พลังปราณสูญสิ้น
เมื่อฟางเฉินตื่นขึ้นฟางเฉินก็พบว่าร่างกายของตนเองได้รับการรักษาอยู่ถึงแม้สมุนไพรที่ใช้รักษาจะเป็นเพียงสมุนไพรทั่วไปแต่มันก็ช่วยทำให้บาดแผลของฟางเฉินสมานกัน“ต้องรีบตรวจดูอาการบาดเจ็บภายในก่อน” ฟางเฉินคิดก่อนจะหลับตาและต้องการที่จะตรวจสอบร่างกายแต่ทันใดนั้นใบหน้าของฟางเฉินก็ซีดลงและกลายเป็นสิ้นหวังเพราะฟางเฉินไม่สามารถสัมผัสพลังปราณในร่างกายได้แม้แต่การคงอยู่ของความโลภและจิตวิญญาณเนตรบรรพชนเองก็ไม่สามารถติดต่อได้เช่นกัน“นี่ข้ากลายเป็นคนธรรมดาแล้วงั้นเหรอ” ฟางเฉินกล่าวและยิ้มอย่างขมขื่นแม้แต่แหวนมิติที่อยู่กับตัวก็ยังไม่สามารถเปิดขึ้นได้ แล้วฟางเฉินจะสามารถนำเม็ดยารักษาออกมาใช้ได้อย่างไร ฟางเฉินกำหมัดแน่นแต่ทันใดนั้นฟางเฉินก็รับรู้ว่าร่างกายของเขานั้นยังคงแข็งแกร่งเหมือนแต่ก่อน“นี่กายามังกรของข้ายังอยู่ อย่างงี้นี่เองกายามังกรไม่ใช่ระบบพลังปราณแต่เป็นการฝึกฝนกายาจึงไม่จำเป็นต้องพึ่งพลังปราณดังนั้นต่อให้เส้นลมปราณของข้าเสียหายพลังกายของข้าก็ยังคงอยู่และจากที่ข้าฝึกฝนกายามังกรจนถึงขั้นที่ 7 ก็เพียงพอให้ข้าต่อกรกับครึ่งเซียนได้แล้ว” ฟางเฉินกล่าวด้วยสีหน้าดีขึ้นเล็กน้อยแต่มันก็เป็นเรื่องยากที่จะฝึกฝนกายาต่อเพราะการฝึกฝนกายานั้นเป็นไปได้ยากมาก ๆและที่สำคัญทรัพยากรที่ต้องใช้นั้นมหาศาลอย่างยิ่ง“พี่ชาย พี่ชาย อาหารเสร็จแล้ว” ในตอนนั้นเองเด็กสาวตัวเล็ก ๆก็วิ่งเข้ามาหาฟางเฉิน“งั้นเหรอ เราไปกันเถอะ” ฟางเฉินกล่าวจากที่ฟางเฉินพักอยู่ที่นี่หลายวันฟางเฉินได้ทำความรู้จักกับคนในหมู่บ้านทุกคนแล้ว หมู่บ้านแห่งนี้เป็นหวู่บ้านที่ค่อนข้างยากจนและคนในหมู่บ้านแห่งนี้ทุกคนล้วนไม่มีแซ่กันทั้งนั้น และเด็กสาวที่อยู่กับฟางเฉินนั้นมีชื่อว่าหลิน และชายชรามีชื่อว่า โจว มีเพียงคนที่อยุ่ในเมืองและมีฐานะเท่านั้นที่จะสามารถมีแซ่ได้ และนี่คือการแย่งชนชั้นของคนระดับต่ำและระดับสูง“อาการบาดเจ็บของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” ปู่โจวกล่าวถามฟางเฉิน“ดีขึ้นมากแล้วปู่โจว” ฟางเฉินกล่าวขณะที่กำลังทานอาหารครอบครัวของปู่โจวนั้นเหลือเพียงแค่ปู่โจวและหลินเท่านั้นส่วนพ่อแม่ของหลินนั้นถูกทหารของจักรวรรดินำตัวไปนานแล้วและตอนนี้ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง“แล้วเจ้าตั้งใจจะทำยังไงต่อ” ปู่โจวกล่าว“ข้าเองก็ยังไม่รู้เลย แม้แต่ที่แห่งนี้อยู่ที่ใหนข้าก็ยังไม่รู้เลย ดังนั้นข้าจึงคิดว่าจะอยู่ที่แห่งนี้จนกว่าอาการบาดเจ็บจะหายดีและค่อยออกหาข้อมูลในเมืองดู” ฟางเฉินกล่าว“งั้นเหรอ แต่เจ้าต้องระวังให้มาก ในเมืองแห่งนี้ไม่สิในจักรวรรดิแห่งนี้เต็มไปด้วยความชั่วร้าย ทุก ๆปีคนธรรมดาถูกรังแกและรีดไถภาษีเป็นจำนวนมากทำให้พวกเขาหนีขึ้นมาอยู่บนเขาแบบพวกข้า แต่ถึงจะหนีมาอยู่ที่แห่งนี้ทหารเหล่านั้นก็ยังตามารังแกพวกเราอยู่อีก” ปู่โจวกล่าวด้วยสีหน้าเจ็บปวด“ท่านปู่โจวไม่ต้องกังวลถ้าคนเหล่านั้นมาอักข้าจะเป็นคนจัดการพวกมันเอง” ฟางเฉินกล่าวสำหรับฟางเฉินต่อให้ไม่ใช้พลังปราณก็สามารถสังหารคนธรรมดาเหล่านี้ได้และอาวุธและคมดาบธรรมดาก็ไม่สามารถสร้างบาดแผลให้กับกายามังกรขั้นที่ 7 ได้อยู่แล้วด้วยหลังจากทานอาหารเสร็จฟางเฉินก็ออกไปหาฟืนบนภูเขากับหลินและปู่โจว จากนั้นก็จะหาล่าสัตว์และสมุนไพรอีกด้วย ในหมู่บ้านปู่โจวเป็นหมอเพียงคนเดียวดังนั้นสำหรับคนในหมู่บ้านปู่โจวนั้นสำคัญอย่างมากด้วยการมีฟางเฉินอยู่พวกปู่โจวจึงไม่ต้องถือฟืนเองฟางเฉินเป็นผู้ถือทั้งหมดด้วยความแข็งแกร่งของฟางเฉินต่อให้ขนฟืนและสมุนไพรหมดทั้งเขาก็ยังไม่ใช่เรื่องยากแต่หลังที่ฟางเฉินและพวกปู่โจวกลับมาถึงหมู่บ้าน พวกคนในหมู่บ้านก็รีบวิ่งเข้ามาหาฟางเฉิน“เฉิน แย่แล้วพวกทหารมันกลับมาอีกแล้ว” คนในหมู่บ้านกล่าวด้วยสีหน้าหวาดกลัว“พวกมันอีกแล้วงั้นเหรอทั้ง ๆที่ในหมู่บ้านแห่งนี้ไม่มีของมีค่าอะไรทำไมพวกมันถึงต้องลงทุนขึ้นมาบนเขาเพื่อที่จะรังแกคนในหมู่บ้านด้วย” ฟางเฉินกล่าวพร้อมกับเดินไปที่หน้าหมู่บ้านเมื่อเห็นว่าฟางเฉินปรากฎตัวพวกทหารก็ยิ้มอย่างเย็นชาครั้งนี้ทหารเหล่านี้มาคนมาถึง 100 คน ดังนั้นพวกทหารจึงคิดว่าจะสามารถจัดการฟางเฉินได้อย่างแน่นอน“หัวหน้าต้องเป็นมันแน่ที่ขับไล่พวกข้าก่อนหน้านี้”“ใช่แล้วเจ้านี่ไม่เห็นอำนาจขององค์จักรพรรดิอยู่ในสายตา”“โทษของมันคือความตาย” เหล่าทหารพากันกล่าวและชี้หน้าฟางเฉินทันที“เจ้าเป็นใคร เจ้าไม่ใช่คนในหมู่บ้านแห่งนี้แน่นอนเจ้ามาจากใหน” หัวหน้าทหารจ้องมองฟางเฉินแล้วกล่าวขึ้น“ข้าเป็นใครไม่สำคัญแต่ทุกคนในหมู่บ้านแห่งนี้คือผู้มีพระคุณของข้าเพราะงั้นก่อนที่ข้าจะโกรธรีบใสหัวไปซะ” ฟางเฉินกล่าวด้วยสีหน้าเย็นชา“ยังอาจกล้าพูดแบบนี้กับหัวหน้าซึ่งเป็นถึงแม่ทัพของจักรวรรดิได้อย่างไร” ทหารคนหนึ่งกล่าวและยิ่งธนูใส่ฟางเฉินทันที“พี่ชายระวัง” หลินกรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัวแต่ทันทีที่ลูกธนูจะถึงตัวของฟางเฉิน ฟางเฉินก็ยื่นมือออกไปจับลูกธนูเอาไว้และปามันกลับคือ ลูกธนูเจาะทะลุกลางหัวของทหารที่ยิ่งธนูใส่ฟางเฉินทันที“เกิดอะไรขึ้น!!!!!” เหล่าทหารพากันแสดงสีหน้าแตกตื่นการที่ฟางเฉินจับลูกธนูได้นั้นมันเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อเกินไป“เจ้ารู้หรือเปล่าว่าการทำแบบนี้มันหมายความว่ายังไง” หัวหน้าทหารกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว“ข้ารู้แต่พวกเจ้านั่นแหละรู้หรือเปล่าว่ากำลังทำอะไรอยู่ คนในหมู่บ้านนี้ไม่ได้อยู่ในอานาเจตของจักรวรรดิของพวกเจ้าแถมพวกเจ้าก็ไม่เคยส่งคนมาคุ้มครองหรือช่วยเหลือในเวลาที่คนในหมู่บ้านลำบากเลยกลับกันพวกเจ้าได้แต่เก็บภาษีรวมถึงบังคับนำลูกหลานของพวกเขาไปเป็นทาสจิตใจของพวกเจ้ายังเป็นมนุษย์อยู่อีกงั้นหรือ” ฟางเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา“เรื่องนั้นมันสมควรอยู่แล้ว เจ้าไม่รู้หรือยังไงว่าที่พวกมันอยู่ได้อย่างปลอดภัยเป็นเพราะองค์จักรพรรดิคอยแผ่บารมีให้พวกมันอยู่ถ้าไม่มีองค์จักรพรรดิพวกมันจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร” หัวหน้าทหารคำรามออกมา“จักรพรรดิของพวกเจ้านี่เป็นเทพเจ้าหรือยังไง พอกันทีข้ารู้ซึ้งแล้วว่ามนุษย์นั้นเป็นพวกน่ารังเกียจแค่ใหน อย่างที่ความโลภบอก การปกป้องมนุษย์เหล่านี้ชั่งเป็นเรื่องที่เสียเวลาจริง ๆ” ฟางเฉินกล่าวพร้อมกับดวงตาที่เปลี่ยนไปจิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัวปรากฏ“เจ้าจะทำอะไร” หัวหน้าทหารกลายเป็นหวาดกลัวเพราะเขาไม่เคยพบใครที่มีจิตสังหารแบบฟางเฉินเลย