เจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain)

    บทที่ 29: นักรบมิโกะแห่งขมังเวทย์ (The Magic Warrior of Maiden)

    “นางเทวีอสูรฯ ยังไม่ออกจากร่างเด็กสาวคนนั้น”เหล่าบรรดาผู้คนต่างก็พากันวิตกกังวลว่านักพรตโซเคนจะสู้ฤทธิ์เดชอันมหาศาลของนางเทวีอสูรฯ ได้ไหม“ฤทธิ์เยอะมากนักใช่ไหม นางเทวีอสูรฯ งั้นเจอนี่”นักพรตโซเคนชักดาบคาตานะออกมา และร่ายเวทย์ลงบนคบดาบ จนมันเรือนแสงสีแดงออกมา“อย่าทำลูกสาวฉัน ลูกสาวฉันไม่ใช่นางเทวีอสูรฯ ลูกสาวฉันกำลังไม่สบาย”นิชิโกะพยายามตะโกนวิงวอนขอความเมตตาจากนักพรตโซเคน พลางร้องไห้สะอื้นราวกับหัวใจแทบสลายเอาสิ ลงมือเลย นังเจ้าหญิงโอริฮิเมะจะได้ตายสมใจข้าแท้จริงแล้ว การที่นางเทวีอสูรฯ สิงเข้าไปในร่างงามของสึบากินั้น ก็เพื่อต้องการจะยืมมือของนักพรตโซเคนในการปลิดชีวิตสึบากิมาตั้งแต่แรกแล้ว“ไม่ออกใช่ไหม” นักพรตโซเคนทาบคมดาบเรือนแสงสีแดงเข้าที่หน้าผาก และลากไปตามลำคอ บ่า ไหล่ และต้นแขน ไปจนถึงมือเรียวงามของเธอ สึบากิกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดอย่างสุดเสียง ยูกินะ เซ็นเคียว และนิชิโกะ ต่างก็ขานชื่อสึบากิด้วยสีหน้าที่ราวกับมีอาการตกใจอย่างสุดขีด“จะออกหรือไม่ออก”นักพรตโซเคนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ดุดัน แต่คำตอบที่ได้กลับเป็นการยิ้มหัวเราะใส่ด้วยสีหน้าที่เย้ยหยัน ชวนโมโหอย่างสุดขีด“ทนไม่ไหวแล้ว ใครจะทำร้ายน้องสาวฉัน ฉันไม่เอาไว้แน่”ยูกินะพยายามดิ้นให้หลุดอย่างสุดชีวิตจนแทบจะทรุดลงกับพื้น แต่ก็ไม่สามารถสู้แรงของชายทั้งสองที่กำลังรั้งตัวยูกินะไว้ได้ พวกเขาเองก็พยายามรั้งตัวไว้อย่างสุดขีดไม่ให้เธอวิ่งเข้าไปขวางนักพรตโซเคนได้เช่นกัน“จะถามเป็นครั้งสุดท้าย นางเทวีอสูรฯ จะออกหรือไม่ออก”สึบากิยังคงหน้านิ่ง พลางแสดงสีหน้าเย้ยหยันใส่นักพรตโซเคน“ไม่ออกใช่ไหม” สึบากิแสยะยิ้มที่มุมปากบนใบหน้างาม ก่อนที่ตอบกลับไปว่า ‘ไม่ออก’นักพรตโซเคนเปลี่ยนไปจับดาบคาตานะที่เรือนแสงสีแดงออกมาจากตัวคมดาบแบบสองมือ พลางร่ายเวทย์ลงบนคมดาบไปอีกขั้นจนเกิดเป็นเปลวไฟอันร้อนระอุราวกับไฟนรกโลกันตร์ที่ลุกโชนไปทั่วคมดาบ“สึบากิ!! ปล่อยโว้ย ปล่อย!!” เซ็นเคียวพยายามวิ่งเขาไปช่วยสึบากิ เช่นเดียวกับยูกินะและนิชิโกะที่ต่างก็พยายามดิ้นตะเกียกตะกายอย่างสุดชีวิต เพื่อที่จะวิ่งไปช่วยเธอให้ทันเวลา แต่ก็ถูกชายทั้งสองรั้งตัวไว้อย่างสุดกำลังดาบคาตานะที่มีเปลวไฟปกคลุมไปทั่วคมดาบนั้นถูกเงื้อขึ้นเหนือศีรษะ นางเทวีอสูรฯ ในร่างสึบากิเงยใบหน้าขึ้นชิดกับต้นเสาภายในบ้าน ปากคู่งามนั้นพลางแสยะยิ้มที่มุมปากด้วยสีหน้าที่นิ่งเฉย นักพรตโซเคนเมื่อเห็นเช่นนั้น จึงเริ่มลงมือตวัดดาบฟันเข้าที่ร่างงามของสึบากิทันที“แกร๊ง” เสียงคมดาบที่กระแทกกันนั้นดังสนั่นกึกก้องไปทั่วบริเวณภายในบ้าน มีมิโกะสาวปริศนาคนหนึ่งได้ปรากฏตัวที่ด้านหน้าสึบากิ พร้อมกับเรียกดาบคาตานะออกมาให้อยู่ในมือเรียงงามขาวผ่องทั้งสองข้าง และช่วยป้องกันคมดาบเปลวไฟของอีกฝ่ายที่กำลังจะฟันเข้ามาได้อย่างรวดเร็ว ดาบคาตานะที่เธอเรียกออกมานั้นเกิดจากพลังเวทย์อัญเชิญศาสตราวุธมายาของเธอ“ทำไมแกต้องปกป้องมันด้วย มันไม่ใช่คนนะ แต่ว่ามันเป็นนางเทวีอสูรฯ”นักพรตโซเคนเอ่ยถามอย่างไม่สบอารมณ์ ใบหน้างามของมิโกะสาวที่เข้ามาช่วยชีวิตสึบากิไว้นั้นยังคงนิ่งเฉย ไม่ได้เอ่ยตอบแต่อย่างใด คมดาบของทั้งสองฝ่ายนั้นยังคงต้านทานกันไปมามิโกะสาวผู้นั้นมีใบหน้างามที่ขาวผ่องราวกับไข่มุกที่เปล่งประกาย ผมทองยาวสลวยที่ยาวถึงประมาณสะโพก ซึ่งปล่อยปอยผมไว้ที่ด้านหน้าทั้งสองข้าง และดวงตากลมโตคู่งามฟ้าอมม่วงเธออยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตรัดรูปสีน้ำเงินแขนพับประมาณศอกที่ชายเสื้อนั้นยาวถึงประมาณสะโพก กระดุมถูกปลดไปสามเม็ดเผยให้เห็นเสื้อยืดแขนกุดสีดำรัดรูปที่ถูกสวมทับไว้ด้านใน ขับเน้นทรวงอกที่มีขนาดใหญ่นิดๆ กับกางเกงยีนส์รัดรูปสีขาวที่ยาวเลยเข่าออกมานิดๆ เผยให้เห็นเรือนกายท่อนล่างที่ทั้งเพรียวงามและสมบูรณ์แบบ และรองเท้าส้นสูงสีดำมิโกะสาวผู้นี้เป็นถึงอดีตมิโกะนักรบแห่งศาลเจ้าโอยามะสึมิบนเกาะโอมิชิมะในยุคสมัยสงครามกลางเมืองซึ่งมีนามว่า “โอโฮริ สึรุฮิเมะ”นางเทวีอสูรฯ ในร่างสึบากิแสดงสีหน้าที่ไม่พอใจเป็นอย่างมาก ที่มิโกะสึรุฮิเมะเข้ามาขัดขวางแผนการที่จะยืมมือนักพรตโซเคนในการปลิดชีวิตสึบากิในครั้งนี้สึรุฮิเมะปัดคมดาบเปลวไฟของนักพรตโซเคนไปยังทิศทางอื่น ก่อนที่จะยกขาเรียวงามขึ้นถีบเข้าที่กลางลำตัวของนักพรตโซเคนอย่างจังด้วยความรวดเร็ว จนทำให้ร่างของนักพรตนั้นกระเด็นออกมา เทศมนตรีเกนยะรีบเดินเข้าไปหาสึรุฮิเมะด้วยความไม่พอใจ แต่ทันทีที่ถูกสัมผัสเข้ากับม่านบาเรียจากศาสตราวุธมายาหลากชนิดที่เรียงรายอยู่ล้อมรอบสึรุฮิเมะ ร่างของเทศมนตรีเกนยะก็ถูกดีดตัวออกมา และลอยกระแทกเข้ากับต้นเสาไอโอนิคภายในบ้านจนเสียงดังสนั่นพร้อมกับกลุ่มควันที่ลอยฟุ้งออกมาในวงกว้างสึรุฮิเมะกับนักพรตโซเคนต่างก็ตั้งท่าดาบเข้าหากัน ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะพุ่งเข้าปะทะกันด้วยดาบคาตานะ เสียงคมดาบที่กระทบกระทั่งกันนั้นดังสนั่นไปทั่วบริเวณภายในบ้าน ในระหว่างนั้น ทั้งสองฝ่ายก็มีการร่ายเวทย์โจมตีใส่กันไปมาอีกด้วย การต่อสู้กันนั้นเป็นไปอย่างดุเดือดในชนิดที่ไม่มีใครยอมใครกันเลยทีเดียวด้วยความที่สึรุฮิเมะเป็นมิโกะเพียงคนเดียวที่ได้รับการฝึกฝนทั้งในด้านพลังเวทย์ และการต่อสู้ด้วยอาวุธ ทำให้พลังเวทย์กับทักษะการต่อสู้ของสึรุฮิเมะย่อมเหนือกว่านักพรตโซเคนเป็นหลายเท่าตัว จึงเป็นเหตุทำให้นักพรตโซเคนต้องพ่ายแพ้ให้กับสึรุฮิเมะอย่างไม่เป็นท่า ดาบคาตานะก็ได้หลุดจากมือหนาและหล่นลงที่พื้น เปลวไฟที่ลุกโชนไปทั่วคมดาบนั้นก็ได้มอดดับลงสักพัก ยูโตะที่กำลังขี่ม้าปีกมีเขามุ่งหน้ามายังบ้านคฤหาสน์ตระกูลมัทสึไดระก็ได้มาถึงที่หน้าประตูบ้าน จนได้มาเห็นเหล่าผู้คนเอานักพรตมาจับตัวสึบากิมัดไว้ที่ต้นเสาภายในบ้านคฤหาสน์ยูกินะกับยูโตะแม้จะเคยเห็นหน้ากันมาบ้างเป็นบางครั้งที่ร้านกาแฟใกล้ๆ โรงเรียนสาธิตฯ ที่สึบากิกำลังเรียนชั้นมัธยมปลายอยู่ในขณะนี้ แต่ยูกินะก็รู้สึกคุ้นๆ กับใบหน้าของเขา ราวกับว่าเคยเห็นที่ไหนกันมาก่อน แต่ก็นึกไม่ออกสักที ในทันใดนั้น เธอก็นึกออกแล้วว่า ผู้ชายคนนั้นก็คือเด็กหนุ่มมัธยมปลายคนเดียวกับที่เคยช่วยพาสึบากิมาส่งคืนให้กับครอบครัวมัทสึไดระที่สวนสาธารณะอุเอะโนะในเทศกาลชมซากุระตอนที่ยูกินะเรียนอยู่ชั้นมัธยมต้น และสึบากิเรียนอยู่ชั้นประถม ยูโตะรีบลงจากหลังม้า และวิ่งเข้าไปหาสึบากิ แต่ก็ถูกเทศมนตรีเกนยะขวางไว้ “หยุด!! หยุดอยู่ตรงนั้น”“ทำไมต้องทำกันขนาดนี้ด้วยครับ”“อย่ามายุ่ง!!” เทศมนตรีเกนยะตอกกลับเสียงโหดที่แม้แต่มัจจุราชยังต้องสยบ“คุณจะมีลัทธิความเชื่อยังไงก็เรื่องของคุณ แต่คุณก็ไม่มีสิทธิเอาลัทธิความเชื่อของคุณไปทำร้ายคนอื่นกันแบบนี้”ยูโตะตอกกลับด้วยน้ำเสียงที่คล้ายกับตะคอก สีหน้าของเขาในตอนนี้แสดงถึงความไม่พอใจเป็นอย่างมาก“ฉันไม่สน” เสียงตอกกลับนั้นแม้จะแผ่วเบา แต่ก็ชวนให้รู้สึกราวกับอยู่ตรงหน้าเทวทูตแห่งความตาย“มันไม่ใช่คน แต่ว่ามันเป็นนางเทวีอสูรฯ ที่จะต้องถูกกำจัด” นักพรตโซเคนที่เพิ่งเสียท่าให้กับสึรุฮิเมะมาหมาดๆ เดินเข้ามาบอกยูโตะ พลางชี้ปลายดาบไปที่ร่างงามของสึบากิ“เหลวไหลทั้งเพ!! นางเทวีอสูรฯ บ้าบออะไร ปัญญาอ่อนชะมัด”ชายคนหนึ่งเกิดรับไม่ได้กับคำพูดเช่นนั้น จึงยกขาขึ้นเตรียมจะถีบใส่ยูโตะ แต่เขาไหวตัวทัน จึงรีบหลบพลางจับเข้า ที่ขาของชายผู้นั้นไว้ ก่อนที่สวนกลับด้วยกระบวนท่าของยูยิตสู ศิลปะป้องกันตัวที่เขาเคยร่ำเรียนมาตั้งแต่สมัยมัธยมปลาย คนอื่นๆ ต่างก็พากันยืนอึ้งอยู่อย่างงั้น

    คล้ายกับเรื่องเจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain) ที่คุณอ่าน