บทที่ 10
ก่อนหน้านั้นไม่นานเท่าไรนัก“ไปทางซ้ายหรือทางขวาดีน้า.. แต่มันก็มีตั้ง 8 ทาง อื้ม.. หือ ตรงนั้นมีร่องรอยของพลังเวทมนตร์..” มิเชลเดินมาหยุดอยู่ที่แยกแยกหนึ่งที่มีเส้นทางให้ไปต่ออีกแปดเส้นทาง ฐานของพวกโจรนี้ซับซ้อนกว่าที่เขาคิดเอาไว้เสียอีก แต่จู่ๆเขาก็หันไปเห็นทางกำแพงดินด้านหนึ่งที่มีร่องรอยของพลังเวทมนตร์ แน่นอนว่าเขาเอื้อมมือไปแตะมันเบาๆ“เหวอออ!!..” กลไกของเวทย์มันทำงานในทันที และมันสร้างแรงตกใจให้เขาไม่น้อยเลยทีเดียว แท้ที่จริงแล้วมันเป็นประตูลับที่สามารถโผล่ไปที่ห้องด้านในสุดของฐานลับของลัทธิซาลอนแห่งนี้“เจ้าพวกไลท์การ์เด้น มาที่นี่ได้อย่างไร..” คนของลัทธิที่เห็นชุดที่เป็นเอกลักษณ์ของกลุ่มไลท์การ์เด้นก็เอ่ยขึ้นมาด้วยความตกใจเช่นกัน เพราะจู่ๆเขาก็มาปรากฏอยู่ตรงหน้าของพวกมัน ทางเข้าลับนี้มีคนไม่กี่คนในฐานเท่านั้นที่จะทราบว่ามันมีอยู่“นั่นซิ ข้าก็ยังงงๆอยู่.. ว่าแต่เจ้าเป็นพอจะรู้ไหมว่าทางออกมันอยู่ตรงไหน..” มิเชลถามพร้อมกับแตะมือไปทางกำแพงหินอีกครั้ง แต่มันก็ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ คนในลัทธิที่ตอนนี้จับกลุ่มกับอยู่ราวๆสิบคนก็ต่างอึ้งกับคำถามที่เจ้าตัวเอ่ยถามมา มีไอ้บ้าที่ไหนเข้ามาจัดการกับคนอื่นแล้วถามหาทางออก บอกไปพวกเขาก็โง่น่ะสิ“ในเมื่อเจ้าเข้ามาถึงที่นี่แล้ว ก็อย่าหวังจะได้ออกไปเลย.. ข้าไม่บอกหรอกว่ามันต้องใช้กุญแจจากท่านหัวหน้าเท่านั้นมันถึงจะเปิดออก.. เอ๊ะ!! ในเมื่อเจ้ารู้ความจริงแล้วล่ะก็ จงตกตายเป็นผีอยู่ที่นี่เสียเถอะ” คนในลัทธิคนหนึ่งกล่าว และมันก็เผลอพูดออกไปจนได้ถึงวิธีการออกไปจากที่นี่ เมื่อมันรู้ตัวก็พุ่งเข้ามาหวังที่จะจัดการกับเจ้าไลท์การ์เต้นตรงหน้า“อ่อ.. เป็นอย่างนี้นี่เอง ต้องมีกุญแจสินะ..” มิเชลแบมือข้างหนึ่งก่อนที่จะใช้อีกข้างกำมือเหมือนกับค้อนก่อนจะทุบลงไปเบาๆ แสดงให้เห็นว่าเขานั้นเข้าใจเรื่องนี้แล้ว โดยที่ศัตรูก็กำลังลอยพุ่งเข้ามาจากทางด้านหน้ามากกว่าสิบคน มิเชลไม่ได้รู้สึกอะไรกับบุคคลตรงหน้า เขาค่อยๆเลื่อนมือจับไปที่ดาบ และเดินมุ่งไปข้างหน้าอย่างช้าๆ..“ทักษะดาบไร้เงา.. อิไอฉบับซีโร่..” ภายในฐานใต้ดินที่มืดสลัวๆ ปรากฏเป็นแสงจากดาบของมิเชล และมันปรากฏเพียงแค่เสี้ยวของเสี้ยววินาที หากใครไม่สามารถมองตามการเคลื่อนไหวนี้ได้ทัน ก็จะเห็นเพียงแค่มิเชลเดินกุมดาบเอาไว้เพียงเท่านั้น แต่ใครจะไปรู้ว่าการกุมดาบที่พวกมันเห็น การฟันนับร้อยครั้งได้ฟันออกไปแล้ว คลื่นดาบ ความคมที่ผสมโรงกับเวทย์ธาตุลม มันก็ทำให้พวกลัทธิตัวขาดกลายเป็นก้อนเนื้อได้อย่างไม่ยากเย็น กว่าที่พวกมันจะรู้ตัวก็กลายเป็นเจ้าลูกเต๋ากันหลายชิ้นแล้ว จากนั้นมิเชลเดินไปที่ทางเข้าด้านหน้าก็เห็นห้องห้องหนึ่งที่มีแสงสว่าง เขาก็เลยกะว่าจะเดินไปทางนั้น แต่จู่ๆก็ปรากฏคนของลัทธิอีกคนวิ่งมาทางตรงกันข้ามกับเขา และพูดออกมาเสียงดังว่า“หัวหน้า.. พวกมันใกล้บุกมาถึงตรงนี้แล้วขอรับ..” มิเชลที่ได้ยินอย่างนั้นก็ยิ้มออกมา ในที่สุดก็เจอตัวหัวหน้าสักที ไม่รอช้าเขากระโดดพุ่งเข้าไปชักดาบแค่ทีเดียว ก็เพียงพอที่จะทำให้ชายคนนี้กลายเป็นสองส่วนได้แล้ว จากนั้นเขาก็ทำเก๊กนิดหนึ่งก่อนจะพูดขึ้นอย่างหล่อๆ“ทำไมรังโจรนี้มันถึงได้ซับซ้อนอย่างกับรังหนูอย่างนี้เนี่ย คนอื่นๆก็หายไปไหนก็ไม่รู้ ... ว่าแต่พวกเจ้ากำลังทำอะไรกันอยู่อย่างนั้นรึ..” จากนั้นหลังของมิเชลก็พิงไปที่ประตูเพื่อความเท่อีกหนึ่งระดับ“เจ้าคือผู้ใด!!” ชายรูปร่างอ้วนเอ่ยถามกับเขาด้วยความตกใจ และมันก็ถึงเวลาที่มิเชลนั้นรอคอยมาทั้งชีวิต คำกล่าวแนะนำตัวรอบแรกอย่างเป็นทางการของพระเอกที่มักจะมีเสมอๆ“หือ..ข้ารึ.. ข้าคือซีโร่แห่งไลท์การ์เด้น.. เมื่อมีแสงสว่างก็ย่อมมีเงา ตัวข้านั้นเป็นทั้งแสง และเป็นทั้งเงา.. พวกเราไลท์การ์เด้นจะลบพวกเจ้าออกจากแผนที่โลกใบนี้เอง เจ้าพวกลัทธิซาลอน!!..” ประโยคแรกเน้นทำความรู้จัก ประโยคหลังเน้นในเรื่องของการข่มขู่ขวัญศัตรู นี่แหละเพอร์เฟคที่สุด“ซีโร่... หรือเจ้าคือผู้นำแห่งไลท์การ์เด้น.. ไม่ได้การล่ะ ข้าต้องรีบใช้มันก่อนที่จะไม่ได้ใช้..” ชายอ้วนในชุดกาวน์เหมือนกับหมอพูดชื่อของซีโร่ออกมาด้วยความตกใจ ไม่มีใครในลัทธิไม่รู้จักมันผู้นี้ ผู้นำของเหล่าไลท์การ์เด้น ‘ซีโร่’ ด้วยความหวาดกลัวมันหยิบหลอดยาที่มีของเหลวสีชมพู หากดูดีๆแล้วมันช่างน่ารับประทานเอามากๆ หึ!! มิเชลไม่ได้รีบร้อนอะไร มองดูเจ้าอ้วนพุงกางเทของเหลวเข้าปาก อย่างรวดเร็ว.. อึกๆๆๆ เสียงของเหลวกำลังไหลเข้าที่ลำคอ มิเชลเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าไอ้น้ำสีชมพูๆนั่นก็คงจะมีอะไรพิเศษ และมันอาจจะเป็นไม้ตายก้นหีบของมัน ไหนๆนี่ก็อาจจะเป็นการเล่นครั้งสุดท้ายแล้ว เขาก็ขอเล่นมันให้สนุกก็แล้วกัน“ตั้งแต่เจ้าปล่อยให้ข้าได้ดื่มสิ่งสกัดจากเลือดวิเศษทั้ง 9 เจ้าก็ไม่มีทางรอดได้อีกแล้ว.. ถึงจะเสียดายเลือดสายเทพจากเจ้าหญิงนั้นก็ตามเถอะ .. เอาล่ะเจ้าพวกพร้อมจะตายแล้วหรือยัง..ฮ่าๆ” เสียงของชายนักวิจัยหัวเราะออกมาอย่างคลุ้มคลั่ง ประกอบกับร่างกายของมันค่อยๆขยายใหญ่ขึ้นราวกับเป็นอสูรกายตนหนึ่ง จะว่าเป็นปีศาจไปแล้วก็คงจะไม่ผิด กล้ามเนื้อช่วงอกได้ฉีกเสื้อผ้าตัวน้อยของมันออกกลายเป็นกล้ามที่สมบูรณ์แบบ แม้ว่าสีผิวจะกลายเป็นสีดำสนิท แต่ตัวของมันก็ยังหัวเราะ และภูมิใจกับผลงานที่มันวิจัยมา มิเชลที่พิงอยู่ตรงประตูก็มองดูมันอย่างสนอกสนใจ นี่มันอาจจะเรียกได้ว่าเป็นน้ำยาแปลงร่างในตำนานก็ว่าได้“โอ้.. น่ารักจังแฮะ.. มานี่เร็ว เจ้าหมาน้อย” มิเชลมองภาพของชายตรงหน้าที่ตอนนี้กลายสภาพเป็นอสูรหมาป่า หรือจะเรียกอีกอย่างว่ามนุษย์หมาป่าก็ไม่ผิด ด้วยรูปร่างของมันที่ใหญ่ตัว และสูงเกือบๆสามเมตร ใครเห็นก็ต้องวิ่งหนีกันทั้งนั้น แต่มันไม่ใช่สำหรับมิเชล เขาเคยต่อสู้กับมนุษย์หมาป่าที่ตัวใหญ่กว่านี้มาแล้ว“เจ้า!!.. ได้!! ในเมื่อเจ้าต้องการจะดูถูกข้า ข้าก็จะแสดงให้เห็นเองว่าข้าคนนี้ที่เจ้าดูถูกจะขยี้เจ้าให้ตายยังไง” ว่าแล้วมันก็พุ่งตัวเข้ามาหามิเชลอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าฟาด ความเร็วของมันพอๆกับเสือชีตาห์ที่มีความเร็วมากที่สุดในโลกเลยทีเดียว แต่สำหรับมิเชลจัดให้มันอยู่ในประเภทเต่าดินที่เคลื่อนไหวช้าเอามากๆ“เจ้าหมาป่านิสัยไม่ดี.. ไม่เชื่อฟังคำสั่งเจ้านายก็ต้องโดนลงโทษ.. ทักษะดาบลับ เจ็ดดารากระหน่ำแทง..” ทักษะดาบของมิเชลคือทักษะที่วาดดาบของตนเป็นลักษณะคล้ายกับดาวลูกไก่ มันสามารถมองเห็นเป็นภาพติดตาราวกับดวงดาวบนพสุธา ถึงมันจะงดงามมากเพียงใด แต่ผู้คนที่พบเห็นท่านี้นับว่าไม่ตายดีแล้ว เพราะจุดเด่นของทักษะนี้คือการสังหารที่มุ่งเน้นจุดตายทั้ง 7 บนร่างกาย อ๊ากกกกกกกก!!!ตัวของนักวิจัยมนุษย์หมาป่ากระเด็น]vpกลางอากาศอยู่เจ็ดครั้ง ก่อนที่จะปลิวไปทางด้านหลังที่มันจากมา แซนนิต้าที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดก็ต่างตกใจกับทักษะดาบของชายชุดคุมดำที่มีนามว่าซีโร่เป็นอย่างมาก ถึงเธอจะไม่รู้ว่าองค์กรไลท์การ์เด้นคือพวกไหน แต่ถ้าจัดการกับศัตรูอย่างนักวิจัยนี้ก็ยังนับว่าเป็นมิตร“โถ่.. เจ้าหมาน้อยยังไม่ตกตายอีกอย่างนั้นหรือ... เอานี่ไปกินอีกอันเป็นยังไง..” มิเชลที่เห็นว่าหัวหน้าโจรยังไม่ตาย แต่อาการของมันก็ไม่ต่างอะไรกับคำว่าตายไปแล้ว เลือดที่ไหลออกมาจากทวารทั้ง 7 และรูของการแทงดาบเจ็ดดาราที่กระหน่ำแทงไป ลูกไฟดวงน้อยๆในมือของมิเชลค่อยๆพุ่งเข้าไปหาตัวของมัน“อ๊ากกกกกก!! ข้ากำลังจะตายหรือนี่... ฮ่าๆๆๆ จำเอาไว้พวกเราลัทธิซาลอนมีอยู่ทุกที่ และข้าก็เป็นแค่พวกปลายแถวเท่านั้น อย่าหวังว่าจะกำจัดพวกเราได้หมดเลย... จงเตรียมรับความโกรธของท่านผู้นำทั้ง 12 ได้เลย เจ้าซีโร่ .. ไลท์การ์เด้นจะต้องพินาศ..ฮ่าๆ..” เสียงร้องส่งท้ายของเจ้านักวิจัยดังขึ้นด้วยความแค้น และขอเพียงแค่ใครสักคนในลัทธิกำจัดคนตรงหน้าที่ฆ่าเขาได้ มันก็เพียงพอแล้ว...