“ชายหนุ่มผู้โชคร้าย..เจ้าไปอยู่ที่ใด” เป็นเสียงของชายชราที่คุ้นเคย บิดาของหยางน่า
แต่ภายในฝันของชายหนุ่มนั้น กลับมืดมิดและว่างเปล่า มิได้เห็นผู้ใดหรือสิ่งของต่าง ๆ เลยแม้แต่น้อย
“ซีว่าง..เจ้าได้ยินข้าหรือไม่” ถ้อยวาจาของชายชรา เดี๋ยวดังเดี๋ยวเบาขาด ๆ หาย ๆ ทำให้ต้องใช้สมาธิอย่างมากในการจับใจความ
“ท่านผู้อาวุโส..ข้าสามารถได้ยินถ้อยวาจาของท่าน , แต่ข้าไม่สามารถมองเห็นสิ่งใดได้เลย..ตอนนี้..” ซีว่างกล่าวขณะที่พยายามมองหาและเพ่งมองสิ่งต่าง ๆ แต่ก็มิอาจมองเห็นสิ่งใด นอกเสียจากความมืดมิด
ก่อนที่จะเกิดแสงสีขาวน้อย ๆ แสงไฟสีขาวนวลค่อย ๆ ขยายวงกว้างไปทั่ว ก่อนจะปรากฏชายชราหน้าตาคุ้นเคยที่ท่าทางเหมือนนักพรต แต่สภาพของชายชราตอนนี้ ช่างดูอ่อนล้ายิ่งนัก
" รีบกล่าวต่อข้า..ว่าเจ้าอยู่ที่ใด , ข้าใช้พลังไปมากมายนัก..คงทนได้ไม่นาน” ชายชรากล่าวด้วยเสียงที่อ่อนล้า ปกติชายชราจะหลับตลอดเวลา แต่วันนี้มันลืมตาค้างไว้พร้อมกับแสงที่ส่องออกมา แต่ไม่เจิดจ้าเท่ากับครั้งแรกที่ซีว่าได้พบเจอมัน มันดูหมองหม่นกว่ามาก
“ เรื่องข้าไว้ก่อน , หยางน่า..หย่างน่าถูกจับตัวไป , นางอาจถูกทำมิดีมิร้ายอยู่ก็เป็นไปได้ !! ” ซีว่างเร่งกล่าวออกมาอย่างร้อนรน
ชายชราถึงกับแสดงใบหน้าที่มีโทสะ ออกมาเพียงเสี้ยวลมหานใจ ก่อนจะเปลี่ยนกับมาเป็นใบหน้าที่ดูขุมเช่นเดิม ก่อนจะเอ่ยปากออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่สู้ดี “ เกิดอะไรขึ้น ”
“ข้าก็ไม่ทราบว่าข้าอยู่ที่ใด , แต่คนของที่นี่เรียกทวีปแห่งนี้ว่าทวีปเอเบลอาณาจักรเอ็นเซลล์ , ข้าพลัดตกลงมาในบ่อนาคาสวรรค์..รู้สึกตัวอีกทีข้าก็ฟื้นขึ้นมาที่อาณาจักรแห่งนี้ , แล้วตอนนี้หยางน่าหลุดออกมาจากโลกวิญญาณของข้าและตอนนี้นางกำลังมีภัย..” ซีว่างเล่าเรื่องราวต่าง ๆ อย่างรวดเร็วในทันที ตอนนี้มันต้องการที่จะให้ชายชราผู้นี้เร่งช่วยมันออกไปจากสถานการณ์ปัจจุบันอย่างเร่งด่วน เพราะมันเกินกว่าที่ชายหนุ่มจะรับมือได้
ก่อนที่ชายชราจะเอ่ยวาจาออกมาด้วยความอ่อนแรง แต่ไม่เอ่ยถึงหยางน่าแม้แต่เพียงนิดเดียว แต่กับเอ่ยสิ่งหนึ่งที่ชายชราให้ความสำคัญมากกว่าในตอนนี้ออกมา
“ทวารธารามิติ...เจ้าคงพัดหล่นลงไปในสิ่งนั้น , ข้าจึงไม่แปลกใจ..ว่าเหตุใดตัวตนของเจ้าได้หายไปอย่างฉับพลัน , ข้าเร่งหาเจ้าทันทีตั้งแต่ชั่วยามก่อนที่เจ้าหายไป” ชายชรากล่าวออกมา
“1 ชั่วยาม ? , แต่ว่าข้านั้นอยู่ที่บนแผ่นดินนี้มา 10 วันแล้วนะท่าน , เหตุใดท่านจึงกล่าวว่าเพียงชั่วยามเดียว” ชายหนุ่มมึนงงสงสัยเป็นอย่างมาก ที่ชายชรากล่าวออกมาเช่นนี้ แล้วชายชราไม่มีวันกล่าวถ้อยคำหยอกล้อในสถานการณ์เช่นนี้เป็นแน่
“มิแปลกหลอก..ที่เจ้าจะสับสนกับสิ่งที่ข้ากล่าว , ข้าจะอธิบายอย่างง่ายให้เจ้าได้รับรู้” ชายชราเร่งกล่าวออกมาอย่างรีบเร่ง เพราะเวลาของมันมีอย่างจำกัด “ในเอกภพที่พวกเราอาศัยอยู่ , มีมิติทับซ้อนกันเป็นอนันต์..แต่ละมิติต่างมีช่วงเวลาที่หมุนเวียนแต่ละวันแตกต่างกัน..จึงไม่แปลกที่เวลาของเจ้าและข้ามิได้เท่ากัน” ชายชราพยายามอธิบายต่อชายหนุ่มให้เข้าใจง่ายที่สุด
ถึงจะซับซ้อนเล็กน้อย แต่ตอนนี้มันไม่ใช่สิ่งที่ชายหนุ่มเป็นห่วง ตอนนี้เรื่องด่วนมี 2 เรื่อง ช่วยหยางน่า อีกเรื่องคือช่วยซูจินยี่
“ตอนนี้บุตรสาวท่าน..กำลังจะโดนคนผู้หนึ่งบนแผ่นดินนี้ขืนใจ , หากชักช้าพิรี้พิไรจักมิทันการณ์ , ข้าต้องรีบเร่งช่วยเหลือนาง..แล้วยังมีสหายข้าที่โลกใบนี้ที่ข้าต้องช่วยเหลือเช่นเดียวกัน” ซีว่างรีบกล่าวต่อชายชรา
เมื่อได้ยินดังนั้น ชายชราตอนนี้ร่างกายของชายชราเริ่มกะพริบ เป็นช่วง ๆ เป็นจังหวะ ยิ่งนานยิ่งถี่ขึ้น ชายชรานั้น..ใช้แรงกายและแรงใจเฮือกสุดท้าย ก่อนจะรวบรวมพลังไว้ที่ฝ่ามือ
ผ่านไปเพียงชั่วครู่ ก่อนจะมีแสงสว่างจ้าขึ้นมา ไม่นานแสงในมือของชายชราก็จางหายไป หลงเหลือสิ่งของชนิดหนึ่งขึ้นบนฝ่ามือมัน เม็ดบางอย่างสีดำกลม ๆ มีขนาดเท่าเม็ดถ่วงเขียว
“นี่..คือ..ตรีวิญญาณโอสถ..มันสามารถเพิ่มระดับพลังของเจ้าได้ถึงสามระดับ..แต่มีผลเพียงหนึ่งชั่วยาม” ชายชรากล่าวด้วยเสียงที่แหบแห้ง จนแทบจะไม่ได้ยิน “ใช้มันอย่างคุ้มค่า..โปรดช่วยลูกสาวข้าอย่างเร็วไว..” ตอนนี้ร่างกายของชายชราก็หายไปอย่างสมบูรณ์
ก่อนจะมีเสียงของชายชรากล่าวประโยคสุดท้าย ต่อชายหนุ่ม
“ข้าใช้พลังปราณจนเกินขีดจำกัดของข้า...ข้าจะต้องกลับไปพักฟื้นราว 2 3 วัน ของโลกของข้า , คงไม่มีโอกาสได้พบกันราวครึ่งปีของโลกใบนั้น .. โปรดรักษาตัวและดูแลบุตรสาวของข้าด้วย..” ก่อนที่เสียงของชายชราจะหายไปพร้อมกับความมืดมิดที่คืบคลานเข้ามาดั่งก่อน
เมื่อสิ้นเสียงของชายชรา ซีว่างก็พลันตื่นขึ้นมาในสถานที่แห่งหนึ่ง สิ่งแรกที่มันเห็นคือลูกกรง สภาพของมันตอนนี้ไม่อิสระนัก ตัวของมันอยู่ในสภาพคุกเข่า แขนของมันนั้นถูกโซ่เหล็กตรึงอยู่ทั้งสองข้าง ภายในนอกกรงนั้น มีชายวัยกลางคนอยู่ราว 6 – 7 คนเฝ้ามันอยู่
เมื่อเห็นดังนั้นชายหนุ่มจึงแกล้งสลบต่อไป แล้วใช้พลังปราณของมันตรวจสอบบุคคลทั้งเจ็ดคน ภายในห้องแห่งนี้ ... เพียงครู่เดียวมันก็สามารถรับรู้ได้ว่า พวกมันทั้งเจ็ดนั้น มีพลังเพียงระดับผสานโลกา ไม่ใช่คู่มือของมันเลยแม้แต่น้อย
แต่เมื่อมันเลิกใช้พลังปราณในการตรวจสอบ มันจึงสัมผัสได้ว่า ภายในมือขวาของมันมีของบางอย่างภายในฝ่ามือของตนเอง ‘ตรีวิญญาณโอสถ ’ ซีว่างยิ้มมุมปากเล็กน้อย
หนึ่งในผู้คุมคุกแห่งนี้นั้นตาไว สามารถสังเกตเห็นรอยยิ้มมุมปากของชายหนุ่มอย่างชัดเจน ก่อนมันจะกล่าวขึ้นมาว่า “เจ้าเด็กน้อยฟื้นแล้ว..” ก่อนที่เหล่าสหายของมันจะหันมามองที่ชายหนุ่มในทันที
เมื่อถูกจับได้ ซีว่างจึงลืมตาจ้องไปยังพวกมันทั้ง 7 คน ก่อนจะกล่าวถ้อยวาจาที่แฝงด้วยโทสะออกมา “รีบปลดพันธนาการข้าซะตอนนี้..ในขณะที่ข้ายังใจดีมอบโอกาสให้แก่พวกเจ้า..”
“เห้อ!!” หนึ่งในพวกมันเค้นลมหายใจออกมาจากจมูก ก่อนจะกล่าวต่อว่า “จักตายอยู่แล้ว..ยังไม่สำเหนียกตนเอง , หากไม่เพราะนายหญิงแม่ต้องการเจ้าเป็นของเล่นนางคืนนี้..เจ้าคงจักตายด้วยน้ำมือของท่านแอรีสเสียแล้ว..”
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า , นั้นคือสิ่งผิดพลาด..ที่มันจะต้องนึกเสียใจในภายหลัง!!” ซีว่างหัวเราะออกไป พร้อมกับทำสายตาเหยียดหยามต่อพวกมันทั้งเจ็ดคน
“มีปาก..ก็กล่าววาจาพล่อย ๆ ต่อไปเถิด , เมื่อเจ้าได้รับรู้ถึงความโหดร้ายทารุณของนายหญิงแม่ ที่ปฏิบัติต่อทาสบำเรอความใคร่ของนาง..เจ้าจะขอร้องให้นางฆ่าเจ้าในทันที” หนึ่งในพวกมันกล่าวออกมา ก่อนที่พวกมันทั้งเจ็ดคนจะหัวเราะขบขันออกมาในทันที
แต่ก็มีบางคนที่หัวเราะแห้ง ๆ ออกมา เพราะสรรพคุณของนายหญิงแม่ของพวกมันที่กระทำต่อผู้เยาว์ที่นางหมายตานั้น ช่างโหดร้ายยิ่งนัก หากไม่ตายก็กลายเป็นคนวิปลาสเสียสติมาหลายต่อหลายคนแล้ว
แต่จู่ ๆ หนึ่งในพวกนั้นก็หยิบศิลาสื่อสารออกมาคุย พอมันเก็บศิลาสื่อสารเข้าที่ มันผู้นั้นจึงยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์มาทางซีว่าง “นายหญิงแม่เรียกใช้เจ้าแล้ว..หลังจากผ่านไป 1 ชั่วยาม , ข้าอยากจะรู้นัก..ว่าเจ้านั้นจะร้องขอความตายสักกี่ครั้ง..”
หลังจากมันกล่าวจบ เจ้าคนผู้นี้จึงรีบเดินเข้ามาในกรงขังแล้วนำตัวซีว่างเดินออกไปภายนอก ตรงไปยังห้อง ห้องหนึ่ง
ผู้คุมพาซีว่างมาในสภาพมือไขว้หลังด้วยกุญแจมืออันหนึ่ง ต่อให้กุญแจมือของเมืองนี้จะแข็งแรงปรานใด มันก็ไม่มีผลต่อซีว่าง ที่มีร่างกายที่ผิดปกติของคนแผ่นดินนี้ เดินทางไปยังที่ที่นัดหมาย
ตลอดทางซีว่างพยายามจดจำเส้นทางต่าง ๆ เพื่อเอาไว้เป็นทางหนีทีไล่ ก่อนที่ผู้ที่พามันเดินมาตลอดทางนั้น จะหยุดที่ห้อง ๆ หนึ่ง มันก้มลงมากระซิบที่ข้างหูของชายหนุ่ม ด้วยน้ำเสียงที่แฝงความดูถูกปนความหื่นกามออกมา “ ห้องแห่งนี้คือห้องที่สหายของเจ้า..จะได้มีความสุขกับท่านเคทิฟ..หัวหน้าของข้า , อีกไม่นานเมื่อท่านเคทิฟกลับมา..ความสาวของนางต้องถูกพรากไปโดยท่านเคทิฟ , แล้วข้าจะอยู่ฟังเสียงครวญครางของนางแบบสบายอารมณ์.. ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า” มันหัวเราะเยาะออกมาอย่างสาแก่ใจ พร้อมกับใบหน้าที่รู้สึกตลกขบขันที่แสดงออกมาอย่างชัดเจน
ซีว่างได้แต่กัดฟันแน่น แต่ยังไม่ผลีผลามเข้าไปช่วยนาง เพราะตอนนี้มันรู้แล้วว่ามีคนที่มันมิสามารถต่อกรได้อยู่ภายในสถานที่แห่งนี้ มันจึงต้องอดทนอดกลั้นเอาไว้ หาจังหวะดี ๆ แล้วค่อยช่วยหญิงสาวออกไปอย่างเงียบ ๆ
ก่อนที่ผู้คุมจะพามันเดินต่อมาจนหยุดตรงหน้าห้อง ห้องหนึ่งอีกครั้ง ก่อนจะก้มกระซิบที่ข้างหูของซีว่างอีกครั้งว่า “ เชิญสำราญให้เต็มอิ่ม ,แล้วครวญครางแข่งกับสหายเจ้าอย่างมีความสุข ” ก่อนที่มันจะขบขันออกมาแบบไม่มีเสียงแล้วยืดตัวตรง ก่อนเอ่ยปากเสียงดังฟังชัด “เรียนนายหญิงแม่..ข้านำมันมาแล้วขอรับ..”
“ให้มันเข้ามา..” ก่อนที่ผู้คุมจะผลักประตูเปิดออก แล้วถีบซีว่างเข้าไปในห้องนั้น ก่อนจะรีบปิดประตูในทันที แล้วเร่งจากไปเพราะมันไม่อยากได้ยินเสียงครวญครางของบุรุษที่โดนทารุณจากนายหญิงแม่ของมัน
ของภายในห้องแห่งนี้นั้น มีของตกแต่งมากมายพร้อมกับกลิ่นหอมของดอกกุหลาบ แต่สายตาของซีว่างก็ได้ไปสะดุดตากับสิ่งของจำพวกหนึ่งเข้า ของพวกนี้นั้นวางอยู่บนเตียงขนาดใหญ่ที่พร้อมรับทุกสถานการณ์ มีทั้งโซ่ แซ่ กุญแจมือ เทียน และ เข็ม วางอยู่
‘วิปลาส..นังแก่ผู้นี้เป็นพวกวิปลาสเป็นแน่..’ ซีว่างเห็นของพวกนี้แล้วจินตนาการถึงสิ่งที่มันจะโดนทารุณด้วยสิ่งของพวกนี้ ชายหนุ่มถึงกับยืนหนีบหว่างขาของตนเองมิกล้าปล่อยออก มันกลัวว่าของที่แสดงความเป็นชายของมันจะสูญหายไป
“ขอต้อนรับสู่สวรรค์ของเรา..” มีเสียงของหญิงชราดังมาจากทางด้านขวา
ซีว่างรีบหันไปทางต้นเสียงในทันที สิ่งที่มันเห็นทำให้มันตกใจเสียยิ่งกว่าของที่อยู่บนเตียงเสียอีก
ตอนนี้หญิงชรามารดาของเคทิฟนั้น แต่งกายด้วยชุดวาบหวิวเป็นอย่างมาก มันเป็นชุดสีแดงที่บางเอามาก ๆ ที่ยาวปิดถึงเพียงแค่ช่วงเอวของนางเท่านั้น ตรงกลางของชุดนี้นั้นแหวกกลางจนถึงหน้าอก ตรงส่วนเนินอกนั้น มีผ้าที่หนาขึ้นมาหน่อยปิดบังเต้านมของนางไว้ แล้วแต่ละข้างของเนินอกมีโบว์เล็ก ๆ สีดำประดับอยู่ ส่วนที่ปิดของสงวนของนางนั้น มีเพียงผ้าสีแดงเข้มยาวปิดไปถึงบั้นท้ายของนาง กว้างเพียง 3 เซนติเมตร ซึ่งปิดก็เหมือนไม่ปิด ( *ถ้าท่านผู้อ่านจินตนาการไม่ออก ลองนึกภาพคนแก่ตามวันวันสงกรานต์ ที่ใส่ชุดนอนไม่ได้นอนดูล่ะครับ นั้นคือความรู้สึกของพระเอกเราตอนนี้ )
ถ้าหากเป็นหญิงสาวผู้อื่นใส่ ซีว่างจะไม่รู้สึกเช่นนี้เลย.. แต่ว่าผู้ที่ใส่คือหญิงชราที่อายุรุ่นราวคาวมารดาของชายหนุ่ม จะเรียกว่ามารดาก็ไม่เต็มปากนักเพราะอายุนางเลยวัยนั้นไปไกลนัก
หน้าอกของนางเหยี่ยวหย่อนยานลงมาเป็นถุงใส่น้ำนั้น ช่างทำให้สะอิดสะเอียนยิ่งนัก กอบด้วยหน้าท้องที่ลายเสียจนไม่สามารถแยกได้ว่าตรงไหนคือส่วนสะดือของนาง ยิ่งกล่าวถึงของสงวนของนางนั้น มันมีของบางอย่างที่คล้ายกับสาหร่ายหลุดลอดออกมาแสดงถึงความหนาทึบ ทำให้เกินจะมองเห็นสิ่งของที่อยู่ข้างใต้ได้ แต่ที่ทำให้ซีว่างเห็นแล้วอาเจียนออกมาทันทีคือ ขนรักแร้ของนาง..ที่มันยาวมาถึงข้อศอกของนางเอง
“อุ๊บ! ...แหวะ ..แค๊กแค๊กแค๊กแค๊ก” ซีว่างอาเจียนออกมาในทันที เมื่อเห็นภาพตรงหน้า มันพยายามหลับตานึกถึงสิ่งอื่นที่ทำให้ตนเองรู้สึกดี แต่ภาพตรงหน้านี้..คงจะยากที่จะลบล้างออกไปได้
‘ โอ้วสวรรค์..ท่านเล่นอะไรกับข้า... ’ ซีว่างได้แต่ก้มหน้าโทษฟ้าโทษดิน ที่ทำให้มันต้องมาประสบกับเหตุการณ์เช่นนี้
เมื่อเห็นกริยาของชายหนุ่ม หญิงชราจึงมองดูด้วยสายตาขบขันเล็กน้อย พร้อมกับเอ่ยเสียงที่พยายามทำเสียงให้เล็กและไพเราะเหมือนหญิงสาว แต่เสียงที่ดังออกมานั้น ดั่งกับเสียงผายลมที่ปล่อยออกมาขณะนั่งบนหเก้าอี้ไม้
“หนุ่มน้อยผู้นี้..ช่างทำตัวเสียมารยาทต่อพี่สาวผู้นี้ยิ่งนัก , แบบนี้เห็นที..พี่สาวใจดีต้องทำโทษเสียแล้ว” หลังจากกล่าวจบ นางจึงเดินไปที่เตียงของตนเอง หยิบเทียนแท่งใหญ่ขึ้นมาพร้อมกับจุดไฟเอาไว้ ก่อนจะถือค้างไว้ในมือ
เทียนแท่งนี้นั้นมีเส้นผ่าศูนย์กลางราว 10 – 12 เซนติเมตร สูงราว 20 เซนติเมตร ขณะที่นางถือ นางก็เลียไปที่แท่งเทียนที่อยู่ในมือของตนเอง ก่อนส่งสายตาที่เย้ายวนมาทางซีว่าง ก่อนจะพริบตาให้มันครั้งหนึ่ง
ซีว่างเห็นสิ่งที่สตรีสูงวัยทำเช่นนั้นกับเทียนแท่งนั้น ชายหนุ่มยิ่งหนีบขาของตนเองไว้ด้วยแรงมหาศาล พร้อมกับมองและแสดงสีหน้าขยะแขยง ก่อนจะที่มันจะเอ่ยวาจาจิกกัดและเหน็บแนมต่อหญิงชราเบื้องหน้า
“พี่สาว ? , โอ้ว..ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ , ข้าว่าป้าต้องรู้จักประมาณสังขารตนเองเสีย.. , หากกล่าววาจาเช่นนี้ต่อผู้อื่น..เขาจะหาว่าท่านไร้กาลเทศะ..ไม่สมอายุของท่าน , หากภายภาคหน้า..มิมีผู้ใดเคารพท่าน..จักหาว่าข้ามิเตือนหนา”
เมื่อได้ยินสิ่งที่ซีว่างกล่าวออกมา จากหน้าตาที่ดูนิ่งเฉยกลับแสดงรอยยิ้มออกมา และเป็นรอยยิ้มที่บ่งบอกว่านางมีความสุขและชอบใจเป็นอย่างมาก ต่อสิ่งที่ชายหนุ่มกล่าวออกมา
“ด่าอีก...ด่าข้าอีก...ข้าชอบ..” ก่อนที่นางจะเดินเข้ามาใกล้ ๆ ซีว่าง “ด่าข้า..ด่าข้า..” กริยาที่นางแสดงออกมานั้น ดั่งกับคนจิตเวชที่ต้องการการรักษาอย่างโดยด่วน
เมื่อเห็นอาการเช่นนี้ ซีว่างถึงกับไม่สามารถกล่าววาจาออกมาได้ หน้าตาของมันตอนนี้นั้น เหมือนกับคนที่เดินในป่าช้าแล้วมีภูตผีที่หน้าตาน่าเกลียดน่ากลัวมาชักชวนให้มันไปอยู่ด้วย
เมื่อชายหนุ่มไม่กระทำตามที่ตนเองสั่ง หญิงชราจึงสาดน้ำเทียนร้อน ๆ ใส่ชายหนุ่มในทันที
ชายหนุ่มรีบกลิ้งตัวหลบในทันที ก่อนจะด่าทอไปยังหญิงชราชุดใหญ่
“เอ๊ะอีนังนี่ , ตอนเด็ก ๆ เจ้าคงมิมีเพื่อนวิ่งเล่นกับเจ้าเป็นแน่..เจ้าถึงได้ไล่เอาน้ำเทียนร้อน ๆ มาไล่สาดผู้อื่น , หรือไม่เจ้าก็คงชอบถูกทุบตีทำร้าย..จนคิดว่าผู้อื่นจักชอบเช่นเดียวกับเจ้า..”
หลังจากกล่าวจบชายหนุ่มจึงใช้พลังปราณของตนเอง เสริมแรงที่แขนแล้วกระชากโซ่ที่คล้องที่มือของมันออกในทันที
เมื่อเห็นสิ่งที่ชายหนุ่มกระทำ หญิงชราจึงเกิดอาการหวาดกลัวขึ้นมา “จะ จะ เจ้าทำได้อย่างไร..ในเมื่อในมือเจ้าไม่มีศิลาเวทมนตร์ หรืออาวุธเวทมนตร์เลยสักชิ้น , เป็นไปไม่ได้..คนบนแผ่นดินนี้มิสามารถทำเช่นนี้ได้” ก่อนที่น่าจะสูดหายในลึก ๆ เตรียมที่จะแหกปากร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ
แต่ชายหนุ่มรู้ทัน ก่อนจะพุ่งเข้าไปเอามือต่อยท้องหญิงชราจนนางสลบไป “พอดีว่าข้ามิใช่คนบนแผ่นดินนี้..”
ก่อนที่ชายหนุ่มจะเดินถอยห่างออกจากหญิงชรา ก่อนจะคิดแผนการว่าจะทำเช่นไรต่อไปดี
ก่อนที่มันจะใช้พลังปราณแผ่ออกไปจนถึงห้องของเคทิฟ เพื่อตรวจหาว่า..ตอนนี้หญิงสาวอยู่ที่ใด
เมื่อมันใช้พลังปราณของตนเองตรวจสอบนั้น มันจึงทราบได้ว่านางอยู่ในห้องของเคทิฟจริง ๆ แต่ว่าภายในห้องนั้นมีแค่เพียงนางเท่านั้น กลับยามหน้าประตูเพียง 2 คน ระดับพลังไม่อาจเทียบกับชายหนุ่มได้เลยแม้แต่น้อย แต่หากเกิดการปะทะกันขึ้นมา ก็อาจทำให้เสียงดังเสียจนทำให้คนภายในกิลด์วิญญาณทุกคนแห่กันมาอย่างรวดเร็ว
‘ตอนนี้ข้าไม่มีอาวุธ..จักเท่าเช่นไรดี’ ตอนนี้อาวุธของซีว่างนั้น ต้องอยู่ภายในคุกแห่งนั้นอย่างแน่นอน
ก่อนที่มันจะกลับไปมองหญิงชราที่อยู่ตรงหน้า ก่อนจะคิดแผนการออกมาได้ในทันที มันยิ้มมุมปากเล็กน้อย
ก่อนที่มันจะนำนางไปไว้บนเตียงของนางเอง ก่อนที่จะนำกุญแจมือของนางที่อยู่บนเตียงของนางมา แล้วทำการฉีกเสื้อผ้าของตนเองเล็กน้อย เอามือถูทรงผมของตนเองให้ดูยุ่งเหยิง นำกุญแจมือล็อกมือตนเองไขว้หลัง ก่อนจะตะโกนออกมา
“พอแล้ว...พอแล้ว..ปล่อยข้าไปเสียเถิด...” ก่อนที่จะวิ่งออกไปนอกประตู แล้ววิ่งไปตามทาง จนมันพบเจอกับผู้คุมที่พามันมาที่ห้องของหญิงชรา
“พี่ชายพี่ชายพี่ชาย...พาข้ากลับไปยังห้องขัง..พาข้ากลับไป..ก่อนที่นางจะหายเพลียแล้วตื่นขึ้นมาเล่นสนุกกับข้าต่อ..” ตอนนี้ชายหนุ่มปั้นน่าเศร้าเล่าความเท็จ พร้อมกับบีบน้ำตาทำตัวน่าสงสารต่อผู้ที่อยู่ตรงหน้ามัน
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า..ข้าบอกเจ้าแล้ว , ไม่นานเจ้าจักเป็นเช่นนี้” ก่อนที่มันจะเอื้อมมือมาจับที่เสื้อของซีว่างแล้วใช้พละกำลังดึงชายหนุ่มขึ้นมา “นั่นหมายความว่านางคงเบื่อเข้าแล้ว..ถึงทีของพวกข้า..ทนมารเจ้าล้างแค้นต่อพี่น้องของข้า , ฮ่า..ฮ่า..ฮ่า..ฮ่า..ฮ่า”
ก่อนที่มันจะใช้เท้าถีบซีว่างขณะเดินทางกลับไปยังคุกที่คุมขังมันตามทางเดิน แล้วพามันกลับไปยังห้องขังที่เคยขังชายหนุ่มเอาไว้
ระหว่างทางมันก็ใช้ขา ใช้มือ ทุบซีชายหนุ่มไปตามทางเดิน จนมาถึงห้องขังที่เคยขังชายหนุ่มเอาไว้ สายตาของซีว่างกวาดมองอย่างว่องไว
‘นั้นไงถุงมิติของข้า!! ’ ก่อนที่มันจะฉีกกระชากกุญแจมือออกอีกครั้ง แล้วเข้าจู่โจมคนของกิลด์วิญญาณอย่างรวดเร็วว่องไว พวกมันที่อยู่ในห้องตอนนี้นั้น มีทั้งหมด 7 คน ไม่สามารถขัดขืน หรือแม้แต่ออกเสียงอ้าปากร้องออกมาได้เลยแม้แต่น้อย
ภาพสุดท้ายที่พวกมันเห็นนั้นก็คือภาพที่ชายหนุ่มร่ำร้องโอดครวญขอความเมตตาต่อพวกมัน แต่ในความจริง..พวกมันได้เสียชีวิตไปเรียบร้อยแล้ว..
หลังจากสังหารหมู่ภายในที่คุมขังเรียบร้อย มันจึงเดินไปหยิบถุงมิติของตนเองแล้วตรวจสอบดูว่ามันมีของอยู่ครบหรือไม่ แต่มันก็ต้องแปลกใจ เพราะของที่อยู่ภายในนั้น ยังอยู่ครบทุกชิ้นแม้แต่ตัดดาราของชายหนุ่ม
‘เหตุใดมิมีผู้ใดคิดจักขโมยของ..ของข้าเลยแม่แต่น้อย..’ ถึงมันจะสงสัยในสิ่งที่มันประสบพบเจอ แต่มันก็ไม่มีเวลาจะมัวคิดไร้สาระเช่นนั้น
ตอนนี้มิมีเวลาเสียแล้ว..เพราะหญิงสายอาจโดนเจ้าเคทิฟข่มเหงรังแกได้ทุกเมื่อ ก่อนจะใช้ท่าร่ายวิ่งไปอย่างรวดเร็ว...ภายในห้องของเคทิฟตอนนี้นั้น ก็มีชายผู้หนึ่ง..ย่างก้าวเข้ามาภายในห้อง เป็นชายสูงราว 192 ซม. หน้าตาของมันจัดว่าเป็นชายหน้าตาดีผู้หนึ่ง มีสง่าราศีอย่างมาก แต่ดวงตาแฝงความหยิ่งผยองกอบกับปากที่ยกขึ้นเองแบบเป็นธรรมชาติ ระดับพลังของมันอยู่ที่ เหยียบโลกาขั้นที่ 7 มันผู้นี้ก็คือเจ้าของห้อง เคทิฟ
ตรงเตียงนอนนั้น..มีสตรีนางหนึ่ง หน้าตาคุ้นเคยเป็นอย่างมาก กำลังสลบมิได้สติอยู่ มือทั้งสองข้างของนางดูขึงไว้ตรงหัวเตียง ทำให้นางมิอาจขัดขืนได้
ชายฉกรรจ์มองไปที่หญิงสาวด้วยสายตาที่มีแต่ตัณหาราคะ มันไล่สายตามองตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า สอดส่องเรือนร่างของสตรีที่อยู่ตรงหน้าของมันพร้อมใช้ลิ้นเลียริมฝีปากของตนเองน้อย ๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่หื่นกระหายออกมา
“เจ้าช่างงดงามยิ่งนัก..หน้าตาของเจ้ามิใช่คนของแผ่นดินนี้” ก่อนที่มันจะเอามือไปจับที่แกล้มของสตรีที่อยู่ตรงหน้าลูบไล้ไปตามใบหน้าของนางอย่างอ่อนโยน “ข้าไคล้รู้นัก..สตรีแผ่นดินอื่น , จะหอมหวาน..แตกต่างกับคนอาณาจักรนี้หรือไม่?” ________________________________________ปล.ตอนต่อไป NC เก็บหัวใจนะ เก็บตอนเดียว :)ปล2.หากใครไม่อยากเสียหัวใจ เดี๋ยวผมสรุปไว้หัวตอนของตอนที่ 45 ;)ปล3.ขอโทษกับเนื้อเรื่องที่ดูน่าขยะแขยงกับนายหญิงแม่ด้วยครับ :(