ฮ่าวเทียนในชุดอาภรณ์สีขาวแดงยามนี้พุ่งไปทิศทางเหล่าลัทธิมาร ศาตราเทพทุบทำลายร่างของเหล่าลัทธิมารคนแล้วคนเล่า ขณะเดียวกันแม่ทัพฝั่งศัตรูก็เข้าปะทะกับแม่ทัพหัว ทว่าสำหรับแม่ทัพหัว รั้งเขาไว้ก็หนักหนาแล้ว เป็นหน้าที่อีกสามคนจะรับมือกับยอดฝีมืออื่นๆ แม่ทัพหลินเอ่ยปากออก “เว่ยซิน ฟู่เหว่ย พวกเจ้ารั้งอยู่ตรงนี้ หาโอกาสจู่โจม ไม่อาจกระโจนเข้ากลางวง ” แม่ทัพหลินปลดปล่อยปราณแรงดึงดูดออก พุ่งเข้าทุบทำลายเหล่ายอดฝีมือมากมายตรงหน้า
การต่อสู้ชุลมุนวุ่นวายนัก แม่ทัพหลินเองก็บาดเจ็บหนัก ไม่อาจใช้พลังได้สักครึ่งของที่มี แม่ทัพหัวสังเกตเห็นก็เป็นกังวลใจทันที บุตรทั้งสองของเขาต้องเข้ามาช่วยเป็นมือเท้าให้ทันที เจ้าตัวแรงจะยืนยังแทบไม่มี ทว่าด้วยความเข้มแข็งของพลังฝีมือ ยังคงยืนหยัดต่อกร ภาพการต่อสู้ทั้งหมดตรึงอยู่ในใจเหล่าผู้ชม ห้าต่อหนึ่งพัน พวกมันได้แต่กล่าวโทษตัวเองที่โง่เง่าไม่อาจช่วยเหลือได้ ขณะแม่ทัพหลินยังคงต่อกรเหล่ายอดฝีมือด้วยความยากลำบากนั้น มีเทพยุทธ์จากลัทธิมารพุ่งเข้าซ้ำเติม
กลับถูกฮ่าวเทียนระเบิดร่างจนแหลกเป็นชิ้นๆ โลหิตสาดกระเซ็นราวฝนตกจากฟากฟ้า ทำเอาทุกคนที่ได้เห็นต่างหลับตาลงไม่อาจดูชม ฮ่าวเทียนค่อยๆ เข้าใกล้พวกลัทธิมารมากขึ้น พลันกล่าว “เป็นเช่นเดียวกัน พวกเจ้าครอบครองปราณทมิฬได้ก็ด้วยสังเวยชีวิตผู้อื่นมา วิถีทางเลวร้ายเช่นนี้ จึงถูกต่อต้านจากคนทั้งโลก ผู้เดียวในที่นี้ที่มีปราณทมิฬบริสุทธิ์ก็ได้ถูกแม่ทัพหัวจัดการไปแล้ว สวะเช่นพวกเจ้าจะต่อกรกับข้ายังเร็วไปพันปี!”
ร่างสภาวะสมดุลของฮ่าวเทียนทรงพลังถึงขีดสุด ใครก็ตามที่อ่อนแอกว่าตนจะถูกบีบบังคับเอาปราณทมิฬออกจากร่างตกตายทันที ท่ามกลางความกดดันมากมายนี้เอง แม่ทัพหลินก็พลาดท่าจากจำนวนที่มากกว่าจนได้ “ท่านพ่อ ท่านพ่อ!” เว่ยซินเข้าไปประคองแม่ทัพหลินไว้ มีเพียงฟู่เหว่ยที่ยังต้านรับด้วยความยากลำบาก หันไปมองแม่ทัพหัวที่ตึงมือเช่นกัน ไม่ต้องกล่าวถึงฮ่าวเทียนที่ถูกรุมล้อมด้วยเหล่าลัทธิมารหลายร้อย ฮ่าวเทียนเห็นสภาพจึงตะโกนออก
“แม่ทัพหัว ท่านคิดว่าจะเอาชนะได้รึไม่? ” หัวเล่อเอ๋อกำลังฟาดฟันต่อสู้กับอีกฝ่ายสะเทือนฟ้าสะเทือนดิน ยังกล่าวตอบ “ฮ่าวน้อย อุก... ข้าสมควรใช้เวลามากมายนัก ” ฮ่าวเทียนกล่าวไปก็ตั้งรับไป ด้วยจำนวนที่แตกต่าง ฮ่าวเทียนเริ่มหลุดจากการควบคุมสภาวะสมดุลทีละน้อยพร้อมลมหายใจรวยริน ทว่าศัตรูตรงหน้ายังมีอีกมากมายนัก หากปล่อยให้หลุดไปได้สักคน ฝ่ายตนที่เหลือต้องเป็นอันตรายแน่ พลันได้ยินเสียงองค์ชายกบฏดังขึ้น
“พวกเจ้ารีบๆ ตายกันไปเสียที ต่อต้านไปแล้วได้อะไร! แผนการวันนี้ไม่มีทางล้มเหลวเด็ดขาด!” มองดูแม่ทัพหลินและบุตรทั้งสองต้านรับแทบไม่ไหว อ้าวปายก็รุดเข้ามาทันที หยุดมือเหล่าศัตรูไว้ ปราณทมิฬบริสุทธิ์ของเผ่าปีศาจ แตกต่างกับลัทธิมารมากมายนัก ทุกคนในเหตุการณ์หันขวับทันที การปรากฏตัวของเขานับว่าสร้างความประหลาดใจมากนัก ที่แท้ยังหลงเหลือยอดฝีมือที่ไม่ถูกพิษอยู่ด้วย ซ้ำยังแข็งแกร่งนัก พวกมันตกตะลึงไม่น้อย ทว่าด้วยฐานะอ้าวปายรู้ดีว่าไม่อาจสอดมือได้ ทว่าก็ทนดูไม่ได้เช่นกัน
ฮ่าวเทียนส่งกระแสจิตให้เขาถอยออกไป อย่าได้ดึงราชวงศ์แดนปีศาจมาเกี่ยวข้อง นี่เป็นภัยพิบัติระดับดินแดน อ้าวปายเข้าใจคำทันที หากฮ่าวเทียนกล่าวเช่นนี้คงมีแผนแล้ว ฮ่าวเทียนหันไปทางแม่ทัพหัวและกล่าวออก “แม่ทัพหัว ท่านช่วยสกัดแม่ทัพเค่อไว้อย่าให้เข้าใกล้ข้าเด็ดขาด ” หัวเล่อเอ๋อไม่ทราบว่าฮ่าวเทียนจะทำอะไร ทว่าก็ทำตามทันที
นางพุ่งทำลาย ผลักดันแม่ทัพเค่อให้ปลิวไปอีกด้านและยันไว้ทันที ฮ่าวเทียนกล่าวต่อ “แม่ทัพหลิน ท่านยังหลงเหลือกำลังกี่ส่วน ผนึกปราณคุ้มกันเว่ยซินและพี่ฟู่เหว่ยได้รึไม่ขอรับ ” แม่ทัพหลินพยุงตัวเองขึ้นกล่าว “ย่อมได้ เพียงแต่ เจ้าคิดทำอะไร? ”
ฮ่าวเทียนลอยขึ้นสูงอีก “องค์ชาย ข้าและพวกท่านไม่มีความบาดหมางอันใด อีกทั้ง จะกบฏอันใดข้ายิ่งไม่เกี่ยว แต่เมื่อมีชีวิตของเหล่าคนสำคัญมาเกี่ยวข้องด้วย อย่าได้โทษว่าข้ายุ่มย่ามเรื่องของท่าน!” ประกายแสงเรืองรองสีทองกำลังรวมตัวเข้าสู่ร่างฮ่าวเทียน ภายใต้สภาวะสมดุลนี้ สมควรลดทอนความเสียหายต่อตนเองได้บ้าง พวกลัทธิมารเห็นท่าทางฮ่าวเทียนจึงรีบพุ่งเข้ารุมล้อมสังหารทันที
“ช้าไปแล้ว แสงสวรรค์แท้จริงกระบวนที่สอง : แสงสวรรค์กลืนกิน!!” ยามนี้ไม่ว่าแสงสีใดๆ ในพื้นที่ล้วนถูกดูดกลืนเข้าหาเด็กหนุ่มเป็นศูนย์กลาง กระทั่งลมปราณทมิฬรอบด้านยังถูกกลืนกิน ร่างฮ่าวเทียนแดงก่ำแทบจะระเบิดออก ก่อนจะตะโกนกล่าวต่อ “ประกายแสงกลืนกิน : แสงสวรรค์ล้างภิภพ !!” สิ้นคำเด็กหนุ่ม เกิดระเบิดแสงเป็นวงกว้าง ทำลายย่อยสลายทุกสรรพชีวิตสิ้น กระทั่งเศษหินยังแหลกละเอียด ประกายแสงหมุนวนราวคลื่นยักษ์บ้าคลั่ง เสียงดังสนั่นหวั่นไหว
ศพแล้วศพเล่าของพวกมารและยอดฝีมือที่ได้รับผลกระทบร่วงหล่นจากฟ้าทีละคนสองคน สภาพศพฉีกขาดน่าอนาถนัก เมื่อผลของแสงสวรรค์ล้างภิภพหมดสิ้น ฮ่าวเทียนคลายสภาวะสมดุลและการปลดผนึกโลหิตธาตุทันที ยามนี้ไม่ว่าใครก็ตาค้างตกตะลึง พวกมารหลายร้อยคนตกตายด้วยกระบวนท่าเดียว ทั้งสภาพศพยังน่าสยดสยองนัก นี่คือการพิพากษาจากสวรรค์โดยแท้... ผลของพลังธาตุแสงจบลง ทว่าเรื่องราวยังไม่จบ แม้จะลดทอนกำลังอีกฝั่งไปมากกว่าหกส่วน ยังเหลืออีกราวสามร้อยที่เป็นยอดฝีมือทั้งสิ้น พวกมันหนึ่งคนก้าวออกมา กล่าวออก
“สมแล้วที่เป็นพลังยุทธ์ของเทพ ยิ่งใหญ่เกินบรรยายนัก ทว่า พวกข้าเองก็มีแผนรับมือ!” ข่ายปราณสีดำสนิทครอบคลุมร่างพวกมันไว้ ทั้งองค์ชายและคนคุ้มกันก็ด้วย พลังแสงของฮ่าวเทียนไม่อาจทะลุค่ายกลทมิฬนี้ไปได้ พวกมันเตรียมการมาเต็มที่จริงๆ ทันใดนั้นเสียงแม่ทัพหัวดังขึ้น “ฮ่าวเทียน ที่แท้เจ้ายังเก็บงำความลับไว้อีกมากมายเท่าใดกัน แสดงออกมาให้ข้าดูอีกซิ!” นางซัดแม่ทัพเค่อซะกระเด็น ด้วยพลังแสงสุดหยั่งของฮ่าวเทียนคล้ายไปปลุกจิตต่อสู้ของนางขึ้นมา
เว่ยซินและฟู่เหว่ยทั้งตัวเปื้อนไปด้วยโลหิตของพวกมารมากมายที่ร่วงหล่นจากฟ้า ทว่านี่ยังไม่จบ ยังมีพวกมันในระดับยอดฝีมืออีกมากมาย นางกล่าวออก “ฮ่าวเทียน เจ้าไม่ไหวแล้ว ข้าสัมผัสได้ว่ากระบวนท่าเมื่อครู่กินพลังเจ้าแทบหมดสิ้น อุก!” นางกล่าวไปยังรับมือศัตรูไปด้วยความยากลำบาก แค่รักษาชีวิตไว้ยังยากเต็มกลืน ไหนจะต้องปกป้องแม่ทัพหลินที่ปางตายอีก ฟูเหว่ยก็ไม่ต่างกัน
ฮ่าวเทียนมองดูสถานการณ์ทั้งหมดก็ได้แต่ถอนหายใจ ทั้งหัวเล่อเอ๋อและอ้าวปายไม่อยู่ในสถานะที่จะเข้ามาช่วยเหลือได้เลย จึงกล่าวออกไป “องค์ชาย ลัทธิมารทั้งหลาย ข้าไม่เหลือกำลังอีกแล้ว... ” องค์ชายกล่าวออก “เจ้าทำได้ยอดเยี่ยมพอแล้ว ฮ่าวเทียน ข้าให้โอกาส หากผันตัวมาเข้ากับลัทธิมารและฟังคำสั่งข้า จะไว้ชีวิตทุกคน นี่ประนีประนอมที่สุดแล้ว ”
ฮ่าวเทียนยืนหยัดขึ้น ประสานมือ “องค์ชาย ขอบคุณท่านที่เมตตา ทว่านกกาย่อมมีหนทางไปต่อของมันเสมอ ข้าก็เช่นกัน... ” ฮ่าวเทียนหันไปอีกด้านกล่าวต่อ “พี่อ้าวปาย ข้ามีเรื่องขอร้องท่าน ” อ้าวปายปรากฏตัวด้านหน้าเด็กหนุ่มยิ้มบางกล่าวออก “เจ้าว่ามาสิ ให้ข้าพาหนีมั้ย ใกล้จะตายแล้วนะนี่? ” ฮ่าวเทียนส่ายหน้า พลันกล่าว “ท่านช่วยทุกคนที่นี่ออกไป ด้วยพลังฝีมือท่าน แค่เปิดทางและยับยั้งพวกมันมิให้ขวางย่อมง่ายดาย ที่เหลือข้าจัดการเอง ”
อ้าวปายฟังก็งุนงงกล่าวต่อไป “นั่นไม่ยาก ทั้งยังรักษาฐานะของข้าไว้ได้ ไม่ก้าวก่ายเกินงาม แต่เจ้า เท่ากับหาที่ตายชัดๆ ” ฮ่าวเทียนยิ้มบางตอบอีกครา “ข้าติดหนี้บุญคุณท่านอีกแล้ว รบกวนท่านด้วย ” เห็นความตั้งใจของฮ่าวเทียน เขาได้แต่ถอนใจ จากนั้นพุ่งไปยังแม่ทัพหลิน ผลักเหล่ายอดฝีมือฝั่งศัตรูออก ใช้ปราณรับเอาทั้งสามคน พร้อมกันทำลายผนึกทมิฬที่กักขังผู้คนไว้ พลันกล่าว “ ข้าช่วยเปิดทางได้เท่านี้ พวกท่านรีบทยอยออกไปเถอะ”
แม่ทัพเค่อคิดไปหยุดก็ติดแม่ทัพหัวที่รั้งตนไว้ ทั้งสองหอบหายใจรวยรินมาพักใหญ่แล้ว ทว่าช่วยออกไปได้ไม่มาก ผนึกทมิฬก็ปิดลงอีก “ดูท่าพวกลัทธิมารเองเตรียมตัวมาเต็มที่... น้องฮ่าว ข้ารับคำเจ้าช่วยปกป้องทั้งสามคนไว้ เจ้าก็ต้องดูแลตัวเองให้ดี ห้ามตกตายเด็ดขาด ” สิ้นคำเขาหายตัวออกไป ฮ่าวเทียนยามนี้ยืนประจันหน้ากับยอดฝีมือราวๆ สามร้อยคน ทั้งบางส่วนยังจับกุมราชวงศ์นภาคำรณไว้
“ฮ่าวเทียน ยอดยุทธ์ท่านนั้นก็ได้ช่วยคนที่เจ้าต้องการปกป้องออกไปแล้ว ที่ข้ายังเปิดทางอยู่นี้ ด้วยเข้าใจว่าเจ้ายอมสวามิภักดิ์? ” ฮ่าวเทียนมองขึ้นไปด้านบนที่พวกมันอยู่ สบตาองค์ราชาที่ถูกจับกุมก็ถอนหายใจ พลันกล่าว “สวรรค์... ท่านนี่แปลกประหลาดนัก มอบแสงสวรรค์มาให้ข้ากลับเข้มแข็งไม่พอซะอีก เอาเถอะ ไม่มีทางอื่นแล้ว... ” เด็กหนุ่มกำหนดสมาธิเข้าสู่ดวงจิตทันที มองเห็นผนึกขนาดยักษ์ตรงหน้า พลันได้ยินเสียงดวงจิตมารดังขึ้น
“นายท่าน นั่นท่านจะทำอะไร? ” มันมองดูฮ่าวเทียนไปยืนตรงหน้าผนึก สีหน้าเรียบนิ่งดูไปน่ากลัวนัก “หากเจ้าเป็นดวงจิตอสูรโบราณ มิใช่ทวยเทพ... ข้าต่อสู้ด้วยดวงจิตมังกรประกายแสงและสายเลือดแสงสวรรค์มาโดยตลอด ยังไม่เคยสักครา ที่ใช้ดวงจิตเจ้าต่อสู้จริงๆ? ” ดวงจิตมารรีบถอยหลังกล่าว “ท่านบ้าไปแล้ว! มังกรประกายแสงคือตัวแทนความดีงามสว่างไสวทั้งมวล และข้าคือขั้วตรงข้าม ท่านที่อยู่ในระดับปราณต่ำต้อย คิดใช้ดวงจิตข้าเป็นหลัก จะเกิดอะไรตามมาบ้างท่านรับไหวรึ? ”
ฮ่าวเทียนไม่สนใจคำกล่าวออก “คัมภีร์ผสานธาตุบรรพกาลกล่าวถึงสภาวะสมดุล ข้าพอเข้าใจ ทว่ากล่าวถึงสภาวะสุดโต่งด้วยเช่นกัน เจ้าว่า น่าสนใจรึไม่? ” ดวงจิตมารแสดงสีหน้าไม่สู้ดีนัก ฮ่าวเทียนค่อยๆ ก้าวมาเอามือแตะที่หน้าอกมัน ก่อนจะเห็นมันส่งยิ้มน่าเกลียดออกมาและกล่าวต่อ “นายท่าน...ท่านหลีกเลี่ยงจะใช้พลังของข้ามาโดยตลอด ยามนี้ดื้อแพ่งจะหยิบเอามันไป ประทับมังกรประกายแสงคือพลังของท่าน แต่ประทับอสูรเช่นข้า ไม่ใช่สิ่งที่ท่านจะควบคุมได้ ท่านคิดดีแล้ว? ”
ฮ่าวเทียนไม่สนใจคำ กำหนดใช้ร่างดวงจิตมารทันที... ยามนี้เว่ยซินกำลังร้องไห้ฟูมฟายกล่าวโทษอ้าวปายที่ทิ้งฮ่าวเทียนไว้ ทว่าก็หยุดชะงักเมื่อได้เห็นสีหน้าราวกับเจอภูตผีของมัน “องค์ชายอ้าวปาย ท่าน เป็นอะไร? ” อ้าวปายถลึงตาโต มองกลับไปยังพระราชวังและกล่าวออก “น้องฮ่าว ที่แท้เจ้าเป็นตัวอะไรกันแน่ มนุษย์ อสูร ปีศาจ เทพ มาร ไม่ใช่สักอย่าง นี่คืออะไร? ” ยามนี้ท้องฟ้าแปรปรวน เหนือลานประลองมวลเมฆกำลังรวมตัวกลายเป็นสีแดงสด พื้นดินถูกย้อมไปด้วยแสงสีแดงเรืองรอง
องค์ชายและเหล่ามารมองดูท้องฟ้าด้วยความแตกตื่น ผู้คนในลานประลองที่ยังคงสติไว้ต่างหวาดกลัวสุดขีด ทันใดนั้นเอง ผนึกทมิฬของพวกมันค่อยๆ ถูกปราณทมิฬสีแดงเข้มกลืนกิน บนหน้าผากฮ่าวเทียนค่อยๆ ปรากฏรอยบากสีแดงเข้มสลับไปมา สองตาแดงก่ำ สายฟ้าสีแดงฟาดลงมายังลานประลองไม่หยุดยั้ง พลันมีเสียงชายชราคนหนึ่งดังขึ้นจากฝั่งผู้ชม “เป็นไปไม่ได้ นี่เหมือนกับบันทึกโบราณ สมัยบรรพกาล ปรากฏการณ์นี้ เกิดเมื่อครั้งเหล่าเทพมารรวมกำลังผนึกเทพอสูรตัวสุดท้ายไว้!!”
ฮ่าวเทียนกางสองแขนออก คล้ายโอบกอดปราณทมิฬสีแดงเข้มนี้ไว้ราวกับสหายรักที่พลัดพรากมานาน ทันใดนั้นเอง เสียง ฉับ!! ดังขึ้นข้างๆ หูองค์ชาย ยามนี้...องค์ชายกำลังดูกองกำลังของมันหัวหลุดออกจากตัวและค่อยๆ หล่นลงบนพื้นทีละคนสองคน ทว่าไม่มีใครมองเห็นฮ่าวเทียนแม้แต่น้อย มีเพียงแม่ทัพหัวและแม่ทัพเค่อเท่านั้นที่มองเห็น ระดับมหาจักรพรรดิสามารถสัมผัสถึงความอันตรายนี้ได้ทันที แม่ทัพเค่อ ออกปาก “เล่อเอ๋อ...ท่านที่แท้นำพาสัตว์ประหลาดอันใดมาสู่อาณาจักรเรากันแน่? ”
หัวเล่อเอ๋อตอบกลับ “แม่ทัพเค่อ ข้าคิดว่ารู้จักเขาดีแล้ว ทว่ากลับไม่ใช่เลย ไม่ทราบในกายเขามีความลับอันใดอยู่อีก ท่านจะไม่หยุดและหนีออกไปจริงๆ รึ ดูท่า ทุกคนที่นี่ได้ตายกันหมดแน่ สีหน้าเรียบนิ่งของฮ่าวเทียนยามนี้ ราวกับยมทูตกำลังไล่พรากเอาชีวิตทั้งมวล ” แม่ทัพเค่อมองดูลัทธิมารตกตายไปทีละคนสองคนโดยที่พวกมันโวยวายหาตัวฮ่าวเทียนกันลั่น ทันใดนั้นเองเด็กหนุ่มปรากฏร่างบนฟ้า ลวดลายอาภรณ์สีแดงสนิทจนเกือบจะดำมืดประทับบนร่างเด็กหนุ่ม
ฮ่าวเทียนยามนี้กำลังมองดูสรรพชีวิตด้านล่างราวมดปลวก พบเห็นพลังปราณเข้มแข็งไม่กี่คนเท่านั้น แม่ทัพหัวและแม่ทัพเค่อได้เห็นแววตาเขาก็ขนลุกทันที นี่ ไม่ใช่ฮ่าวเทียนแน่นอน เป็นตัวตนอื่นใดกันแน่ และเป็นเช่นนั้นจริงๆ ทุกๆ ลมหายใจพวกมารถูกผ่าร่างออกเป็นสองซีกบ้าง หัวหลุดจากบ่าบ้าง ไม่กี่อึดใจ พวกลัทธิมารตายหมดสิ้นโดยไม่กล่าวอันใด องค์ชายกบฏที่กำลังหนีก็เช่นกัน มันถูกรัศมีปราณที่มองไม่เห็นฉีกร่างออกเป็นสองส่วน
หัวเล่อเอ๋อปรากฏตัวด้านหน้าเด็กหนุ่มและกล่าว “ฮ่าวเทียน พวกมันตายหมดแล้ว แม่ทัพเค่อเองก็… อั่กก ” ไม่ทันสิ้นคำนาง รัศมีปราณสุดหยั่งกดทับร่างนางจนหายใจลำบาก ทั้งยังพยายามฉีกกระชากร่างนางออก ทันใดนั้นด้านหลังฮ่าวเทียน อ้าวปายที่คลายผนึกร่างปีศาจใช้มือขวากุมขมับเด็กหนุ่มไว้พลันกล่าว “น้องฮ่าว ประทับเทพอสูรอยู่กับเจ้านี่เอง อภัยให้ข้าที่ต้องผนึกตัวเจ้าไว้ มิเช่นนั้นโลกนี้ถึงกาลอวสานแน่ ”
อ้าวปายใช้พลังปราณสุดชีวิตกดข่มร่างฮ่าวเทียนไว้ อาภรณ์สีแดงมืดจึงค่อยๆ คลายหายไป ฮ่าวเทียนยามนี้ถูกกุมขังไว้ในเกราะปราณของอ้าวปาย เล่อเอ๋อมองดูเหตุการณ์จึงกล่าวต่อ “ องค์ชายอ้าวปาย ท่าน… นี่เรื่องอันใดแน่ ” อ้าวปายที่ขี้เล่นเฮฮายามนี้ทำหน้าตาจริงจังก็เป็น มันกล่าวออก “ เรื่องนี้ใหญ่โตเกินจะรับมือ พี่หญิง ท่านจัดการเรื่องราวที่นี่ต่อไป และฝากดูแลครอบครัวแม่ทัพหลินด้วย ” เล่อเอ๋อถามต่อทันที “เจ้าจะพาเขาไปที่ใด? ”
อ้าวปายกล่าวตอบด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก “ แดนปีศาจ ”
จบตอน
ติดตามเรื่องราวและการอัปเดตของนวนิยายเรื่องนี้ที่ได้อีกช่องทางที่ : www.facebook.com/legendofdevilgodsNovel/