“หา! อะไรนะ!เมวี่ไปมีเื่กับคาลิกซ์คนนั้นน่ะเหรอ นั่นมันไม่ดีเลยนะ” ทิวลี่พูดอย่างตกอกใ
“ก็ฉันบอกแล้วไงว่ามันเป็อุบัติเหตุน่ะแบบว่าไม่ได้ตั้งใจสักหน่อย”
ทั้งสองลากกระเป๋าไปตามทางเพื่อที่จะไปนั่งรถม้าต่อไปยังโรงเรียนเมวิสเล่าเื่ที่เกิดหน้าตู้ที่นั่งให้ทิวลี่ฟัง ั้แ่ต้นจนจบ
“พวกนั่นน่ะไม่ใช่ลูก ๆ ของพวกที่มีอิทธิพลที่มาจากตระกูลศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นนะ แต่พวกเขายังมีความสามารถมากๆ ถึงขั้นเป็คนดังในโลกเวทมนตร์เลยล่ะ แม้แต่ฉันที่เป็ชาวเซเพนเดสยังรู้จักเลย”
“เธอไม่ใช่ชาวเพกาซิลว่างั้นเหรอ”เมวิสถาม ʻเพราะทิวลี่มาเรียนที่โรงเรียนเพกาซิลว่านี่นาʼ
“ไม่ใช่หรอกนะอย่าเปลี่ยนเื่สิ ถ้าเมวี่รู้ว่าพวกเขาเป็ยังไง อัจฉริยะแค่ไหน เมวี่อาจจะเสียใจที่ไปมีเื่กับพวกนั้นก็ได้นะ”ทิวลี่พูดด้วยน้ำเสียงร้อนรน
เมวิสไม่คิดว่าเด็กอายุ14 จะทำอะไรได้มากมาย อีกอย่างเธอก็ไม่ได้มีพ่อแม่ทำงานในกระทรวงเวทมนตร์ด้วยคงไม่น่าจะเป็ไรหรอก แต่ดูจากปฏิกิริยาของทิวลี่ก็ทำให้เธออดสงสัยไม่ได้
“ถ้าพวกเขาวิเศษวิโสขนาดนั้นไหนเธอลองบอกฉันมาหน่อยสิ” เมวิสถามขึ้นทิวลี่ดูมีทีท่าคันปากร้อนใจอยากเล่าให้เมวิสฟังเต็มที
“ฉันได้อ่านเื่ของพวกเขามาทุกคนเลยเป็การรวมกลุ่มเด็กเทพหัวกะทิที่ดูดีเพอร์เฟคเลยล่ะ เมวี่ก็รู้แล้วใช่มั้ยล่ะจากที่ฉันเล่าพวกเขาไม่ใช่แค่คนจากตระกูลศักดิ์สิทธิ์ ลูกเศรษฐี ลูกนายกรัฐมนตรีหรือผู้มีอิทธิพลแค่นั้นหรอกนะ ที่ทำให้เขามีชื่อเสียง” ทิวลี่เกริ่นซ้ำ
“แล้ว?”เมวิสเอียงคออย่างสงสัย
“อะแฮ่ม!ให้ฉันเกริ่นก่อนสิ เริ่มจากเด็กหนุ่มผมดำคนที่เธอเล่าให้ฟังก่อนละกันเขาน่ะชื่อว่า ลุค เอเมทิสต์ เป็ลูกชายของหัวหน้ากองบัญชาการกองทัพเวทมนตร์สูงสุดเขาถูกฝึกให้จับดาบั้แ่อายุ 6 ขวบ เชี่ยวชาญการใช้ดาบแทบจะเรียกได้ว่าเป็มืออาชีพเลยล่ะนะเขาผ่านการคัดเลือกเป็อัศวินเวทมนตร์ศักดิ์สิทธิ์ ตอนอายุ 12 ปี และเป็คนอายุน้อยที่สุดที่ได้ยศอัศวินระดับ 2มีข่าวลือว่า เขาฆ่าัได้ด้วยตัวคนเดียวตอนอายุ 9 ขวบ อายุ 9 ขวบนะ ไม่ใช่ 19 ว่ากันว่าสายเืของตระกูลเขามีพลังบางอย่างที่สามารถควบคุมัได้ใคร ๆ ก็คาดหวังว่าเขาจะเป็ยอดนักดาบที่เก่งที่สุดแห่งยุคเลยล่ะฉันอยากเห็นตอนเขาเสกดาบออกมาบ้างจัง คงหล่อเท่น่าดู เธอโชคดีชะมัด”ทิวลี่เล่าอย่างชื่นชม ดวงตาของเธอเป็ประกาย เมวิสไม่ได้คิดว่าเธอโชคดีตามที่ทิวลี่พูด
เมวิสรู้สึกเหมือนได้ฟังชีวประวัติของผู้ที่เป็ดังตำนานของเมืองก็ไม่ปานเธอแอบอุทานในใจว่า ʻเื่จริงเหรอ!ʼ อยู่หลายหนเธอแทบไม่อยากจะเชื่อสักเท่าไหร่ ʻถึงจะเก่งแค่ไหนแต่ฆ่าัั้แ่อายุ 9 ขวบได้น่ะ นั้นมันบ้ามาก หรือว่าจะเป็ัตัวเล็ก ๆ น่ะʼ
“ฉันไม่อยากเชื่อเลยมีคนแบบนั้นอยู่จริง ๆ ด้วยเหรอ แล้วยัยคนนั้นล่ะ คนที่ผมทองน่ะ”
“อ๋อเธอคนนั้นชื่อว่า เจสสิก้า มาเจนต้าเธอคือลูกสาวของนายทุนเหมืองทองคำรายใหญ่ของประเทศนี้เลยล่ะ เธอเป็จิตรกรด้วยนะผลงานของเธอเป็ที่จับตามองของคนทั้งโลกเวทมนตร์ รูปภาพของเธอขายได้หลายล้านกีซ่าเลยนะเธอขายรูปแค่รูปเดียว ก็สบายไปทั้งชาติแล้วล่ะ--ฉันล่ะอิจฉาชะมัด เกิดมารวย สวยพร้อมทั้งพร์ ธรรมชาติไม่ยุติธรรมเลยจริงจริ๊ง” น้ำเสียงของทิวลี่ระคนไปด้วยความอิจฉาอยู่หน่อยๆ
“อืม โลกช่างไม่ยุติธรรมเลย”เมวิสเห็นด้วยกับทิวลี่ “แล้ว คาลิกซ์ล่ะ” เมวิสถาม เธอแอบรู้สึกหวาด ๆ กับเื่ที่ทิวลี่จะเล่าทิวลี่เล่าต่ออย่างไม่รอช้า
“เขามีชื่อเต็มว่าคาลิกซ์ โคบอลต์ ลูกชายของนายกรัฐมนตรีกระทรวงเวทย์มนตร์สูงสุดแห่งเพกาซิลว่าเขาเป็นักประดิษฐ์และพัฒนาอุปกรณ์เวทมนตร์ ตอนเขาอายุได้ 8 ขวบ เขาก็สร้าง RedSpider ซึ่งเป็หุ่นยนต์เก็บขยะได้รับรางวัลคบเพลิงนิรันดร์ซึ่งเป็รางวัลสำหรับคนที่ทำความดีความชอบในเื่ใหญ่ ๆ ระดับประเทศ”
“คาลิกซ์สร้างหุ่นยนตร์เก็บขยะเนี่ยนะ!” เมวิสโพล่งขึ้นอย่างไม่อยากเชื่อหูตัวเอง“เขาเป็พวกอนุรักษ์ธรรมชาติงั้นเหรอ” เพราะคาลิกซ์ไม่ได้ดูเป็คนดีที่น่าจะรักธรรมชาติเลยสักนิดสำหรับเมวิสเธอไม่คิดว่าเขาจะทำแบบนั้น
“ใช่สิไม่งั้นคงไม่สร้างหุ่นยนตร์เก็บขยะขึ้นมาทำความสะอาดแม่น้ำเวียนซีในเมืองเพกาซิลเวียได้ขนาดนั้นหรอก”
เมวิสหรี่ตาลงอย่างไม่แน่ใจ
“ยังไม่จบแค่นั้นหรอกนะแล้วเขาก็มีส่วนช่วยในการพัฒนาไม้กวาดเวทมนตร์ที่ใช้ในการแข่งขัน Scopa Racing และยังประดิษฐ์รองเท้าบินได้สร้างแบรนด์ที่มีชื่อเสียงระดับโลกเวทมนตร์อย่าง Calix Choo ยอดขายสูงสุดตลอดกาล เป็นักประดิษฐ์แห่งยุคเลยล่ะอัจฉริยะมาเกิดโดยแท้ หน้าตาก็ดีมาก” ทิวลี่เล่าอย่างออกรสปนไปด้วยน้ำเสียงปลาบปลื้มสุดใจ
“ระวังตัวให้ดีนะเมวี่คาลิกซ์อาจจะประดิษฐ์อะไรมาแกล้งเมวี่ก็ได้ เขาฉลาดมากจริง ๆ” ทิวลี่เตือน
นอกจากเธอจะอึ้งประวัติอันน่าทึ่งของคาลิกซ์แล้วเมวิสรู้สึกใจคอไม่ดี แววตาอาฆาตของคาลิกซ์ลอยเด่นอยู่ในความคิดของเธอ เมวิสคิดว่าคาลิกซ์คงไม่เหนื่อยประดิษฐ์อะไรออกมาแกล้งเธอหรอกเพราะเพียงแค่เขาหยิบไม้กายสิทธิ์ออกมาสาปเธอ นั่นก็คงทำให้เธอขวัญหนีดีฝ่อแล้ว และบางทีเขาอาจจะไม่ได้อยากแค่แกล้งเด็กสาวแต่อยากฆ่าเธอให้ตายมากกว่า
“ฉันจะระวังตัวไว้นะ”เมวิสขมวดคิ้ว เธอแสดงสีหน้าเป็กังวลอย่างไม่ปกปิด ก่อนที่เธอจะส่ายหน้าไล่ความคิดหวาดกลัวของตัวเองออกไป“แล้วคนที่ชื่อว่า ทิโมธี ซะรูเรินล่ะ” เมวิสถามขึ้นน้ำเสียงแฝงไปด้วยความสนอกสนใจ
“ทิโมธี ซะรูเริน ลูกชายของหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านแห่งเพกาซิลว่า เขาคือผู้ที่ฉลาดเกินเด็กไปมากโข สามารถแก้ปริศนาแห่งทรอยได้ในวัย7 ขวบ และยังชนะหมากรุกระดับโลกเวทมนตร์ รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี ตอนเขาอายุเพียง 8ขวบน่ะ ฉลาดล้ำสุด ๆ เลยล่ะ แถมยังเป็นักเขียนนิยายแนวสืบสวนสอบสวนที่มียอดขายถล่มทลายและเขายังถูกไหว้วานให้ไปไขคดีปริศนาต่าง ๆ ในโลกเวทมนตร์ด้วยนะ แล้วยังไขคดีดัง ๆได้ ตั้งหลายคดีแหนะ สุดยอดไปเลยนะว่ามั้ย แถมหน้าตาก็ยังกะเทพบุตร”ทิวลี่เล่าและทำหน้าเพ้อ ๆ เมวิสเองก็รู้สึกประทับใจ เพราะทิโมธีเป็มิตรและเขาก็ใจดีกับเธอมาก
“ยอดไปเลยนะฉันไม่มีเื่เล่าอะไรแบบนั้นให้ตัวเองเลย ธรรมดาสุด ๆ” เมวิสบอก คิดถึงข้อดีของตัวเองเื่อะไรก็ตามที่เธอพอจะเอามาอวดได้ เธอนึกถึง่ที่ยังอยู่ที่บ้านเด็กกำพร้าเธอเคยทำยอดขายคุกกี้ได้สูงที่สุดติดต่อกันสามวันซ้อน เธอสามารถอดอาหารได้หลายวันตอนที่ขายคุกกี้ไม่ได้และถูกลงโทษเมวิสไม่คิดว่าเื่เหล่านี้จะเอามาอวดอะไรใครได้ โดยเฉพาะความสามารถในการอดอาหารนั้นมันน่าเวทนาสิ้นดี
“ก็นะพวกนั้นน่ะ มันคนละชั้นกับเราชัด ๆฉันดีใจที่ได้เป็นักเรียนโรงเรียนเดียวกันและเรียนรุ่นเดียวกับพวกเขาน่ะบางทีอาจจะได้พอพูดคุยหรือได้ทำความรู้จัก แค่นั้นก็ทำให้ความปรารถนาของฉันเป็จริงแล้วล่ะ”
เมวิสรู้สึกว่าการมีตัวตนของคนพวกนั้นทำให้เธอดูแย่ในความคิดของตัวเธอเองเธอจะไม่มีทางและไม่มีวันเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนเ่าั้เด็ดขาด มีคำเปรยไว้ว่าความสุขคือการที่มีชีวิตดีกว่าคนข้างบ้านถ้าเธอเอาตัวเองไปเทียบกับคาลิกซ์ เจสสิก้า หรือใครก็ตามในกลุ่มนี้ล่ะก็ เธอคงมีทางมีความสุขเป็แน่เธอคิด เธอตัดสินใจว่าจะพยายามไม่ยุ่งเกี่ยวหรือเกี่ยวข้องใด ๆถึงแม้เธอจะทำให้คาลิกซ์ หนึ่งในกลุ่มจตุรเทพนั่นหมายหัวเธอก็ตาม
“ก็นั่นแหละกลุ่มเหล่าผู้อยู่เหนือสุดของเหนือสุดในห่วงโซ่อาหารแห่งโลกเวทมนตร์น่ะฉันถึงได้บอกว่ามันเป็เื่ที่แย่มากยังไง ที่เมวี่ไปมีปัญหากับพวกเขาน่ะ”
“ฉันมีปัญหาแค่กับคาลิกซ์นะทิวลี่ไม่ได้มีปัญหากับคนทั้งกลุ่มสักหน่อย” เมวิสสวนกลับไป อีกอย่างเหมือนหนึ่งในกลุ่มนั้นดูจะยอมเป็เพื่อนกับเธอด้วยเธอนึกถึง ทิโมธี เด็กหนุ่มผู้ใจดีกับเธอ
“แต่ไม่ต้องห่วงหรอกนะเมวี่โรงเรียนน่ะใหญ่จะตายไป พวกเขาก็ไม่ใช่พวกที่จะเจอได้ง่าย ๆแค่อาจจะเจอกันในคาบเรียนบางคาบถ้าไม่ได้อยู่ห้องเดียวกัน แต่ก็มีอาจารย์อยู่คาลิกซ์คงทำอะไรเมวี่ไม่ได้หรอก แค่เมวี่ต้องพยายามหนีเขา หลบหน้าเขาเฉพาะ่ชั่วโมงเรียนเท่านั้นเอง”ทิวลี่พยายามแนะนำช่องทางเอาตัวรอดให้เด็กสาว
“นั่นสินะ”เมวิสกล่าวอย่างหวาดระแวง
“ไม่ต้องห่วงนะโรงเรียนน่ะใหญ่มาก เมวี่จะไม่เจอคาลิกซ์ง่าย ๆ หรอก สบายใจได้ ไม่มีวันเจอเลย เมวี่จะปลอดภัยอย่างแน่นอนไม่มีทางเจอหรอกนะ เชื่อฉันสิ” ทิวลี่กล่าวให้กำลังใจเมวิสอย่างแข็งขันพร้อมพูดย้ำอีกหลายรอบว่าเธอไม่น่าจะเจอคาลิกซ์เมวิสรู้สึกใจชื้นขึ้นมานิดหนึ่ง
สายตาอาฆาตมองจ้องเขม็งมาทางเมวิสคาลิกซ์นั่งตรงข้ามกับเธอบนรถม้า ทิวลี่นั่งอยู่ข้างเด็กสาว บนรถม้ามีคนอยู่เพียง3 คน บรรยากาศอึมครึมไม่มีใครพูดอะไรเลย เมวิสและทิวลี่คุยกันเพลินจนทำให้หลงทางกับคนอื่นและเดินไปผิดทางแต่พวกเขาทั้ง 3 คน ก็ไม่พลาดรถม้าเที่ยวสุดท้ายที่พาพวกเขาไปยังโรงเรียนลิเบอร์ลิเทีย
“สวัสดีค่ะคุณคือคาลิกซ์ โคบอลต์สินะคะ ฉันชื่นชอบผลงานการสร้างรองเท้าบินได้ของคุณมากเลยฉันมีตั้ง 3 คู่แหนะ คอลเลกชันใหม่นั้นน่ะเยี่ยมยอดมากบินได้นานกว่าคอลเลกชันก่อนเยอะเลย ใช้งานได้ดีเยี่ยมเลยล่ะค่ะ”ทิวลี่พูดขึ้นอย่างสุภาพและยิ้มแย้ม เธอหวังว่าเธอจะช่วยกำจัดบรรยากาศอึมครึมในตอนนี้ลงได้บ้าง
คาลิกซ์ไม่ตอบทิวลี่และไม่ได้มองไปยังเธอด้วยซ้ำดวงตาคู่นั้นจ้องใบหน้าหวาดหวั่นของเมวิสเขม็ง
เด็กสาวรู้สึกอยากจะมุดร่างลงไปใต้พื้นดินเธอพยายามทำตัวให้เล็กที่สุดเท่าที่จะเล็กได้เวทมนตร์ที่เธออยากใช้ได้ที่สุดในตอนนี้คงจะเป็เวทมนตร์ในการหายตัวได้หรือเสกให้เธอกลายเป็ขี้เถ้า เธอกำลังคิดว่าเธอควระโลงจากรถม้าเลยดีมั้ย
ผ่านไปสักพักหนึ่งแล้วแต่คาลิกซ์ยังจ้องหน้าเธออย่างไม่ลดละ บรรยากาศน่าอึดอัดไม่มีใครพูดอะไรเลยในที่สุดเมวิสก็ตัดสินใจเริ่มบทสนทนาขึ้น
“นายเองก็หลงทางเหมือนกันเหรอ?”เมวิสถามขึ้นอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ
“ฉันแค่ลืมของแล้วกลับไปเอาเลยมาช้า ฉันไม่ได้โง่เดินหลงทางแบบเธอหรอก!” คาลิกซ์กระแทกกระทั้นน้ำเสียงไม่เป็มิตรสุด ๆ
“ฉันขอโทษเื่ที่ผ่านมาจริงๆ นะ ฉันไม่--” เมวิสยังพูดไม่ทันจบ คาลิกซ์ก็ชักไม้กายสิทธิ์ออกมา เมวิสรีบยกมือขึ้นมาป้องกันใบหน้าของเธอคาลิกซ์มองท่าป้องกันของเด็กสาวอย่างเวทนา เมื่อไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมวิส ค่อย ๆ เอาการ์ดลงเธอเห็นคาลิกซ์ชี้ไม้กายสิทธิ์ไปที่คอเสื้อ เสกให้เนกไทผูกเองอย่างเรียบร้อย
“งี่เง่า”เขาพึมพำอยู่ในลำคอ
รถม้าเดินทางมาถึงโรงเรียนเวทมนตร์คาลิกซ์เดินลงไปจากรถเป็คนแรก ไปรวมกลุ่มกับเพื่อน ๆ ของเขา เมวิสหันมาถลึงตาใส่ทิวลี่เป็เชิงว่าʻไหนบอกว่าจะไม่เจอยังไงล่ะʼ
“อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้ทำอะไรเมวี่เลยนะ เมวี่โอเคปลอดภัยแล้วล่ะเดี๋ยวเขาก็คงจะลืมไปเองแหละ” ทิวลี่บอก พวกเธอเองก็ลงจากรถม้าไปสมทบกับคนอื่น ๆ
เมวิสรู้สึกอยากไว้อาลัยให้ตัวเธอเองหลังจากนี้จะเกิดเื่อะไรอีกขึ้นนะ เธออดสงสัยไม่ได้
ใครอยากอ่านต่อเอาชื่อเื่ไปเสริชหาใน readAwrite ได้เลยค่ะ อัพลงเว็ปนั้นเป็หลักนะคะ