อะ...อ๊อก! ชายที่โดนวาสแทงลำคอด้วยนิ้วชี้ลมหายใจติดขัด ตาเหลือกขาว ตัวเกร็งชักกระตุก เหล่านักสู้ที่กำลังวิ่งตะบึงมาหยุดชะงักตัวแข็งทื่อเป็นรูปปั้น ลืมหายใจไปชั่วขณะ อะไร....นั่นอะไรกัน! ทำไมนิ้วบางๆนั่นถึงแทงเข้าที่คอคนเหมือนเป็นอาวุธมีคมได้? คำถามนี้ผุดขึ้นในใจทุกคน แต่ตัวการกลับเฉยเมยถอนนิ้วออกมาปล่อยร่างไร้ลมหายใจทิ้งดิ่งลงกับพื้น
ในตอนที่ทุกคนยังอยู่ในความตกตะลึง วาสกลับคิดขึ้นในใจว่า
‘ในที่สุดเราก็ใช้ร่างกายสู้ตรงๆได้สักที’
อดีตที่ผ่านมามีหลายครั้งที่วาสพบผู้ที่สามารถสังหารคนอื่นได้โดยใช้ร่างกายเพียงอย่างเดียวไม่มีเทคนิคอะไรทั้งนั้นอย่างขุนพลก็อบลินจีซัสที่ฆ่าทหารอาสาราวกับผักปลาหรือไออ้อนที่กระทืบวาสประหนึ่งเป็นกระสอบทราย
ในความคิดของวาส อาวุธ ชุดเกราะ หรืออุปกรณ์สนันสนุนการต่อสู้อื่นๆไม่นับเป็นความแข็งแกร่งที่แท้จริง
ความแข็งแกร่งที่แท้จริงสำหรับวาสคือตัวเขาเท่านั้น ทั้งร่างกาย ค่าสถานะ เลเวล และสกิล สิ่งเหล่านี้จะติดตัวเขาไปจนตายไม่จากไปไหน
“แต่รู้สึกไม่ค่อยชินเลยแฮะ”วาสบ่นพึมพำคนเดียว แขนอีกข้างที่ห้อยอยู่ข้างลำตัวเคลื่อนไหวในฉับพลันราวกับอสรพิษฉกเข้าที่ลำคอของชายผิวคล้ำที่อยู่ใกล้ตัวเขาที่สุด เกร็งนิ้วมือทั้ง 5 จิกเข้าไปในลำคอแล้วกระชากเนื้อก้อนใหญ่หลุดออกมาโดยที่ชายผิวคล้ำไม่อาจเอื้อนเอ่ยอะไรออกมาสักคำเพราะเส้นเสียงที่ฉีกขาด
เส้นเลือดใหญ่ที่ไร้การเชื่อมต่อพ่นเลือดออกมาราวกับสายน้ำ
ผู้ชมที่นั่งอยู่บนอัฒจันทร์กลืนน้ำลายอึกใหญ่ บางคนตัวสั่นอย่างควบคุมไม่อยู่
แต่ความรู้สึกของผู้ชมเทียบไม่ได้กับเหล่าศัตรูของวาสที่อยู่บนสังเวียนกรงเหล็ก พวกเขารู้สึกเสียวที่ลำคอวูบ เกิดความรู้สึกหวงแหนลำคอของตนขึ้นมา
“ระ...รุมฆ่ามันเลย! ไม่อย่างนั้นมันฆ่าเราทิ้งหมดแน่!”
“ว้ากกกกก”ฝ่ายตรงข้ามวาสตะโกนปลุกใจ ข่มความกลัวดาหน้าเข้าหาวาส
ใบหน้าใต้หน้ากากยิ้มเย็นดวงตาทอประกายราวกับสัตว์ร้าย จากนั้นเขาก็เริ่มต้นการสังหารหมู่!
นิ้ว หมัด ศอก เข่า เท้า แขน ขา วาสสะบัดไปทั่วทิศทาง
ทุกครั้งที่นิ้วของวาสแทงเข้าไปที่ร่างกายใครจะต้องมีชิ้นส่วนหลุดออกมา ชายหนุ่มลองเกร็งกำลังแขนสุดตัว นิ้วทั้ง5เรียงชิดติดกันเป็นปลายดาบ แทงเข้าไปที่ช่องท้องทะลุออกด้านหลัง!
อ๊ากกกก!
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังขึ้นไม่ขาดสายพร้มกับชายคนหนึ่งที่ถูกดึงกระดูกซี่โครงออกมา
ฝูงคนที่พากันรุมล้อมเข้าหาวาสต่างพากันบดบังทัศวิสัยของกันและกัน ทำให้คนข้างหลังไม่อาจมองเห็นได้ว่าด้านหน้าเกิดอะไรขึ้น สิ่งเดียวที่รับรู้ก็คือเสียงกรีดร้องที่พ่นออกมาไม่หยุด
การสังหารดำเนินต่อไป ในไม่ช้าจากจำนวน 50 ก็ลดเหลือเพียงแค่ 30 กว่าคน ! นับว่าเป็นความเร็วที่น่าตื่นตระหนก แต่กับวาสนั้นมันเป็นเรื่องปกติ หากปล่อยให้เขามีอาวุธในมือวาสชื่อว่าเขาสามารถสังหารคนทั้งหมดได้ภายในเวลาน้อยกว่า 20 นาทีเท่านั้น!
พื้นสังเวียนกรงเหล็กเต็มไปด้วยเศษชิ้นส่วนอวัยวะมนุษย์และซากศพไม่สมประกอบกระจายเกลื่อน คนดูบางคนถึงกับทนมองภาพสยองไม่ไหวสลบเหมือดคาที่นั่ง แต่ก็ยังมีผู้ชมโรคจิตบางคนยังตะโกนเชียร์อย่างเมามัน สายตาวิกลจริตมองการกระทำของวาสอย่างหลงใหลจนเกือบจะเข้าขั้นคลั่งไคล้!
กริมม์ที่ยืนกอดอกอยู่บนแท่นสูง กำลังมีใบหน้าแข็งค้าง เขาไม่คิดว่าวาสจะมีพลังมากขนาดนี้ แต่ไม่นานเขาก็กลับสู่สภาวะปกติ ชายใบหน้าน่ากลัวหันไปมองผลตอบรับของผู้ชมก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าคนเหล่านี้ส่วนใหญ่ล้วนเดิมพันว่าวาสจะไม่รอด แล้วถ้าหากวาสรอดละ? คอร์เหล่านั้นก็คงไม่พ้นตกลงไปในกะเป๋าของกริมม์
“ฉันจะรวยแล้ว อ้ะ!”กริมม์ตะโกนขึ้นด้วยความยินดี แต่ก็ต้องชะงักเมื่อนึกขึ้นได้ว่าไอ้หนุ่มหน้ากากนั่นมันก็เดิมพันข้างตัวเองถึง 10 ล้านดิล!
10ล้านดิล...10เท่า...100ล้านดิล!!!
กริมม์หน้าเปลี่ยนสี ร่างกายเปลี่ยนเป็นหุ่นกระบอก คอร์ 100 ล้านดิล ต่อให้เป็นกริมม์ก็ยังไม่มีคอร์จำนวนมหาศาลขนาดนั้น
ความรู้สึกของกริมม์ราวกับถูกสับสวิตซ์
“มันต้องตาย!!”เจตนาสังหารแรงกล้าผุดวาบออกจากดวงตาของกริมม์ เขาปรายตาไปมองนักสู้บางคนในสังเวียนกรงเหล็ก
ตลอดเวลาที่ผ่านมา ท่ามกลางการสังหารฝ่ายเดียวในสังเวียนกรงเหล็ก มีคนอยู่กลุ่มหนึ่งที่ยังไม่เข้าร่วมการต่อสู้กับวาส
และในคนกลุ่มนี้มีชายสามคนที่ไม่ได้มองดูวาสตลดเวลาแต่คอยเหลือบมองออกไปนอกสังเวียนกรงเหล็กเป็นระยะๆ
ทันทีที่เห็นกริมม์ปรายตาบอกใบ้อะไรบางอย่าง จิตใจของพวกเขาก็ตกวูบลง
ชายทั้งสามคนมีฉายาว่า นักรบภูผา นักล่าลมกรดและเซียนพนันร้อยเล่ห์ พวกเขาคือคนของกริมม์ที่ถูกส่งเข้ามาในสังเวียนเป็นตาย โดยที่แต่ละคนไม่เคยรู้จักกันมาก่อนและไม่รู้ด้วยว่าอีก 2 คนก็คือลูกน้องของกริมม์เช่นกัน
ที่กริมม์ไม่ต้องการให้ทั้งสามคนรู้จักกันก็เพราะกฎเหล็กของสังเวียนเป็นตายที่จะต้องมีผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียว
ทั้งสามรับรู้ถึงความต้องการของกริมม์ผ่านทางสายตา ในใจของเขาปรากฏความลังเล อันที่จริงทั้งสามคนต่างก็มีฝีมือและชื่อเสียงพอสมควร แต่พอมาเห็นการเข่นฆ่าฝ่ายเดียวอันน่าสยดสยองของวาสก็ทำพวกเขาใจฝ่อไปหลายส่วน
ในที่สุดชายร่างยักษ์ผู้มีฉายานักรบภูผาก็ไม่อาจจะทนต่อสายตากดดันของกริมม์ไหว ถ้าเขาไม่ทำตามคำสั่งของกริมม์ต่อให้วาสตายแล้วเขารอดออกไปได้ สุดท้ายกริมม์ก็ต้องสั่งเก็บเขาข้อหาขัดขืนคำสั่งอยู่ดี
“ถอยไปโว้ย!”นักรบภูผาผลักคนที่ขวางทางให้หลบออกแล้วกู่ร้องคำรามพุ่งทะยานเข้าหาวาส
นักล่าลมกรดและเซียนพนันร้อยเล่ห์ลอบยินดีขึ้นในใจ ก่อนที่นักล่าลมกรดจะลอบแฝงตัวไปกับกลุ่มคนเตรียมหาจังหวะลอบสังหารวาสทีเผลอ แต่เซียนพนันร้อยเล่ห์กลับยืนนิ่งอยู่กับที่จับจ้องการเคลื่อนไหวของวาสไม่วางตา
“ตายซะไอ้โรคจิต!”นักรบภูผาแผดเสียงร้องเงื้อกำปั้นขึ้นสูงและชกเข้าใส่ใบหน้าของชายสวมหน้ากาก
ดวงตาวาสเหลือบมองชายร่างใหญ่อย่างไม่แยแส เกร็งนิ้วกางออกในรูปแบบกรงเล็บสัตว์เตรียมกระชากคอหอยของนักรบภูผาออกมา
แต่ในขณะที่กำปั้นหนากำลังจะทุบลงมาที่หน้าเขา ในหัวของวาสก็เกิดอาการเสียวแปล๊บขึ้น ชายหนุ่มหนุ่มรีบเปลี่ยนจากท่ากางนิ้วเป็นกำหมัดและชกสวนออกไป
ปัง!
หมัดของทั้งสองปะทะกับเสียงดัง แขนของวาสสะบัดไปข้างหลังอย่างแรง แรงกระแทกทำให้วาสเซถลาไปด้านหลังสองก้าว แขนข้างที่ปะทะเมื่อครู่เกิดอาการปวดหนึบจนเกือบจะชา
ภาพในดวงตาของวาสก็คือก่อนที่หมัดของทั้งคู่จะกระทบกันหมัดของนักรบภูผาก็เกิดการปะทุพลังขึ้นทำให้แรงที่ส่งมามากขึ้นพอสมควร
‘สกิลงั้นหรอ’
ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเจอคนที่มีสกิลในครอบครองสำหรับคนที่มีชื่อเสียงดังเช่นนักรบภูผา
นักสู้ในสังเวียนกรงเหล็กเห็นวาสถูกทำให้ล่าถอยเป็นครั้งแรกก็โห่ร้องเสียงดัง ในใจมีความหวังที่จะรอดชีวิตออกไปจากสังเวียนกรงเหล็กแห่งนี้
“ฮ่าๆๆ นึกว่าจะแน่ ที่แท้ก็ไม่เท่าไหร่นี่หว่า”นักรบภูผาย่ามใจ พุ่งทะยานเข้าหาชายสวมหน้ากาก
วาสแค่นเสียงกระโจนเข้าหานักรบภูผาเช่นกัน เพียงพริบตาทั้งคู่ก็กลับมาประชิดตัวกันอีกรอบ นักรบภูผาส่งหมัดข้าที่สีข้างของวาสเต็มแรง ทว่าวาสกลับหมุนตัวหลบด้วยความเร็วที่หน้าทึ่งและกระซิบเบาๆที่ข้างหูของนักรบภูผาว่า
“มีดีแค่นี้เองหรอ”
อ๊ากกกก!
นักรบภูผากรีดร้องเสียงแหลม หลังจากวาสหลบหมัดของนักรบภูผาได้ นิ้วชี้และนิ้วกลางของก็แทงเข้าที่ลูกตาของนักรบภูผาในฉับพลัน!
“หือ! พวกลอบกัดงั้นหรอ”เดิมทีวาสตั้งใจจะจัดการปิดชีวิตนักรบภูผาแต่เขาก็สัมผัสได้ว่ากำลังจะมีคนลอบกัดจากด้านหลัง
สกิลกำแพงดิน!
ปัง! อั๊ก!
กำแพงดินผุดทะลุกระเบื้องหินขึ้นมาขวางกั้นวาสกับนักล่าลมกรดไว้ ทีแรกวาสกังวลเล็กน้อยว่าจะสามารถใช้สกิลกำแพงดินในสังเวียนแห่งนี้ได้หรือไม่เพราะไม่รู้ว่าที่ใต้กระเบื้องหินมีดินอยู่หรือเปล่า แต่เมื่อเห็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเขาก็เหยียดยิ้มพอใจ
และนับเป็นโชคร้ายของนักล่าลมกรด ที่กระเบื้องหินที่ถูกดันขึ้นมาลอยไปกระแทกที่หน้าของเขาอย่างพอดิบพอดี
วาสเคลื่อนกายไปอยู่ที่หลังของนักรบภูผาที่กำลังกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง มือหนึ่งดันหลังศีรษะอีกมือหนึ่งจับปลายคางและออกแรงบิดร่างรวดเร็ว เสียงกระดูกลั่นกร๊อบ ศีรษะนักรบภูผาหมุน 360 องศาล้มตัวลงนอนแน่นิ่งไป
“แกกกก!”นักล่าลมกรดเค้นเสียงเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงภายในวินาทีเดียวก็บรรลุถึงหน้าวาส คิดอาศัยโอกาสที่วาสพึ่งลงมือฆ่านักรบภูผาโจมตีเขา
หากเป็นคนทั่วไปคงไม่อาจจะมองการเคลื่อนไหวของนักล่าลมกรดได้ทัน แต่ไม่ใช่กับวาส
หมับ! ปัง!
ทันทีที่นักล่าลมกรดมาโผล่หน้าวาส เขาก็เอื้อมมือไปคว้าเข้าที่ใบหน้าของนักล่าลมกรดอย่างไม่ทันตั้งตัวและกระแทกศีรษะของไปฝังไว้ที่กำแพงดินเต็มแรง!
ศีรษะของนักล่าลมกรดจมยวบลงไปในกำแพงดิน ความคิดในหัวนักล่าลมกรดหมุนคว้าง วาสปล่อยออกจากใบหน้าเขาทำให้นักล่าลมกรดมองเห็นภาพตรงหน้าได้อีกครั้ง แต่สิ่งที่ตามมาก็คือกำปั้นขนาดพอเหมาะที่กระแทกเข้าที่หน้าของนักล่าลมกรด ก่อนที่สติของเขาจะหลุดหายไปตลอดกาล
นักสู้ในสังเวียนต่างรู้สึกคอแห้งผากความหวังของพวกเขาได้ตายไปแล้วต่อหน้าต่อตา
สายตาเย็นชากวาดมองคนที่เหลือ ที่ตอนนี้เหลือเพียงแค่สิบกว่าคนเท่านั้น คนเหล่านี้ในสายตาวาสไม่ต่างจากฝูงหมาป่าขี้ขลาดที่ทำได้เพียงรอลอบกัดเขาเท่านั้น
“เรามาทำเรื่องสนุกๆกันดีกว่า”วาสพุ่งเข้าหากลุ่มคนที่เหลือ พวกเขาต่างแตกฮืออกด้วยความหวาดกลัวแต่สุดท้ายก็มีคนหนึ่งที่ถูกวาสจับได้อยู่ดี
“ไม่! ไว้ชีวิตผมด้วยเถอะ อ๊ากกก!”วาสลงมือหักแขนขาทั้ง 4 ของเหยื่อ เสียงอ้อนวอนขอความเมตตาดังขึ้นไม่ขาดสายแต่ชายหนุ่มหาได้สนใจไม่ เขาปล่อยร่างที่เคลื่อนไหวไม่ได้ลงพื้นและนั่งทับลงไป
วาสมองไปทั่วๆตัวของเหยื่อเขาราวกับกำลังประเมินบางอย่าง จากนั้นจึงจ้วงแทงเข้าไปที่ขมับของเหยื่อ
ร่างที่อยู่ใต้ก้นเขาชักกระตุกจากนั้นก็สิ้นลมหายใจ วาสส่ายหน้าอย่างไม่พอใจที่จริงเขาตั้งใจให้ปลายนิ้วทะลุออกอีกฝั่งแต่ศีรษะมนุษย์มีขนาดใหญ่มากเกินไป
วาสไปจับเหยื่อมาอีกคนและลงมือทำลายแขนขาดังเดิม จากนั้นก็ทำมือเป็นรูปดาบและตวัดฟันด้วยสันมือความเร็วสูง
ฉับ!
คอของเหยื่อห้อยล่องแล่งแต่ไม่ได้ขาดทั้งหมด วาสมองสันมืออย่างไม่พอใจ หากเขาต้องการใช้มือต่างดาบจริงๆเขาต้องมีความเร็วมากกว่านี้
นักสู้ถูกวาสจับไปทีละคนแต่ละคนก็จะถูกวาสทำลายแขนขาให้อยู่เฉยๆ แล้วจากนั้นก็ถูกเข้าใช้เป็นเป้าซ้อมท่าสังหารต่างๆ
นักสู้ที่เหลือได้แต่เฝ้ามองคนรอบกายตายไปทีละคนๆ จิตใจของพวกเราเริ่มที่จะแตกสลายไปช้าๆ
สุดท้ายนักสู้ที่เหลือก็ทนไม่ไหวพยายามจบชีวิตตัวเองเพื่อที่จะไม่เป็นเหยื่อของวาส น่าเสียดายที่สังเวียนกรงเหล็กนี้ไม่มีอาวุธสักชิ้น การฆ่าตัวตายจึงเป็นเรื่องยากลำบาก
จนสุดท้ายก็ไม่มีใครฆ่าตัวตายได้สำเร็จและถูกนำไปเป็นเป้าซ้อมของวาสจนเหลือเพียงคนเดียว
และบุคคลผู้โชคดีคนนั้นคือชายที่มีดวงตากลิ้งกลอก เซียนพนันร้อยเล่ห์!
หลังจากที่สังหารเหยื่อรายล่าสุดเสร็จวาสก็พ่นลมหายใจออกมายาวเหยียด หันหน้าไปมองเหยื่อรายสุดท้าย
เพียงสบตากับวาส เซียนพนันร้อยเล่ห์ก็เข่าอ่อนไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงจะยืนขึ้น ไม่คิดว่าตนจะต้องมาจบชีวิตที่นี่
ดวงตาเอ่อคลอไปด้วยน้ำตาโขกศีรษะลงกับพื้นเสียงดัง
“ได้โปรดปล่อยผมไปเถอะครับ! ผมถูกบังคับให้มาที่นี้ ครอบครัวของ...”
กร๊อบ!
วาสกระทืบเท้าลงบนศีรษะเซียนพนันร้อยเล่ห์ในครั้งเดียวด้วยแววตาเฉยเมย จากนั้นก็หันไปมองกับกริมม์ที่ยืนหน้าซีดปากสั่นราวกับจับไข้อยู่บนแท่นสูง
“ฉันออกไปได้หรือยัง?”