ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    เล่มที่ 5 บทที่ 127 มีแค่ฉันที่ช่วยเธอได้

    บทที่ 127 มีแค่ฉันที่ช่วยเธอได้

         เปิดดูวีแชท เย่จื่อเฉินอ่านข้อความที่ยี่หนึงจินกุนส่งมา

          ยี่หนึงจินกุน : ศิษย์น้อง เป็นอย่างที่เจ้าบอกเอาไว้เลย พญายมราชโดนไท่ไป๋จินซิงพาไปหาองค์เง็กเซียนฮ่องเต้แล้ว

         ถึงกับพาไปพบกับผู้นำโดยตรง ดูท่าว่าสถานการณ์จะแย่มาก

         เย่จื่อเฉินเลียริมฝีปากเล็กน้อย แล้วส่งข้อความตอบกลับไป

         เย่จื่อเฉิน : ตอนนี้สถานการณ์เป็นยังไงบ้าง

         วิหารหยกหลิงเซียว[1]

         พญายมราชสวมกวาน[2] ยืนตระหง่านเหนือห้องโถงในพระราชวังบนยอดเขาสูงทั้งสองฝั่งของห้องโถงคือเหล่าเง็กเซียนนำโดยยี่หนึงจินกุน และแม่ทัพสวรรค์หลี่จิ้งที่ต่างพากันก้มหน้าไม่พูดอะไร

         “องค์เง็กเซียนฮ่องเต้พญายมราชแห่งนรกขัดกฎสวรรค์ในการจัดงานเลี้ยงฉลองให้กับตัวเอง”

         “หือ?”

         เง็กเซียนฮ่องเต้ที่นั่งอยู่สูงตระหง่านถลึงตาโต สีหน้าของเจ้าแม่หวังหมู่ที่นั่งอยู่ข้างๆก็เปลี่ยนไปเช่นกัน

         “พญายมราช ที่ไท่ไป๋จินซินพูดมาเป็นความจริงหรือไม่”

         “ไม่”

         พญายมราชเงยหน้าขึ้นตอบด้วยแววตาแน่วแน่

         “ไท่ไป๋…”

         เง็กเซียนฮ่องเต้เลื่อนสายตาไปยังไท่ไป๋จินซิงอีกครั้ง

         “พญายมราช ตอนที่ข้าไปถึง ท่านก็รีบจบงานเลี้ยงของท่านแล้วให้ข้าจับมา ท่านยังจะมาเล่นลิ้นอีกเหรอ”

         “ใส่ความ!”

         “พญายมราช บอกความจริงมาเถอะ ข้าจะไม่ตำหนิท่านแล้วช่วงนี้ข้าก็ตั้งใจว่าจะร่างกฎใหม่อยู่แล้ว ท่านพูดความจริงได้เลย”

         เง็กเซียนฮ่องเต้ยิ้มอย่างมีนัย พญายมราชเงยหน้าขึ้น แล้วประสานมือพูด

         “องค์เง็กเซียนฮ่องเต้ ข้าไม่ได้จัดงานเลี้ยงฉลอง”

         “พญายมราช ข้าเข้าใจว่าอยู่ในนรก พวกท่านลำบากมากก็เป็นเรื่องปกติที่อยากจะจัดงานเลี้ยงเพื่อผ่อนคลาย”

         “องค์เง็กเซียนฮ่องเต้ ข้าไม่ได้จัดงานเลี้ยง!”

         “ได้!” เง็กเซียนฮ่องเต้พยักหน้าดวงตาสองข้างจ้องมองพญายมราชอย่างดุดัน แล้วพูดเสียงห้วน “จับเข้าคุกสวรรค์!”

         “องค์เง็กเซียนฮ่องเต้ ข้าไม่ผิด”

         ทหารสวรรค์ที่อยู่รอบๆ เข้าไปคุมตัวทันที พญายมราชเงยหน้าจ้องมองเง็กเซียนฮ่องเต้แล้วตะโกน

         ในตอนนั้น เง็กเซียนฮ่องเต้ที่ยืนอยู่ก็ได้นั่งลงอีกครั้ง แล้วยิ้มตอบ

         “พญายมราช ท่านโกหกข้า แล้วยังบอกว่าไม่ได้ทำอะไรผิดอีกจัดงานเลี้ยงก็บอกว่าจัด ข้าก็บอกไปแล้วว่าจะไม่ตำหนิท่าน ท่านไม่เชื่อข้าเลยเหรอ!”

         “ข้าไม่ได้จัดงานเลี้ยง!”

         “ยี่หนึงจินกุน!”

         เง็กเซียนฮ่องเต้ยกมือร้องเรียก ยี่หนึงจินกุนที่กำลังยืนครุ่นคิดอยู่ทางด้านข้างว่าจะตอบกลับเย่จื่อเฉินยังไงรีบเดินออกไปทันที

         “ขอรับ”

         “พาตัวพญายมราชลงไป”

         “น้อมรับคำสั่ง”

         ยี่หนึงจินกุนคุมตัวพญายมราชเดินลงจากวิหารหยกหลิงเซียวไป จากนั้นเจ้าแม่หวังหมู่จึงได้เอ่ยขึ้นเสียงแผ่ว

         “ท่านคิดจะจัดการพญายมราชยังไง”

         “จะจัดการยังไงได้อีก” เง็กเซียนฮ่องเต้ถอนหายใจยาวแล้วเอ่ยขึ้น “ไม่ว่าข้าจะทดสอบยังไง เขาก็ไม่ยอมรับไม่ยอมรับก็คือไร้ซึ่งความผิด แล้วจะให้ข้าเพิ่มโทษให้เขาหรือไง?”

         เง็กเซียนฮ่องเต้ส่ายหน้า ลุกออกจากเก้าอี้มังกรมองไท่ไป๋จินซิงที่อยู่ข้างหลัง แล้วพูดขึ้น

         “ไท้ไป๋ ต่อไปจะต้องมีหลักฐาน จะพลาดแบบนี้ไม่ได้!”

         เมื่อออกมาจากวิหารหยกหลิงเซียวแล้ว ยี่หนึงจินกุนก็ได้คลายมือจากพญายมราช

         “ท่านรอข้าตรงนี้สักครู่ อย่าหนีเข้าใจไหมถึงท่านหนีก็หนีไม่พ้นเงื้อมมือข้า”

         ยี่หนึงจินกุนหันไปพูดเสียงห้วนกับพญายมราชแล้วหยิบโทรศัพท์ออกมาส่งข้อความกลับไปหาเย่จื่อเฉิน

         ยี่หนึงจินกุน : พญายมราชอยู่กับข้าแล้วเง็กเซียนฮ่องเต้เอาผิดกับเขาไม่ได้เพราะไม่มีหลักฐานดูเหมือนว่าตอนนี้ไม่ต้องจับไว้แล้ว

         ติ๊ง!

         เย่จื่อเฉินนั่งจับโทรศัพท์พร้อมดูคอนเสิร์ตด้วยจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เสียงแชทแจ้งเตือนขึ้นมาเขากดเปิดโทรศัพท์ หลังจากที่ได้เห็นข้อความก็ตอบกลับทันที

         เย่จื่อเฉิน : ถ้าอย่างนั้นท่านปล่อยเขาไปเลยได้หรือเปล่า

         ยี่หนึงจินกุน : ปล่อยไปเลยเหรอ?

         ยี่หนิงจินกุนชะงักนิ่งไปนิด ถึงเขาจะรู้ดีว่าพญายมราชจะไม่มีอันตรายอะไรแล้วแต่จะให้ปล่อยไปเลยแบบนี้…

         ยี่หนึงจินกุน : ได้ข้าจะปล่อยเขา

         จะคิดมากไปทำไม พยายมราชท่านนี้มีบุญคุณกับศิษย์น้องของเขาเขาต้องปล่อยไป

         เย่จื่อเฉิน : ขอบคุณท่านมากแต่อย่าเปิดเผยตัวตนข้าให้เขารู้นะ

         ทางนรกไม่ได้มีความรู้สึกที่ดีกับทางสวรรค์สักเท่าไรถ้าเกิดให้พญายมราชรู้ว่าตนคือเง็กเซียนนิรนาม อาจจะทำให้เกิดความยุ่งยากที่ไม่จำเป็นขึ้นมาก็ได้

         ส่งข้อความไปแล้ว ยี่หนึงจินกุนพยักหน้า เดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าพญายมราชแล้วชี้ไปยังเส้นทางฝั่งประตูทิศใต้ ก่อนจะพูดขึ้น

         “ท่านกลับนรกไปซะ”

         “เอ๊ะ?” พญายมราชงุนงงจะปล่อยก็ปล่อยเลยเหรอ

         “อย่าคิดมาก มีผู้ใหญ่ช่วยท่านไว้”

         ยี่หนิงจินกุนพูดจบ ก็เดินไปทางประตูทิศใต้อีกครั้งพญายมราชพยักหน้ารับซ้ำๆ หลังจากที่หันไปประสานมือขอบคุณยี่หนึงจินกุนแล้วก็ลอยลงไปทันที

         ยี่หนึงจินกุน : ปล่อยไปแล้ว

         เมื่อเห็นข้อความในโทรศัพท์ เย่จื่อเฉินจึงได้เผยรอยยิ้มพอใจออกมา

         เย่จื่อเฉิน : ขอบศิษย์พี่มาก

         ยี่หนึงจินกุน : ไม่ต้องเกรงใจหรอกกลับมาสวรรค์เมื่อไรไว้ไปดื่มสุรากัน

         ยี่หนึงจินกุน : เยี่ยม!

         กดออกจากวีแชท พญายมราชเพิ่งตจะลงจากสวรรค์ไปดูท่าว่าจะต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะถึงนรก

         ในตอนนั้น หยางอี่ฉือก็ได้ยืนอยู่ข้างพิธีกรบนเวที

         “โซน c แถวที่ 4 เลขที่นั่งเบอร์ 16”

         “ทำไมไปโซน c ล่ะ!”

         “ทำไมไม่เลือกแถวที่หนึ่ง!”

         เมื่อพิธีกรพูดจบเซี่ยเขอเข่อกับอีกหลายคนที่อยู่ข้างเย่จื่อเฉินก็เบะปากโอดครวญด้วยความเสียใจ

         เย่จื่อเฉินจึงเลิกคิ้วถาม

         “เมื่อกี้ประกาศเลขที่นั่งทำไมเหรอ?”

         “ก็จะได้ขึ้นเวทีกับหยางอี่ฉือไง นายได้ตั้งใจดูคอนเสิร์ตหรือเปล่าเนี่ย”

         “...”

         เมื่อเห็นสีหน้าที่ไม่พอใจของคนรอบข้างเย่จื่อเฉินจึงหุบปากฉับไม่พูดอะไร ถ้าขืนยังพูดต่อไปอาจจะโดนคนพวกนี้ตอกกลับมาก็ได้ แบบนั้นมันไม่คุ้มกัน

         ไม่นาน ตรงกลางเวทีก็ได้มีเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่ดูแล้วน่าจะเป็นโอตาคุผมหน้าม้ายาวเลยคิ้ว ใส่แว่นตาปรากฏตัวขึ้น พร้อมกับกลุ่มบอดี้การ์ด

         ตอนที่เด็กหนุ่มอยู่บนเวทีใบหน้าเต็มไปด้วยความตึงเครียดและตื่นเต้น แต่ในทันใดนั้นเย่จื่อเฉินที่นั่งอยู่ด้านล่างก็ได้ลุกพรวดขึ้นตะโกนทันที

         “หยางอี่ฉือ วิ่ง!”

         การที่เย่จื่อเฉินลุกพรวดขึ้นมาทำเอาเพื่อนรอบตัวและแฟนคลับที่อยู่โดยรอบตกใจกันหมด หยางอี่ฉือที่อยู่บนเวทีก็กะพริบตาปริบๆทำอะไรไม่ถูก

         “บัดซบ!”

         เย่จื่อเฉินกระโดดขึ้นไปบนเวทีอย่างรวดเร็วท่ามกลางทุกคนที่นั่งอยู่ทันใดนั้น เด็กหนุ่มที่เอาแต่ยืนทำหน้าตึงเครียดและตื่นเต้นอยู่ข้างหยางอี่ฉือมาตลอดสีหน้าก็ได้เปลี่ยนเป็นดุดันขึ้นมาทันที

         “ไปตายซะ!”

         มีดพกเล่มหนึ่งปรากฏขึ้นมาบริเวณแขนเสื้อของเขาในทันที

         ฉึก!

         “หยางอี่ฉือ!”

         เย่จื่อเฉินแววตาสั่นระริกเขาเบิกตาโพลงมองเด็กหนุ่มคนนั้นแทงมีดพกเข้าที่ตำแหน่งของหัวใจ

         เมื่อปลายมีดสีเงินปักเข้าไป เลือดสีแดงก็ไหลออกมา

         ตุบ

         จูซือเหลียงที่ยืนอยู่ด้านล่างเวทีตลอดดวงตาเบิกโพลงก่อนจะหันไปตวาดใส่คนที่อยู่ด้านข้าง

         “รีบเรียกรถพยาบาลเร็ว!”

         “ไอ้สารเลว!”

         ดวงตาของเย่จื่อเฉินแดงก่ำทันที เขากระโดดถีบเด็กหนุ่มคนนั้นทันทีที่เด็กหนุ่มล้มลง บอดี้การ์ดที่อยู่รอบๆ เจ็ดแปดคนก็เข้ามาคุมตัวไว้

         “หยางอี่ฉือ!”

         หยางอี่ฉือที่นอนอยู่บนพื้นยังมีเลือดไหลออกมาจากตำแหน่งหัวใจเย่จื่อเฉินทรุดลงกับพื้น มองแก้มที่ซีดขาวของเธอแล้วล้วงเอาโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกง

         “คุณจะทำอะไร วางคนเจ็บลง”

         ตอนนี้จูซือเหลียงได้โผล่มาอยู่ข้างเย่จื่อเฉินและข้างกายเขาก็มีแพทย์ฉุกเฉินในงานคอนเสิร์ตยืนอยู่ด้วย

         “วางลง?” เย่จื่อเฉินเงยหน้าขึ้นดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยเส้นเลือดแดงก่ำ เขากวาดตามองทุกคนด้วยความเย็นชา “แล้วส่งให้พวกคุณเหรอ พวกคุณคิดว่าเธอจะรอดไปจนถึงโรงพยาบาลหรือไง?”

         เมื่อพูดจบ ตลับเข็มสีเงินก็ได้ปรากฏขึ้นมาในมือของเขาทันที

         “คนที่จะช่วยเธอได้มีแค่ผมเท่านั้น!”

    ___________________________________________________

    [1] วิหารหยกหลิงเซียว หมายถึง ชื่อวิหารขององค์เง็กเซียนฮ่องเต้บนสวรรค์

    [2] กวาน หมายถึง เครื่องประดับศีรษะครอบมวยผมของจีนโบราณ

     

    คล้ายกับเรื่องระบบอั่งเปาสะท้านภพ ที่คุณอ่าน