ตอนที่ 10
หลังจากที่ผู้ใหญ่บ้านกลับไปแล้ว ทุกคนจึงจะแยกย้ายกันพักผ่อน เพราะไม่มีอะไรที่จะคุยกันแล้ว ทุกอย่างก็เป็ไปตามสัญญา ที่ได้ลงนามกันเอาไว้
"ลูกรองอยู่บ้านนี้ไปก่อนจนกว่าจะทำบ้านที่จะไปอยู่ให้เสร็จก่อน แล้วค่อยย้ายออกไป" แม่บอกกับลูกชาย แม้จะแยกบ้านกันแล้ว แต่ลูกคนนี้ก็ยังเป็ลูกของเธอไม่มีวันเปลี่ยนแปลง
"ครับแม่"
อย่างน้อยแม่ก็ไม่ใจร้ายถึงกับไล่เขากับครอบครัวออกจากบ้านทันที เพราะเขายังไม่รู้ว่าบ้านหลังนั้นต้องซ่อมแซมอะไรบ้าง พรุ่งนี้คงต้องไปดูก่อน แล้วค่อยจัดการ และก็ยังไม่รู้ว่าจะเข้าไปอยู่ได้วันไหนเหมือนกัน
"แม่สามีแล้วบ้านรองแบ่งอาหารไปแล้ว อย่างนี้พวกเขาต้องหุงหาอาหารแยกไปใช่หรือเปล่าคะ"
ในเมื่อยังไม่ได้ย้ายออกไปเธอคงไม่ยอมที่จะให้พวกเขามาแย่งอาหารที่มีอย่างเด็ดขาด ที่ให้ไปถือว่ามากพอแล้ว จะว่าเธอเห็นแก่ตัวก็ช่าง ใครจะไปสนพวกเขากัน
"คงต้องเป็อย่างนั้น ในเมื่อแยกบ้านกันแล้ว"
แม้จะอยากช่วยลูกชายคนรองมากแค่ไหน แต่ก็ต้องดูสีหน้าของลูกสะใภ้คนนี้ไปด้วย เพราะเธอต้องอยู่กับลูกชายและลูกสะใภ้ ถ้าทำอะไรที่มากเกินไป อาจจะมีปัญหาทีหลังได้ จึงจำใจพูดออกไปอย่างนั้น
"ครับ เื่นั้นเดี๋ยวพวกเราหากินกันเองได้ครับ"
แม้จะยังไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรก็ตาม แต่ดูแล้วพี่สะใภ้คงจะไม่ยอมให้พวกเขาเอาเปรียบอย่างแน่นอน เพราะสิ่งที่พี่สะใภ้้ามาตลอดตอนนี้ก็สำเร็จแล้ว
"อย่างนั้นก็แยกย้ายไปพักผ่อนกันเถอะ"
เมื่อผู้าุโของบ้านเอ่ยอนุญาต จึงได้เริ่มแยกย้ายกัน แต่ละคนจึงเดินออกไป เยี่ยนฟาง ที่กำลังจะเดินออกไป แต่ต้องหยุดจากคำพูดของน้องสาวสุดที่รักเสียเมื่อไร ไม่รู้ว่ามีเื่อะไร เพราะปกติแทบไม่ได้พูดกันเลย
"ฉันไม่เชื่อหรอกนะ ว่าพี่สาวเยี่ยนฟาง ไม่เป็อะไร ทั้งที่โดนถอนหมั้นอย่างนั้น"
ใครจะไปเชื่อกัน แสร้งทำเป็ไม่คิดอะไรจึงจะน่าเชื่อถือกว่า ไม่มีใครหรอกนะ ที่โดนถอนหมั้นแล้วจะไม่คิดอะไรเลย เป็ไปไม่ได้
"แล้วน้องสาวว่าพี่ต้องเป็เป็อย่างไรหรือ ร้องไห้ฟูมฟาย หรือว่าทำร้ายตัวเองล่ะ"
เล่นกับน้องสาวหน่อยแล้วกัน ไม่รู้ว่า้าอะไร ถึงได้มาพูดเื่นี้กับเธอ คงจะไม่ได้หวังดีอย่างแน่นอน
"พี่ก็ต้องเสียใจมากนะสิ หรือว่าเสียใจจนทำตัวแปลกๆ อย่างนี้กัน แต่อย่างไรฉันก็ไม่เชื่อหรอกว่าพี่จะไม่เป็อะไร"
"แล้วน้องสาวเห็นว่าพี่เสียใจหรือเปล่าล่ะ ก็ไม่ พี่สาวไม่ได้สนใจหรอกนะ ถ้าน้องสาว้าก็เอาไปเถอะ ส่วนพี่ไม่ได้้าผู้ชายอย่างนั้นหรอก" แกล้งน้องสาวหน่อยแล้วกัน
"พี่พูดอย่างนี้หมายความว่าอย่างไร ถ้าใครมาได้ยินเขาจะคิดว่าน้องสาวพี่เป็คนอย่างไร คงคิดว่าฉันจะแย่งคู่หมั้นพี่สาวอย่างนั้นหรือ" รีบพูดออกมาอย่างรวดเร็ว
ทำไมพี่เยี่ยนฟาง พูดเหมือนกับรู้เื่ของเรากับพี่ จางิ่ เลยแต่ไม่น่าจะรู้เื่นี้นะ เพราะวันๆ ไม่เห็นจะไปไหน จะไปรู้เื่ราวอย่างอื่นได้ยังไงกัน
"ไม่ต้องตื่นเต้นอย่างนั้นหรอก พี่ก็พูดไปเรื่อย ใครเขาจะไปทำกัน การแย่งคู่หมั้นของพี่สาว ถ้าทำอย่างนั้นก็หน้าหนาเกินไปแล้ว ใช่ไหมล่ะ น้อง ลี่อิน คิดอย่างเดียวกับพี่สาวหรือเปล่า" ขอว่าหน่อยแล้วกัน ไม่ได้เสียดาย แต่แค่หมั่นไส้เท่านั้น ที่ทำเป็เหมือนไม่มีอะไร
"แน่นอนสิคะ ไม่มีใครเขาทำเื่น่าอายอย่างนั้นหรอก"
แม้จะเป็เื่จริงแล้วใครจะไปบอกล่ะ แต่ในเมื่อถอนหมั้นไปแล้ว ก็เป็อีกเื่ ถ้าจะคบกัน ก็ไม่มีใครที่จะมาว่าเราได้
"ดีแล้วค่ะ พี่ก็เชื่อใจน้องสาว แต่เื่ ที่พี่สาวจะเสียใจบอกเลยว่าพี่สาวยังคงยืนยัน ว่าไม่ได้คิดอะไร เพราะพี่สาวมีค่ามากพอ ที่จะไม่ไปคิดถึงผู้ชายอย่างนั้นอีก พี่ขอตัวก่อนนะ เดี๋ยวแม่กับพ่อสงสัย ว่าทำไมถึงไม่ตามมาเสียที"
เมื่อบอกกับน้องสาวแล้วจึงเดินออกมา ปล่อยให้น้องสาวมองด้วยความงงว่าพี่เยี่ยนฟาง ที่มักไม่ทันคน และไม่ค่อยยอมพูดยอมจา แต่วันนี้ ทำไมคำพูดแต่ละคำถึงได้ฉะฉาน และยังมีคำพูดที่คมจนสามารถทำให้คนรู้สึกผิดได้ แม้จะพูดเหมือนไม่มีอะไร แต่มันแฝงไปด้วยคำว่ากล่าวอยู่ในนั้น และคิดว่านี่เป็พี่สาว ที่เธอรู้จักจริงๆ ใช่ไหม จึงยืนมองไปจนแม่เข้ามาเรียก จึงได้มีสติกลับมาอีกครั้ง
"ลี่อิน ลูกมายืนทำอะไรตรงนี้กัน ทำไมถึงไม่เข้าไปในบ้าน"
"หนูกำลังเข้าไปค่ะ แม่มีอะไรหรือเปล่าคะ" กำลังยืนคิดอะไรเพลินๆ อยู่และเมื่อแม่ถามจึงได้รีบตอบออกไป
"แม่จะมาขอบใจลูกน่ะสิ ที่ทำให้บ้านเราหลุดพ้นจากบ้านอารองของลูกเสียที แม่รู้สึกดีใจที่สุดเลย เพราะแม่ต้องเก็บความไม่พอใจเอาไว้ทุกวัน ยิ่งเจอหน้า แม่ยิ่งไม่ชอบใจ แต่ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงเสียที" มีลูกสาวที่ทั้งฉลาดและเก่ง มันดีอย่างนี้นี่เอง
"ไม่เป็ไรหรอกค่ะแม่ เราเป็ครอบครัวเดียวกัน อะไรที่ทำให้ครอบครัวดีขึ้นเราก็ต้องทำ หนูเองก็จะได้กลายเป็หลานสาวคนเดียวของบ้านเสียที"
"แล้วเมื่อสักครู่คุยอะไรกับเยี่ยนฟาง แม่เห็นคุยกันนานมาก"
"ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่ไม่อยากจะเชื่อว่าพี่เยี่ยนฟาง จะไม่ได้คิดอะไรกับการถอนหมั้นครั้งนี้น่ะค่ะ"
"มันก็คงจะกลัวเสียหน้า จึงได้ทำเป็ว่าไม่สนใจและไม่ได้เสียใจน่ะสิ มันคงโกหกนั้นล่ะ ลูกอย่าไปสนใจเลย"
"จริงด้วยแม่ หนูเองก็ไม่เชื่อหรอก พอลับตาคน คงจะไปนั่งร้องไห้" คนอะไรจะไม่เสียใจ โดนถอนหมั้นเลยนะ
"อย่าไปสนใจเลย เราเข้าบ้านกันเถอะ" จะต้องไปสนใจอะไรพวกเขาอีก ต่อไปก็ไม่ได้เจอกันแล้ว
เมื่อแม่มีความคิดเหมือนกับเธอทำให้สบายใจขึ้น ว่าพี่สาวของตัวเองน่าจะกำลังโกหกอยู่ จะไม่รู้สึกอะไรได้ยังไง ถ้าเป็อย่างนั้น เธอรู้สึกยอมไม่ได้
ส่วนอีกบ้านหนึ่งที่มาถึงบ้านและกำลังรอลูกสาวของตัวเอง ไม่รู้ว่าทำอะไรอยู่ถึงยังไม่กลับมาเสียที จึงอดที่จะเป็ห่วง กลัวลูกสาวคิดมากกับคำพูดของผู้ใหญ่บ้าน แต่เมื่อลูกสาวเดินเข้าบ้านมา และไม่มีสายตาเศร้าหมองอะไร ทุกคนจึงได้โล่งอก
"ทำไมมาช้านักล่ะลูก แม่เป็ห่วง ไม่เห็นกลับมาเสียที แม่กำลังจะให้ลู่จื้อ กลับไปตามอยู่พอดี"
"แล้วทำไมถึงได้กลับมาช้าล่ะลูก"
"ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ลี่อิน ถามเื่การถอนหมั้นน่ะค่ะ คงอยากจะเห็นหนูเศร้าโศกเสียใจ ที่ทำให้ผู้ชายคนนั้นถอนหมั้นกับหนูได้ล่ะมั้งคะ"
"ทำไม ลี่อิน ต้องทำอย่างนั้นด้วยล่ะลูก แม่ไม่เข้าใจ"
"ลี่อิน น่าจะเป็คนรักของ จางิ่ น่ะค่ะ น้องสาวอุตส่าห์ลงทุน ทำให้ผู้ชายมาถอนหมั้นหนู ถ้าหนูไม่เสียใจเธอคงคิดว่าการลงแรงเสียเปล่าหรือเปล่าคะ"
"ลี่อิน จะทำอย่างนั้นเพื่ออะไร พ่อไม่เข้าใจ แล้วจะทำอย่างนั้นจริงๆ หรือ ทั้งที่รู้ว่าเขาเป็คู่หมั้นของลูกเนี่ยนะ" ถ้าทำอย่างนั้นจริง มันเหมือนกับการแทงข้างหลังเลยนะ
"น่าจะจริงนะครับพ่อ ผมเคยเห็นพวกเขาแอบพบกันบ่อย แต่ผมไม่กล้าบอกใคร"
"จริงหรือลูก ทำไมถึงทำตัวไร้ยางอายอย่างนั้น ยิ่งทำกับคนเป็พี่สาวด้วย ยิ่งแย่ไปกันใหญ่เลย"
"ไม่เป็ไรหรอกค่ะแม่ หนูต้องขอบใจเสียมากกว่า ที่พาผู้ชายที่ไม่มีความมั่นคงออกไปจากชีวิตของหนู นี่ขนาดตัวเองมีคู่หมั้นอยู่แล้ว ยังทำเื่อย่างนี้ได้ ถ้าแต่งงานไป แม่คิดหรือคะ ว่าผู้ชายคนนี้จะมีความซื่อสัตย์ให้หนู ถือว่าหนูโชคดีแล้ว ที่หลุดพ้นมาได้"
"ถ้าเขาทำอย่างนั้นจริงๆ พ่อก็เห็นด้วยกับลูกนะ คนเราแม้แต่ตอนนี้ยังเชื่อใจไม่ได้ ก็อย่าหวังที่จะเชื่อใจเขาอีกเลย เพราะเขาพร้อมที่จะทำผิดได้ตลอดเวลา"
"ค่ะหนูเองก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน ผู้ชายคนนั้นไม่ได้มีค่ากับหนูหรอกค่ะ"
"ดีแล้วล่ะลูก พวกเราเห็นลูกคิดได้อย่างนี้ก็สบายใจแล้ว"
"อืม พ่อก็คิดเหมือนกัน แล้วเื่ที่แยกบ้านวันนี้พ่อขอโทษด้วยนะ พ่ออาจจะพาพวกเราไปลำบาก"
"พ่ออย่าคิดมาก พวกเราไม่ได้กลัวความลำบากหรอกค่ะ"
"ใช่ครับพ่อ พวกเราอยู่ที่ไหนก็ได้ ขอให้พวกเราได้อยู่ด้วยกัน"
"แม่ก็คิดเหมือนกับลูกๆ นะขอให้พวกเราอยู่ด้วยกัน ไม่ว่าจะลำบากแค่ไหน พวกเราไม่เคยที่จะกลัวเลยสักนิด เราจะสู้ไปด้วยกัน ไม่ทิ้งกันแน่นอน เหมือนกับที่พี่ไม่ทิ้งฉันกับลูก"
ตอนแรกเธอก็กลัวว่าสามีจะไม่เลือกเธอกับลูก แต่เมื่อเขาเลือกครอบครัว จึงทำให้คิดว่าเธอเลือกสามีไม่ผิดเลยสักนิด ต่อให้ต่อไปนี้จะต้องอดอยากกัน แต่เธอไม่คิดจะย่อท้อ จะต่อสู้เพื่อครอบครัว ไปพร้อมกับทุกคน
ส่วน เฉินซีซวน ที่มองเมียกับลูกด้วยความรัก เพราะทุกคนเป็ความสุขในชีวิตของเขา ถ้าขาดพวกเขาไป แล้วเขาจะมีความสุขได้อย่างไร ในเมื่อความสุขอยู่ที่ไหน เขาก็จะอยู่ที่นั่นเช่นเดียวกัน
( ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ )