"กานพลู!"
"ทางนี้ๆ"
เสียงเรียกของลินินทำให้คนที่กำลังเดินเหม่ออยู่ต้องสะดุ้งแล้วก็พบว่าลินินกำลังโบกมือเรียกตนอยู่และที่สำคัญผู้ชายที่มีผลต่อหัวใจของเธอก็นั่งอยู่ตรงนั้นด้วย กานพลูที่เต็มไปด้วยความเศร้าหมองกับการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิตไปจึงต้องปรับอารมณ์ตัวเอง แสร้งทำเป็ฉีกยิ้มกว้างเหมือนกับทุกครั้งแล้วเดินเข้าไปหาอย่างเลี่ยงไม่ได้.
“พี่ลินิน มีอะไรหรอคะ” การพลูถามรุ่นพี่สาวด้วยน้ำเสียงที่สดใสจนไม่มีจับได้เลยว่าภายในของเธอนั้นมันเศร้ามากแค่ไหน
“หายไปไหนมาน่ะ พี่ไม่เห็นเรามาหลายวันเลยนะ” ลินินถามเธอ แถมส่งข้อความไปกานพลูก็ไม่ได้เปิดอ่านเลยด้วยซ้ำ
“นั่นสิ เธอหายไปเป็อาทิตย์เลยนะกานพลู”
จันทร์เ้าถามต่อ ในขณะที่กริชก็นั่งเท้าคางมองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอยากรู้เหมือนกัน ส่วนคีรินนั้นก็เหมือนกับทุกครั้งนั่นแหละ เขาเอาแต่ก้มหน้าอ่านหนังสือเล่มหนาปึกหนึ่งที่พกติดตัวอยู่ตลอดไม่เคยสนใจใครโดยเฉพาะกับกานพลู
“อ่อ….พลูมีเื่ที่บ้านให้จัดการนิดหน่อยน่ะค่ะก็เลยยุ่งๆ” กานพลูบอกกับทุกคน.
“ยุ่งมากถึงขนาดว่าต้องขาดเรียนเลยเนี่ยนะ?”
ลินินไม่เข้าใจ สองวันก่อนตนไปถามเพื่อนที่เรียนคลาสเดียวกันกับกานพลูจึงได้รู้ว่ารุ่นน้องไม่ได้มาเรียนหลายวันแล้วจนอดคิดไม่ได้เลยว่ากานพลูจะซิ่วไปเรียนที่อื่นแล้วเหมือนสายรหัสคนอื่นๆ ของตนอีกคน….และคำถามของลินินก็ทำให้คนที่กำลังอ่านหนังสืออยู่เงยหน้าขึ้นมองเพราะเกิดอย่างรู้เหตุผลของเธอเช่นกัน
“ค่ะ” กานพลูได้แต่พยักหน้า
“ช่างเถอะๆ”
ลินินก็ไม่อยากเซ้าซี้อะไรกานพลูมากเพราะมันคงจะสำคัญมากจริงๆนั่นแหละกานพลูถึงได้ยอมขาดเรียนหลายวันเช่นนี้
“ยังไงก็ตามเก็บคะแนนให้ทันคนอื่นด้วยล่ะ” คีรินเอ่ยขึ้นเป็ประโยคแรกจนกานพลูไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองเลยว่าเขาพูดกับเธอจริงๆ
“ค่ะ….” กานพลูรีบพยักหน้าแล้วยิ้มราวกับว่านี่คือกำลังใจต่อไปของเธอ.
“จริงสิ มะรืนนี้เราจะไปเที่ยวหัวหินสักคืนสองคืน”
“ไปด้วยกันสิกานพลู” ลินินรีบชวนกานพลู แต่หญิงสาวกลับมีท่าทีกังวลเหมือนกับทุกครั้งที่ตนชวนไปเที่ยวค้างคืน
“เอ่อ….คือว่าพลู”
“เดี๋ยวพวกพี่ช่วยโทรไปขออนุญาตกับพ่อเธอให้” จันทร์เข้ารีบเสริมโดยไม่รู้เลยว่ากานพลูนั้นเพิ่งจะสูญเสียผู้เป็พ่อไป….
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะ” กานพลูรีบปฏิเสธ .
“แต่พวกเราอยากให้เธอไปด้วยนะกานพลู” กริชเอ่ยขึ้น
“ไปกันหลายคนสนุกดี”
กริชพูดต่อ กานพลูจึงหันไปมองคีรินบ้างว่าเขาจะอยากให้เธอไปด้วยมั้ย แต่ชายหนุ่มกลับนิ่ง เขากลับมาสนใจหนังสือเล่มเดิมที่อยู่ตรงหน้าอีกแล้ว.
“ไปด้วยกันน๊าาาากานพลู”
ลินินคะยั้นคะยอกานพลูอีกครั้งจนหญิงสาวปฏิเสธไม่ลง แต่มันก็ดีเหมือนกันเพราะนี่อาจจะเป็การร่วมทริปครั้งสุดท้ายของเธอและพวกพี่ๆ แล้วก็ได้
“ค่ะ พลูจะไป” กานพลูจึงตอบตกลงในที่สุดและดูเหมือนว่าพวกพี่ๆ จะดีใจกันมากยกเว้นพี่คีรินที่เหมือนจะอยู่แต่ในโลกของตัวเองไปแล้ว ไม่รู้ว่าเขาจะได้ยินที่เธอและพวกพี่ๆ คุยกันบ้างรึเปล่า
“เอ่อ….งั้นพลูขอตัวก่อนนะคะ” กานพลูจึงต้องขอตัวเพราะเธอยังมีเื่ต้องจัดการต่อ
“โอเค แล้วเจอกันนะ” ลินินบอกเธอ กานพลูยิ้มให้ทุกคนอีกครั้งแล้วเดินออกมาด้วยความรู้สึกที่คงไม่มีใครคาดเดาได้
“กูก็ขอตัวเหมือนกัน” คีรินเอ่ยขึ้นหลังกานพลูไปได้ไม่นาน
“ไปไหนวะ?” กริชรีบถาม.
“ไปเรียนไง” คีรินบอกกริชเสียงเรียบ
“อ่อ เรียนเสร็จพวกมึงไม่ต้องรอนะ กูว่าจะกลับบ้านเลย” คีรินพูดต่อแล้วเดินเข้าตึกไป
“รู้สึกมั้ยว่าวันนี้ไอ้คีรินมันอารมณ์ไม่ดี….” ลินินเอ่ยขึ้นพลางมองคีรินที่กำลังเดินเข้าไปในตึก
“นั่นสิ ฉันก็รู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน” จันทร์เ้าเห็นด้วย .
“มันไปกินรังแตนที่ไหนมาวะ?” กริชงง .
“คงเป็เื่ที่อีตาลูกเลี้ยงของพ่อมัน ชื่ออะไรแล้วนะ” ลินินพยายามนึกเพราะเหมือนจะรู้อะไรมาบ้าง .
“พัลลภป่ะ”
จันทร์เ้าจำได้เพราะเคยเจอพัลลภอยู่ครั้งหนึ่งตอนงานเลี้ยงสังสรรค์ของพวกนักธุรกิจกับพ่อแล้วเจอพัลลภมากับเ้าสัวคิดซึ่งเป็พ่อของคีรินกับคุณหญิงวาสิฎฐีซึ่งเป็ภรรยา เพียงเจอพัลลภครั้งแรกตนกับลินินก็ไม่ถูกชะตาเอาเสียแล้วเนื่องจากพัลลภมาทำเ้าชู้ใส่แถมยังวางตัวโอ้อวดกับตนทำราวกับว่าตัวเองคือทายาทคนโตของอรรถกร ทั้งที่เป็เพียงแค่ลูกติดภรรยาที่มีโอกาสได้ใช้นามสกุลอรรถกรรวมกันเท่านั้น ทายาทคนโตตัวจริงคือคีรินเพื่อนของตนต่างหาก แต่ทว่าคีรินกลับไม่ยอมเรียกร้องสิ่งที่เป็ของตนเลยสักอย่าง
“เออใช่ๆ” ลินินรีบพยักหน้าในขณะที่กริชกับจันทร์เ้ารอฟังอยู่
“ฉันได้ข่าววงในมาว่าเ้าสัวคิดจะส่งลูกเลี้ยงไปเรียนเมืองนอก แต่ไอ้กริชของเรามันต้องสอบชิงทุนไปเรียนน่ะสิ” ลินินได้ข่าวมาเพราะพ่อของเธอถือหุ้นในบริษัทของพ่อคีรินด้วย
“เชี่ยยยยยย” กริชบ่นสบถออกมาทันที
“โน่นลูกเลี้ยง นี่ลูกแท้ๆนะเว้ย”
“ก็เพราะแบบนี้ไงไอ้คีรินมันถึงได้เลือกตัดขาดกับพ่อตัวเอง” ลินินเอ่ยขึ้น
“ส่วนแม่เลี้ยงของมันก็….”
ลินินถึงกับต้องส่ายหัวเพราะเคยเจอกับวาสิฎฐีอยู่สองสามครั้ง ลินินไม่ถูกชะตากับหล่อนเลยแม้แต่น้อยแถมพอลูกว่าเธอเป็ลูกใครแม่เลี้ยงของคีรินก็จะจับคู่เธอให้ลงเอยกับพัลลภลูกชายคนโตของนางเสียให้ได้ทั้งที่รู้แล้วว่าลินินมีคู่หมั้นเรียนอยู่เมืองนอก ลินินไม่ชอบสองแม่ลูกคู่นี้เอาเสียเลย
“ไม่โอเคว่ะ พ่อไอ้คีรินหลงเมียใหม่เกินไป”
.
.
.
ณ คฤหาสน์อรรถกร
เสียงรถสปอร์ตคันหรูที่คุ้นเคยขับเข้ามาทำให้สตรีวัยกลางคนที่เนื้อตัวประดับไปด้วยเพชรพลอยราคาเป็ล้านๆ รีบลุกจากโซฟาแล้วเดินกรีดกรายออกไปหาหน้าบ้านเพื่อรับลูกชายสุดที่รักด้วยความตื่นเต้น
“ตาลภ กลับมาแล้วหรอลูก”
คุณหญิงวาสิฎฐีถามลูกชาย แต่พัลลภก็หาได้สนใจตอบคำถามของผู้เป็แม่ไม่แถมยังโยนกุญแจใส่มือเด็กรับใช้ในบ้านให้รับไปอีกด้วยนิสัยที่เคยชิน
“ให้ไอ้เชิดมันเอารถฉันไปจอดที่โรงรถด้วย” พัลลภสั่งสาวใช้
“ค่ะ” สาวใช้พยักหน้าแล้วทำท่าจะเดินไป แต่กลับถูกพัลลภเรียกไว้อีกครั้ง
“เดี๋ยวก่อน” พัลลภเรียกสาวใช้ในขณะที่ผู้เป็แม่ก็ยืนฟังอยู่ด้วย
“มาใหม่หรอ?” พัลลภถามเพราะไม่เคยเห็นสาวใช้คนนี้มาก่อน
“ค่ะ” สาวใช้คนเดิมพยักหน้าและนั่นก็ทำให้พัลลภต้องกระตุกยิ้ม
“มาทำงานได้เกือบอาทิตย์แล้ว ลูกอยู่แต่คอนโดคงไม่เคยสังเกต” คุณหญิงวาสิฎฐีบอกลูกชาย แต่พัลลภก็ยังทำเหมือนกับว่าแม่ของตนไม่ได้ยืนอยู่ตรงนี้ด้วยอยู่ดี
“ชื่ออะไร?” พัลลภถามต่อพลางใช้สายตาโลมเลียสาวใช้วัยแรกแย้มตรงหน้าั้แ่หัวจรดเท้าไม่วางตาจนเด็กสาวได้แต่ก้มหน้าหนีด้วยความรู้สึกกลัวขึ้นมา
“จะ….เจนค่ะ” สาวใช้ตอบพัลลภด้วยเสียงตะกุกตะกัก
“หึ ดี”
“ฉันจะจำชื่อเธอไว้” พัลลภมองเด็กสาวตรงหน้าอย่างพอใจจนคุณหญิงวาสิฎฐีต้องเป็คนเอ่ยปากไล่ไปเอง
“มีอะไรจะทำก็ไปทำซะนังเจน”
“ค่ะๆ คุณผู้หญิง” สาวใช้พยักหน้าแล้วรีบเดินเลี่ยงไปโดยมีสายตาของพัลลภมองตามอยู่ตลอดเวลา
………………..