้าพูดอะไรของเ้า เ้าเป็ถึงกุ้ยเฟยเ้ามีอำนาจรองลงมาจากข้าเชียวนะ จะว่าไปอีกสองวันก็จะมีงานเทศกาลโคมลอยถ้าเ้าเบื่อเ้าลองขอเสด็จพี่ออกไปดูเทศกาลเสียหน่อยดีหรือไม่"ฮุ้ยหลินพูดขึ้นพร้อมกับชี้นิ้วไปมา
"ไว้ข้าจะลองดู หากได้ข้าจะซื้อของมาฝากเ้าด้วย"ฮวนฮุยตอบ
.
.
วันรุ่งขึ้น
"ฮ่องเต้พ่ะย่ะค่ะ พระสนมฮวนกุ้ยเฟยขอเข้าพบพ่ะย่ะค่ะ"เสียงของขันทีเอ่ยขึ้น
"ให้นางเข้ามา"เขาพูดขณะที่สายตายังคงมองม้วนตำราในมืออยู่
"ถวายบังคมฝ่าา ขอทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นหมื่นปี"ฮวนฮุยย่อกายทำความเคารพทันทีที่เข้ามา
"ไม่ต้องมากพิธี ปกติเ้าไม่เคยมาหาข้าวันนี้มีอะไรหรือไม่"หานหลงละสายตาจากม้วนตำราตรงหน้าขึ้นมามองนาง
"หม่อมฉันทราบว่าวันพรุ่งจะมีเทศกาลโคมลอย ดังนั้นหม่อมฉันจึงอยากจะขออนุญาตออกไปงานเทศกาลเพคะ"ฮวนฮุยเข้าเื่ทันที
"เป็เช่นนั้น ย่อมได้เราอนุญาตให้เ้าไปเช่นนั้นเราจะให้องครักษ์ติดตามเ้าไปด้วยห้าคน"หานหลงกล่าวพร้อมกับเรียกองครักษ์เงาฝีมือดีออกมาห้าคน
"ขอบพระทัยเพคะ ขอพระองค์ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นหมื่นปี"ฮวนฮุยพูดพร้อมกับย่อตัวทำความเคารพ
ระหว่างเดินออกมาจากตำหนักใหญ่ฮวนฮุยก็เจอกับพระสนมหลานซูเฟยที่กำลังเดินมาทางตำหนักใหญ่พอดี
"ถวายพระพรฮวนกุ้ยเฟยเพคะ"พระสนมหลานซูเฟยกล่าวขึ้นพร้อมย่อตัวทำความเคารพ
"ไม่ต้องมากพิธี เ้าจะมาทำอะไรที่ตำหนักใหญ่หรือ"นางถามขึ้น
"หม่อมฉันจะมาขออนุญาติฝ่าาเพื่อไปงานโคมลอยวันพรุ่งเพคะ"หลานซูเฟยตอบ
"เช่นนั้นหรือ ดังนั้นข้าขอตัวก่อน"นางเอ่ยพร้อมกับมุ่งหน้ากลับตำหนักของนาง
พระสนมหลานซูเฟยเมื่อเห็นอีกฝ่ายขอตัวจึงย่อกายทำความเคารพแล้วใช้หางตามองฮวนฮุย ก่อนจะมุ่งหน้าเดินไปทางตำหนักใหญ่
"ฮ่องเต้พ่ะย่ะค่ะ พระสนมหลานซูเฟยขอเข้าพบพ่ะย่ะค่ะ"เสียงของขันทีเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
"ให้นางเข้ามา"เขาพูด
"ถวายพระพรฝ่าา ขอทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นหมื่นปี”หลานซูเฟยทำย่อกายทำความเคารพ
"ไม่ต้องมากพิธี เ้ามีอะไร"หานหลงเอ่ยถามขณะที่สายตายังคงมองม้วนกระดาษในมือ
"เนื่องจากหม่อมฉันอยู่ในตำหนักแล้วรู้สึกเบื่อ เพราะวันวันนึงหม่อมฉันไม่ได้ทำอะไรมากมายนอกจากปักผ้าให้พระองค์แล้วดังนั้น.."หลานซูเฟยตอบพลางชำเลืองมองใบหน้าของฮ่องเต้
"มีอะไรก็รีบๆพูดมา เรายังมีงานอีกมาก"หานาหลงกล่าวด้วยความหงุดหงิดเพราะนางไม่เข้าเื่เสียงทีมัวแต่ชักแม่น้ำทั้งห้าอยู่แต่สายตาของเขาก็ไม่ละออกจากกระดาษแม้แต่น้อย
"หม่อมฉันอยากจะขอออกไปงานเทศกาลโคมลอยในวันพรุ่งเพคะ"หลานซูเฟยพูดพร้อมกับกำมือแน่น
"เราไม่อนุญาต เ้าเป็สตรีและเป็ถึงพระสนมจะให้ออกไปนอกวังและไม่มีผู้ติดตามได้อย่างไร"หานหลงเอ่ยเสียงเรียบ
"แต่หม่อมฉัน...ถ้าฝ่าาจะทรงพระกรุณาให้องครักษ์..."หลานซูเฟยพยายามพูดเพื่อให้อีกฝ่ายเห็นใจ
"เราไม่อนุญาต เ้าออกไปได้แล้วเรามีงานต้องทำ กงกงส่งพระสนมหลานซูเฟย"หานหลงกล่าวพร้อมกับให้กงกงเชิญพระสนมหลานซูเฟยออกไป
หลานซูเฟยได้แต่กำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ แม้แต่เงยหน้าขึ้นมามองนางยังไม่มีเลย นางได้แต่เดินออกไปพร้อมกับความเจ็บใจ
'ข้าเป็ถึงบุตรสาวของแม่ทัพทิศทักษิณซึ่งก็ทำคุณประโยชน์ให้แก่บ้านเมืองก็มากมาย แถมรูปโฉมของข้านั้นก็มิได้งดงามน้อยไปกว่านังฮุ้ยหลิน กับนังฮวนฮุยสักนิด เหตุใดพระองค์ถึงไม่หันมามองข้าบ้าง'หลานซูเฟยคิดด้วยความแค้นเคืองพร้อมกับเดินกลับตำหนักของตน
"ลูกแม่ เ้าจะออกมาเป็หญิงหรือชายกันนะ"หลานซูเฟยที่จงใจเดินผ่านตำหนักคุนหนิงนั้นได้ยินเสียงของฮุ้ยหลินพูดขึ้น
"หึ"นางยกยิ้มมุมปากแล้วหัวเราะเบาๆพร้อมกับใช้หางตามองไปยังตำหนักคุนหนิงอย่างมีเลศนัยก่อนจะมุ่งหน้ากลับตำหนักของตน
.
.
วันรุ่งขึ้น ยามอิ่ว(17:00-18:59)
ฮวนฮุย ยินอี้และนางกำนัลอีกสองคนกำลังเดินไปยังรถม้าเพื่อไปงานเทศกาลโคมลอย
"ไห่เปา นั่นใช่กุ้ยเฟยหรือไม่"หลานซูเฟยหันไปถามนางกำนัลคนสนิท
"หม่อมฉันคิดว่าใช่เพคะ พระสนม"ไห่เปานางกำนัลคนสนิทตอบ
"เ้าว่านางกำลังจะไปไหน"หลานซูเฟยถามอีกครั้ง
"เรียนพระสนมเท่าที่หม่อมฉันรู้ เมื่อวานก่อนที่พระสนมจะไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้ หม่อมฉันได้ยินเหล่านางกำนัลของตำหนักใหญ่คุยกันว่าพระสนมกุ้ยเฟยทรงขออนุญาตฮ่องเต้ไปงานโคมลอยวันนี้ อีกทั้งฮ่องเต้ยังทรงอนุญาตและยังให้องครักษ์ของพระองค์นั้นติดตามไปด้วยถึงห้าคนเพคะ"ไห่เปาเล่าเื่ราวที่ตนได้ยินมา
"หึ นี่ไม่เท่ากับว่าฮ่องเต้ทรงลำเอียงอย่างนั้นหรือ ข้าละอยากรู้จริงๆว่าองครักษ์ของฮ่องเต่นั้นจะมีฝีมือสักแค่ไหนกันเชียว"นางเอ่ยขึ้นพร้อมกับเดินกลับตำหนัก
.
.
"ยินอี้เ้าว่าอันนี้สวยหรือไม่"ฮวนฮุยพูดพร้อมกับหยิบโคมลอยอันหนึ่งขึ้นมาดู
"สวยเพคะกุ้ยเฟย หม่อมฉันว่าอันนี้ก็สวยนะเพคะกุ้ยเฟย"ยินอี้ตอบพร้อมกับหยิบโคมลอยอีกอันขึ้นมา
"กุ้ยเฟยเพคะ อันนี้ก็สวยนะเพคะ"เหล่านางกำนัลต่างพากันหยิบจับโคมลอยขึ้นมาให้นางดู
ไม่นานฮวนฮุยก็ซื้อโคมลอยและของกินมามากมายโดยมีนางกำนัลคอยถือของ จากนั้นนางจึงให้นางกำนัลนำของไปเก็บที่รถม้าก่อน
"ถวายพระพรกุ้ยเฟยพ่ะย่ะค่ะ"เสียงๆหนึ่งดังขึ้น
"ไม่ต้องมากพิธีไปท่านแม่ทัพอัน เราคนกันเอง"ฮวนฮุยพูดพร้อมกับก้มมองบุรุษที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้า
"หามิได้พ่ะย่ะค่ะ"แม่ทัพหนุ่มตรงหน้าพูดขึ้น
"ไม่ได้เจอกันนานนะไท่อี้ ั้แ่ข้าแต่งเป็พระชายาก็ประมาณห้าปีได้แล้วสินะ เ้าเป็อย่างไรบ้างล่ะ"ฮวนฮุยถาม
"กระหม่อมสบายดีพ่ะค่ะย่ะ แล้วกุ้ยเฟยทรงเป็อย่างไรบ้างพ่ะค่ะย่ะ"ไท่อี้ตอบคำถามของอีกฝ่ายก่อนจะถามกลับ
"ข้าสบายดี เ้าพูดคำสามัญกับข้าก็ได้"ฮวนฮุยเอ่ย
"กระหม่อมมิกล้า.."ไท่อี้ตอบเสียงแ่
"นี่คือคำสั่ง"ฮวนฮุยเอ่ยเสียงแข็ง
"พ่ะย่ะค่ะ"ไท่อี้รับคำอย่างจำยอม
"ข้าทราบข่าวว่าเ้าประสบอุบัติเหตุ อาการเ้าเป็อย่างไรบ้าง"เขาถามด้วยสีหน้าเป็ห่วง
"ข้าหายดีแล้ว ว่าแต่เ้าเถอะข้ารอไปงานแต่งของเ้าอยู่นะ เมื่อไหร่เ้าจะมีฮูหยินสักทีเล่า"ฮวนฮุยถามพร้อมกับสีหน้าคาดหวัง
"เ้าก็พูดไป ข้ายังหาคนที่ถูกใจ(กว่าเ้า)ไม่ได้เลย"เขาได้แต่เก็บคำที่อยากจะเอ่ยออกไปเอาไว้อยู่ในใจ
เหล่าองครักษ์ที่เดินอยู่ด้านหลังต่างขนลุกซู่เมื่อเห็นสายตาของท่านแม่ทัพทิศบูรพาที่มองไปยังกุ้ยเฟย พวกเขาไม่อยากจะคิดเลยว่าหากฮ่องเต้ทรงรู้คงมิสั่งลงโทษพวกเขาหรือที่ปล่อยให้มีบุรุษมาเข้าใกล้และยังคุยกันออกรสกับกุ้ยเฟยขนาดนี้
แต่ถึงจะคิดได้อย่างนั้นพวกเขาก็ไม่กล้าเข้าไปแยกท่านแม่ทัพหนุ่มตรงหน้าออกมาอยู่ดี เพราะท่านแม่ทัพคนนี้เป็สหายเก่าของพระสนมกุ้ยเฟยและยังเป็แม่ทัพที่มีฝีมือเก่งกาจสามารถขึ้นเป็แม่ทัพได้ั้แ่อายุยังน้อยและนำทัพชนะทุกครั้งอีกด้วย
ฮวนฮุยเดินคุยกับไท่อี้ไปเรื่อยๆจนถึงจุดปล่อยโคมลอยริมแม่น้ำที่ที่นางมานั้นเรียกว่าเป็จุดลับตาคนเลยก็ว่าได้ เพราะนางไม่อยากเป็ที่สนใจเท่าไหร่และชุดที่นางใส่มานั้นก็เป็แค่ชุดลูกคุณหนูลูกขุนนางทั่วไป ไม่ได้แต่งเหมือนตอนที่อยู่ในวัง
หลังจากฮวนฮุยลอยโคมเสร็จนางจึงลากับไท่อี้เพื่อกลับวังเมื่อจากกันได้สักพักก็มีกลุ่มชายชุดดำจำนวนประมาณแปดสิบกว่าคนล้อมรอบพวกนางไว้ สำหรับองครักษ์อย่างพวกเขานั้นจำนวนแค่นี้ถือว่าสบายมาก แต่พวกเขายังมีกุ้ยเฟยและเหล่านางกำนัลอยู่ด้วยนี่สิ คงจะตึงมือไม่น้อย
การต่อสู้ได้เริ่มขึ้นอย่างดุเดือดกลุ่มชายชุดดำต่างพุ่งเข้ามาเพื่อที่จะฆ่าพวกนาง เหล่าองครักษ์จึงต้องแบ่งหน้าที่ให้สองคนคอยป้องกันกุ้ยเฟยและนางกำนัล ส่วนอีกสามคนคอยตั้งรับการโจมตีจากกลุ่มคนชุดดำ
"กุ้ยเฟยเพคะ ระวัง!"ยินอี้เมื่อเห็นว่ามีชายชุดคนหนึ่งขว้างมีดมาทางฮวนฮุย นางจึงรีบนำตัวเข้าไปบังทันที
"ยินอี้!!"ฮวนฮุยะโเรียกชื่อยินอี้ดังลั่นเมื่อเห็นว่าอีกคนนางตัวเข้ามาบังนางจนทั้งสองล้มลงไป
"หม่อมฉันไม่เป็ไรเพคะ แค่โดนถากๆที่เอวเท่านั้นเพคะ" ยินอี้หันมาตอบ
"เ้าจะไม่เป็ไรได้อย่างไร เ้าอย่าทำแบบนี้อีกนะ"นางเอ่ยด้วยสีหน้าเป็กังวล
"หามิได้เพคะ หากหม่อมฉันไม่ทำพระองค์จะทรงาเ็นะเพคะ หม่อมฉันรู้ดีว่าพระองค์ทรงเกลียดการโดนของมีคมบาดแค่ไหน ดังนั้นหม่อมฉันต้องทำเพคะ"นางเอ่ยพร้อมกับพยุงตัวขึ้น
คุยกันได้ไม่นานก็มีกลุ่มชายชุดดำสามคนพุ่งมายังนางพร้อมกับข้างมีดมาทางพวกนาง
เคร้ง!!
เสียงของมีคมกระทบกัน เหล่าองครักษ์ที่เห็นจึงรีบเข้ามาขวางและฆ่าพวกคนชุดดำทันที พวกคนชุดดำที่ตอนนี้กำลังเสียเปรียบด้วยไม่คิดว่าเหล่าองครักษ์จะมีฝีมือมากขนาดนี้ จึงเปลี่ยนแผนโดยการต้อนให้พวกนางถอยไปทางแม่น้ำเพื่อปิดทางหนี
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
เสียงต่อสู้ดังขึ้นจากทางด้านหลังของกลุ่มคนชุดดำ ไท่อี้ที่เดินกลับมาเพราะรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงของฮวนฮุย เข้าก็ไม่คิดว่าเมื่อเดินกลับมาแล้วจะเห็นว่าพวกนางยังอยู่และกำลังตกอยู่ในอันตราย เขาจึงรีบเข้าไปช่วยทันที
เมื่อพวกชายชุดดำเห็นว่าตอนนี้คนของตนนั้นเหลือไม่ถึงยี่สิบคนและกำลังเสียเปรียบอย่างหนัก พวกมันจึงพุ่งเป้าไปยังฮวนฮุยทันทีพวกมันขว้างมีดออกมาคนละหลายๆเล่มพร้อมกัน
เหล่าองครักษ์ที่เห็นดังนั้นจึงปกป้องและโจมตีกลับทันที แต่ทว่ากลับมีมีดเล่มหลุดรอดจากการป้องกันและไปเฉียดต้นแขนของฮวนฮุย นางใกับความเ็ปที่ได้รับจึงเผลอถอยหลังไปจนตกลงไป
ตู้ม!!
"กุ้ยเฟยเพคะ!!"ยินอี้ร้องออกมาอย่างใเมื่อเห็นว่าพระสนมของตนนั้นตกลงไปในน้ำแต่ก็ไม่สามารถช่วยได้เพราะตนนั้นว่ายน้ำไม่เป็
นางตกลงไปในแม่น้ำด้วยชุดที่หนักและหลายชั้นนางจึงไม่สามารถว่ายขึ้นมาเหนือน้ำได้จากนั้นไม่นานภาพตรงหน้าของนางก็ดำมืดไป เหล่าคนชุดดำที่เหลืออยู่สองสามคนเมื่อเห็นเป้าหมายตกน้ำก็เตรียมตัวหนีทันทีแต่ทว่าโดนองครักษ์จับได้ จึงรีบกัดยาพิษที่อยู่ในปากเพื่อฆ่าตัวตายทันที
ไท่อี้ที่ได้ยินเสียงร้องจึงรีบะโลงไปในแม่น้ำเพื่อช่วยทันที เมื่อเขาได้ตัวนางแล้วจึงรีบล่วงหน้าพานางกลับวังทันที