ตอนที่1:กาแฟแก้วนั้น... กับวันหายนะ
_______________________________________________
“สายแล้ว! สายแล้ว!ตายแน่ไอ้ข้าวเ้าเอ๊ย!”
เสียงบ่นพึมพำด้วยความร้อนรนดังแข่งกับเสียงฝีเท้าที่วิ่งรัวเร็วบนทางเดินหน้าตึก‘CTTower’ ตึกระฟ้าใจกลางเมืองซึ่งเป็ที่ตั้งของ CT Groupบริษัทั์ใหญ่ที่ใครๆ ก็ใฝ่ฝันอยากเข้ามาทำงาน... รวมทั้ง ‘ข้าวเ้า’ นักศึกษาปี 4 ที่เพิ่งได้รับคัดเลือกเข้ามาฝึกงานในแผนกการตลาดด้วย
แต่วันนี้...วันแรกของการฝึกงาน เขาก็ดันตื่นสาย!
นาฬิกาข้อมือบอกเวลา 08.55น. อีก 5 นาทีจะเข้างานสายข้าวเ้ากระชับกระเป๋าสะพายแน่นมือขวากำแก้วอเมริกาโน่เย็นเจี๊ยบที่เพิ่งแวะซื้อมาเพื่อปลุกตัวเองให้ตื่นเต็มตาขาสั้นๆ ภายกางเกงสแล็คสีดำรีบซอยเท้าถี่ๆ เข้าสู่โถงลิฟต์
“รอด้วยครับ! รอด้วย!”เขาะโเรียกเมื่อเห็นประตูลิฟต์กำลังจะปิด
โชคดีที่คนในลิฟต์กดเปิดรอข้าวเ้าแทรกตัวเข้าไปพร้อมรอยยิ้มหวานหยดย้อยที่ใครเห็นเป็ต้องใจอ่อน“ขอบคุณครับพี่... แหะๆ เกือบไม่ทัน”
เมื่อออกจากลิฟต์ที่ชั้น 25ข้าวเ้าก็สับตีนแตกอีกครั้งเพื่อไปยังแผนก แต่ทว่า...ตรงหัวมุมทางเดินหินอ่อนขัดมันวาววับนั้นเอง หายนะก็ได้บังเกิด
ร่างโปร่งเลี้ยวโค้งโดยไม่ทันระวังแรงเหวี่ยงจากการวิ่งทำให้เขาเบรกไม่อยู่และภาพตรงหน้าคือแผ่นอกกว้างภายใต้เสื้อสูทสีเทาเข้มราคาแพงระยับ
โครม!!
แรงปะทะทำให้ข้าวเ้าเซถอยหลังเกือบล้มแต่สิ่งที่เลวร้ายกว่าคือแก้วกาแฟในมือ... ฝาครอบหลุดกระเด็นน้ำสีดำเย็นเฉียบราดรดลงบนแผงอกแกร่งของชายหนุ่มร่างสูงตรงหน้าจนชุ่มโชกกลิ่นกาแฟหอมกรุ่นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
“เฮ้ย!”ข้าวเ้าอุทานลั่น หน้าซีดเผือด
บรรยากาศรอบข้างเงียบกริบราวกับมีคนกดปุ่มหยุดเวลาพนักงานแถวนั้นหยุดเดินและหันมามองเป็ตาเดียว
ชายหนุ่มผู้โชคร้ายยืนนิ่งไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย เขาค่อยๆก้มลงมองคราบกาแฟที่เปรอะเปื้อนเสื้อเชิ้ตสีขาวและสูทตัวหรูก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองตัวต้นเหตุช้าๆ
ข้าวเ้าเงยหน้าขึ้นมอง...และวินาทีนั้นเขาก็เหมือนต้องมนตร์สะกด
ผู้ชายคนนี้... หล่อมากหล่อวัวตายความล้ม ใบหน้าคมคายผสมผสานระหว่างตะวันตกและตะวันออกได้อย่างลงตัวจมูกโด่งเป็สัน รับกับริมฝีปากหยักลึกแต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือดวงตาคู่คมกริบสีสนิมเหล็กภายใต้กรอบแว่นเลนส์ใสมันฉายแววเ็าและดุดันจนข้าวเ้าขนลุกซู่
“นะ... นาย...”ข้าวเ้าอึกอัก “ผมขอโทษครับ! ผมไม่ได้ตั้งใจจริงๆ คือผมรีบไปหน่อย...”
มือเรียวรีบคว้าผ้าเช็ดหน้าออกจากกระเป๋ากางเกงพยายามจะเช็ดคราบกาแฟบนอกแกร่งนั้นด้วยความลนลานแต่ทันทีที่ปลายนิ้วััโดนเนื้อผ้า...
หมับ!
มือหนาคว้าข้อมือเล็กเอาไว้แน่นแรงบีบมหาศาลทำเอาข้าวเ้านิ่วหน้าด้วยความเจ็บ
“อย่า... แตะ”เสียงทุ้มต่ำดังลอดไรฟัน มันไม่ได้ตะคอก แต่กลับทรงพลังและน่าเกรงขามจนน่ากลัว
“คะ... ครับ?” ข้าวเ้าตัวสั่น
ชายหนุ่มร่างสูงดึงข้อมือข้าวเ้าเข้ามาใกล้จนใบหน้าหวานอยู่ห่างจากปลายจมูกโด่งเพียงคืบกลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกลิ่นกายบุรุษเพศกระแทกเข้าจมูกข้าวเ้าอย่างจัง
“นายรู้ไหม...ว่าสูทตัวนี้ราคาเท่าไหร่?” ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่กำลังตื่นตระหนก
“ผะ... ผมไม่ทราบครับแต่ผมยินดีชดใช้ค่าซักรีดให้...”
“ซักรีด?” มุมปากหยักยกยิ้มเหยียดหยัน “สูทสั่งตัดพิเศษจากอิตาลี ผ้าไหมแคชเมียร์...ซักไม่ได้ และราคามันแพงกว่าเงินเดือนเด็กฝึกงานอย่างนายทั้งปีรวมกันซะอีก”
ข้าวเ้าอ้าปากค้าง สมองประมวลผลคำว่า‘เด็กฝึกงาน’ ทันที เขารู้ได้ยังไง?
คาร์เตอร์ปรายตามองป้ายชื่อที่ห้อยคอเด็กหนุ่มแวบหนึ่งก่อนจะปล่อยมือข้าวเ้าออกอย่างแรงราวกับรังเกียจ
“เก็บมือซนๆ ของนายไปซะ”คาร์เตอร์ก้มลงกระซิบข้างหู น้ำเสียงแหบพร่ายั่วยวนแต่แฝงยาพิษ“แล้วเตรียมตัวหางานใหม่ได้เลย... ไอ้เด็กซุ่มซ่าม”
เขาสะบัดหน้าเดินจากไปพร้อมกับกลุ่มผู้ติดตามที่เพิ่งวิ่งหน้าตื่นเข้ามาล้อมหน้าล้อมหลังทิ้งให้ข้าวเ้ายืนเคว้างคว้างอยู่กลางโถงทางเดินท่ามกลางสายตาสงสารแกมสมเพชของพนักงานคนอื่นๆ
ข้าวเ้าก้มมองมือตัวเองที่ยังแดงเป็รอยนิ้วมือความรู้สึกผิดเริ่มจางหายไป แทนที่ด้วยความหมั่นไส้
“อะไรวะ!คนอุตส่าห์ขอโทษดีๆ พูดจาหมาไม่แดก... หล่อตายล่ะไอ้ฝรั่งขี้นก!”เขาบ่นอุบอิบกับตัวเอง ก่อนจะก้มลงเก็บแก้วกาแฟที่ตกพื้น
“น้องครับ...”พี่พนักงานชายคนหนึ่งเดินเข้ามาสะกิด “รีบไปรายงานตัวเถอะ แล้ว...เตรียมใจไว้ด้วยนะ”
“ทำไมเหรอครับพี่?”ข้าวเ้าถามอย่างงงๆ
“ก็คนเมื่อกี้น่ะ...”พี่พนักงานกลืนน้ำลาย “นั่น คุณคาร์เตอร์ ประธานบริหารคนใหม่ของ CTGroup... เ้าของฉายา ‘จอมเชือด’ที่เพิ่งบินกลับมาจากอเมริกาไงล่ะ!”
แก้วกาแฟในมือข้าวเ้าร่วงลงพื้นอีกรอบ
“ฉิบ... หาย... แล้ว...”
_______________________________________________