จี๊ดๆ
ทันทีที่ก้าวเข้าสู่เขตบึงทมิฬอันเฉอะแฉะค้างคาวทมิฬตัวหนึ่งที่ร่อนเร่อยู่ตามชายขอบหนองน้ำก็กระพือปีกพุ่งตรงเข้าใส่ลู่เซิ่งทันที
“ฉิบหายแล้ว!”
ลู่เซิ่งเห็นดังนั้นก็ใแทบสิ้นสติ
นี่เป็ครั้งแรกในชีวิตที่เขาได้สู้กับมอนสเตอร์หากจะบอกว่าไม่ประหม่าเลยก็คงเป็การโกหกคำโต
เขาเงื้อค้อนในมือขึ้นตามสัญชาตญาณก่อนจะหวดเข้าใส่ค้างคาวทมิฬที่พุ่งเข้ามาอย่างลนลาน
เปรี้ยง!
HP-10,006
จี๊ดๆ!
วินาทีถัดมาตัวเลขดาเมจที่น่าสะพรึงกลัวถึงขีดสุดก็เด้งขึ้นเหนือหัวของค้างคาวทมิฬตัวนั้น
ยังไม่ทันที่มันจะพุ่งถึงตัวลู่เซิ่งด้วยซ้ำเ้าค้างคาวก็ส่งเสียงร้องโหยหวนและร่วงลงสู่พื้นดินอย่างสิ้นสภาพ
[ติ๊ง!]
[ขอแสดงความยินดี คุณสังหาร 'ค้างคาวทมิฬ' สำเร็จ ได้รับค่าประสบการณ์ 80 หน่วย และได้รับไอเทม'ปีกพังผืดค้างคาว'!]
ในเวลาเดียวกันข้อความแจ้งเตือนการได้รับค่าประสบการณ์ก็ลอยผ่านสายตาของลู่เซิ่งไป
“โห... ดาเมจหนึ่งหมื่นหกหน่วยเลยเหรอ?”
เมื่อเห็นว่าค้อนที่หวดไปส่งๆดันสร้างดาเมจที่ผิดมนุษย์มนาขนาดนี้ ลู่เซิ่งก็ถึงกับยืนเอ๋อทำตัวไม่ถูก
นั่นเพราะสิ่งที่เขาคาดการณ์ไว้นั้นถูกต้องพร์ 'เสริมพลังหมื่นเท่า' สามารถใช้ร่วมกับสกิล ‘พิพากษาศักดิ์สิทธิ์’ ของเขาได้เช่นกัน มันจึงเปลี่ยนดาเมจเพิ่มเติมจากเดิมเพียง 1 หน่วย ให้กลายเป็ 10,000 หน่วยในพริบตา
ดาเมจเพิ่มเติม10,000หน่วยมันหมายถึงอะไรน่ะหรือ?
พูดแบบไม่เกินจริงเลยก็คือด้วยความรุนแรงระดับนี้ อย่าว่าแต่มอนสเตอร์ระดับต่ำในบึงทมิฬเลย ต่อให้บอสเลเวล 100มาปรากฏตัวตรงหน้า ก็เกรงว่าแค่ทนแรงหวดส่งๆทีเดียวของลู่เซิ่งก็ทำไม่ได้
“นี่น่ะเหรอพร์การต่อสู้ระดับ SSS? มันขี้โกงเกินไปแล้วนี่มันบั๊กชัดๆ”
พอเห็นว่าตนสามารถฆ่าพวกมอนสเตอร์ในบึงทมิฬได้ในทีเดียว
ลู่เซิ่งก็สลัดความกลัวทิ้งไปจนหมดสิ้นแถมยังเริ่มปล่อยตัวปล่อยใจ ถือค้อนพุ่งเข้าใส่มอนสเตอร์รอบข้างอย่างคึกคะนอง
ชั่วขณะนั้นมหกรรมการสังหารหมู่อยู่ฝ่ายเดียวก็ได้เริ่มต้นขึ้นภายในบึงทมิฬอันกว้างใหญ่
...
ในตอนที่ลู่เซิ่งเพิ่งจะสังหารมอนสเตอร์ตัวแรกในชีวิตสำเร็จ
อีกด้านหนึ่งทีมเก็บเลเวลสุดสมบูรณ์แบบที่จัดตั้งโดยหลี่เทียนหัวก็ได้เคลื่อนพลเข้าสู่บึงทมิฬเช่นกันพวกเขาใช้การกระทำของตัวเองพิสูจน์นิยามที่ว่า 'ลีลาอย่างเทพดาเมจอย่างกาก' ได้เป็อย่างดี
“นักแม่นปืน! มอนสเตอร์พุ่งไปทางนายแล้ว เร็วเข้า วิ่งสิ วิ่ง!”
“นักบวชอยู่ไหน รีบฮีลให้เขาสิ!”
“นักรบยืนค้ำข้างหน้าไว้ อย่าปล่อยให้มอนสเตอร์วิ่งพล่าน!”
“ทุกคนฟังคำสั่งฉัน ระดมโจมตีพร้อมกัน!”
หลี่เทียนหัวถือไม้เท้าเวทพลางะโสั่งการเพื่อนร่วมทีมสุดเสียงเขารัวสกิลใส่ค้างคาวทมิฬตัวหนึ่งในระยะประชิด
“เจอนี่หน่อย ศรสายฟ้า!”
เปรี้ยง!
แสงสายฟ้าอันเจิดจ้าแลบออกจากฝ่ามือของหลี่เทียนหัวและฟาดลงกลางหัวของค้างคาวทมิฬอย่างจัง
HP-20
จี๊ดๆ
ปัง!
ในที่สุดมันก็ร้องคำรามอย่างสิ้นหวังก่อนตาย
ด้วยการรุมกินโต๊ะของทุกคนค้างคาวทมิฬที่มีเืเยอะถึง 250 หน่วยก็ถูกรีดเืจนหมดหลอดและขาดใจตายคาที่
“ฟู่ว... ตายซะทีนะ”
เมื่อเห็นซากค้างคาวบนพื้นหลี่เทียนหัวก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
“ว้าว! สุดยอดเลย พวกเราฆ่ามอนสเตอร์ตัวแรกได้แล้ว!”
ภายในทีมนักบวชสาวเพียงคนเดียวส่งเสียงเชียร์ด้วยความตื่นเต้นจนใบหน้าแดงระเรื่อ
“รุ่นพี่เทียนหัวสมกับเป็อาชีพลับ 'วิถีรบอัสนี'จริงๆ ดาเมจสกิลแรงมากเลยค่ะ”
“ใช่ๆ ถ้าไม่ได้รุ่นพี่เทียนหัวพวกเราคงต้องเหนื่อยกว่านี้อีกเยอะเลยกว่าจะล้มค้างคาวตัวนี้ลงได้”
“รุ่นพี่เทียนหัวสุดยอด!!”
สมาชิกที่เหลืออีกสามคนต่างพากันประจบประแจงหลี่เทียนหัวกันใหญ่
“หึๆ จริงๆ แล้วมันก็เป็เพราะความพยายามของทุกคนนั่นแหละ...”
เมื่อได้ยินดังนั้นหลี่เทียนหัวก็กระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจ เขาตั้งใจจะพูดถ่อมตัวตามมารยาทสักหน่อย
แต่ทว่าเขายังไม่ทันจะได้แสดงบทเท่ๆ ให้จบ
ทันใดนั้นเอง
ปัง!
“80หน่วย!”
ปัง!
“80หน่วย!”
ปัง!
“80หน่วย!”
...
เสียงบางอย่างแว่วมาจากทิศทางไม่ไกลนัก
“หืม? เกิดอะไรขึ้นน่ะ?”
หลี่เทียนหัวหันหน้าไปเขามองตามเสียงนั้นไปโดยสัญชาตญาณ
และสิ่งที่เขาได้เห็นก็คือภาพที่จะติดตาเขาไปชั่วชีวิต
เขามองเห็นลู่เซิ่งที่ถือค้อนั์ในมือปากก็ะโก้องว่ามอนสเตอร์หนึ่งตัวเท่ากับค่าประสบการณ์ 80หน่วย! ไม่ว่าเขาจะเดินผ่านไปทางไหนมอนสเตอร์ในบึงทมิฬที่ควรจะมีเืมหาศาล กลับไม่มีตัวไหนต้านทานการโจมตีแบบส่งๆของเขาได้เลยสักตัว นี่มันอารมณ์ประมาณฉันนี่แหละเพชฌฆาตน้อย!
“อะไรนะ... เป็ไปไม่ได้!!!”
ถึงจุดนี้หลี่เทียนหัวก็ไม่อาจเก็บความตกตะลึงไว้ได้อีกต่อไป เขาอุทานออกมาเสียงดังลั่น
“์... ฉันตาฝาดไปหรือเปล่า?”
“ลู่เซิ่งนั่น... เขากำลังวันช็อตวันคิลมอนสเตอร์อยู่งั้นเหรอ?”
ในเวลาเดียวกันเหล่านักเรียนมัธยมตงหลินที่สามทุกคนในบึงทมิฬต่างก็หยุดชะงักการกระทำของตนและจ้องมองภาพเหตุการณ์ที่เหลือเชื่อตรงหน้าตัวแข็งทื่อ
ด้วยความร้อนใจหลี่เทียนหัวจึงรีบใช้ทักษะตรวจสอบใส่ลู่เซิ่งทันที
‘ทักษะตรวจสอบ’ คือเวทมนตร์พื้นฐานที่มนุษย์ทุกคนบนดาวสีน้ำเงินสามารถใช้ได้ซึ่งจะช่วยให้เห็นข้อมูลพื้นฐานอย่างค่าพลังชีวิต มานาและการประเมินระดับดาวพลังรบของเป้าหมาย
และภายใต้การส่องของทักษะนี้ค่าสถานะพื้นฐานของลู่เซิ่งก็ปรากฏให้เห็นอย่างแจ่มแจ้ง
[เป้าหมาย: ลู่เซิ่ง]
[อาชีพ: พาลาดิน]
[ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง: ยังไม่ได้เลือก]
[เลเวล: 1 (เปลี่ยนอาชีพครั้งที่หนึ่ง) ]
[พลังชีวิต: 100 หน่วย]
[ค่ามานา: 70 หน่วย]
[อุปกรณ์: ค้อนศึกมาตรฐาน, ชุดเกราะมาตรฐาน]
[การประเมินระดับดาวพลังรบ: 3 ดาว]
...
“แบบนี้มันไม่ถูกสิ... เขามีการประเมินระดับดาวพลังรบแค่ 3 ดาวชัดๆ ทำไมมอนสเตอร์ในบึงทมิฬถึงทนแรงค้อนเขาไม่ได้แม้แต่ครั้งเดียว?”
เมื่อเห็นค่าสถานะพื้นฐานอันน่าอนาถของลู่เซิ่งหลี่เทียนหัวก็ถึงกับสติหลุดไปเลย
นั่นเพราะสกิลพิพากษาศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้ส่งผลต่อค่าสถานะโดยตรงของพาลาดินแต่มันจะเพิ่มดาเมจพิเศษในตอนที่ทำการโจมตีเท่านั้น
ยิ่งไปกว่านั้นตัวเลขดาเมจที่ผู้ใช้อาชีพกระทำต่อมอนสเตอร์จะมีเพียงตัวผู้ใช้อาชีพเองหรือสมาชิกในปาร์ตี้เท่านั้นที่มองเห็นได้
สรุปก็คือนอกจากหลี่เทียนหัวจะเข้าปาร์ตี้กับลู่เซิ่งหรือเดินเข้าไปรับแรงกระแทกจากค้อนของลู่เซิ่งด้วยตัวเอง
หากไม่ใช่สองอย่างนี้ต่อให้วันนี้เขาจะจ้องจนลูกตาหลุดออกจากเบ้าเขาก็ไม่มีวันดูออกเลยว่าลู่เซิ่งทำแบบนั้นได้อย่างไร
ซึ่งลู่เซิ่งเองก็คิดถึงจุดนี้ไว้ล่วงหน้าแล้วเขาจึงเลือกที่จะเน้นเสริมพลังให้กับสกิลพิพากษาศักดิ์สิทธิ์ของตนเพื่อที่จะไม่เป็การเปิดเผยไพ่ตายที่แท้จริงออกมา
ในขณะที่หลี่เทียนหัวกำลังยืนอ้าปากค้างด้วยความไม่อยากเชื่อสายตา
อีกด้านหนึ่งลู่เซิ่งได้ดำดิ่งลงสู่ความหฤหรรษ์ของการสังหารมอนสเตอร์แบบนัดเดียวจอดไปเสียแล้ว
[ติ๊ง!]
[ขอแสดงความยินดี คุณสังหาร ‘ค้างคาวทมิฬ’ สำเร็จ ได้รับค่าประสบการณ์ 80 หน่วย และได้รับไอเทม‘ปีกพังผืดค้างคาว’!]
[ติ๊ง!]
[ขอแสดงความยินดี คุณสังหาร ‘สุนัขล่าเนื้อทมิฬ’สำเร็จ ได้รับค่าประสบการณ์ 80 หน่วยและได้รับไอเทม ‘เขี้ยวอันแหลมคม’!]
[ติ๊ง!]
[ขอแสดงความยินดี คุณสังหาร ‘กบปีศาจทมิฬ’ สำเร็จ ได้รับค่าประสบการณ์ 80 หน่วย และได้รับไอเทม‘ต่อมน้ำตาคางคก’!...]
...
ข้อความแจ้งเตือนการได้รับค่าประสบการณ์ลอยผ่านหน้าของลู่เซิ่งไปอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย
และในไม่ช้าเขาก็ได้ัักับการเลื่อนเลเวลครั้งแรกในชีวิต
[ติ๊ง!]
[ขอแสดงความยินดี คุณเลื่อนระดับสู่เลเวล 2 สำเร็จได้รับค่าสถานะคงที่ 5 หน่วย และค่าสถานะอิสระ 5 หน่วย!]
“อ้าว เลเวลอัปแล้วเหรอ?”
เมื่อเห็นข้อความที่ลอยผ่านตาลู่เซิ่งก็หยุดชะงักลงตามสัญชาตญาณ และเปิดแผงสถานะของตนขึ้นมาดูทันที
[โฮสต์: ลู่เซิ่ง]
[อาชีพ: พาลาดิน]
[ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง: ยังไม่ได้เลือก]
[เลเวล: 2 (เปลี่ยนอาชีพครั้งที่หนึ่ง) ]
[พลังชีวิต: 110]
[ค่ามานา: 110]
[พละกำลัง: 11]
[สติปัญญา: 11]
[จิติญญา: 11]
[ความคล่องแคล่ว: 11]
[ความทนทาน: 11]
[การประเมินระดับดาวพลังรบ: 3 ดาว]
[ค่าสถานะที่ยังไม่ได้จัดสรร: 5]
....
บนดาวสีน้ำเงินในปัจจุบันหลังจากผู้ใช้อาชีพเลเวลอัป พวกเขาจะได้รับค่าสถานะคงที่ 5หน่วย และค่าสถานะอิสระ 5 หน่วย
ซึ่งคำว่า‘ค่าสถานะคงที่’ นั้นหมายถึงหน่วยที่ระบบจะเพิ่มให้โดยอัตโนมัติ
และ‘ค่าสถานะ’ ต่างๆของผู้ใช้อาชีพนั้นก็มีหน้าที่แตกต่างกันออกไป
ดังนี้…
พละกำลังหมายถึง พลังโจมตีและความหนักหน่วงในการโจมตี
สติปัญญาหมายถึง ค่ามานาและความรุนแรงของเวทมนตร์
ความคล่องแคล่วหมายถึง ความเร็วในการตอบสนองและความเร็วในการโจมตี
จิติญญาหมายถึง ความเร็วในการฟื้นฟูมานาและฟื้นฟูพลังชีวิต
ความทนทานหมายถึง พลังชีวิตและพลังป้องกัน