ทลายภพสยบหมื่นดารา

    ตอนที่ 48 เซียนตกสวรรค์

    คำว่าเซียนตกสวรรค์ทำให้คนของนิกายถอยหนึ่งก้าว

    ไม่มีผู้ใดได้รับคำสั่ง แต่แนวหน้าหลายร้อยคนขยับพร้อมกันราวกับชื่อเรียกนั้นเป็นคมกระบี่ซึ่งเคยทิ้งรอยไว้ในความทรงจำของนิกาย

    ภายในโม่เหอ ชาวบ้านกลับมองผู้เฒ่าโม่ด้วยความเงียบอีกแบบ

    คนแก่ผู้ยืมเกลือแล้วลืมคืนคนเมาซึ่งใช้ไม้เท้าเคาะประตูเรือนยามดึกและผู้ฝึกเยี่ยซิงเหอด้วยคำด่ามากกว่าคำชม ยืนอยู่กลางลานในเสื้อป่านชุดเดิมไม่มีสิ่งใดบนร่างเหมือนเซียน

    ยกเว้นสายตาของศัตรู

    เยี่ยซิงเหอเห็นความกลัวในคนเหล่านั้นชัดกว่าตราโลหิตบนธง

    “เซียนตกสวรรค์หมายความว่าอย่างไร?” เขาถาม

    ผู้เฒ่าโม่ยังมองเนินกลาง “หมายถึงคนที่ตกลงมาแล้วไม่ยอมตาย”

    “ท่านมาจากที่ใด?”

    “สูงกว่าที่นี่”

    “เหตุใดต้องซ่อนสิบหกปี?”

    “เพราะบางครั้งการมีชีวิตอยู่เงียบ ๆ ยากกว่าการชักกระบี่”

    คำตอบจริง แต่ไม่ครบ

    เยี่ยซิงเหอรู้ทันทีว่าถามต่อในเวลานี้ก็ได้เพียงกำแพงอีกชั้นเขาจึงเปลี่ยนคำถาม “จ้าวนิกายกลัวท่านเพราะอะไร?”

    ผู้เฒ่าโม่หัวเราะโดยไม่มีความขบขัน“เพราะเขายังจำได้ว่ากระบี่ฆ่าคนไม่จำเป็นต้องมีชื่อเจ้าของ”

    ผู้ใหญ่บ้านเดินเข้ามาเขาไม่ได้ถามเรื่องแดนสวรรค์หรือขอให้ผู้เฒ่าแสดงพลังเพียงวางแผ่นไม้ของวงป้องกันลงตรงหน้า

    “ท่านรู้ว่าจ้าวนิกายจะมาหรือไม่?”

    “รู้ว่าอาจมา”

    “รู้ว่ามันจำท่านได้?”

    “หวังว่ามันจะจำไม่ได้”

    “แล้วการอยู่ของท่านทำให้หมู่บ้านถูกเลือกหรือไม่?”

    คำถามนั้นหนักกว่าความตื่นตะลึงของคนทั้งลานผู้เฒ่าโม่มองแผ่นไม้ห้าวงก่อนตอบ

    “ส่วนหนึ่ง”

    ชาวบ้านใกล้ ๆ เงียบลง บางคนกำหอกแน่นขึ้นไม่ใช่เพราะพร้อมสู้ศัตรูหากเพราะเพิ่งรู้ว่าคนซึ่งตนไว้ใจซ่อนภัยไว้ใต้เสื้อป่านมาสิบหกปี

    ผู้เฒ่าโม่ไม่แก้ตัว “พวกมันตามดวงตรา ตามผ้าไหม และตามข้าหากข้าไม่อยู่ โม่เหออาจถูกพบช้ากว่านี้ แต่คนที่ข้าปกป้องคงตายก่อนโตหากข้าพาเขาไป หมู่บ้านอื่นก็จะรับภัยแทน”

    ผู้ใหญ่บ้านถาม “เหตุใดไม่บอกเรา?”

    “เพราะข้ากลัวว่าคำตอบจะทำให้พวกเจ้าต้องเลือกก่อนจำเป็น”

    “ท่านจึงเลือกแทน?”

    ผู้เฒ่าโม่รับคำกล่าวโทษโดยไม่หลบสายตา “ใช่”

    เยี่ยซิงเหอเห็นจุดบกพร่องเดียวกันชัดเจนคนแก่ต้องการให้เขามีชีวิตเป็นตัวของตัวเองแต่กลับปิดความจริงจนทุกคนถูกบังคับให้เลือกในวันที่กองทัพมาถึงประตู

    ความรักไม่ได้ทำให้การปิดบังถูกต้อง

    ผู้ใหญ่บ้านหยิบแผ่นไม้กลับ “ถ้าเรารอด ท่านต้องตอบหมู่บ้านไม่ใช่ตอบเด็กคนนี้คนเดียว”

    “ถ้ารอด ข้าจะนั่งให้ด่าทั้งวัน”

    “อย่าดื่มหนี”

    “คำขอนี้ยากกว่าศึก”

    ผู้ใหญ่บ้านไม่ยิ้ม แต่เขาหันสั่งคนรอบลานให้กลับเข้าตำแหน่งการตำหนิผู้เฒ่าโม่ไม่ได้เปลี่ยนว่าศัตรูอยู่หน้าบ้านและการร่วมสู้ไม่ได้ลบหนี้คำตอบ ทั้งสองความจริงอยู่พร้อมกันได้

    บนเนิน จ้าวนิกายกางแขนเสื้อลำแสงสีแดงแปดสายเหนือหมู่บ้านสั่นรับ

    “ข้าเคยคิดว่าเจ้าจะไม่ปรากฏตัวอีก” เสียงเขาลอยลงมา“ผู้ใดจะคาดว่าเจ้าลดตนมาเฝ้าหมู่บ้านเล็ก ๆ”

    ผู้เฒ่าโม่ตะโกนตอบ“ผู้ใดจะคาดว่าคนอย่างเจ้าต้องพาคนพันคนมาจับเด็กคนเดียว”

    ใบหน้าจ้าวนิกายไม่เปลี่ยน “ส่งเด็กกับผ้าไหมออกมาข้าจะให้ชาวบ้านตายเร็ว”

    ชาวบ้านตามกำแพงกำอาวุธแน่นขึ้น

    คำเสนอนั้นไม่เคยมีชีวิตเป็นรางวัล มีเพียงวิธีตายต่างกัน

    เยี่ยซิงเหอก้าวไปข้างหน้า ผู้เฒ่าโม่ใช้ไม้เท้าขวางอีกครั้ง

    “เขาต้องการให้เจ้าตอบ”

    “ข้ากำลังจะปฏิเสธ”

    “เขารู้ว่าเจ้าปฏิเสธ สิ่งที่ต้องการคือเสียงเพื่อจับตำแหน่งแกนทองคำของเจ้า”

    เยี่ยซิงเหอหยุด

    ศัตรูเรียนรู้จากศึกสัตว์อสูรแล้ว

    ดวงตราเปิดพิกัดกว้างแต่แกนทองคำดาราอยู่ที่ใดในแนวป้องกันยังต้องยืนยัน หากเขาส่งปราณไปพร้อมเสียงค่ายกลจะจับตำแหน่งเขาได้แม่นยำขึ้น

    ผู้ใหญ่บ้านเดินขึ้นกำแพงแทน เขาไม่ได้ใช้ปราณเพียงตะโกนด้วยเสียงคนซึ่งเคยเรียกชาวบ้านมารับเสบียง

    “โม่เหอไม่มีเด็กให้เจ้าและไม่มีผู้ใดเลือกวิธีตายจากปากคนอื่น!”

    คำตอบดังไม่ไกลเท่าเสียงจ้าวนิกาย แต่คนบนกำแพงได้ยินทุกคน

    หอกล่าสัตว์ยกขึ้นพร้อมกัน

    จ้าวนิกายมองผู้ใหญ่บ้านครู่หนึ่งราวเพิ่งยอมรับว่าคนธรรมดาตรงหน้ามีสิทธิ์พูด จากนั้นเขาลดมือ

    ผู้นำระดับสูงสี่คนรอบเกี้ยวก้าวออกมา

    คนหนึ่งถือกระบี่สีแดง อีกคนถือกระดิ่งโลหิตสองคนที่เหลือประสานมือสร้างตรา ปราณของทั้งสี่เชื่อมกับหลักค่ายกลคนละทิศแรงกดดันไหลลงหุบเขาจนกำแพงดินส่งเสียงลั่น

    พวกเขาไม่ได้โจมตีผู้ใหญ่บ้าน

    เป้าหมายคือวงผนึกทั้งห้า

    “พาทุกคนลงจากกำแพง!” ผู้เฒ่าโม่สั่ง

    เสียงเขาไม่ดัง ทว่าคนทั่วลานได้ยินเหมือนพูดข้างหูชาวบ้านเคลื่อนตามทันที นักธนูเก็บเชือก คนถือหอกลงบันไดผู้เฒ่ากับหญิงชราพาเด็กเข้าเรือนชั้นใน

    ไม่มีผู้ใดรอปาฏิหาริย์ทุกคนกำลังเปิดทางให้การป้องกันเกิดขึ้น

    เยี่ยซิงเหอยังยืน “ข้าช่วยรับหนึ่งทิศได้”

    “ด้วยแกนที่ร้าว?”

    “ถ้าท่านรับสี่ทิศ—”

    “ผู้ใดบอกว่าข้าจะรับ?” ผู้เฒ่าโม่ปลดไหสุราจากเอวดื่มหนึ่งอึกแล้วเทส่วนที่เหลือลงพื้น “ข้าจะตัดมือที่ส่งแรงมา”

    เขาโยนไหว่างเปล่าให้เยี่ยซิงเหอ “ถือไว้”

    “เพื่ออะไร?”

    “ถ้าข้ากลับมา จงคืน ถ้าไม่กลับ จงทิ้งเสียอย่าเก็บเป็นของดูต่างหน้า ข้าไม่ชอบให้ผู้ใดจำกลิ่นสุราเก่า”

    เยี่ยซิงเหอรับไห “ท่านกำลังจะทำอะไร?”

    ผู้เฒ่าโม่เดินไปยังประตูเหนือ“ทำให้คนเหล่านั้นจำว่าความกลัวของตนมาจากไหน”

    ก่อนถึงประตู หญิงชราผู้ถือไม้คานก้าวมาขวางนางเคยเห็นคนแก่เมาหลับข้างเตาฟืนมาหลายปี บัดนี้กลับมองเขาตั้งแต่ศีรษะถึงรองเท้า

    “เซียนต้องกินข้าวหรือไม่?” นางถาม

    ผู้เฒ่าโม่ชะงัก “ถ้ายังไม่ตายก็ต้องกิน”

    “เช่นนั้นกลับมากินโจ๊กหม้อที่เหลืออย่าทำตัวสูงส่งจนคนอื่นต้องหามศพ”

    นางยัดผ้าป่านสะอาดใส่มือเขาแล้วกลับไปช่วยคนเจ็บโดยไม่รอคำตอบ

    ผู้เฒ่าโม่มองผ้าในมือ ก่อนพันรอบข้อมือที่จับกระบี่“เห็นหรือไม่?” เขาพูดกับเยี่ยซิงเหอ “เหตุใดข้าจึงไม่ชอบให้คนรู้ว่าเป็นเซียนพอรู้แล้วก็สั่งกันใหญ่”

    เยี่ยซิงเหอมองปมผ้า “นางสั่งท่านมาตลอด”

    “จริงของเจ้า”

    ช่วงหายใจสั้น ๆ นั้นไม่ได้ลดภัยหากทำให้คำว่าเซียนตกสวรรค์กลับมาอยู่ในร่างคนแก่ผู้ยังต้องกิน ต้องเจ็บและมีคนรอให้กลับ

    ประตูยังไม่เปิด เขาใช้ไม้เท้าแตะบานไม้เบา ๆกลอนทั้งสามเลื่อนออกเอง

    ผู้ใหญ่บ้านขวางหน้า “เปิดประตูตอนนี้ ศัตรูจะบุก”

    “ถ้าไม่เปิด แรงสี่ทิศจะทุบวงผนึกจากนอกเราเสียประตูก่อนศึกเริ่ม”

    “แล้วท่านออกไปผู้เดียว?”

    “คนเดียวเดินหลบง่ายกว่า”

    ผู้ใหญ่บ้านมองเขานาน ก่อนหันสั่งคนเฝ้าประตู “เปิดช่องหนึ่งคนปิดทันทีที่เขาพ้น”

    ไม่มีการคุกเข่าต่อเซียน ไม่มีคำขอให้ช่วยชีวิตมีเพียงคนสองคนซึ่งต่างรู้ว่าตนกำลังเอาบ้านเป็นเดิมพัน

    ประตูเปิดเพียงช่วงไหล่

    ผู้เฒ่าโม่ก้าวออกไป

    ทันทีที่กลอนปิด ผู้นำทั้งสี่ปล่อยพลังพร้อมกัน

    กระบี่สีแดงฟันจากทิศเหนือเงากระบี่กว้างหลายจั้งกดหิมะจนแยกเป็นร่อง กระดิ่งโลหิตดังจากตะวันตกคลื่นเสียงทำให้เลือดในร่างชาวบ้านสั่น อีกสองทิศปล่อยตราเลือดลงพื้นเปลี่ยนหิมะเป็นเส้นค่ายกลที่วิ่งเข้าหากำแพง

    ผู้เฒ่าโม่เดินเซ

    ก้าวแรกเหมือนคนเมาสะดุดก้อนหินเขาหลบเงากระบี่ได้เพียงครึ่งช่วงตัว ชายเสื้อถูกฉีก

    ก้าวที่สองช้ากว่าเสียงกระดิ่งแต่ไม้เท้ากลับแตะพื้นตรงจุดซึ่งคลื่นเสียงกำลังรวม แรงสั่นหักออกเป็นสองสายผ่านข้างหมู่บ้านไปกระแทกหน้าผา

    ก้าวที่สาม เขาล้มเข่าลงจริง ๆ

    คนของนิกายส่งเสียงฮือ ผู้นำถือกระบี่ยิ้ม

    เยี่ยซิงเหอกลับกำไหสุราแน่นขึ้น

    ไม่มีปราณส่วนใดของผู้เฒ่าโม่สูญเปล่า ทุกการเซ ทุกการช้าและทุกครั้งที่ไม้เท้าแตะหิมะกำลังวางตำแหน่งบางอย่างแต่อย่างที่เขาเคยเห็นด้วยเนตร ปราณของคนแก่เป็นความว่างซ้อนหลายชั้นมองไม่เห็นต้นหรือปลาย

    ผู้เฒ่าโม่ใช้ไม้เท้าพยุงตนขึ้น “แก่แล้ว เข่าไม่ค่อยดี”

    ผู้นำถือกระบี่ตวาด “สมัยของเจ้าจบแล้ว!”

    เขาพุ่งออกจากแนว ธงสีเลือดด้านหลังส่งพลังเข้ากระบี่คมแดงยาวขึ้นจนตัดลมหิมะขาด

    ผู้เฒ่าโม่เงยหน้า

    ความเมาในดวงตาหายไป

    “ข้าไม่ใช่คนที่เจ้าควรยั่วยุ”

    ไม้เท้าเก่าพลิกในมือ

    เปลือกไม้แตกออก เผยคมกระบี่แคบซึ่งซ่อนอยู่ภายใน ไม่มีแสงไม่มีลาย ไม่มีชื่อสลักบนเหล็ก สีของมันหม่นกว่าฟ้าก่อนรุ่งเสียอีก

    ผู้เฒ่าโม่ไม่ได้ยืนตรง เขายังเซไปด้านข้างปลายกระบี่ลากผ่านอากาศอย่างไร้แบบแผน

    กระบี่เมามายไร้ลักษณ์

    ผู้นำถือกระบี่มองไม่เห็นว่าคมมาจากทางใดเพราะทุกท่าทางของผู้เฒ่าคล้ายพลาด และทุกช่องว่างคล้ายเปิดไว้ให้โจมตีเขาเร่งคมสีแดงเข้าหาคอคนแก่

    ผู้เฒ่าโม่หายจากตำแหน่งเดิม

    มิใช่เร็วเกินมอง

    เขาเพียงไม่อยู่ตรงจุดซึ่งความตั้งใจของศัตรูกำหนด

    คมหม่นผ่านแขนผู้นำหนึ่งครั้ง ไม่มีเสียงกระทบ ไม่มีประกายไฟ

    กระบี่สีแดงตกลงบนหิมะพร้อมมือที่ยังจับด้าม

    เสียงร้องดังช้ากว่าบาดแผล

    อีกสามคนเปลี่ยนเป้าทันที กระดิ่งหันเข้าผู้เฒ่าโม่ตราเลือดสองทิศยกจากพื้นกลายเป็นโซ่ พวกเขาไม่ประมาทอีกและไม่พยายามชนะด้วยการเข้าประชิด

    ศัตรูเปลี่ยนวิธีทันทีที่รู้ว่าการประชิดมีแต่ตาย

    ผู้เฒ่าโม่ใช้กระบี่ฟันโซ่สายแรก มันขาดแต่ปราณโลหิตจากหลักข้างเคียงถักสายใหม่ทันที กระดิ่งดังซ้ำสามครั้งเลือดซึมจากหูเขา ก้าวเมาเริ่มช้าลง

    เยี่ยซิงเหอเห็นไหล่ขวาของผู้เฒ่าเกร็งผิดธรรมชาติ

    พลังที่เปิดไม่ได้ไร้ราคาร่างของเซียนตกสวรรค์ยังเป็นร่างซึ่งเคยตกและบางสิ่งในตัวเขาไม่ยอมให้ใช้พลังเดิมเต็มที่

    “เปิดประตู” เยี่ยซิงเหอกล่าว

    ผู้ใหญ่บ้านส่ายหน้า “เขายังไม่ให้สัญญาณ”

    “ถ้ารอ—”

    “ถ้าเปิดตอนนี้ คนของนิกายบุกตามเขาเข้ามาสิ่งที่เขาทำจะสูญเปล่า”

    เยี่ยซิงเหอกำกระบี่เงาดาราความรู้สึกอยากแบกทุกอย่างคนเดียวถูกบังคับให้หยุดด้วยการตัดสินใจของคนธรรมดาอีกครั้ง

    นอกกำแพง ผู้เฒ่าโม่ถอยตามแรงโซ่จนใกล้ประตู แต่ไม่ส่งสัญญาณเขากลับหมุนกระบี่เข้าหาตนเอง ปล่อยให้โซ่ทั้งสองพันรอบคม

    ผู้นำผู้ถือกระดิ่งยิ้ม “จับได้แล้ว”

    “คนเมาจับสิ่งใดไม่ค่อยอยู่” ผู้เฒ่าโม่ตอบ

    เขาปล่อยมือจากด้าม

    กระบี่ซึ่งถูกโซ่ดึงพุ่งไปกลางจุดเชื่อมของศัตรูผู้เฒ่าก้าวตามโดยไร้อาวุธ ลอดผ่านคลื่นกระดิ่งใช้สองนิ้วดีดท้ายด้ามเพียงครั้งเดียว

    คมหม่นหมุนเป็นวง

    ไม่มีรูปกระบวนท่าให้จับ ไม่มีทิศต้นให้ป้องกันเงาคมหลายสายเกิดจากการเปลี่ยนแรงของโซ่ศัตรูเอง ตัดผ่านกระดิ่ง ตราเลือดและหลักค่ายกลด้านหลังในจังหวะเดียว

    กระดิ่งแตกครึ่ง

    ตราเลือดสองสายดับ

    หลักสามต้นล้มลง

    แต่จ้าวนิกายยกนิ้วอีกข้างในเวลาเดียวกัน

    พลธนูหลังธงปล่อยสาย

    ลูกธนูสีดำไม่ได้ยิงผู้เฒ่าโม่มันพุ่งข้ามเขาเข้าหาประตูซึ่งเพิ่งเปิดรับค่ายกลบนหัวศรตอบสนองต่อเลือดของชาวบ้าน หากตกในวงใน ทุกดอกจะกลายเป็นหลักใหม่

    ผู้เฒ่าโม่หันหลังให้ผู้นำระดับสูง

    การหันครั้งนี้เปิดบาดแผลให้ศัตรูหนึ่งในผู้สร้างตราคว้ากระบี่แดงซึ่งตกบนหิมะด้วยมืออีกข้างแล้วฟันใส่หลังคนแก่

    ผู้เฒ่าโม่เลือกปกป้องประตู

    เขาสะบัดกระบี่ไร้ลักษณ์ขึ้นฟ้าคมหม่นแตกเป็นเส้นลมที่แทบมองไม่เห็น ตัดหัวธนูทีละดอกลูกธนูครึ่งหนึ่งร่วงนอกกำแพง อีกครึ่งถูกเปลี่ยนทิศไปปักหิมะด้านข้าง

    ในจังหวะเดียวกัน คมสีแดงเฉือนผ่านไหล่ซ้าย

    เลือดพุ่งออกมา

    เยี่ยซิงเหอขยับจะเปิดประตู ผู้ใหญ่บ้านกดกลอนไว้ “ยังไม่ได้!”

    “เขาถูกฟัน”

    “และถ้าเปิด ลูกธนูที่เหลือเข้ามา”

    คนบนกำแพงไม่ยืนดูเฉย ๆหญิงผู้ถือคันธนูยิงใส่ลูกธนูศัตรูกลางอากาศคนอีกสองคนใช้ไม้คานยกแผ่นหนังดิบพาดเหนือประตูหัวธนูที่หลุดจากคมกระบี่ตกลงบนแผ่นนั้นแทนพื้นวงใน

    การป้องกันของผู้เฒ่าโม่จึงไม่ต้องสมบูรณ์เพียงลำพัง

    เขาใช้ช่องซึ่งชาวบ้านสร้างให้หมุนกายกลับปลายกระบี่แตะคมแดงที่ไหล่แล้วเบี่ยงออกจากนั้นด้ามกระแทกอกผู้สร้างตราจนร่างปลิวกลับแนวธง

    เลือดจากไหล่ไหลตามแขนถึงปมผ้าป่านซึ่งหญิงชราพันให้ผ้าธรรมดาไม่หยุดบาดแผลจากผู้นำระดับสูงได้ แต่ทำให้ด้ามกระบี่ไม่ลื่นหลุดมือ

    ชีวิตสามัญเปลี่ยนผลศึกในจุดซึ่งพลังสูงส่งทำไม่ได้

    ลำแสงเหนือหมู่บ้านหายไปสามสาย กองทัพนิกายแตกแถวเป็นช่วงเสียงหวาดกลัวลามเร็วกว่าคำสั่ง ผู้นำระดับสูงซึ่งยังยืนได้รีบถอยกลับหาเกี้ยว

    ผู้เฒ่าโม่รับกระบี่ซึ่งหมุนกลับมา แล้วปักลงหิมะเพื่อพยุงร่าง

    เลือดหยดจากปลายจมูกถึงคาง

    จ้าวนิกายยังไม่ขยับเขามองรอยกระบี่บนหิมะอย่างคนซึ่งได้หลักฐานที่ต้องการริมฝีปากยกขึ้นเพียงเล็กน้อย

    “เจ้าตกลงมาจริง” เขากล่าว “กระบี่เหลือไม่ถึงส่วนเดิม”

    ผู้เฒ่าโม่เช็ดเลือด “เท่านี้ก็พอฆ่าคนช่างพูด”

    “พอฆ่าคนหนึ่ง แต่พอปกป้องหมู่บ้านหรือ?”

    คำถามนี้ทำให้ผู้เฒ่าโม่มองกลับไปยังประตูเขาเห็นแผ่นหนังเหนือกำแพง เห็นคนถือคาน เห็นหญิงนักธนูและเห็นเยี่ยซิงเหอซึ่งยังยืนหลังกลอนแทนเปิดประตูตามอารมณ์

    “ข้าไม่เคยปกป้องมันคนเดียว” เขาตอบ

    จ้าวนิกายดีดนิ้ว

    หลักค่ายกลซึ่งล้มไม่ได้ดับสนิทเลือดจากคนที่ถูกผูกข้างฐานไหลออกมากขึ้น อักขระใหม่ซ้อนทับรอยกระบี่ของผู้เฒ่าโม่เก็บลักษณะปราณทุกสายที่เพิ่งเปิดเผยไว้

    หลักฐานรั่วแล้ว

    นิกายรู้ว่าเซียนตกสวรรค์อยู่ที่นี่รู้ว่ากระบี่ของเขายังตัดค่ายกลได้ และรู้ว่าร่างรับพลังได้นานเพียงใด

    ผู้เฒ่าโม่ชักกระบี่ขึ้นแล้วถอยมาหน้าประตู เขายกมือเป็นสัญญาณ

    กลอนเปิด

    เยี่ยซิงเหอสอดตัวออกไปรับเขาคนเฝ้าประตูช่วยกันดึงทั้งคู่กลับก่อนปิดบานไม้ ศรสีเลือดหลายสิบดอกพุ่งตามมาปักเต็มด้านนอกจนประตูสั่น

    เมื่อไม่มีสายตาศัตรูเห็นผู้เฒ่าโม่จึงปล่อยน้ำหนักทั้งหมดลงบนไหล่ศิษย์

    “ไหของข้า” เขาพูด

    เยี่ยซิงเหอส่งให้ “ท่านกลับมาแล้ว”

    ผู้เฒ่ารับไหเปล่า พยายามยกดื่มก่อนนึกได้ว่าไม่มีสุรา“น่าเสียดาย”

    เลือดพุ่งจากปากเขาลงในไห

    เยี่ยซิงเหอจับชีพจรผู้เฒ่าปราณภายในสับสนราวทางน้ำถูกฟันขาดหลายช่วงบาดแผลนี้ไม่ได้มาจากกระดิ่งหรือโซ่เพียงอย่างเดียวมันมาจากการบังคับร่างที่ตกสวรรค์ให้จำพลังเดิม

    “เหตุใดไม่บอกว่าท่านรับไม่ไหว?”

    “ถ้าบอก เจ้าก็แย่งออกไป”

    “ข้ายังยืนได้”

    “และจะล้มหลังหมุนแกนสามรอบ”

    ผู้เฒ่าโม่พยายามเดินเอง แต่เข่าทรุด เยี่ยซิงเหอต้องรับไว้

    รอบลาน ชาวบ้านมองคนแก่ด้วยสายตาใหม่ไม่มีผู้ใดเข้าใจอดีตทั้งหมด แต่ทุกคนเห็นการเลือกตรงหน้าเขายอมให้ความลับสิบหกปีถูกเปิดเพื่อให้กำแพงยังอยู่

    บนฟ้า ลำแสงที่ขาดเริ่มเชื่อมใหม่ด้วยเลือด

    หยดเลือดจากปากผู้เฒ่าโม่ตกถึงพื้น

    เส้นค่ายกลใต้หมู่บ้านสว่างตอบรับ

    ผู้เฒ่าโม่ได้รับบาดเจ็บ