“ แกว้กกกกก !!! ”
เสียงร้องก้องคำรามราวกับฟ้าจะแตก ก็คงจะไม่ใช่ใครที่ไหน หากแต่เป็ เฉินยิ่น เหยี่ยวสามตาที่ของตี้เฉินนั่นเอง มารู้ตัวเอาอีกทีตี้เฉินกับเหว่ยผิงก็ถูกเฉินยิ่น อุ้มขึ้นมากลางอากาศเอาเสียแล้ว
“ เฉินยิ่น !! นี่เ้าช่วยข้าไว้หรอ ”
ตี้เฉินตื่นขึ้นด้วยสีหน้าใที่มันมาอยู่บนหลังของเฉินยิ่นโดยไม่รู้ตัว
“ กรี้ดดดด !! ”
แต่ไม่ใช่กับเหว่ยผิงที่ไม่เคยเห็นนกั์ประหลาดเฉกเช่นเฉินยิ่นมาก่อน
“ เหว่ยผิง !! เ้าก็ตื่นแล้วหรอ ”
“ ขะ..ข้าต้องฝันไปแน่ ๆ ”
และเมื่อนางได้มองลงไปด้านล่างก็ทำให้นางต้องสลบไปอีกรอบ
“ เฉินยิ่นเ้าช่วยพาข้าไปส่งหน้าเมืองหนานโจวก่อนแล้วเ้าค่อยกลับเข้าไปในมิตินะ ”
“ แกว้กกกกก ”
ในระหว่างที่กำลังลอยเค้งเต้งอยู่บนอากาศ ตี้เฉินก็ได้รวบรวมลมปราณและย้อนดูอดีตเมื่อครู่ และก็เป็ดั่งที่เขาคิดเอาไว้ เฉินยิ่นรับรู้ถึงภัยร้ายที่จะเกิดกับเ้านายมัน ทำให้มันพุ่งลงมาด้วยความรุนแรงจนพวกแมงป่องตั้งรับไม่ทัน มันได้พาตัวตี้เฉินกับเหว่ยผิงออกมาจากร้านค้าลับของพวกแมงป่องด้วยความรวดเร็ว
ใช้เวลาไม่นานนักก็มาถึงหน้าเมืองหนานโจว
บริเวณที่ตี้เฉินลงจากหลังนกนั้นอยู่ไม่ห่างจากประตูเมืองมากเท่าไหร่แต่ก็ยังคงเต็มไปด้วยป่าไม้รอบทิศทางทำให้เฉินยิ่นไม่ถูกใครพบเห็นเข้า
“ เฉินยิ่นเ้าเข้ามาหลบในมิติก่อน ”
ตี้เฉินพูดพลางแบกเหว่ยผิงที่กำลังนอนสลบไม่ได้สติลงจากหลังเหยี่ยว และก็ได้เปิดมิติเซียนเพื่อให้เฉินยิ่นก็ได้กลับเข้าไปในมิติเซียน ตี้เฉินตัดสินใจรีบหันไปปลุกเหว่ยผิงที่กำลังนอนสลบหมดสติอยู่ให้ตื่นขึ้นจากภวังค์เพราะกลัวจะมีคนในเมืองมาเห็นเข้า
“ เหว่ยผิง ตื่นเถิดถึงหน้าเมืองหนานโจวแล้ว ”
“ นก นกั์ !!! ”
“ ไม่มีนกั์แล้วเหว่ยผิง เ้าคงฝันไปน่ะ ”
“ ข้าจำได้ว่าในร้านนั้นข้าสลบไป … ”
“ ใช่ข้าเป็คนพาเ้าออกมาเอง ”
“ ข้าจำได้ว่าท่านสลบไปนะ "
ยังไม่ได้ทันอธิบายก็มีเสียงะโดังขึ้นมาอีกครั้ง
“ ช่วยด้วยยยยย มีคนถูกแทงงง !!! ”
“ เสียงคนร้องขอความช่วยเหลือดังมาจากทางนั้น ไปดูกันเถอะ ”
เป็เสียงร้องะโขอความช่วยเหลืออีกครั้งแต่ครั้งนี้มันดังมาจากประตูเมือง ตี้เฉินและเหว่ยผิงจึงรีบวิ่งไปดูอย่างรวดเร็ว
“ ทหารยามนี่ เกิดอะไรขึ้นกับเขา ”
ตี้เฉินมองเห็นทหารยามสองคนที่อีกคนถูกแทงเข้าที่หน้าท้อง และอีกคนที่กำลังใช้ผงดินห้ามเืเอาไว้อยู่ แต่ที่ผิดสังเกตุคือบริเวณแผลที่เริ่มมีสีดำคล้ายกับถูกพิษร้ายแรงเข้าให้ เขาทำได้แค่เพียงยืนตรึงอยู่กับที่ เบิกตากว้างทำอะไรไม่ถูก
“ พวกมันตามเรามา ”
เป็สีหน้าของตี้เฉินที่กำลังอ้าปากค้างตัวแข็งเหมือนหุ่น เขาไม่เคยกลัวอะไรขนาดนี้มาก่อนในชีวิต
“ นั่นพิษ เ้าเอามือออกมา ! ”
ตี้เฉินรีบะโบอกให้ยามอีกคนที่ไม่ได้าเ็รับรู้ว่านั่นเป็พิษที่สามารถติดต่อผ่านการััเืได้ แต่มันก็สายไปแล้ว
“ ไม่…มะ..มือข้ากำลังละลาย !! อ้ากกกก !!! ”
เสียงกรีดร้องของทหารยามอีกคนที่ถูกเืผสมยาพิษกัดกร่อนเข้าที่ฝ่ามือ ร้องทุรนทุรายก่อนที่จะนิ่งเงียบไป พลางหันกลับไปบอกเหว่ยผิงให้ระวังตัว
“ มันเป็กรด เ้าอย่าไปััเด็ดขาด พวกมันอาจกำลังซุ่มมองเราอยู่ ”
“ ฝีมือของพวกสมาคมแมงป่องแน่ ๆ มัน้ามาสังหารท่าน ตี้เฉิน ”
“ อาจจะเป็ไปได้แต่สิ่งอื่นใดข้าต้องรีบช่วยทหารยามพวกนี้ก่อน ”
สองแขนเหยียดออกเป็รูปหยินหยางพลางใช้ลมปราณแผ่ไปที่ปลายนิ้วหลังจากนั้นตี้เฉินจึงใช้ปลายนิ้วแตะเข้าที่จุดทั่วร่างกายของคนเจ็บอย่างระมัดระวังไม่ให้ถูกพิษ เป็การใช้เคล็ดวิชาสะกัดจุดเพื่อสะกัดไม่ให้พิษนั้นลุกลามไปส่วนอื่นได้
“ เหว่ยผิงเ้าเฝ้าอาการพวกเขาไว้ ถ้าหากพวกมันกลับมาเ้าจงร้องเรียกชื่อข้าดัง ๆ ข้าจะรีบออกไปเก็บสมุนไพรที่ชายป่าใกล้ ๆ นี้ ”
ตี้เฉินสั่งการอย่างรวดเร็ว แววตาที่ดุดันก็พลันทำให้เหว่ยผิงเสียวหลังวาบขึ้นมาเช่นกัน พลันใช้วิชาตัวเบาเหาะเหินเข้าไปในป่าด้วยความชำนาญ
การที่เืเปลี่ยนเป็กรดนั้นเป็ไปได้หลายอย่างแต่การที่เขาจะต้องสลายพิษนั้นก็เป็ปัญหาอย่างมากเพราะไม่สามารถแตะต้องเืของคนเจ็บได้นั่นจึงทำให้วิเคราะห์พิษในเืได้ยากเข้าไปอีก
ตี้เฉินหยุดวิ่งที่กลางป่าอันเต็มไปด้วยพืชพรรณนานาชนิดพอที่เขาจะได้นำมาใช้เป็โอสถสำหรับการแก้พิษอันร้ายกาจนั้น
ลมหายใจเทวะ !!
ทันทีที่เริ่มใช้เคล็ดวิชานั้น เขาถึงััได้ทันทีว่ามีกลุ่มคนที่มีระดับลมปราณอยู่ในระดับปราณวิถีเซียนระดับสูงกำลังดักซุ่มมองตี้เฉินอยู่บนต้นไม้ถึง 5 คน !!
“ ข้ากะเอาไว้แล้ว ”
ตี้เฉินไม่รอช้าเขาเริ่มกวาดวงลมปราณขึ้นเป็วงกลมทันที พลางแผ่ลมปราณพร้อมปล่อยไอจิตสังหารออกมาอย่างเข้มข้น และสิ่งที่ขาดไม่ได้ นั่นก็คือยาปลุกพลังระดับ 10 ที่เขาได้หยิบออกจากกระเป๋าและกลืนเข้าปากไปอย่างรวดเร็ว
มวลลมปราณสีทองเป็ประกายได้พวยพุ่งออกจากตัวของเขาเสียจนคล้ายกับการะเิลมปราณ พลันเงยหน้าขึ้นหาต้นไม้ที่มีกลุ่มคนพวกนั้นเฝ้าดูอยู่และเอ่ยออกมา
“ ทำไมไม่ลงมาคุยกันดี ๆ ล่ะ ”
หลังจากที่กล่าวคำท้า พวกมันก็ลงมาจากต้นไม้ตามที่ตี้เฉินกล่าวไป พวกมันมีทั้งหมด 5 คนจริง ๆ และพวกมันใส่ชุดคลุมสีดำและเหน็บกระบี่ไว้ด้านหลัง แถมระดับลมปราณของมันก็อยู่ในระดับวิถีเซียนขั้นสูง แต่กลับไม่สามารถรับรู้ได้ถึงไอสังหารของพวกมันเลย
“ จะยอมไปกับเราดี ๆ หรือจะต้องให้ใช้กำลัง ”
หนึ่งในนักฆ่าเอ่ยถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเ็า
กระนั้นเองตี้เฉินก้ยังคงร่ายรำกระบวนท่าเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับนักฆ่าทั้ง 5 คนด้วยกระบวนท่าจากคัมภีร์์
“ ข้าเตือนแล้วนะ ”
หลังจากที่นักฆ่าสบถเสร็จ พวกมันก็หยิบโอสถสีดำออกมาจากเสื้อและหยิบเข้าไปในปากอย่างรวดเร็ว
“ นั่นมัน โอสถนั่น !! ”
ภายในไม่กี่พริบตาที่พวกมันกลืนโอสถลงไประดับลมปราณก็เพิ่มขึ้นจนตี้เฉินเองยังต้องตกตะลึงกับโอสถนั่น
“ ระดับลมปราณหัตถ์เทวะ ! ”
ตี้เฉินถึงกับโพล่งออกมา ด้วยสีหน้าประหลาดใจ บนโลกนี้ไม่น่ามีโอสถชนิดใดที่สามารถทำให้ผู้ใช้งานทะลุขีดจำกัดลมปราณไปถึงขั้นนึงได้ไวขนาดนี้
“ มันเป็โอสถที่มีส่วนผสมจากเขี้ยวของเสือดำ ขนของเหยี่ยวสามตา หญ้าเพลิง ”
หนึ่งในพวกมันค่อย ๆ เดินเข้ามาหาตี้เฉิน พลางสบถถึงตัวโอสถสำคัญเมื่อครู่
“ เราเรียกมันว่า โอสถเสือดำ ระดับ 9 มันเป็โอสถเสริมพลังแต่ก็มีระบะเวลาและขอบเขตของมันอยู่เช่นกัน ”
“ เสือดำ ! พวกเ้าไม่ใช่สมาคมแมงป่องอย่างนั้นรึ ”
ตี้เฉินะโออกมาด้วยความสงสัยในตอนนี้เขากำลังสับสนที่จู่ ๆ สมาคมเสือดำก็มาแอบเฝ้าดูเขา แล้วใครกันล่ะที่เป็คนโจมตีทหารยามพวกนั้น
“ ไอหนูท่อ ! ”
เป็เสียงของทหารยามที่ถูกพิษ กำลังใช้กระบี่จี้ไปที่คอของเหว่ยผิง
“ มาทางนี้ไม่งั้นนังนี่ตาย ! ”
“ เ้าถอยมาข้างหลังพวกข้า ปล่อยให้พวกข้าจัดการเอง ”
ตี้เฉินเริ่มงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นเื่ราวในตอนนี้เข้าไปอีก ทุกอย่างกำลังซับซ้อนป่นปี้กันไปหมด
“ ถอยไปไอพวกเสือโสโครก ! ”
“ แมลงตัวจ้อยอย่างพวกเอ็งคิดจะทำอะไรเสืออย่างพวกเราได้ หึ ”
ฉับ !
ภายในพริบตาเดียวที่คมกระบี่ของชายชุดคลุม ตัดเข้าไปที่สันคอของทหารยามอย่างรวดเร็ว
“ ช่วยมากับเราด้วยตี้เฉิน ”
หนึ่งในชายชุดคลุมดำเดินเข้ามาแล้วจึงใช้ผ้าคลุมหัวราวกับนี่เป็ความลับสำคัญ