อยู่ๆ ถังสือมานก็น้ำตาไหล เธอพบว่าเธออ่อนแอ แม้การช่วยอาจารย์ที่แสนดีด้วยกำลังของเธอเอง เธอก็ทำไม่ได้
เธอจับโทรศัพท์ของเธอขึ้นมา กลุ่มชายชุดดำเห็นและรู้ว่าเธอจะทำอะไร
พวกเขาจึงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
"บิดาของคุณชายจ้าวมู่คือท่านเจ้ากรมเมือง ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมทหารและตำรวจดูแลมหานครแห่งนี้โดยเฉพาะ ต่อให้คุณโทรติดต่อตำรวจหรือว่าใคร สุดท้ายก็จะไม่มีใครมาที่นี่ และหากคุณคิดจะโทรหาแม่บุญธรรมของคุณ เพราะคุณคิดว่าเหล่าเซียนขุนเขาจะช่วยพวกคุณ คุณคิดผิด กฎของเหล่าเซียนขุนเขาคือพวกเขาจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของคนธรรมดา และต่อให้เซียนขุนต้องการยุ่งเรื่องนี้ คุณก็อย่าได้ลืม หนึ่งในบรรพชนตระกูลจ้าวของพวกเราก็เป็นหนึ่งในอาวุโสของ 'ตำหนักพฤกษชาติมิวางวาย' หยุดทำอะไรโง่ๆ ได้แล้ว"
"และผมมีอะไรจะพูดเพิ่มเติมอีกบางอย่างเพื่อให้คุณเตรียมใจเอาไว้คุณหนูถังสือมาน คุณชายจ้าวมู่เขาสนใจคุณเข้าให้แล้ว คุณงดงามดุจเพลิงผลาญ โปรดเตรียมตัวเตรียมใจให้ดีครั้งนี้จะไม่มีเรื่องบังเอิญใดๆ เกิดขึ้นเหมือนเมื่อครั้งอดีต"
ร่างถังสือมานสนั่นไหว
เฉินรุ่ยฟางรีบจับร่างเพื่อนสาวของเธอ เธอต้องการพาถังสือมานจากไปจากที่นี่โดยเร็ว
และในเวลาเดียวกันนั่นเอง
ที่โต๊ะอาหารของจ้าวมู่และอาจารย์หม่าอิ๋งอิ๋ง
"ดูเหมือนสุราแดงของที่นี่จะแรงกว่าที่คิด คุณจ้าวมู่ต้องขออภัยด้วยนะคะ ฉันรู้สึกว่าดิฉันเมามากแล้วและดิฉันต้อง" ร่างหม่าอิ๋งอิ๋งทรุดตัว จ้าวมู่เข้าไปประคองเธอในเวลาพอดิบพอดี
เมื่อร่างหม่าอิ๋งอิ๋งแนบกาย จ้าวมู่หันมามองที่สองสาว เขาอ้าปากแลบลิ้นเลียริมฝีปาก จากนั้นพูดอย่างไรเสียง
"ยัยเด็กโง่ เธอจะเป็นเหยื่อรายต่อไปของฉัน" จากนั่นจ้าวมู่ก็แผดเสียงหัวเราะดังสนั่นบาร์หรู
"ปล่อยอาจารย์ของฉันนะไอ้พวกคนเลว ปล่อยอาจารย์ของฉัน!!!" ถังสือมานกรีดร้อง การแสดงออกของเธอนั่นโง่มาก
แต่นั่นก็ทำให้ร่างที่สะลึมสะลือของหม่าอิ๋งอิ๋งหันมองเธอได้
หม่าอิ๋งอิ๋งพูดน้ำเสียงแผ่วเบา "ถัง...สือ..มาน..." จากนั่นเธอก็หมดสติไป ร่างเธอถูกประคองด้วยจ้าวมู่
ส่วนถังสือมานนั่นชายร่างใหญ่หลายคนเคลื่อนไหวเร็ว พวกเขาเอามือปิดปากถังสือมาน ก่อนจะพาเธอและเฉินรุ่ยฟางโยนออกไปข้างนอกอย่างนุ่มนวลที่สุด
พวกเขายืนมองทั้งสองสาวเพื่อให้มั่นใจว่าพวกเธอจะไม่เข้าไปวุ่นวายภายในโรงแรมของตระกูลจ้าวอีก
...
"พวกเราจะทำยังไงดี พวกเราจะช่วยอาจารย์หม่าอิ๋งอิ๋งของพวกเรายังไงดี" น้ำเสียงเฉินรุ่ยฟางร้อนรน
"แม่บุญธรรม แม่บุญธรรมต้องช่วยได้" ถังสือมานรีบกดมือถือ แต่เธอกับพบว่าเธอไม่อาจจะติดต่อแม่บุญธรรมของเธอถังเฟยหยาง ตอนนี้ถังสือมานรู้สึกหมดทาง เธอไม่รู้จะหันหน้าไปพึงใครเพื่อช่วยอาจารย์ของเธอ
แต่เฉินรุ่ยฟางกับนึกถึงคนคนหนึ่ง
"ท่านปรมาจารย์"
"รุ่ยฟางเธอรู้จักกับปรมาจารย์อย่างงั้นเหรอ" น้ำเสียงถังสือมานแฝงความสงสัยและแปลกใจ ในโลกใบนี้ตัวตนของปรมาจารย์นั่นไม่ธรรมดาเลย
"ก็เหมือนจะเป็นอย่างนั้น เขา... ไม่ใช่สิ ท่านปรมาจารย์เป็นคนดี เขา เขาต้องยอมมาช่วยอาจารย์หม่าอิ๋งอิ๋งแน่ หากรู้ว่าเธอถูกล่อลวงจากพวกคนไม่ดี"
"งั้นเธอก็รีบโทรหาท่านปรมาจารย์อะไรนั่นสิ"
เฉินรุ่ยฟางนิ่งไป ก่อนเธอจะพูดอย่างขัดเขิน
"ฉันไม่มีเบอร์โทรท่าน"
"เธอไม่มีเบอร์โทรปรมาจารย์ แต่เธอบอกว่าเธอรู้จักปรมาจารย์เนี่ยนะ บ้าจริง"
"แต่ฉันรู้ว่าจะตามหาท่านปรมาจารย์ได้ที่ไหน" เฉินรุ่ยฟางพูดอย่างร้อนใจสองมือจับแขนของถังสือมาน "สือมานเธออยู่ที่นี่นะ ฉัน... ฉันจะไปตามท่านปรมาจารย์มาช่วย อย่างน้อยๆ เราก็ต้องพาอาจารย์หม่าอิ๋งอิ๋งของเรากลับมาให้ได้ อาจารย์ต้องไม่เป็นอะไร" แม้เฉินรุ่ยฟางจะพูดแบบนี้ แต่ทั้งสองรู้ดีว่า ต่อให้ทั้งสองพาคนมาช่วยหม่าอิ๋งอิ๋งได้ แต่นั่นก็อาจจะสายเกินไปแล้ว
...
ณ ห้องใหญ่แสนหรูหรา มันถูกประดับประดาด้วยสิ่งของหายากของผู้คนในโลกใบนี้
ไอปราณเนืองแน่น ไอวิญญาณล้นเอ่อ แสดงถึงความอู้ฟู้ของผู้เป็นเจ้าของห้องพัก จ้าวมู่อุ้มร่างหม่าอิ๋งอิ๋งขึ้นเตียงใหญ่ ก่อนเขาจะปลดเสื้อผ้าตัวนอกของตัวเองออก จากนั้นเขาก็เปิดขวดยาหอมหวนชวนฝัน ซึ่งเป็นยาแสนรื่นรมย์ที่เหล่าบุรุษเจ้าสำราญต้องมีกัน
คุณภาพของยาวิเศษขวดนี้ไปถึงระดับสาม นั่นเพราะจ้าวมู่รู้ว่าหม่าอิ๋งอิ๋งนั่นอยู่ในระดับสามแห่งผู้ฝึกเวทย์
เมื่อกลิ่นหอมอบอวลทั่วร่างหม่าอิ๋งอิ๋ง จ้าวมู่หยิบเม็ดโอสถคืนสติ เพื่อแก้อาการเมาของยานอนหลับ
ร่างหม่าอิ๋งอิ๋งแดงก่ำพร้อมกับดวงตาคู่งามของเธอที่ค่อยๆ เปิดขึ้นช้าๆ
"ที่นี่ที่ไหน..." หม่าอิ๋งอิ๋งพูดน้ำเสียงสะลึมสะลือไร้สติ
จ้าวมู่ยิ้มกว้างชั่วร้าย มือข้างหนึ่งเชยคางหม่าอิ๋งอิ๋ง
"ที่ไหนงั้นเหรอ ที่นี่ก็คือที่ที่ยอดรักของเธออยู่ไงหม่าอิ๋งอิ๋ง จริงๆ ฉันชอบเธอมาตั้งแต่ 5 ปีก่อนแล้ว แต่น่าเสียดาย ที่ตัวข้าต้องถูกส่งไปประจำการแดนรกร้างเพื่อผนึกประตูนรกเมื่อสามปีก่อน นั่นทำให้ข้าหมดโอกาสที่จะได้เชยชมตัวเจ้า แม่หญิงงามผู้แสนบริสุทธิ์ น่าแปลกเหลือเกินที่หญิงสาวไร้ภูมิหลังเช่นเธอก้าวมาไกลได้ถึงขนาดนี้ในระบบขุนนางเมืองโดยไม่ใช่เรือนร่างแลกต่ำแหน่ง แต่นี่ก็อาจจะเป็นโชคชะตาของสองเราก็ได้เจ้าว่าจริงไหม เพราะเจ้ายังคงกลิ่นอายแห่งสาวบริสุทธิ์ไว้ได้ถึงตอนนี้ ช่างน่าเหลือเชื่อเหลือเกิน แต่อย่ากังวลไปยอดรัก หลังจากนี้หากเธอทำตัวน่ารัก อย่างน้อยๆ เธอก็จะได้เป็นนางบำเรอของฉันตลอดไป ใช่แล้วนางบำเรอที่แสนน่ารักที่ต้องทำทุกสิ่งตามที่ข้าต้องการ"
"นางบำเรอ... นางบำเรอ" หม่าอิ๋งอิ๋งพูดน้ำเสียงสะลึมสะลือซ้ำๆ ราวกับเธอถูกสะกดจิต
"ใช้นางบำเรอ ไหนของดูหน่อยสิ นางบำเรอของข้างดงามแค่ไหน เร็วเขาเปลืองผ้าบนตัวเธอออกเร็ว"
หม่าอิ๋งอิ๋งยืนขึ้นบนเตียงนุ่มที่ใหญ่โต จากนั้นเธอก็รวบผม และค่อยๆ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเธอออก
ดวงตาจ้าวมู่เป็นประกาย ก่อนเขาจะหรี่สายตาใจหายวาบ
นั่นเพราะชุดชั้นในของหม่าอิ๋งอิ๋งหญิงสาวที่ดูแสนจะเรียบร้อย ใต้ร่มผ้าของเธอนั่นกับมีชุดชั้นในผ้าเนื้อบางเบาที่แสนน่ารัญจวนใจ ยั่วสวาทบุรุษจนแทบอยากจะพุ่งตัวไปปลดเปลื้องหรือลูบคลำมัน ชุดชั้นในของหม่าอิ๋งอิ๋งแทบจะมองทะลุผ่านเนื้อผ้าบางเบาและมองเห็นสิ่งปิดซ่อนทั้งหมดได้ในทันที
แสงไฟสลัวในห้องยิ่งทำให้เธอทรงเสน่ห์
ชุดชั้นในแบบนี้นับว่าเป็นชุดชั้นในที่เหล่าบุรุษมากกำหนัดชอบพอกันเป็นที่สุด
จ้าวมู่อดใจไม่ไหว เขารีบถอดกางเกงของตัวเองออก
"มาใกล้ๆ ข้า!" จ้าวมู่แผดเสียง
หม่าอิ๋งอิ๋งเดินเข้าหาจ้าวมู่ช้าๆ ด้วยสายตาเลื่อนลอย
มือของจ้าวมู่ลูบไล้เรียวขาขาวงามบริสุทธิ์ของหม่าอิ๋งอิ๋ง ก่อนเขาจะอ้าปากชิวหายาวน่ารังเกียจแลบยาว จ้าวมู่เขาช่างมีนิสัยแปลกประหลาด จ้าวมู่เลียปลายเท้าของหม่าอิ๋งอิ๋งอย่างมีความสุข ใบหน้าต่ำทรามของเขาดูกระหายและหิวโหย
ยิ่งลูบไล้ยิ่งโลมเลียจ้าวมู่ก็ยิ่งหื่นกระหาย ในที่สุดเขาก็ทนไม่ไหว
"ถอด ถอดชุดชั้นในของเจ้าออกเร็ว!"
ชุดชั้นในสีดำลูกไม้ม่านบางเบาถูกปลดเปลื้อง สิ่งใดๆ ของสตรีของหม่าอิ๋งอิ๋งถูกเปิดเผยจนสิ้น
จ้าวมู่อ้าแขนกว้าง เขานั่งต่ำ แต่หม่าอิ๋งอิ๋งยืนสูง จ้าวมู่กลืนน้ำลายอึกใหญ่เมื่อเขาเห็นสิ่งนั้น
สิ่งนั้นของหม่าอิ๋งอิ๋งงดงามมาก
"ทำให้ข้ามีความสุข"
"ทำให้ท่านมีความสุข" หม่าอิ๋งอิ๋งอ้างแขน ก่อนนางจะย่อกายนั่งค่อมร่างจ้าวมู่
หน้าอกนวลงามขาวกระจางของหม่าอิ๋งอิ๋งแนบเข้าใบหน้าจ้าวมู่ มันทำให้เขาเปี่ยบสุข แต่ในขณะที่สองมือของจ้าวมู๋กำลังเร่งเร้าคำคลำร่างของหม่าอิ๋งอิ๋งอย่างกระหาย พร้อมปากและชิวหาชั่วที่ดูดดึงเล้าโลมเรือนกายงามของหม่าอิ๋งอิ๋งอย่างมีความสุขไม่หยุดนั้น
ฉึก! ฉึก! ฉึก!
"อาาาาาาาาาาาาา" เสียง 'อา' ลากยาว ทั่วร่างจ้าวมู่แข็งแกร่ง ชีพจรต่างๆ ในร่างถูกผนึก แม้แต่อำนาจจิตก็คล้ายถูกสาปไม่ให้ใช้ นี่มันอะไรในหัวของจ้าวมู่มีแต่ความสับสน
โพล้ะ ฝ่าเท้าหม่าอิ๋งอิ๋งยันหน้าจ้าวมู่ รูจมูกเจ้ามู่เลือดทะลักทันที ฝ่าเท้านี้หนักนัก
มือข้างหนึ่งของหม่าอิ๋งอิ๋งเสยเส้นผมสีทองสยาย ดวงตาของหม่าอิ๋งอิ๋งตอนนี้ไม่ใช่คนไร้สติอีกต่อไป
และนอกจากไม่ไร้สติแล้วมันยังดูน่าหวาดกลัว เยือกเย็นจนหนาวสั่น นี่ไม่ใช่สายตาของหญิงสาวแสนดีที่อ่อนต่อโลกแน่นอน
"ในที่สุดเหยื่อก็กินเบ็ดเสียที ทำไมกันนะ เหล่าผู้คนตระกูลบรรดาศักดิ์ทั้งหลาย ถึงไม่เปลี่ยนไปใช้ตัวยาอื่นบ้าง พอคิดเรื่องเลวๆ ก็ใช้แต่ยากลิ่นหอมชวนฝัน ชอบมากเหรอที่หญิงสาวทำตามที่ตัวเองปรารถนาทุกอย่างอย่างไร้สตินะ ไม่รู้เหรอว่าการทำแบบนี้มันไม่น่าตื่นเต้นสักนิด หากคิดจะย่ำยีสตรีมีวิธีอีกตั้งเป็นร้อยอย่างที่ทำได้ อย่างเช่นเอาหมุดปักร่างนาง บีบบังคับนางให้ทำตามที่เจ้าพูด หากนางไม่สมยอมเจ้าก็แค่ปักหมุดไปบนเรือนร่างนางเพิ่ม เพิ่มเรื่อยๆ คุณชายจ้าวมู่ท่านว่าวิธีนี้น่าสนุกไหม"
หม่าอิ๋งอิ๋งสาวเส้นผมตัวเอง จากนั้นปรากฏหมุดแหลมยาวออกมา มันมีไอปราณวิญญาณลอยระเรื่ออยู่ด้วย
ดวงตาจ้าวมู่สั้นระริก เขารู้จักหมุดเหล่านี้ดี
หมุดตรีงวิญญาณ
มาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาย เสียงในหัวของจ้าวมู่แผดดัง