เปรี้ยง! ตู้ม! เปรี้ยง! ปั้ง!
เสียงบางสิ่งถูกตีดังสนั่นไปทั่วบริเวณผู้ฝึกตนโดยรอบต่างพากันนิ่งเงียบกับภาพตรงหน้า มนุษย์ปลาตัวใหญ่ ผู้ฝึกตนระดับราชาปราณ ถูกชายหนุ่มสวมกางเกงผ้าฝ้ายตูด้วยท่อนไม้ใส่กำแพงที่มองไม่เห็นเด้งไปกลับไม่ยอมหยุด
ร่างของมนุษย์ปลาเกร็ดหลุดออกเกือบทั่วทั้งร่างตัวของมันระบบไปหมด ความสามารถทั้งหมดที่มันมี กระบวนท่า เคล็ดวิชา พลังธาตุล้วนใช้ออกมาแบบไม่มีกั๊ก แต่ก็ถูกชายหนุ่มตรงหน้าทำลายทิ้งอย่างง่ายดาย
“นายท่าน พอเถอะ! ข้าจะตายเอานะ” มันร้องโอดครวญหลังจากเห็นว่าชายหนุ่มหยุดมือแล้ว
“ได้สิ ตามนั้นก็แล้วกัน” ชายหนุ่มโยนท่อนไม้ในมือทิ้งไปเขาใช้ปราณธาตุน้ำชำระล้างร่างกายก่อนจะเรียกชุดคลุมออกมาใส่
“เก็บเขตแดนแกกลับไปด้วยถ้าข้าทำลายไปจะบาดเจ็บภายในเอาอีก” ชายหนุ่มกล่าวออกมาทำให้เจ้าปลาปากเสียนึกขึ้นได้ก่อนจะรีบเก็บเขตแดนของมัน
ผู้ฝึกตนภายนอกที่เห็นว่าเรื่องราวจบแล้วพวกเขาก็อยากจะเดินเข้าไปทำความรู้จักกับทั้งคู่แต่ก็ไม่กล้า กลัวจะเป็นการรบกวน มีเพียงชายวัยกลางคนที่กล้าเดินเข้าไปเขาก็คือหานจุนหมิงนั่นเอง
แปะ แปะ แปะ
“เป็นการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมมากทั้งคู่ฝีมือสูงส่งยิ่งนัก ข้าขอแสดงความนับถือ”หานจุนหมิงปรบมือก่อนจะกล่าวออกมา
“ต่อสู้บ้านปู่เจ้าสิไม่เห็นรึไงข้าโดนยำอยู่ฝ่ายเดียว !” ฟิชโวยวายออกมาแม้ตัวมันตอนนี้จะนอนกองอยู่กับพื้นเพราะไร้เรี่ยวแรง แต่ฝีมือยังคงไม่ถดถอยลงไป
“การที่รอดตายจากฝีมือเถ้าแก่ได้ข้าว่าเจ้ามีฝีมือสูงส่งแล้วล่ะ”หานจุนหมิงยิ้มก่อนจะกล่าวออกมาเขาจงใจส่งยิ้มกว้างกว่าเดิมเพื่อกวนอารมณ์เจ้าปลาตรงหน้า
ตลอดช่วงสามวันที่เถ้าแก่เก็บตัวไม่มีใครรู้ดีไปกว่าเขาแล้วว่าเจ้ามนุษย์ปลาตัวนี้มันชอบสร้างเรื่องมากขนาดไหน! ทั้งจับปลาอสูรในสระกินโดยไม่กล่าวขอ ทำลายน้ำตกที่มีวงจรพลังปราณราคาสูง เรียกหาหญิงจากหอนางโลมมามั่วสุมกลางแจ้งถ้าไม่ใช่เพราะเกรงใจเถ้าแก่ เขาคงจัดการมันไปแล้ว
ไม่สิต่อให้อยากจะจัดการมันก็ยากอยู่ดี เพราะฝีมือของมันพัฒนาขึ้นไปทุกวันดีที่วันนี้เถ้าแก่เรียกมันมาซ้อมมือ เลยได้ถือโอกาสซ้ำแผลของมันซะเลย
“ทุกท่านก็เข้ามาพูดคุยกันสิมาให้คำแนะนำข้าหน่อยว่าควรปรับปรุงตรงจุดไหนบ้าง”ชายหนุ่มกล่าวออกมาเมื่อเห็นว่าผู้ที่รับชมเขาเข้าประลองไม่มีใครขยับเข้ามาใกล้พวกเขาเลย
ผู้ฝึกตนโดยรอบหันมองหน้ากันก่อนจะพยักหน้าแล้วเดินเข้าไปใกล้ พวกเขาเก็บความตื่นเต้นเอาไว้ในใจและพยายามที่จะไม่ทำอะไรที่เป็นการทำให้ผู้ทรงพลังทั้งสองรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาเพราะไม่อย่างนั้นพวกเขาคงตายโดยไม่ทันได้รู้ตัวเป็นแน่
“ข้าชื่อเย่ซี เป็นเจ้าของร้านเซียนรับจ้างยินดีที่ได้พบทุกท่าน”ชายหนุ่มเรียกรถเข็นสีชมพูคันเดิมออกมาจากแหวนมิติก่อนจะกล่าวขึ้นทำให้ผู้ฝึกตนที่อยุ่โดยรอบเกิดความสนใจ
“ข้ามิ่งจุน เป็นนักดาบพเนจรขอคารวะให้ฝีมือให้สูงส่งของเถ้าแก่และท่านมนุษย์ปลา”ชายคนหนึ่งกล่าวออกมา แล้วประสานมือให้เย่ซีกับฟิชตามลำดับในความคิดเขาการได้รู้จักผู้ทรงพลังอย่างเช่นทั้งสองคนนี้มีแต่กำไร ไม่มีขาดทุน
“ข้าชื่อฟิช ไม่ใช่ท่านมนุษย์ปลา!” ฟิชโวยวายออกมาเมื่อเห็นมีคนเรียกชื่อมันผิด
“ขออภัยท่านฟิช”มิ่งจุนกล่าวขอโทษทันที
ครึ่งหลัง
“ข้าชื่อ..... ข้ามาจาก......”
คนอื่น ๆที่อยู่โดยรอบก็พากันแนะนำตัวเองออกมา พวกเขาล้วนคิดเห็นคล้ายกันกับมิ่งจุนแต่ถึงจะอยากทำความรู้จักกับผู้ทรงพลังทั้งสองขนาดไหนพวกเขาก็ไม่กล้าเสียมารยาทมากนัก
“พวกท่านช่วยชี้แนะพวกข้าหน่อยจะได้หรือไม่ ?ว่ามีสิ่งใดที่ต้องปรับปรุงบ้างการให้ผู้อื่นเป็นฝ่ายบอกถึงจุดผิดพลาดของตนเองย่อมจะชัดเจนกว่าเรามองตนเองเสมอ” ชายหนุ่มกล่าวถามออกมา ทำให้ผู้ฝึกตนโดยรอบถึงกับนิ่งเงียบในใจ
ฝีมือระดับท่านทั้งสองยังต้องการให้ผู้ฝึกตนระดับต่ำต้อยอย่างพวกเราชี้แนะอีกรึไง ? ขอร้องเถอะ! อย่าทำให้พวกเราขายหน้าไปมากกว่านี้เลย...
“ฮ่าฮ่า เถ้าแก่ก็ล้อเล่นเกินไปแล้วฝีมือระดับพวกท่าน พวกข้าไม่อาจมองตามการต่อสู้ทันด้วยซ้ำ จะไปชี้แนะอะไรได้” มิ่งจุนกล่าวออกมา พวกเขาทั้งสิบคนพอจะรู้จักกันอยู่บ้างเพราะเดิมทีก็ล้วนมาจากตระกูล สำนักระดับกลางของเมืองหลวงเหมือนกันหมด
“เถ้าแก่ ร้านของท่านขายอะไรบ้าง” ผู้ฝึกตนหญิงผมสีม่วงกล่าวถามออกมาด้วยความสนใจนางเพิ่งเคยเห็นผู้ฝึกตนระดับสูงเปิดร้านรถเข็นขายของแบบนี้ก็ครั้งแรกนี่แหละ!
“พวกเจ้าดูด้วยตาจะเข้าใจง่ายกว่า” ชายหนุ่มกล่าวออกมา
ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว หงับ
ชายหนุ่มหยิบสินค้าจากบนรถเข็นโยนไปให้เจ้าปลาปากเสียที่นอนกองอยู่บนพื้นเขาใช้เคล็ดวิชาขายตรงใส่เข้าไปด้วยทำให้สินค้าเหล่านั้นบินเข้าปากของมันโดยไม่ต้องเสียเวลาหยิบกินด้วยตัวเอง
ร่างกายของมนุษย์ปลาที่นอนพะงาบอยู่บนพื้นค่อย ๆ ฟื้นกลับมาด้วยความเร็วที่น่าตกใจผู้ฝึกตนโดยรอบต่างพากันนิ่งอึ้งเข้าไปใหญ่เมื่อเห็นภาพตรงหน้า
“ขอบคุณนายท่าน!” ฟิชรีบกล่าวออกมาทันทีมันนึกว่านายท่านจะลืมมันไปแล้วซะอีก!
“อะ... อะไรกัน?!พวกมันคืออะไร ทำไมถึงมหัศจรรย์เยี่ยงนี้”ผู้ฝึกตนโดยรอบต่างส่งเสียงร้องออกมาคล้าย ๆ กันสิ่งนี้มันยิ่งกว่าโอสถวิเศษเสียอีก
“มันคือสินค้าของร้านค้าเอง” ชายหนุ่มกล่าวขึ้นมาก่อนจะหยิบสินค้าต่าง ๆ ออกมาวางไว้เต็มรถเข็น
“ข้าขอแนะนำ...”
...
หลังจากผ่านไปสักพักชายหนุ่มก็ขายสินค้าให้กับผู้ฝึกตนเหล่านั้นจนเสร็จ เขาได้เงินมาเพิ่มประมาณสี่ร้อยผลึก พร้อมกับ สิบชื่อเสียง หลังจากพูดคุยกันเสร็จผู้ฝึกตนแต่ละคนก็ได้แนะนำนิกาย ตระกูลของตัวเองให้เย่ซีได้รับรู้และได้เชื้อเชิญให้เขาไปเป็นแขกพิเศษได้ทุกเมื่อ ชายหนุ่มก็รับคำถ้าว่างเขาจะเดินทางไป
“เถ้าแก่ พวกเราต้องเดินทางกันแล้วไม่อย่างนั้นจะไม่ทันการประมูลที่แรก”หานจุนหมิงกล่าวขึ้นมาเพราะกลัวเถ้าแก่หนุ่มจะลืมเรื่องนี้ไป
ถ้าลืมขึ้นมาแล้วพลาดงานนี้ไปชีวิตเขาคงจบสิ้นแน่
“จริงด้วยสิ งั้นเราไปกันเถอะทุกท่านสนใจจะไปด้วยกันหรือไม่ ?”ชายหนุ่มกล่าวออกมาก่อนจะหันไปถามผู้ฝึกตนรอบ ๆ แต่ก็ไม่มีใครไปด้วยสักคนไม่ใช่เพราะพวกเขาไม่อยากไป แต่เป็นเพราะพวกเขาไม่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมงานนี้แล้วถึงจะเข้าร่วมได้ก็คงไม่มีกำลังทรัพย์มากพออยู่ดี
“ถ้าอย่างนั้นพวกข้าขอตัวก่อนไว้มีโอกาสค่อยพบกันใหม่”ชายหนุ่มกล่าวจบก็เดินแยกตัวออกไปพร้อมหานจุนหมิงและฟิชในทันที
พวกเขาเดินไปยังรถม้าที่ทางหานจุนหมิงได้เตรียมเอาไว้มันเป็นรถม้าที่ทำจากไม้ระดับสูงทั้งคัน ตกแต่งด้วยวัตถุดิบระดับสูงสามารถป้องกันการโจมตีเต็มพลังจากผู้ฝึกตนระดับ ราชาปราณได้ห้าครั้งนับว่ามีราคาแพงไม่น้อยเลยทีเดียว
“ขึ้นชื่อว่าการประมูลคงใช้เงินจำนวนมากเป็นแน่ เจ้าคิดว่าการประมูลจะจบที่ราคาเท่าใด ?” ชายหนุ่มถามชายกลางคนที่นั่งอยู่ด้านตรงข้ามเวลานี้ในรถม้ามีพวกเขาแค่ส่งคนเท่านั้น เพราะชายหนุ่มให้มนุษย์ปลาไปลากรถแทนซึ่งมันก็ไปถึงจุดหมายได้ไม่ยากเพราะก่อนหน้านี้ตอนที่เย่ซีฝึกตนเจ้ามนุษย์ปลามันได้ขอให้หานจุนหมิงพาไปดูสถานที่ไว้ก่อนแล้วนั่นเอง