อากาศในตอนเช้าแห้งแล้งจนความชื้นบนิัระเหยหายไปแทบจะในทันที
เคทผลักประตูกระจกของแกลเลอรีเข้ามาด้านในกลิ่นของไม้เก่าและฝุ่นที่ลอยฟุ้งอยู่ในพื้นที่ปิดทึบปะทะเข้ากับจมูกหญิงสาวปล่อยมือจากด้ามจับอะลูมิเนียมที่เย็นเฉียบปิดประตูกระแทกกรอบดังสนั่นเพื่อกันลมเหนือที่พัดหอบเอาเศษกระดาษและใบไม้แห้งปลิวว่อนอยู่บนทางเท้าด้านนอกวันนี้แสงแดดส่องสว่างจ้าทะลุกระจกเข้ามา แต่มันเป็แสงที่ไร้อุณหภูมิมันเพียงแค่สะท้อนกับพื้นไม้ลามิเนตจนเกิดแสงสะท้อนที่แทงทะลุเข้ามาในดวงตา
เธอหรี่ตาลงอาการแสบตาทำให้ต้องกะพริบตาติดๆ กันหลายครั้ง
หญิงสาวเดินไปที่เคาน์เตอร์ไม้วางกระเป๋าสะพายลงบนเก้าอี้สตูลล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อคาร์ดิแกนสีเทาตัวหนาเพื่อหยิบพวงกุญแจออกมากิจวัตรยามเช้าของเธอคือรูปแบบที่ถูกกำหนดไว้ตายตัว เปิดประตู วางกระเป๋าทิ้งกุญแจลงในลิ้นชักช่องที่สอง เดินไปเปิดสวิตช์ไฟสปอตไลต์และสุดท้ายคือการพลิกป้ายหน้าร้านเป็คำว่าเปิดทำการ
เคทดึงลิ้นชักช่องที่สองออกทิ้งพวงกุญแจโลหะลงไป เสียงกุญแจกระทบกับพื้นไม้ในลิ้นชักดังแก๊ก
ในจังหวะที่เธอกำลังจะดันลิ้นชักปิดเสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าสะพายก็ดังแทรกขึ้นมามันเป็เสียงเรียกเข้าสายสั้นๆของแอปพลิเคชันปฏิทินที่เตือนว่าวันนี้ถึงกำหนดชำระค่าขยะของเทศบาล
เคทชะงักมือที่กำลังดันลิ้นชักเธอหมุนตัวกลับไปเปิดซิปกระเป๋าสะพาย หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเลื่อนหน้าจอเพื่อปัดการแจ้งเตือนนั้นทิ้งไป โยนโทรศัพท์ลงบนโต๊ะกระจกแล้วเดินตรงไปที่แผงควบคุมไฟบนผนังนิ้วของเธอกดสวิตช์เปิดไฟสปอตไลต์ทีละดวงตามลำดับจากซ้ายไปขวา แสงสีส้มสว่างวาบขึ้นสาดส่องลงบนภาพวาดบนผนัง
เธอหมุนตัวกลับมามองผลงานตรงหน้าแต่เท้าของเธอกลับหยุดนิ่งอยู่กับที่ ความรู้สึกลังเลแวบเข้ามาในหัวเธอจำไม่ได้ว่าตัวเองโยนกุญแจลงในลิ้นชักไปแล้วหรือยัง
เคทขมวดคิ้วเธอจ้องมองลิ้นชักที่ปิดสนิทอยู่นานถึงห้าวินาทีเต็มหญิงสาวเดินกลับไปที่เคาน์เตอร์ ดึงลิ้นชักช่องที่สองออกพวงกุญแจโลหะนอนนิ่งอยู่ตรงนั้น เธอไม่ได้ปิดลิ้นชักในทันทีเธอหยิบกุญแจขึ้นมาไว้ในมืออีกครั้ง ััความเย็นของมัน ก่อนจะปล่อยมันร่วงลงไปในจุดเดิมแล้วดันลิ้นชักปิดให้สนิท
เธอเดินไปที่หน้าร้านพลิกป้ายกระดาษแข็งให้หันคำว่าเปิดออกไปทางถนน
ิับริเวณหลังมือและข้อนิ้วของเธอแห้งตึงจนลอกเป็ขุยสีขาวอาการคันยุบยิบตามง่ามนิ้วทำให้เธอต้องเดินไปหยิบหลอดครีมทามือที่หลังร้าน
เคทบีบเนื้อครีมข้นหนืดลงบนฝ่ามือถูมือสองข้างเข้าด้วยกันอย่างหนักหน่วงเธอถูมันซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเนื้อครีมซึมหายไปหมด แต่เธอก็ยังไม่หยุดมือิัเสียดสีกันจนเกิดความร้อนและความแดงเถือกหญิงสาวจดจ่ออยู่กับการถูหลังมือของตัวเอง ิัเสียดสีกันจนเกิดความร้อนและความแดงเถือก
...
เสียงมอเตอร์ของเครื่องฉายโปรเจกเตอร์บนเพดานห้องประชุมทำงานด้วยความถี่ต่ำที่คงที่
มันเป็เสียงที่เบามากจนแทบจะกลืนไปกับความเงียบของห้องที่บุด้วยวัสดุซับเสียงราคาแพงแต่สำหรับเสิ่นเยี่ยนฉือที่นั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะกระจก เสียงหึ่งๆนั้นกำลังกรีดลึกลงไปในแก้วหูมันขยายตัวก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทอย่างต่อเนื่องและน่ารำคาญ
ชายหนุ่มสวมสูทสีถ่านเนื้อละเอียดเนกไทสีเงินถูกดึงให้รัดกระชับกับคอปกเสื้อเชิ้ตสีขาวจนไม่มีช่องว่างให้อากาศผ่านเขาไม่ได้ขยับตัว แผ่นหลังตั้งตรงเป็ระเบียบ สองมือกอดอกหลวมๆ วางไว้บนโต๊ะท่วงท่าของเขาไร้ที่ติ เยือกเย็น และมีอำนาจกดทับทุกคนในห้องให้อยู่ในความสงบ
บนหน้าจอโปรเจกเตอร์คือสไลด์นำเสนอแผนการขยายสาขาในไตรมาสหน้า
ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจกำลังพูดอธิบายตัวเลขยิบย่อยด้วยน้ำเสียงฉะฉานเสิ่นเยี่ยนฉือจ้องมองกราฟแท่งสีน้ำเงินบนจอ อาการแสบตาโจมตีอย่างเงียบเชียบแสงสว่างจากหน้าจอทำให้เขารู้สึกเหมือนมีทรายหยาบๆ กลิ้งอยู่ใต้เปลือกตาเขาจำเป็ต้องกะพริบตา แต่จังหวะการเปิดปิดเปลือกตาของเขากลับช้าลงกว่าปกติมันมีความหน่วงช้าที่เกิดขึ้นเพียงเศษเสี้ยววินาทีแต่ก็มากพอที่จะทำให้ภาพกราฟแท่งบนจอพร่าเบลอและซ้อนทับกันเป็เส้นสีสลัว
เสียงของผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจยังคงดังต่อเนื่องแต่มันฟังดูห่างไกลออกไป
ชายหนุ่มไม่ได้หลุดโฟกัสเขาไม่ได้ปล่อยให้ตัวเองเหม่อลอย เขาขยับปลายนิ้วชี้ขวาแตะลงบนขอบโทรศัพท์มือถือที่วางคว่ำหน้าอยู่บนโต๊ะกระจก
มุมซ้ายบนของโทรศัพท์วางเหลื่อมกับขอบแผ่นหนังรองเขียนอยู่ประมาณสองมิลลิเมตร
เสิ่นเยี่ยนฉือใช้นิ้วชี้ดันขอบโทรศัพท์เบาๆให้มันเลื่อนเข้าไปขนานกับขอบแผ่นหนังอย่างสมบูรณ์แบบเขาจ้องมองเส้นตรงสองเส้นที่ขนานกันอย่างไร้ที่ตินั้นอาการปวดกรามจากการขบฟันแน่นปรากฏขึ้นอีกครั้ง
"ตัวเลขประเมินความเสี่ยงในตารางที่สาม"เสิ่นเยี่ยนฉือเอ่ยแทรกขึ้นมากลางปล้องเสียงของเขาต่ำและเ็าจนทำให้อุณหภูมิในห้องประชุมดูเหมือนจะลดลงไปอีก
"คุณอ้างอิงข้อมูลจากรายงานของเดือนที่แล้วแทนที่จะเป็รายงานอัปเดตของเมื่อวานซืน"
ผู้อำนวยการฝ่ายชะงักคำพูดกลางคันรีบก้มลงมองเอกสารในมือตัวเอง
"เอ่อ... ผมตรวจสอบแล้วนะครับท่านประธาน ตัวเลขนี้มัน..."
"เปิดไปหน้าเจ็ดสิบสอง บรรทัดที่สี่"ชายหนุ่มออกคำสั่งโดยไม่ได้มองเอกสารในมือตัวเอง
"ตัวคูณความเสี่ยงคือศูนย์จุดแปดห้า ไม่ใช่ศูนย์จุดแปดสองคุณกำลังทำให้การคำนวณงบประมาณผิดพลาดไปสามล้านหยวน"
ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน
ไม่มีใครกล้าทักท้วงเสิ่นเยี่ยนฉือยังคงนั่งนิ่งอยู่ในท่าเดิมเขาจับผิดความผิดพลาดที่ถูกซ่อนไว้ในกองตัวเลขมหาศาลได้อย่างเฉียบขาดและโหดร้ายเขาไม่ยอมให้มีความคลาดเคลื่อนใดๆ เกิดขึ้นในพื้นที่ของเขา แม้เพียงนิดเดียว
ชายหนุ่มเพิ่มความเข้มงวดและกดดันคนรอบข้างหนักขึ้นเรื่อยๆเพื่อชดเชยรอยรั่วที่เขาััได้อยู่ลึกๆ ภายในร่างกายของตนเองรอยรั่วที่ทำให้เขาต้องใช้สมาธิมากกว่าเดิมถึงสามเท่าในการดึงสายตาให้โฟกัสกับภาพบนจอ
เขาปวดขมับอาการเต้นตุบๆ ลามไปถึงกระบอกตา แต่เขาเลือกที่จะมองข้ามมันและหันไปเพ่งเล็งหาข้อผิดพลาดในสไลด์ถัดไปแทน
...
ในโถงทางเดินแผนกศัลยกรรมกระดูกที่สว่างไสวด้วยหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์
กู้เหยียนโจวเดินถือแฟ้มผู้ป่วยเหล็กแนบไว้ข้างลำตัวเสื้อสครับสีเขียวตุ่นของเขายับย่นและมีกลิ่นเหม็นอับของเหงื่อที่แห้งซึมผสมกับกลิ่นยาฆ่าเชื้อที่ล้างไม่ออกคอเสื้อของเขาย้วยจนเห็นรอยไหปลาร้า หนวดเคราที่ขึ้นเป็ตอแข็งๆรอบริมฝีปากทำให้ใบหน้าของเขาดูทรุดโทรมและแก่กว่าวัยไปหลายปี
ชายหนุ่มเพิ่งเดินออกมาจากห้องตรวจหมายเลขสามเขาเดินตรงไปที่สเตชันพยาบาลเพื่อส่งแฟ้มคำสั่งการรักษา
คอของเขาแห้งผากจนรู้สึกขมปร่าที่โคนลิ้นอาการขาดน้ำทำให้เขาต้องกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคออย่างยากลำบากกู้เหยียนโจววางแฟ้มเหล็กลงบนเคาน์เตอร์
"หมอกู้คะ คนไข้เตียงหกบ่นว่าปวดแผลมาก ขอเพิ่มยาแก้ปวดค่ะ"พยาบาลเวรเงยหน้าขึ้นรายงาน
"เตียงหก..." เขาพึมพำทวนคำ
กู้เหยียนโจวชะงักไปชั่วขณะ
สมองของเขาหยุดทำงานไปดื้อๆมันเป็ช่องว่างแห่งความว่างเปล่าที่กินเวลาประมาณสองวินาทีเขาพยายามนึกใบหน้าคนไข้เตียงหก นึกชื่อ นึกประวัติการแพ้ยา แต่กลับไม่มีข้อมูลใดๆปรากฏขึ้นมาในหัวเลยมีเพียงภาพพร่ามัวของผ้าปูเตียงสีขาวและเสียงล้อเตียงเข็นที่เสียดสีกับพื้น
เขาหลับตาลงกะพริบตาช้าๆ สองครั้งเพื่อไล่อาการเวียนหัวที่พุ่งวูบขึ้นมา
"คุณนายหลี่ค่ะ ที่ผ่าตัดกระดูกไหปลาร้าเมื่อวาน"พยาบาลช่วยเตือนความจำเมื่อเห็นเขายืนนิ่งนานเกินไป
"อ้อ... ใช่ คุณนายหลี่" เขาตอบรับ เสียงแหบแห้งจนแทบไม่มีลมออกมา
"เพิ่มมอร์ฟีนให้สองมิลลิกรัม... ไม่สิ"
เขาหยุดพูดกะทันหัน
นิ้วมือขวาของเขาที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์มีอาการสั่นระริกเบาๆกู้เหยียนโจวขมวดคิ้ว เขาเพิ่งจำได้ว่าคุณนายหลี่มีประวัติการทำงานของไตบกพร่องการเพิ่มมอร์ฟีนอาจทำให้เกิดภาวะกดการหายใจได้ความผิดพลาดในการสั่งยาเกือบจะหลุดออกจากปากเขาไปแล้วเพียงเพราะสมองส่วนความจำทำงานล่าช้า
"เปลี่ยนเป็ทรามาดอลฉีดเข้าหลอดเืดำแทนครับ"เขาแก้ไขคำสั่งยาให้ถูกต้อง น้ำเสียงของเขาไม่ได้แสดงความตื่นตระหนกมันมีความราบเรียบของคนที่ชินชากับความเหนื่อยล้าจนไร้ความรู้สึก
พยาบาลจดคำสั่งลงในแฟ้ม
"รับทราบค่ะ"
เขาหมุนตัวเดินกลับไปที่ห้องพักแพทย์ท้องของเขาส่งเสียงร้องเตือนอย่างรุนแรงจนรู้สึกคลื่นไส้ชายหนุ่มเดินผ่านเครื่องทำน้ำร้อนที่มุมทางเดิน เขาหยิบแก้วกระดาษใบเล็กขึ้นมากดน้ำร้อนใส่ลงไปค่อนแก้ว แล้วยกขึ้นดื่มรวดเดียวโดยไม่รอให้เย็นความร้อนลวกผ่านลำคอที่แห้งผากลงไปถึงกระเพาะอาหาร มันทำให้เขารู้สึกจุกเสียดแต่มันก็ช่วยให้เขารู้สึกถึงความมีอยู่ของร่างกายตนเองได้ชัดเจนขึ้น
กู้เหยียนโจวโยนแก้วกระดาษทิ้งลงถังขยะเขายกมือขึ้นบีบนวดท้ายทอยที่แข็งตึงเดินกลับไปเข้าเวรต่อท่ามกลางความวุ่นวายของเสียงเครื่องมือแพทย์และกลิ่นยาที่น่าสะอิดสะเอียน