ผู้ร่วงหล่น

    บทที่ 152 คลื่นภูตผี.

    แจ๊คหอบหายใจอย่างเหนื่อยล้าก่อนจะมองร่างกายของตนเอง กล้ามเนื้อฉีกขาดไปทั่ว กระดูกแตกหักทุกส่วนของร่างกาย อวัยวะภายในบางส่วนแตกสลายหายไป

    เลือดมีชีวิตกำลังพยายามอย่างสุดความสามารถในการรักษาร่างกายที่พังยับเยินขนาดนี้ แจ๊คทิ้งตัวนั่งลงทันที

    หู่เสวียที่สังเกตพฤติกรรมของแจ๊คตั้งแต่เข้ามาภายในเหมืองทองอย่างละเอียด พอเห็นต่อสู้ของแจ๊คเมื่อสักครู่นี้ทำให้เธอตกตะลึง

    ภูตผีตัวเล็กมีการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วมาก ๆ ราวกับเทเลพอร์ตไปถึงเป้าหมายทันที แต่ข้อเสียของภูตผีตัวเล็กคือการป้องกันและการโจมตีที่อ่อนแอ

    แต่ด้วยฟันอันแหลมคมมันไม่มีปัญหาในการกัดกินสิ่งมีชีวิตที่มีเลือดเนื้อแม้แต่น้อย

    การเจอภูตผีตัวเล็ก 1 ตัว จอมนักรบหรือจอมเวทอาจจะสามารถสังหารได้ แต่เจอภูตผีตัวเล็ก 10 ตัวอาจจะรอความตายอย่างเดียว

    ตอนแรกหู่เสวียคิดว่าแจ๊คจะรอดมาได้แบบหลบหนี แต่ใครจะไปคิดว่าแจ๊คได้คิดค้นวิธีการใหม่ขึ้น แม้แต่เธอยังตกตะลึงในวิธีการแบบนี้

    วิธีการของแจ๊คคือการนำประสาทสัมผัสทั้งหมดกลับมาหลอมรวมกับโล่คลื่นเสียงที่ปล่อยออกไปล้อมรอบ การทำแบบนี้เท่ากับว่าทิ้งประสาท พลังจิต การมองเห็น ได้ยิน รับรส สัมผัส ดม ทั้งหมด

    และเน้นไปที่โล่คลื่นเสียงที่ห่างจากตัวเองแค่ 3 เมตรเท่านั้น เท่ากับว่าในตอนนั้นแจ๊คได้สูญเสียประสาทสัมผัสทั้งหมดไป

    เป็นอีกอย่างหนึ่งคือแจ๊คได้นำประสาทสัมผัสที่เสียไป ไปกระตุ้นร่างกายแทนทำให้ร่างกายของแจ๊คกระตุกเป็นบางจังหวะ

    หลงเหลือเอาไว้แต่การต่อสู้แบบสัญชาตญาณดิบเถื่อน เมื่อทิ้งประสาทสัมผัสทั้งหมดจึงไม่รับรู้สึกความเจ็บปวดและแจ๊คไม่ได้เป็นคนควบคุมร่างกาย

    แต่เป็นสัญชาตญาณแทนที่เป็นคนควบคุม สัญชาตญาณมันไม่รู้ว่าขีดกำจัดของร่างกายเป็นยังไง ร่างกายเคลื่อนไหวแบบไหนได้บาง

    มันรับรู้อยู่สิ่งเดียวคือการเอาชีวิตรอดทำให้มันเคลื่อนไหวจนร่างกายเกือบจะแตกสลายไป ดีที่ภูตผีตัวเล็กเข้ามาพร้อมกับ

    ถ้าภูตผีตัวเล็กเข้ามาทีละตัว ร่างกายของแจ๊ครับไม่ไหวและระเบิดจนตาย การทำแบบนี้แค่วินาทีเดียวก็เกือบทำให้แจ๊คตายได้

    อีกอย่างการทำแบบนี้กับศัตรูที่มีสติปัญญาเป็นเรื่องโง่เขลามาก

    หู่เสวียสับสนอย่างหนึ่งคือ แจ๊คต้องการเลือกแบบไหนระหว่างการฝึกฝนวิชาใหม่กับเพื่อประสิทธิภาพของวิชาเดิมให้มากยิ่งขึ้นไป

    วิชาที่แจ๊คฝึกฝนในตอนนี้คือวิชาพื้นฐานทั้งหมด ถ้าต้องการพัฒนาวิชาให้ดียิ่งขึ้นไปทำไมไม่เอาวิชาจากระดับพื้นฐานเป็นตั้งไปมันจะดีกว่าเป็นอย่างมาก

    แต้มผู้ร่วงหล่นหู่เสวียไม่รู้ว่าแจ๊คมีคะแนนเท่าไร แต่มันน่าจะมีเยอะมากเพราะระหว่างที่อยู่ในดวงดาวขนาดเล็กการหาแต้มผู้ร่วงหล่นนั้นง่ายมาก ๆ

    หู่เสวียถอนหายใจก่อนหยุดคิดลงเพราะมันไม่มีใครรับรู้ความคิดของคนอื่นได้อย่างสมบูรณ์แบบ ถ้าไม่ได้ดึงดวงวิญญาณของอีกฝ่ายเข้ามาในจิตใจตนเอง

    การทำแบบนี้มันอันตรายมากถ้าไม่ใช้คนใกล้ชิด แม้แต่คนใกล้ชิดยังยากที่จะดึงดวงวิญญาณเข้ามาในจิตใจของเรา

    แจ๊คนั่งลงมองกำแพงด้านบนอย่างว่างเปล่า นี้เป็นครั้งแรกที่เขาลองวิธีแบบนี้ มันได้ผลตามที่คาดเอาไว้และมันก็อันตรายมากเหมือนกัน

    ถ้าไม่ได้เจอศัตรูที่มีความว่องไวสูงและไม่มีพลังป้องกันกับโจมตีสูง แจ๊คไม่กล้าจะใช้วิธีการแบบนี้มาก ๆ

    การปิดประสาทสัมผัสทั้งหมดมันเท่ากับว่าเขายอมแพ้ให้กับศัตรูที่อยู่ตรงหน้า ระหว่างที่นั่งพักฟื้นแจ๊คได้หลับตาลงและคิดถึงการต่อสู้เมื่อสักครู่นี้

    คิดว่าถ้าเขาเจอศัตรูที่มีความว่องไวสูงแบบนี้อีกจะทำยังไง จะต่อสู้หรือหลบหนี ในช่วงเวลาที่คิดอยู่เลือดมีชีวิตกำลังซ่อมแซมร่างกายแจ๊คอย่างบ้าคลั่ง

    ถ้าไม่ได้อยู่ในช่วงเวลาต่อสู้แจ๊คไม่อยากจะใช้วิชาฝังเข็มฟื้นฟูเพราะมันกินพลังงานเยอะมาก ๆ ในแต่ละครั้งที่ใช้ในการต่อสู้ครั้งหนึ่งอาจจะใช้ได้แค่ 1-2 ครั้งเท่านั้น

    ไม่ว่าตอนนี้หรือตอนที่สร้างพลังปีศาจแล้วเหมือนกัน

    แจ๊คหลับตาสักพักหนึ่งก่อนจะหลับลงไปทันทีไม่รู้ว่าการต่อสู้กับการียะโซหรือภูตผีทั้งหมดตั้งแต่เข้ามา แจ๊คยังไม่ได้พักผ่อนแม้แต่น้อย

    ในตอนนี้มีเวลาพักผ่อนและเหนื่อยทั้งกายและใจจึงอ่อนเพลียก่อนหลับลงไปในที่สุด บรรยากาศชวนน่าขนลุกและเสียงกรีดร้องที่ลอยติดมาจากสายลมไม่ทำให้แจ๊คตกใจแม้แต่น้อย

    แม้ว่าแจ๊คจะหลับลงแต่ยังปล่อยคลื่นเสียงอ่อนล้อมรอบตัวอย่างเสมอ หู่เสวียเห็นแจ๊คหลับลงจึงสร้างโล่ป้องกันอ่อนล้อมรอบตัวแจ๊คเพื่อไม่ให้อะไรมาทำลายการพักผ่อนของเขา

    ไม่รู้ว่าช่วงเวลาผ่านไปเท่าไร แจ๊คได้รู้สึกตัวและลืมตาตื่นขึ้นและตะโกนออกมาอย่างสดชื่น

    “หู่เสวียฉันหลับไปที่วัน”

    “2 วัน”

    “ไม่แปลกใจว่าทำไมถึงหลับไปอย่างยาวนานขนาดนี้ อีกอย่างหนึ่งฉันรู้สึกเหมือนกับว่าจิตใจเพิ่มขึ้นเล็กน้อย”

    หู่เสวียได้ยินอย่างนี้จึงไม่ได้แปลกใจแม้แต่นิดเดียวการใช้พลังจิตทั้งหมด ถ้ามันไม่เพิ่มขึ้นคงแปลกประหลาดมากแต่การใช้พลังจิตหมดลงไปนั้นแปลกยิ่งกว่าเพราะวิชาพลังจิตของแจ๊คมันไม่ได้อยู่ในระดับเทพ

    แจ๊คหยิบหม้อที่ดูเหมือนกับภูเขาไฟและรอบ ๆ ด้านบนตรงภูเขาไฟมีช่องสำหรับใส่อะไรบางอย่างอยู่ ตรงท้ายหม้อภูเขาไฟมีช่องว่างให้ใส่พวกเชื้อเพลิงลงไป

    หลังหยิบหม้อลงมาตั้งเสร็จจึงหยิบถุงใส่ออกมา ข้างในถุงใส่มีกุ้ง ปลาหมึก หอย ปู ปลา เนื้อสัตว์ต่าง ๆ และสมุนไพรหลายชนิดเช่น หอมแดง ตะไคร้ ข่า เห็ด น้ำเป็นสีส้มเข็ม

    แจ๊คแกะถุงและเทใส่หม้อภูเขาไฟทันทีและหยิบถ่านไม้ดำ ๆ ขึ้นก่อนจะใส่ลงไปในช่องว่างด้านล่างจุดไฟเป็นอันเสร็จสิ้น

    เมื่อเห็นหม้อภูเขาไฟระเบิดไฟขึ้นและกุ้ง หอย ปู ปลาและเนื้อสัตว์ต่าง ๆ กำลังเต้นอยู่ในหม้ออย่างมีความสุขแจ๊คจึงกลืนน้ำลายลงคอ

    “หู่เสวียกินไหม ต้มยำกุ้งสวรรค์”

    หู่เสวียมองหม้อไฟที่กำลังปะทุอย่างบ้าคลั่งและไม่ได้พูดอะไร แจ๊คจึงหยิบข้าวสวยและช้อนออกมากินต้มยำกุ้งฝีมือตัวเองอย่างอร่อย

    หลังกินเสร็จแจ๊คหยิบหน้ากากจากชุดแห่งความว่างเปล่าออกมาสวมใส่บนใบหน้าหลังหน้ากากถูกฟันของภูตผีตัวเล็กทำลายลง

    หน้ากากและชุดแห่งความว่างเปล่าจะสามารถฟื้นฟูตัวตนเองอย่างไม่มีที่สิ้นสุดถ้าไม่ได้ถูกทำลายลงแบบไม่เหลือซาก อีกอย่างถ้าวิญญาณหญิงสาวดันเจี้ยนตื่นขึ้นชุดแห่งความว่างเปล่าอาจจะแข็งแกร่งขึ้นไปอีก

    แจ๊คดีดตัวขึ้นพร้อมกับการเดินทางอีกครั้งหนึ่ง แม้ว่าจะเจอภูตผีตัวเล็กอีกครั้งเขาจะไม่หวาดกลัว

    แจ๊คเดินหน้าต่อไปอย่างระมัดระวังตัว การเดินทางขอเขาเหมือนเดิมเจอภูตผีตัวเล็กทั้งหมด บางอยู่ตัวเอง บางอยู่เป็นกลุ่ม ถ้ามันอยู่ตัวเดียวแจ๊คสังหารพวกมันไปอย่างไม่ยากเย็น

    ส่วนเป็นกลุ่ม ถ้าไม่เกิน 3 ตัวแจ๊คสังหารพวกมันไปโดนไม่ต้องใช้วิธีการหลอมรวมเส้นประสาทเข้าไปคลื่นเสียงอีกต่อไป

    เมื่อได้รับบาดเจ็บจะหยุดพักและกินอาหาร แม้ว่าอาหารที่แจ๊คทำจะไม่ได้มีวัตถุดิบที่ดีมากแต่มันช่วยทำให้จิตใจและร่างกายสดชื่นมาน้อยเล็กก็ยังดี

    จนแจ๊คเดินทางมาถึงจุดที่น่าหวาดกลัว เพราะมันเงียบมาก ๆ ไม่มีเสียงกรีดร้องของภูตผีแม้แต่ตัวเดียว แต่สัญชาตญาณของแจ๊คกรีดร้องเพราะเขารับรู้ถึงอันตรายข้างหน้า

    ไม่รู้เพราะอะไรยิ่งเดินไปข้างหน้าร่างกายและจิตใจของแจ๊คยิ่งหนักขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับกำลังแบกภูเขาทั้งลูกอยู่

    “ความรู้สึกแบบนี้เป็นครั้งแรกที่รู้สึกแบบนี้ มันคืออะไร”

    แม้แต่อากาศและร่างกายของแจ๊ครู้สึกเยือกเย็น ราวกับความตายกำลังเรียกหาในเข้ามาใกล้ หู่เสวียที่มองอยู่ด้านนอกมีสีหน้าตึงเครียดเป็นครั้งแรกที่หู่เสวียมีสีหน้าแบบนี้

    “จะช่วยตอนนี้ดีหรือไม่”

    หู่เสวียกำมือทั้ง 2 ข้างแน่นพร้อมกับพูดขึ้น เธอไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อไป จะช่วยแจ๊คให้ออกมาและไปหาธาตุทองอย่างอื่นแทน

    เพราะทองเต๋า 12 สีมันมีพลังมากแม้แต่พลังที่อยู่ในจุดสูงสุดของเธอยังไม่สามารถสัมผัสมันได้และยิ่งตอนนี้เธอมีพลังแค่นิดน้อยเท่านั้นจึงไม่แปลกใจที่ทองเต๋า 12 สียังอยู่ได้ถึงทุกวันนี้

    ทองเต๋า 12 สีนั้นนอกจากธาตุทองที่บริสุทธิ์นั้นมันยังมีความสามารถอย่างอื่นที่ทำให้เหล่าเทพต้องนองเลือดฆ่าฟันกัน

    แต่หู่เสวียมีระดับที่ทองเต๋า 12 สีไม่มีประโยชน์อะไรกับเธออีกต่อไปจึงไม่ค่อยสนใจเท่าไร แต่สิ่งที่อยู่ตรงหน้าแจ๊คนั้นทำให้หู่เสวียตึงเครียดได้

    เธอแน่ใจว่าต่อให้คนทั้งหมดบนดวงดาวนี้มาก็มีโอกาสรอดยากมาก ๆ กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าแจ๊ค

    แจ๊คหอบหายใจอย่างต่อเนื่อง สัญชาตญาณของเขาเรียกร้องให้หลบหนีไปจากที่แห่งนี้ สัญชาตญาณของเขาไม่เคยกดดันแจ๊คขนาดนี้มาก่อน

    ทำให้จิตใจของเขาเหนื่อยล้าเป็นอย่างมาก เขาไม่รู้ว่าอะไรอยู่ด้านในนั้น

    “หู่เสวียอะไรอยู่ด้านในนี้”

    หู่เสวียคลายมือออกและพูดกลับไป

    “สิ่งที่อยู่ด้านในนั้นอันตรายเป็นอย่างมาก นายยังมีตัวเลือกเป็นธาตุทองอย่างอื่นด้านนอก แต่ทองเต๋า 12 สีนอกจากให้ธาตุทองต่อนายแล้วยังให้ประโยชน์อีกอย่างหนึ่งหลังจากที่นายกลายเป็นเทพ”

    แจ๊คกัดฟันและกำมือจนแน่นพร้อมกับพูดว่า

    “ในเมื่อเดินทางมาถึงแล้วก็เอาสิ่งที่ต้องการไปให้ได้”

    หู่เสวียถอนหายใจก่อนพูดไป

    “ขอให้โชคดี”

    แจ๊คเดินหน้าไปทันที ในที่สุดเขาก็ได้เจอกับห้องโถงขนาดใหญ่ที่มีความกว้าง 500 เมตร สูง 1000 เมตร มันสามารถบรรจุคนได้หลายแสนคนทีเดียว

    หลังเดินเข้าไปในห้องโถงแจ๊คเตรียมจะโจมตี แต่หลังรอไป 5 นาทีไม่มีอะไรเกิดขึ้นจึงแปลกใจก่อนจะเดินไปอย่างระมัดระวัง

    แม้แต่ก้าวของเขายังตรวจสอบก่อนว่ามีอะไรไหม แจ๊คแปลกประหลาดใจเพราะมันไม่มีอะไรเกิดขึ้นจนมาถึงกลางห้องโถง

    แจ๊คได้ยินเสียงกรีดร้องของภูตผีตัวหนึ่งกำลังจะหันไปทางเสียง ได้มีเสียงกรีดร้องของภูตผีดังขึ้นอีกครั้งหนึ่งและดังขึ้นอย่างต่อเนื่องไม่มีหยุด

    ล้อมรอบห้องโถงขนาดใหญ่มีดวงตาแดงก่ำจำนวนมากกำลังจ้องมองแจ๊คอยู่ เมื่อแจ๊คเห็นแบบนั้นจึงหนาวเย็นไปถึงกระดูกสันหลัง

    แจ๊ครีบไปตรงทางออกทันที เขาไม่สามารถวิ่งกลับไปได้ไม่แปลกใจว่าทำไมพวกมันถึงไม่ปรากฏตัวออกมาจนแจ๊คถึงกลางห้องโถง ภูตผีจำนวนมากเห็นแจ๊ควิ่งไปด้านนอกจึงส่งร้องจนแสบแก้วหู

    แม้แต่แจ๊คที่มีร่างกายแข็งแกร่งยังปวดหูเมื่อได้ฟังเสียงกรีดร้องจำนวนมาก ภูตผีจำนวนมากพุ่งตรงมาหาแจ๊คเพื่อกลืนกินเลือดเนื้อของเขาทั้งหมด

    การพุ่งของภูตผีเหมือนกับคลื่นในมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ที่สูง 90 เมตร แต่เปลี่ยนจากน้ำเป็นภูตผี ภูตผีจำนวนมากอยู่ในคลื่นนั้นถ้าแจ๊คถูกกลืนแม้แต่เซลล์เล็ก ๆ หนึ่งเซลล์อาจจะไม่หลงเหลือให้ลูกหลานเห็น

    แจ๊คหันกลับไปเจอกับคลื่นภูตผีจำนวนมาก สีหน้าของเขาจึงขาวซีดลงก่อนจะเดินข้ามมิติเพื่อลดระยะ 1 เมตรก็ยังดี

    ...........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................