ตำนานเทพอสูรจอมราชัน NC18+

    ตอนที่40 รับราชโองการ

    ตอนที่40 รับราชโองการ

    "นี่เสด็จพ่อ..เด็กคนนั้นมันร้ายกาจขนาดนั้นเชียวหรือ..."

    พระนางถามขณะเริ่มไม่แน่ใจในความสามารถขององค์ชายสิบสี่ ว่าพลังการโจมตีของเขาคงไม่ใช่เหตุบังเอิญ ที่บุตรชายของนางประมาทแล้วได้รับบาดเจ็บ หรือบุตรของฮองเฮาฝ่ายขวามีความสามารถที่แท้จริงกว่าบุตรของนางกันแน่


    "การเปิดสุสานบรรพบุรุษต้องได้รับความเห็นชอบ จากมหาจอมจักรพรรดิอสูรวารี ท่านปู่ของพระสวามีเสียก่อนต้องใช้เวลาเป็นเดือน และพระสวามีต้องเดินทางไปขอด้วยตัวเอง ในช่วงเวลานี้เราก็หาทางคิดกำจัดองค์ชายสิบสี่ไปก่อน จะถึงเวลาเปิดสุสานบรรพบุรุษ ท่านพ่อว่าแผนการเยี่ยงนี้ดีหรือไม่..."

    นางหันมาสบตากับบิดาพร้อมกับยกยิ้มพูดอย่างเจ้าเล่ห์ ทั้งสองมองตากันนิ่งสักครู่แล้วก็หัวเราะดังลั่น สมใจกับแผนการที่ตั้งไว้


    "บิดาข้าว่าครั้งนี้เราตัดรากถอนโคนระหว่างที่พระสวามี ไม่อยู่นครเราก็กำจัดทั้งแม่ทั้งลูกมันให้หมดไปสิ้นทีเดียวกันไม่ดีหรือ หลังจากแต่งตั้งองค์รัชทายาทแล้ว ข้าก็จะให้พระสวามีแต่งตั้งข้าเป็นว่าที่องค์ไทเฮาคนต่อไป กำจัดเสี้ยนหนามตัวนั้นออกจากชีวิตข้าไปก่อนเมื่อถึงเวลาแผนการเราสำเร็จ และอีกอย่างหนึ่งท่านพ่อข้าต้องให้พระสวามี เปิดเทศกาลเก็บเกี่ยวในปีนี้ ก่อนกำหนดข้าต้องการให้คนของเราลอบฆ่าองค์ชายสิบสี่ในเทศกาลเก็บเกี่ยวนี้.."

    พระนางลีหงษ์คิดหาทางวางแผนการกำจัดองค์ชายสิบสี่อย่างแยบยล


    "ข้าเห็นด้วยเรื่องนี้สำคัญมากๆ อีกไม่กี่วันก็จะถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยวแล้ว เราก็เร่งเวลาส่งองค์ชายสิบสี่ ให้ไปในปรโลกก่อนกำหนดยิ่งเป็นการดีใหญ่..."

    มหาอำมาตย์พูดอย่างยิ้มแย้ม เหมือนเห็นชีวิตกริชเพชรอยู่ในอุ้งมือพวกเขาก็ไม่ปาน


    "บิดาข้าจะส่งองค์ชายสามเป็นตัวแทนเข้าไป ในเทศกาลเก็บเกี่ยวฝีมือของเขาอยู่ในกายอสูรระดับแปด ซึ่งคงจะพอเพียง จัดการเด็กคนนั้น ได้แน่อย่างไม่ต้องสงสัย และ ถ้าเขาเป็นผู้ชนะเลิศในเทศกาลเก็บเกี่ยว


    เราก็สามารถใช้อาญาสิทธิ์ยึดครองตำหนักหลวงได้ดั่งใจปรารถนา ข้าจะกลั่นแกล้งฮองเฮาฝ่ายขวา เฉดหัวมันแล้วยึดตำหนักมันซะ มีอาญาสิทธิ์นี้แล้วทรัพยากรทั้งหมดก็จะเป็นของข้าไม่ต้องแบ่งปันใคร ไล่มันออกไปอยู่จวนรับรองริมทะเลสาบอุ้ยไป๋ ข้าคิดแผนการนี้มาหลายคืนแล้ว โอกาสนี้เป็นช่วงที่ดีที่สุด..."


    ทั้งสองปรึกษาหารือกันในรายละเอียดเป็นเวลาหนึ่งก้านธูปไหม้ มหาอำมาตย์ก็ขอตัวกลับโดยมอบหมายให้พระนางลีหงษ์ขึ้นกราบทูลพระสวามี เรื่องเปิดสุสานบรรพบุรุษ และเรื่องฤดูกาลเก็บเกี่ยวให้เร่งรัดขึ้น เพราะอาการบาดเจ็บขององค์ชายเก้า


    ณ.ตำหนักพระนางเจ้าจิงจงมเหสีฝ่ายขวานั่งรอข่าวอย่างกระวนกระวาย พระนางยืนอยู่หน้าห้องรับรอง สวมชุดหลวมๆ ผมเผ้ามิได้รวบออกจากยุ่งเหยิงนิดหน่อย ดุจดั่งคนป่วยทั่วไป

    "ผู้ตรวจการใหญ่ขอเข้าพบองค์ฮองเฮาเพคะ..."

    เสียงของนางข้าหลวงตะโกนบอกต่อกันมาเป็นทอดๆ จนถึงหน้าพระตำหนัก


    พระนางลุกขึ้นเดินออกไปดูหน้าห้องทันที เห็นบิดาเดินนำหน้ามีเด็กหนุ่มคนหนึ่งเดินตามหลัง หน้าตาของเขาหล่อเหลารูปร่างสูงโปร่ง ใส่ชุดขาวสะอาดผมดั่งใยไหม มีนอเล็กๆ อยู่บนหัวนิดหน่อย มันสร้างความพึงพอใจให้กับพระนางอย่างยิ่งยวด


    เขาต้องเป็นองค์ชายสิบสี่แน่นอน เด็กคนนี้ช่างมีวาสนาจริงๆ ร่างจำแลงของเขาถึงพัฒนาได้สวยงามหล่อเหลาถึงขีดสุดดั่งทวยเทพ

    บุญกุศลที่นางได้บวงสรวงบรรพบุรุษจึงส่งเด็กชายผู้นี้มาเกิดในครรภ์ของนาง หญิงสาวน้ำตาไหลเอ่อออกราดรดลงสองแก้ม ด้วยความเปรมปรีดิ์มีความสุขล้นเอ่อออกมา


    "บุตรของข้าเจ้ามาแล้วจริงๆ บุตรชายของข้า..แม่คนนี้นอนตายตาหลับแล้วเมื่อเห็นเจ้า...."

    พระนางโผเข้ากอดบุตรชายอย่างดีใจ ลืมพระวรกายไปสิ้น ด้วยความดีใจของพระนางมีเหลือล้น ความเจ็บป่วยตรอมใจมานับปี เหมือนได้ยาทิพย์ชโลมจนหัวใจผู้เป็นแม่ฟื้นคืนกลับมา ดั่งแผ่นดินที่แห้งแล้งได้รับน้ำฝนตกลงในแผ่นดิน มันชุ่มชื่นดังฤดูใบไม้ผลิ


    "ลูกของข้าลูกของข้า...เจ้ายังมีชีวิตอยู่ แม่ดีใจเหลือเกิน มารดาร้องคร่ำครวญภาวนาถึงเจ้าทุกค่ำคืนให้เจ้ากลับมาสู่อ้อมอก ของแม่ลูกน้อยของข้า เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ตกระกำลำบากอยู่ที่ใดทำไม? ถึงหายสาบสูญไปเป็นปี...."

    เสียงฮองเฮาฝ่ายขวาละล่ำละลักอย่างเหลืออด ความในใจของนางพรั่งพรูประดังออกมาอย่างห้ามไม่หยุด ดุจน้ำป่าไหลทะลักลงสู่ลำธารเบื้องล่าง


    "ท่านแม่! ..."

    กริชเพชรตะลึงลาน เขารู้สึกซาบซึ้งตื้นตันใจยังไงบอกไม่ถูก

    แม้นว่าดวงจิตของเขาเป็นคนอีกผู้หนึ่ง มิได้เป็นเด็กทารกที่เกิดใหม่มีความไม่คุ้นชิน

    รู้สึกแปลกๆ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่เขาก็สามารถสัมผัสกับความรักของหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าได้


    สิ้นเสียงคำพูดของชายหนุ่มเพียงสั้นๆ น้ำตาความรู้สึกสัมผัสถึงความรักก็เอ่อล้นออกมาจากดวงตาของเขา

    สมัยที่ชายหนุ่มยังเป็นมนุษย์อยู่เขาอยู่กับพ่อกับปู่ เนื่องจากมารดาเสียชีวิตตั้งแต่กริชเพชรยังแบเบาะ

    ดังนั้นเมื่ออยู่ในสถานการณ์แบบนี้ทำให้ชายหนุ่มอดที่จะ ดีใจจนร้องไห้ออกมา


    "ฮืม..สองคนนี้เป็นอะไรกันมากไปไหมเนี่ย..เข้าไปร้องไห้ด้านในก็ได้ อยู่ต่อหน้าผู้คนมากมายไม่อายหรือไง..."

    เสียงผู้ตรวจการใหญ่ดังขึ้นเบาๆ

    มองลูกสาวกับหลานชายอย่างปลาบปลื้มเขาอดน้ำตาคลอกับภาพที่เห็น รู้สึกสงสารถึงชะตาที่อาภัพของทั้งสอง ที่ต้องจากกันโดยไม่รู้ข่าวคราวเป็นเวลาหนึ่งปีเต็ม ฮองเฮาฝ่ายขวาเงยหน้ามองดูบิดาใช้หลังมือเช็ดน้ำตาอย่างดีใจ


    "ขอบคุณบิดาที่ท่านนำบุตรชายของข้ากลับคืนมาอย่างปลอดภัย รู้หรือไม่ว่าข้าคิดกังวลตลอดเวลา ที่ท่านไปนำตัวเขา ข้าไม่อาจรู้ได้เลยว่าเขาจะประสบอันตรายขณะอยู่หน้าประตูเมืองหรือไม่.."


    พระนางพูดด้วยเสียงแหบแห้งเพราะสะอึกสะอื้นร้องไห้ด้วยความดีใจจูงมือลูกชายเข้าไปในห้องรับรอง สิ่งที่นางสัมผัสถึงร่างกายชายหนุ่มได้ว่ามีความบริสุทธิ์ พลังที่เอ่อล้นเหมือนเขามีกายอสูร และบอลดวงจิตแก่นแท้ไม่มีสิ่งเจือปน รัศมีพลังของเขาที่ปล่อยออกมา มันช่างอบอุ่นละมุนจนผู้เป็นแม่สัมผัสได้


    "ลูกน้อยของข้า..ได้รับประสบการณ์ที่ดีเลิศใช่หรือไม่ กายอสูรของเจ้าอยู่ในระดับสูง แม่สามารถสัมผัสได้มันไม่มีสิ่งเจือปนสะอาดบริสุทธิ์ ดุจทองคำเนื้อดีองค์ชายสิบสี่ เจ้าช่างมีวาสนายิ่งนัก..."


    เสียงของนางปลาบปลื้มดีใจ พลังกายอสูรของนางอยู่ในระดับคนอสูรขั้นสี่เลยทีเดียว ทำให้สามารถสัมผัสรับรูถึงพลังที่มีประสิทธิภาพของบุตรชายได้


    "จิงจงบุตรีของข้า..เจ้ารู้หรือไม่หลานชายของข้าผู้นี้เก่งกาจเพียงใด พลังแฝงของเขาไม่มีใครจับเคล้ารางได้ เขากระแทกดัชนีสายเดียวทำร้ายองค์ชายเก้า บาดเจ็บสาหัส แม้แต่มหาอำมาตย์ผู้เป็นตาเขา ยังไม่สามารถปกป้องได้ทันท่วงที มันช่างเป็นอะไรที่สะใจข้าสุดๆ


    ในเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมาพวกเราได้รับความอัปยศจากตระกูลลี มานับครั้งไม่ถ้วน ครั้งนี้ตระกูลจิงของเราต้องผงาดขึ้นมีอำนาจที่มั่นคงในราชสำนักแน่นอน ข้าฝันถึงแม้แต่ตำแหน่งองค์รัชทายาท หลานรักของข้าอาจจะสามารถช่วงชิงมาได้ ถ้าเราฟูมฟักหาทรัพยากรมาให้บุตรของเจ้า ได้พัฒนากายอสูรให้สูงล้ำขึ้นกว่านี้..."


    เสียงของผู้ตรวจการใหญ่แห่งนครอสูรวารีน้ำจืดดังกังวานแฝงด้วยความลำพองใจ ที่ได้พบเพชรเม็ดงามมาเกิดในตระกูลจิง มันช่างเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมจนชายชรายิ้มแก้มแทบฉีก


    พระนางจิงจงได้ยินเรื่องราวที่บิดาพรั่งพรูออกมาทำให้ หัวใจผู้เป็นแม่พองโตน้ำตาแห่งความปิติยินดี ไหลทะลักออกมาอีกครั้ง

    ถ้าเป็นจริงอย่างที่บิดากล่าวมา นางก็ให้กำเนิดบุตรที่ล้ำเลิศแก่พระสวามี เขาอาจจะหันกลับมามองนาง ให้ความใส่ใจมากกว่าที่เคยเป็นมา หญิงสาวนึกถึงครอบครัวที่อบอุ่นที่นางใฝ่หามานานนับหลายปี


    "ท่านแม่..ท่านตาดูเหมือนท่านจะคาดหวังในตัวข้ามากเกินไปหรือเปล่า ข้าไม่ได้มีอะไรที่พิเศษเลิศเลอเหมือนท่านตาได้กล่าวมาหรอกนะ การต่อสู้ประลองที่หน้าประตูเมือง ข้าก็เพียงแต่ใช้โชคช่วยในจังหวะที่องค์ชายเก้าเผลอ ซัดพลังทั้งหมดที่มีอยู่โจมตีเขา จนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยแค่นั้นเอง..."


    กริชเพชรรำพึงขึ้นเบาๆ ขณะที่ชายหนุ่มนั่งฟังท่านตากับท่านแม่คุยกัน ดูเหมือนว่าทั้งสองจะฝากความหวังที่ยิ่งใหญ่ไว้บนบ่าเขา ซึ่งมันเป็นอะไรที่ชายหนุ่มรู้สึกอึดอัดใจ กลัวทั้งสองผิดหวังในตัวเขา ถ้าเกิดสิ่งที่ทั้งสองปรารถนาไม่ได้เป็นดั่งที่นึกฝันเอาไว้


    "รับราชโองการ..."

    เสียงเหล่านายทหารดังลั่นส่งกันเป็นทอดๆ เข้ามาในพระตำหนักพระนางฮองเฮาจิงจง ทั้งสองคนพ่อลูกหน้าถอดสี ผู้ตรวจการแผ่นดินขมวดคิ้วคิดสงสัย


    "นี่บุตรีของข้า..พวกมหาอำมาตย์กับองค์ฮองเฮาฝ่ายซ้าย เริ่มแผนการกับเรารวดเร็วขนาดนี้เชียวหรือ รู้สึกว่าพวกเขาจะใจร้อนเหลือเกิน ต้องดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งกับองค์กษัตริย์ จนมีพระราชโองการมาถึงพวกเราเร็วขนาดนี้...."

    ......................................................................................................................................................................................

    คล้ายกับเรื่องตำนานเทพอสูรจอมราชัน NC18+ ที่คุณอ่าน