เมื่อถูกเชิญชวนอย่างต่อเนื่อง เขาก็กล่าวออกมาอย่างชัดเจน แม้จะพูดปฏิเสธไปเช่นนั้น แต่ก็ยังมีหลายคนพยายามเกลี้ยกล่อมต่อ
หลายคนพยายามยกเหตุผลต่างๆนานา ว่าทำไมเขาจึงควรเข้าร่วมทีมของพวกเขา บ้างยกย่องถึงความสามารถของเขา บ้างพูดถึงประโยชน์ของการทำงานเป็นทีม แต่ถึงอย่างนั้นอนาเธอร์ก็ยังคงยืนกรานในความตั้งใจเดิม ชายหนุ่มมองเห็นความมุ่งมั่นของพวกเขา
แต่ในใจของอนาเธอร์แล้ว เขารู้ดีว่าการแข่งขันในรูปแบบเดี่ยว จะทำให้สามารถปลดปล่อยพลังได้สูงสุดมากยิ่งกว่า
“อนาเธอร์ ไอ้เจ้าสารเลว”
ในขณะที่อนาเธอร์กำลังพยายามที่จะหลบหลีกจากกลุ่มนักเรียนที่รุมล้อมอยู่นั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง
ทุกคนในห้องโถงเริ่มเบี่ยงสายตาและหลีกทางอย่างเงียบงัน ชายหนุ่มร่างสูงที่สวมชุดนักเรียนปีหนึ่งยืนเด่นอยู่กลางแสง เงาและรูปร่างกำยำใหญ่ของเขาดูสง่างามและน่าเกรงขาม
ใบหน้าของเขาหล่อเหลาอยู่เล็กน้อย แววตาของเขาจ้องมองตรงมายังอนาเธอร์
“ได้ข่าวว่านายไปออกเดทกับรุ่นพี่เฟรย่าเหรอ?”
เขาคือ เซรอส นักเรียนปีหนึ่งเช่นเดียวกันกับอนาเธอร์ และเป็นผู้เล่นที่มีฝีมือของมหาวิทยาลัยเพลิงสวรรค์
“นิดหน่อยน่ะ”
อนาเธอร์เหลือบมองด้วยรอยยิ้ม ชายร่างใหญ่คนนี้ถือเป็นผู้สืบทอดอาชีพที่เรียกว่าเซียนนักสู้ เขาคือผู้ที่มีฝีมือเชิงการต่อสู้ระดับสูงและมีชื่อเสียงในหมู่นักเรียนปีหนึ่งเทียบเท่ากับอนาเธอร์
เขายิ้มเล็กน้อยและก้าวเดินเข้ามาหาอนาเธอร์ช้า ๆ ราวกับจะเป็นการประกาศตัว
“อนาเธอร์ ฉันได้ยินมาว่านายจะลงแข่งเดี่ยว? หวังว่านายจะไม่เปลี่ยนใจไปลงทีมกับใครก่อนถึงวันแข่งละ”
ตอนนั้นเซรอสได้กล่าวขึ้น น้ำเสียงของเขาทุ้มนิ่งแต่แฝงไปด้วยความท้าทาย เพราะเขาเองก็อยากจะแก้มือจากคราที่แล้วเช่นเดียวกัน
“ไม่ต้องกังวลไปหรอก ฉันก็อยากจะเห็นว่าตอนที่นายใช้อาวุธและทักษะสกิล จะมีฝีมือมากขนาดไหนเหมือนกัน”
คำพูดของอนาเธอร์ทำให้บรรยากาศรอบๆเริ่มเปลี่ยนไป นักเรียนทุกคนต่างเฝ้ารอที่จะเห็นการเผชิญหน้าระหว่างสองคนนี้
เซรอสยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยและพยักหน้าอย่างพอใจ เหมือนกำลังรอคอยคำตอบนี้อยู่
“ดี! เพราะข้าเองก็จะไม่ยอมแพ้ง่ายๆเหมือนกัน”
“ในการแข่งครั้งนี้ ข้าจะใช้ทุกทักษะที่มีเพื่อเป็นที่หนึ่ง”
คำประกาศของเขาทำให้ทั้งห้องโถงต่างตกอยู่ในความตื่นเต้น ทุกคนรู้ดีว่าเมื่อถึงวันแข่งจริง การปะทะระหว่างสองคนนี้จะต้องเป็นการต่อสู้ที่น่าจดจำอย่างแน่นอน และการแข่งขันครั้งนี้ก็จะกลายเป็นศึกที่ดึงดูดสายตาของทุกคนในมหาวิทยาลัยเพลิงสวรรค์เลยก็ว่าได้
“งั้นไปลงทะเบียนกันก่อนเถอะ”
หลังจากที่อนาเธอร์ตัดสินใจลงแข่งขันในรูปแบบเดี่ยว เขาก็ตรงไปยังจุดลงทะเบียนที่มีเหล่าอาจารย์คอยดูแลอยู่ทันที เมื่ออาจารย์ประจำการเห็นว่าอนาเธอร์มาลงชื่อเข้าแข่งขันเดี่ยว
“ดีมากนายน้อยอนาเธอร์”
“เจ้าควรลงแข่งขันรูปแบบเดี่ยวนี่ละ”
ใบหน้าของพวกเขาเปี่ยมไปด้วยความยินดีอย่างไม่ปิดบัง เพราะนักเรียนที่มีฝีมือโดดเด่นและมีพลังอวาตาร์เทพเจ้าผู้สืบทอดเช่นนี้ เมื่อเลือกลงสนามเดี่ยว ย่อมหมายถึงศึกการแข่งขันที่เข้มข้น และน่าจดจำมากสุดครั้งหนึ่งที่มหาวิทยาลัยเพลิงสวรรค์เคยมีมา
“เรียบร้อยแล้วนักเรียนอนาเธอร์”
“ไปเตรียมตัวให้พร้อม อีก 3 วันการแข่งขันจะเริ่มต้นขึ้น”
ชื่อของอนาเธอร์ถูกบันทึกเข้าสู่ระบบการแข่งขันที่มหาวิทยาลัยจัดขึ้น
ภาพชื่อของเขาปรากฏบนจอแสดงผลใหญ่ในห้องโถง ทำให้นักเรียนหลายคนที่ยืนมุงดูอยู่ต่างพากันกระซิบกระซาบอย่างตื่นเต้น
“สุดยอด เจ้านายน้อยลงแข่งขันเดี่ยวจริงๆด้วยวะ”
“เห้ยๆ แบบนี้ได้ปะทะกับหยางเจินผู้เป็นอวาตาร์ของเทพเจ้าอีกคนแน่ๆ”
“ถูกต้อง เมื่อได้ยินประกาศ ข้าก็เห็นตัวของหยางเจินกลับเข้ามาในมหาวิทยาลัยในทันที”
ถึงการต่อสู้ในครั้งนี้จะยังไม่ได้เริ่มต้นขึ้น แต่นักเรียนทุกคนต่างเฝ้ารอคอยการปะทะของเหล่าผู้แข็งแกร่งระดับแนวหน้าของชั้นปี โดยเฉพาะการได้เห็นฝีมืออันล้ำลึกของอนาเธอร์ ผู้สืบทอดอวาตาร์แห่งเทพเจ้าของซุนหงอคง
“มะ..มาแล้ว!”
ทว่ายังไม่ทันไร เสียงฮือฮาก็ดังขึ้นจากอีกฝั่งของห้องโถง ทุกคนหันมองตามเสียงกันเป็นแถบๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของชายหนุ่มคนหนึ่ง
ผู้มีเส้นผมสีแดงเพลิงสะท้อนแสงอย่างโดดเด่น เขาก้าวเดินเข้ามาพร้อมท่าทีมั่นใจและโอหัง มือทั้งสองข้างของเขาล้วงกระเป๋ากางเกงไว้
ขณะดวงตาสีแดงนั้นกวาดมองไปทั่วอย่างไร้กังวล ราวกับต้องการแสดงให้เห็นถึงความเหนือชั้นของตน
นักเรียนรอบข้างต่างพูดคุยกระซิบถึงเขาอย่างตื่นเต้น
“นั่นหยางเจินใช่ไหม? คนที่ได้รับอวาตาร์แห่งเทพเจ้าฟินิกซ์นั่นน่ะ!”
“ใช่เลย เขาคือหนึ่งในนักเรียนปีหนึ่งที่แข็งแกร่งที่สุดไม่แพ้อนาเธอร์เลยนะ”
“แถมยังมีสกิลระดับตำนาน และการโจมตีด้วยพลังไฟฟินิกซ์ที่ไม่มีใครเลียนแบบได้อีกด้วย”
เสียงพูดคุยดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง และในตอนนั้นเอง หยางเจินก็สังเกตเห็นชายหนุ่มที่ดูสะดุดตา นัยน์ตาของเขาหรี่ลงอย่างไม่พอใจ
“นายคือทายาทลำดับที่สี่แห่งตระกูลซิกฟรีด? อนาเธอร์ ซิกฟรีดใช่ไหม?”
หยางเจินเดินเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าอนาเธอร์ พลางเหลือบมองชื่อที่เพิ่งถูกบันทึกเข้าสู่ระบบของการแข่งขันบนจอแสดงผล เขายิ้มเยาะเล็กน้อย ก่อนจะหันมามองหน้าอนาเธอร์ตรงๆ ดวงตาสีแดงของเขาเต็มไปด้วยความท้าทายและอวดดี
“แกก็ลงเดี่ยวเหมือนกันสินะ...”
“ไม่แปลกใจเลย ฉันเองก็ตั้งใจไว้แบบนั้นเหมือนกัน”
หยางเจินกล่าว น้ำเสียงของเขาหนักแน่นและแฝงความทะนงตนอย่างเด่นชัด
“ไอ้นี่น่ะเหรอหยางเจิน.. โอหังเหมือนที่เซรอสได้พูดเอาไว้เลย”
อนาเธอร์มองหยางเจินด้วยแววตานิ่งๆและไม่ตอบอะไร ทำให้หยางเจินต้องแค่นเสียงหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
“ได้ข่าวมาว่าแกค่อนข้างจะโดดเด่นในหมู่นักเรียน แต่ถ้าอยากพิสูจน์ว่าเหนือกว่าละก็..”
“บอกเลยว่าไม่มีทาง!”
นักเรียนรอบข้างต่างเฝ้าดูการปะทะกันทางคำพูดของทั้งสองอย่างเงียบงัน พวกเขาต่างรู้ดีว่าการเผชิญหน้าของอนาเธอร์กับหยางเจินนี้ไม่ใช่เพียงการทักทายธรรมดา แต่เป็นสัญญาณของการต่อสู้ที่ดุเดือดที่กำลังจะมาถึง
อนาเธอร์ยังคงนิ่งเฉย แต่ภายในใจของเขาก็รับรู้ได้ถึงแรงท้าทายนี้ ความมุ่งมั่นในสายตาของเขาแฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยว ราวกับจะตอบรับการเผชิญหน้าครั้งนี้อย่างไม่หวาดหวั่น
“หึ? คุยกับแกไปมันก็เสียเวลา..”
เมื่อหยางเจินเห็นว่าอนาเธอร์ไม่สะทกสะท้านหรือมีท่าทีหวั่นไหว เขาก็เพียงยักไหล่พร้อมรอยยิ้มที่เย่อหยิ่ง
“เก็บแรงไว้ในอีกสามวันข้างหน้าละ”
ก่อนจะหมุนตัวออกไปจากห้องโถง ท่ามกลางสายตาของนักเรียนทุกคนที่มองตามด้วยความทึ่งและความตื่นเต้น ไม่มีใครรู้ได้ว่าในการแข่งขันครั้งนี้ ผู้ใดจะเป็นผู้ที่อยู่เหนือกว่ากัน
ระหว่างอนาเธอร์ที่มีอวาตาร์ของซุนหงอคง กับหยางเจินที่ถือครองพลังของเทพเจ้าฟินิกซ์
หลังจากหยางเจินเดินออกไป บรรยากาศภายในห้องโถงก็กลับคืนสู่ความคึกคักเช่นเดิม
นักเรียนหลายคนที่เห็นเหตุการณ์ยังคงพูดคุยกันถึงการปะทะเชิงวาจาของทั้งสองฝ่าย บ้างก็ตื่นเต้น บ้างก็อดทึ่งในความมุ่งมั่นของทั้งอนาเธอร์และหยางเจินไม่ได้ การแข่งขันที่กำลังจะมาถึงนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการวัดพลังเท่านั้น แต่ยังเป็นการพิสูจน์ความแข็งแกร่งที่แท้จริงของทั้งคู่
“อะ..ไอ้บัดซบนั่น..”
เมื่อหยางเจินก้าวออกมาจากอาคารด้วยท่าทีที่เต็มไปด้วยความโกรธ สายตาของเขาวาวโรจน์ราวกับเปลวเพลิงที่ลุกโชน
หยางเจินรู้สึกไม่พอใจอย่างมากที่อนาเธอร์ไม่ให้ความสำคัญกับการท้าทายของเขา ทั้งที่ตนเองก็เป็นหนึ่งในผู้สืบทอดพลังแห่งเทพเจ้าเช่นกัน เขาไม่เคยคาดคิดว่าตัวเองจะต้องมาถูกเมินเฉยโดยใคร
โดยเฉพาะทายาทของตระกูลซิกฟรีดที่เพิ่งเข้ามาและแย่งชิงความโดดเด่นที่เขาควรได้รับไป
“กึก!.กึก!.กึก!.”
หยางเจินกำมือแน่นจนเส้นเลือดที่ข้อมือปูดโปน ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความโกรธและความมุ่งมั่นที่จะแสดงให้ทุกคนเห็นว่าเขาเหนือกว่า พอครุ่นคิดจบ ริมฝีปากก็ยกยิ้มออกมาอย่างเย้ยหยัน แต่ก็แฝงไปด้วยความเคียดแค้น
“อย่าลืมนะว่าฉันเองก็เป็นอวาตาร์ของเทพเจ้าเช่นกัน…”
หยางเจินบ่นพึมพำเบาๆ ราวกับกำลังส่งคำประกาศสงครามไปยังอนาเธอร์โดยตรง
“อนาเธอร์...อย่าคิดจะใช้ชื่อเสียงของตระกูลซิกฟรีดมาบดบังตัวตนของฉันได้”
“ในการแข่งขันครั้งนี้จะทำให้ทุกคนได้เห็นว่าใครคือผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด!”
“รอก่อนเถอะ ในวันของการแข่งนั้น ฉันจะบดขยี้แกให้เละเป็นผงเลย!”
ภายในใจของหยางเจินเต็มไปด้วยความโกรธและความกระหายที่จะเป็นที่หนึ่ง
เขาเคยเป็นผู้ที่โดดเด่นที่สุดในกลุ่มนักเรียนปีหนึ่ง ผู้ที่ทุกคนต่างยกย่องว่าเป็นอวาตาร์ของเทพเจ้าฟินิกซ์ผู้ทรงพลัง
แต่การปรากฏตัวของอนาเธอร์ มันได้ทำให้ทุกอย่างแปรเปลี่ยนไป ความสนใจและความชื่นชมที่เคยอยู่กับเขา ถูกแย่งชิงไปโดยชายหนุ่มแห่งทายาทตระกูลซิกฟรีด และเรื่องนี้ถือเป็นสิ่งที่หยางเจินไม่มีวันยอมรับได้
...
น่าจะเละ 5555+