ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 3 บทที่ 77 ปีศาจ

           ตระกูลมู่เคยประเมินว่าระดับฝีมือของหนิวเสินหวังนั้นไม่ได้สูงส่งมากมายเช่นที่เห็นเทียบไม่ได้กับเทพปีกเงินเสียด้วยซ้ำ ดังนั้น จึงใช้แต่ธนูลึกลับนั่น

            เพียงแค่กำจัดพลังทำลายล้างของลูกศรไปได้ หนิวเสินหวังก็ไร้พิษสง!

            เฉินไห่นั้นเริ่มจากฝึกวิชาหมัดมวยจนกระทั่งเข้าถึงแก่นแท้จิตวิญญาณของมวยสิงอี้ พละกำลังถือว่าธรรมดาไม่กระไรหนักหนาแต่เมื่อมีลูกไม้วิเศษมาช่วยเสริมการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกลับช่วยเพิ่มพูนพลังหมัดอย่างมหาศาล!

            ตอนนี้ หากเขากระโจนเข้าไปในหมู่มนุษย์พิเศษก็สามารถอวดโอ่ได้ว่าแทบจะไม่มีใครต้านทานเขาได้

            เพียงแค่กินลูกไม้ธรรมดาๆ เข้าไป ก็ก้าวหน้าได้ถึงเพียงนี้ไม่ได้ด้อยไปกว่าเทพวัชระหรือเทพปีกเงินเลยเขาเองก็เรียกได้ว่าอยู่ในกลุ่มมนุษย์พิเศษเช่นกัน!

            “คุณกร่างไปหน่อยไหม!” ฉู่เฟิงจ้องเขาเขม็ง

            ขณะเดียวกันฉู่เฟิงก็ขมวดคิ้ว เขารู้ทันทีว่าตัวเองพลาดการเดินทางไปตามทางหลวงนั้น ง่ายต่อการไล่ตาม

            ใบหน้าเฉินไห่ค่อนข้างเฉยเมย คนคนนี้ไม่ต่างกับทวนศึกเพียงเสือกแทงออกไปก็ทะลุทะลวงสิ่งป้องกันทั้งปวง เขามีความมั่นใจในตัวเองสูงมาก

            “เธอคงไม่ใช่หนิวเสินหวังจริงๆ ละมั้ง?”หญิงสาวคนนั้นรูปร่างสูงอย่างมาก ยืนอยู่ท่ามกลางเถาวัลย์ มองดูฉู่เฟิงด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

            เท่าที่รู้มา คนคนนี้เป็นคนธรรมดา แต่ตอนนี้ดูแล้ว ท่าทางจะไม่ใช่หลังจากที่ฉู่เฟิงเกิดการเปลี่ยนแปลงแล้ว เห็นได้ชัดว่ามีบางอย่างแปลกไป

            แต่ว่า หญิงสาวกลับไม่คิดว่าเขาเป็นหนิวเสินหวัง นั่นน่ะตัวร้ายเชียวนะเปิดฉากฆ่าฟันที่เขาไท่หังซาน บั่นคอมู่ ไล่ฆ่ากวาดล้างมนุษย์พิเศษแม้แต่เฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธยังถูกยิงตก นั่นมันเหี้ยมโหดเกินไป

            เด็กหนุ่มตรงหน้าไม่มีท่าทางเบ่งกล้ามวางอำนาจอย่างนั้น ดูค่อนข้างจะอ่อนโยนเสียด้วยซ้ำต่อให้โมโห ก็ไม่เหมือนปีศาจกระหายเลือดนั่น

            “คุณว่าไงล่ะ?” ฉู่เฟิงไม่นึกว่าวันนี้จะมาถึงรวดเร็วเช่นนี้ ดูแล้ว ไม่ว่าเขาจะตอบรับหรือปฏิเสธอีกฝ่ายก็ยังลงมืออยู่ดี

            คนพวกนี้วางโตเสียจริงๆ ยอมฆ่าคนผิดสามพัน ดีกว่าพลาดปล่อยคนไปคนเดียวเป็นอย่างนี้ไม่เคยเปลี่ยน

            “ต่อให้เป็นหนิวเสินหวังแล้วไง? ฆ่าได้ก็จบ!” เฉินไห่พูดอย่างเลือดเย็น ในมือคือโล่ทำจากโลหะผสมที่ทนทานอย่างยิ่ง

            เขามั่นใจในตัวเองเป็นอย่างมาก คนอื่นๆต่อให้ก้าวหน้าแค่ไหนก็ไม่อยู่ในสายตา

            นอกจากพวกเทพวัชระนั่นแล้ว สำหรับคนอื่นๆ ยากนักที่เขาจะให้ความสำคัญ

            ฉู่เฟิงไม่พูดอะไร ดึงคลี่ห่อผ้าขนาดใหญ่หยิบเอาคันศรฟ้าคำรามออกมาถือขวางไว้ตรงหน้า

            คันศรนี้สะดุดตาผู้คนอย่างไม่มีอะไรเทียบจนถึงกับมีคนเอาภาพของมันไปเผยแพร่ในโลกออนไลน์!

            แววตาเฉินไห่สาดประกายวาววับ จ้องฉู่เฟิงเขม็ง ถึงแม้จะรู้ว่าเขาเป็นใครแต่เมื่อได้รับการยืนยันเช่นนี้ ก็อดแตกตื่นไม่ได้

            ส่วนหญิงสาวนั้นนิ่งอึ้งไปทันที ใบหน้าสั่นระริก นี่คือหนิวเสินหวัง?

            โลกภายนอก เทิดทูนเขาเสมือนเทพ ผู้ใช้คันธนูโบราณยิงเฮลิคอปเตอร์ร่วงเผ่นโผนโจนทะยานไปทั่วเขางูขาว เรื่องนี้มีใครบ้างไม่รู้?!

            “เธอ...” หญิงสาวปากคอสั่นอย่างไม่อาจควบคุม

            ฉู่เฟิงยังเด็กอยู่มาก ไม่มีกลิ่นอายกระหายเลือดให้อย่างไรก็ไม่เหมือนคนบ้าคลั่งป่าเถื่อน

            วันนั้น หนิวเสินหวังวางก้ามขนาดไหน ทั่วอาณาบริเวณภูเขานั้นเขาต่อสู้กับปืนใหญ่ หลบหนีลูกกระสุน ด้วยการคำรามเพียงครั้งเดียวก็ทำให้มนุษย์พิเศษสิบกว่าคนของมู่ที่ดื่มน้ำยาสูตรใหม่ตายเรียบอยู่ในเขา

            ตอนนั้นท่าทางนั่น กำเริบเสิบสานอย่างยิ่ง

            ให้อย่างไรหญิงสาวก็ไม่อาจจับเงาร่างทั้งสองมาผนวกรวมเข้าด้วยกันได้จะอย่างไรก็ไม่เหมือนคนคนเดียวกัน

            ถึงแม้จะไม่เชื่อ แต่เธอก็ยังนึกขึ้นได้ว่าต้องรายงานไปทางตระกูลมู่ทันทีแจ้งข่าวอันน่าตื่นตะลึงนี้ เรื่องนี้ ถ้าแพร่ออกไปต้องแตกตื่นใหญ่โตอย่างแน่นอน

            ตัวตนที่แท้จริงของหนิวเสินหวังหากถูกเปิดเผยต้องเป็นข่าวครึกโครมอย่างไม่ต้องสงสัย!

            “ช้าก่อน!” เฉินไห่สั่งห้ามไม่ให้เธอส่งรายงาน

            หญิงสาวตะลึง ไม่เข้าใจว่าด้วยเหตุใด หากก็ไม่กล้าขัดเฉินไห่คนผู้นี้แข็งแกร่งขนาดเทียบชั้นได้กับสี่สุดยอดมนุษย์พิเศษเลยนะไม่ใช่คนที่เธอจะขัดใจได้ง่ายๆ

            เฉินไห่จ้องฉู่เฟิง เอ่ยว่า “เอาของที่อยู่ในตัวแกออกมาให้ฉันดู”

            ในดวงตาของเฉินไห่ ฉู่เฟิงมองเห็นความร้อนแรงและความละโมบคนผู้นี้หยาบคายอย่างยิ่ง หมายตากล่องหินของเขา เพราะเหตุนี้จึงไม่ต้องการรายงานให้ตระกูลมู่รับรู้

            ฉู่เฟิงเองก็ไม่ปิดบัง เขาหยิบกล่องหินออกมาจากในเสื้อแถมยังเปิดให้คนทั้งสามดูกันให้ชัดๆ เสียด้วย

            ภายในกล่องหิน แสงสีเขียววับวาม ความมีชีวิตชีวาถูกเก็บงำอยู่ภายในเป็นใครที่ไหนเห็นเข้าก็รู้ได้ทันทีว่าของสิ่งนี้ไม่ธรรมดา!

            “ส่งมา!”

            เฉินไห่มั่นใจว่ามันมีประโยชน์ต่อเขาอย่างแน่นอนเพราะเมื่อมองเพียงครั้งเดียว เลือดลมในร่างพลันสูบฉีดรวดเร็ว เขารู้สึกได้ทันทีของในกล่องหินจะช่วยให้เขาก้าวหน้าได้

            เขาฝึกวิชาหมัดบรรลุจนถึงขั้นนี้ ไม่ง่ายเลยระดับที่ประสาทสัมผัสเฉียบไวอย่างยิ่ง

            “ทำไมต้องให้คุณ!” ฉู่เฟิงตอบเสียงเย็น

            เขาเก็บกล่องหิน น้าวศร ลูกศรพาดอยู่บนแล่งแต่แรกแล้ว

            “ยังไม่รายงานเบื้องบนอีกหรือ?” หญิงสาวร้องมองไปทางเฉินไห่ เธอรู้สึกว่านี่เป็นเรื่องใหญ่ ควรต้องรายงานทันที

            ตระกูลมู่ประกาศตั้งรางวัลนำจับไว้แต่แรกผู้ใดที่สามารถให้เบาะแสของหนิวเสินหวังได้ หรือบอกได้ว่าเขาคือใครตระกูลมู่จะตกรางวัลให้อย่างงาม!

            “หุบปาก ฉันบอกแล้วไง ยังไม่ต้องรายงานพวกเขา!”เขากวาดตามามองเธอ ดุดันและวางอำนาจ

            ฉู่เฟิงหัวเราะ เป็นอย่างที่เขาคาดจริงๆ เฉินไห่กักขฬะหยาบคายอีกทั้งละโมบ พอเห็นว่าเขามีของวิเศษอยู่กับตัวก็คิดฮุบจะเอาไว้คนเดียวไม่ต้องการให้ทางตระกูลมู่ล่วงรู้

            หญิงสาวนิ่งอึ้ง เธอเริ่มกลัวว่าเฉินไห่จะฆ่าเธอปิดปาก

            ฟึ่บ!

            วินาทีต่อมา เฉินไห่ขยับตัว น่าเกรงขามอย่างไม่มีอะไรเปรียบไม่ด้อยไปกว่าเทพวัชระหรือเทพปีกเงินเลย เขาพุ่งเข้าหาฉู่เฟิงเพียงพริบตาก็ทะยานไปร่วมสิบเมตร

            มือข้างหนึ่งถือโล่ มืออีกข้างกำหมัด พุ่งทะยานไปเบื้องหน้าสำแดงพลังอันน่าเกรงขามอย่างไม่มีอะไรเทียบได้

            เฟี้ยว!

            ฉู่เฟิงน้าวศร ก็ต้องรอให้เขาพุ่งเข้ามาล่ะนะ ไม่งั้นหลบลำบาก

            ลูกศรหนึ่งดอก พุ่งออกไปพร้อมสายฟ้า เสียงฟ้าฟาดสนั่นหวั่นไหวสายฟ้าแลบแปลบปลาบท่ามกลางคืนอันมืดมิด

            ลูกศรที่ยิงออกไปด้วยคันศรฟ้าคำรามแฝงพลังอำนาจจากสายฟ้าพลังทำลายล้างพิสดารไม่มีอะไรเทียบต่อให้เป็นหัวลูกศรเหล็กธรรมดายังสามารถทลายหินหนักห้าตันให้เป็นผุยผงได้

            ตูม!

            ลูกศรนี้ เดิมทีเล็งใส่ศีรษะของเฉินไห่ แต่ด้วยปฏิกิริยาอันรวดเร็วเขายกโล่ขึ้นกันทันควัน เกิดเสียงสะท้อนสะท้านดังสนั่น

            สายฟ้าพาดพัน เสียงฟ้าผ่าลั่นหู โล่อันนั้นรับการโจมตีรุนแรงหากไม่ถูกทำลาย คุณสมบัติทนทานอย่างน่าตกใจ

            เฉินไห่ยึดโล่ไว้แน่นร่างทั้งร่างถูกแรงมหาศาลกระแทกใส่จนตัวลอยปลิวออกไปอย่างควบคุมไม่ได้

            หญิงสาวผู้นั้น เมื่อเห็นเหตุการณ์ก็ถอยกรูดอย่างรวดเร็วเถาวัลย์มากมายโผล่ขึ้นมาล้อมรอบปกป้องเธอเอาไว้

            ส่วนเหยี่ยวตัวนั้น มันทะยานขึ้นฟ้าไปแล้วด้วยความหวาดกลัวสุดกำลังที่มีต่อฉู่เฟิง

            เฟี้ยวเฟี้ยวเฟี้ยว...

            ฉู่เฟิงน้าวศรอย่างต่อเนื่อง ลูกศรดอกแล้วดอกเล่าถูกยิงออกไป ทั้งหมดเล็งไปที่เฉินไห่

            ตึงตึงตึง...

            ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า เฉินไห่เองก็น่ากลัวอย่างยิ่งหลังจากที่ฝึกฝนมวยสิงอี้จนบรรลุ เขาแข็งแกร่งกว่ามนุษย์พิเศษทั่วๆ ไปอย่างมากเขาเหวี่ยงโล่อย่างต่อเนื่อง ป้องกันลูกธนูที่ยิงเข้าใส่

            เขาตอบโต้อย่างว่องไว อีกทั้งสัมผัสก็เฉียบคม

            ตอนนี้ เขายังไม่ร่วงลงสู่พื้นแต่ถูกแรงมหาศาลจากลูกศรกระแทกจนตัวลอยอยู่กลางอากาศ

            ลูกศรดอกแล้วดอกเล่า ถ้าไม่พุ่งเข้าใส่โล่ เฉินไห่ก็หลบพ้นไม่มีสักดอกที่ปลิดชีพเขาได้

            ฉู่เฟิงขมวดคิ้ว โล่นี่เหนียวเป็นบ้า ขนาดศรเขี้ยวมังกรยังยิงไม่ทะลุมันน่าตกใจจริงๆ

            ทว่า ฟ้าแลบแปลบปลาบ สายฟ้าฟาดลงอย่างต่อเนื่อง ต่อให้เฉินไห่ไม่ถูกศรแต่ก็ถูกโจมตีหนักหน่วง แขนไหม้เกรียม ง่ามนิ้วระหว่างนิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ฉีกเลือดสดๆ ไหลริน

            เขาถูกโจมตีรุนแรง ได้รับบาดเจ็บ แต่ว่าหากคิดจะสังหารเขามันย่อมเป็นไปไม่ได้

            ในที่สุด เฉินไห่ก็ร่วงลงสู่พื้น มือยังคงถือโล่อยู่ เขาเซไปเพียงเล็กน้อยแต่แล้วก็ปักหลักมั่นประหนึ่งทวนที่ตั้งตรง สายตาเย็นเยียบจ้องไปยังฉู่เฟิง

            “คันธนูนี่ร้ายกาจจริงๆ แต่ว่า ก็ทำได้แค่นี้แหละแกใช้มันสังหารฉันไม่ได้หรอก!” เฉินไห่ยิ้มเย็น

            เขามีโล่อยู่ในมือ ด้วยฝีมือของเขา สามารถปัดป้องลูกศรได้ทั้งหมดนักหมัดมวยระดับเขาเรียกได้ว่าน่ากลัวอย่างยิ่ง แทบจะเข้าขั้นเทพแล้ว

            ฉึก!

            ลูกศรดอกหนึ่งปลิวออกไปพร้อมสายฟ้า ร่วงลงห่างออกไปไม่ไกล เสียงตูมดังขึ้นที่ตรงนั้นระเบิดกระจาย เลือดสาดเป็นวงกว้าง

            “อ๊าก...”

            ‘ถู่สิงซุน’ ส่งเสียงร้องโหยหวน กระโดดออกมาจากผืนดินกลิ้งกระเสือกกระสน หากทุรนทุรายไม่นานก็สิ้นใจ ลูกศรดอกนั้นเสียบเข้าร่างของเขาพลังรุนแรงฉีกกระชากร่างเขาขาดไปครึ่งหนึ่ง

            ฉู่เฟิงยิงลูกศรใส่เฉินไห่ไม่เป็นผล จึงยิงใส่ ‘ถู่สิงซุน’ อย่างไม่ลังเล เพราะคนผู้นี้กำลังลอบโจมตี พอสบจังหวะก็ฆ่ากลับเสียเลย

            ไม่อย่างนั้น ทิ้งเขาไว้ รังแต่จะเป็นภัยในภายหลัง คนผู้นี้ดำดินได้ไปมาไร้ร่องรอย

            ถึงแม้จะกำจัดศัตรูไปได้หนึ่งคน แต่คนที่ร้ายกาจที่สุดยังคงยืนอยู่ตรงหน้า

            เฉินไห่ยิ้มเย็น เดินเข้าหาอย่างคุกคาม เอ่ยว่า “ส่งกล่องหินมา!”

            ฉู่เฟิงน้าวศรอีกครั้งอย่างมั่นคง ยิงใส่เฉินไห่

            “แกน่าจะรู้ดีนะ ด้วยความสามารถอันแท้จริงแล้วยังไงแกก็ไม่ใช่คู่มือของฉัน ส่วนตัวช่วยสำคัญที่สุดของแก ‘คันธนู’ นั่น ทำอะไรฉันไม่ได้แม้แต่น้อย แกตาย!”เฉินไห่ยกโล่ขึ้น พุ่งเข้าหาพร้อมไอสังหารเลือดเย็น

            ตึงตึง...

            เสียงดังเลื่อนลั่นจากการปะทะกันอย่างรุนแรงของลูกศรและโล่ประกอบกับเสียงฟ้าผ่าสนั่นหวั่นไหว ทั้งหมดนี้ไม่อาจสกัดย่างก้าวของเฉินไห่ได้เขาถือโล่ด้วยสองมือ ค่อยๆ คืบคลานเข้าใกล้

            ถึงแม้จะรังเกียจศัตรูคนนี้ แต่ฉู่เฟิงก็ยอมรับว่าอีกฝ่ายพูดถูกอย่างหนึ่ง

            เขาเคยลองเปรียบเทียบความสามารถในการต่อสู้ของตัวเองกับเทพวัชระว่าห่างกันแค่ไหน

            หากตัดคันศรฟ้าคำรามออกไปล่ะก็ เขาย่อมไม่ใช่คู่มือ

            เพราะว่า หวงหนิวเคยลอบกัดเทพวัชระ ดักตีหัวเขาข้างหลังตั้งหลายครั้งก็ยังไม่สามารถทำให้เขาสลบได้ ข้อนี้พิสูจน์ได้ว่าเทพวัชระแข็งแกร่งเพียงใด

            ส่วนฉู่เฟิงเอง ก็ยังเทียบหวงหนิวไม่ได้ สามารถนึกภาพได้เลยว่าหากโยนคันศรทิ้งไป เขาย่อมไม่ใช่คู่มือของคนอย่างเทพวัชระหรือเฉินไห่

            “เฟี้ยว!”

            ลูกศรอีกดอกปลิวออกไป ยิงใส่กอหญ้า

            “เอ๋ง!”

            เสียงสุนัขร้องโหยหวน ร่างของมันถูกพลังรุนแรงจากลูกศรฉีกกระจุยสิ้นใจในที่สุด

            ฉู่เฟิงเตรียมตัวเผ่นแต่ก็กลัวว่าจมูกอันเฉียบคมของสุนัขตัวนี้จะตามเขาเจอ จึงกำจัดเสีย

            ผู้หญิงคนนั้นกับเหยี่ยวตัวนั้นต่างพากันหวาดกลัว วิ่งหนีเตลิดไปไกล

            “หนีทำไม? กลับมาฉันไม่มีทางยอมให้มันกร่างต่อไปได้หรอก!” เฉินไห่ตะคอก

            คราวนี้ เขาลงมือ ด้วยความเร็วอย่างยิ่งเพียงแสงไฟสาดส่องก็ไปอยู่ตรงหน้าฉู่เฟิงแล้ว หมัดสิงอี้ถูกใช้โจมตีออกไป

            เสียงมังกรพยัคฆ์คำราม เฉินไห่สะบัดสองแขน ภาพที่เกิดขึ้นน่าตกใจอย่างยิ่ง

            มังกรและพยัคฆ์ปรากฏตัวขึ้น กู่คำรามแล้วพุ่งเข้าบดขยี้ฉู่เฟิง!

            เมื่อเทียบกับมนุษย์พิเศษคนอื่นๆ แล้ว มันน่ากลัวกว่าไม่รู้กี่เท่าพายุรุนแรงพัดกระหน่ำ ไม้ใหญ่โดยรอบไหวโยกโคลงเคลง ใบไม้ร่วงเกลื่อนกระจัดกระจาย

            หมัดสิงอี้มีทั้งหมดสิบสองท่าตอนนี้เฉินไห่เปิดมาก็ใช้ท่ามังกรและท่าเสือเลยแทบจะเป็นการผสมผสานพลังโจมตีของมังกรและพยัคฆาด้วยกันอยู่แล้ว พลังทำลายล้างรุนแรงอย่างน่าตกใจ

            ฉู่เฟิงตะลึง บนวิถีแห่งหมัดนี้ ยังมีคนที่ฝึกฝนได้ถึงขั้นนี้เชียวหรือเป็นฝีมือที่เข้าขั้นสะเทือนโลกเลยทีเดียว

            เขาหลบหมัดที่พุ่งใส่ พอหนีออกไปก็เห็นว่าเฉินไห่ไล่ตามมือขวาของเขาวาดกระบี่สั้นสีดำออกไป เงาแสงสีดำสาดกระจาย

            ตึง!

            เฉินไห่แกร่งอย่างมาก ใช้นิ้วเดียวดีดเข้าที่หลังกระบี่ฉู่เฟิงถึงกับสั่นไปทั้งแขน เลือดสดๆ หลั่งไหล กระบี่สั้นสีดำแทบร่วงหลุดจากมือ

            นี่มันตัวประหลาดชัดๆ เอาชนะด้วยแรงไม่ได้อย่างแน่นอน!

            ฉู่เฟิงมั่นใจแล้วว่า คนผู้นี้ไม่ด้อยไปกว่าเทพวัชระตอนนี้เขาไม่ใช่คู่มือ ต่อให้ใช้เคล็ดหายใจแบบพิเศษกับหมัดปีศาจวัวก็ยังห่างไกลจากคนผู้นี้

            เขาหมุนตัววิ่งหนีอย่างรวดเร็วเข้าไปในเขาลึก

            “แกหนีไม่พ้นหรอก!” เฉินไห่ยิ้มเย็น

            จากนั้น เขาหันไปตะโกนใส่หญิงสาวผู้นั้น “ยังไม่รีบตามไปอีก!”

            “ค่ะ!” หญิงสาวคนนั้นตะลึง เฉินไห่น่ากลัวจริงๆด้วยความสามารถอันบ้าคลั่งเด็ดขาดของเขาอย่างนี้เทียบได้กับสี่สุดยอดมนุษย์พิเศษอย่างแน่นอน

            แล้วถ้าเขาได้กินลูกไม้วิเศษจากต้นไม้พิสดารล่ะก็เฉินไห่จะต้องกลายเป็นสุดยอดของยอดฝีมือในหมู่มนุษย์อย่างแน่นอน!

            หญิงสาวคนนั้นวิ่งเข้ามาตรงหน้าเขาพร้อมกันกับที่เหยี่ยวตัวนั้นร่อนลงสู่พื้น รอให้ทั้งสองคนขึ้นไปนั่ง

            ปึก!

            ทันใดนั้น เฉินไห่ก็ลงมือ ฟาดเพียงฝ่ามือเดียวก็ระเบิดร่างหญิงสาวกระจายเละเทะ พิสูจน์ได้ว่าพละกำลังของเขาน่ากลัวปานใด

            เธอเป็นมนุษย์พิเศษที่แกร่งมากคนหนึ่ง สุดท้ายเพียงเบาๆ ฝ่ามือเดียวกลับถูกเขาฟาดตาย

            หญิงสาวคั่งแค้น ดวงตาเต็มไปด้วยความสิ้นหวังร่างสะบักสะบอมถูกเหวี่ยงกองลงกับพื้น เธอสิ้นใจไปพร้อมกับความอัดอั้นและแค้นเคือง

            เหยี่ยวตัวนั้นตะลึงงัน มันจะบินหนี แต่ถูกเฉินไห่คว้าไว้ได้เขาขึ้นนั่งบนหลังมันแล้วสั่ง “ตามมันไป!”

            เขาวางอำนาจอย่างมาก น้ำเสียงเย็นเยียบ เหยี่ยวตกใจกลัวจนตัวสั่นงันงกไม่กล้าขัดคำสั่ง บินตามเข้าไปในเขาลึก

            ฉู่เฟิงหันมาเห็นเหตุการณ์เข้าพอดี ถึงกับสะดุ้งวาบไอ้เฉินไห่นี่มันเลือดเย็นไร้ความรู้สึกจริงๆ ขนาดพวกเดียวกันยังลงมือได้

            ชัดเลยว่า เฉินไห่ยังคิดถึงเรื่องกล่องหิน จะยึดเป็นของตัวเองเขาไม่ต้องการให้เรื่องนี้เล็ดลอดออกไป จึงฆ่าคนปิดปาก!

            “แกหนีไม่พ้นหรอก ของนั่นเป็นของฉัน!” เฉินไห่ที่อยู่กลางอากาศพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ

            ฉู่เฟิงหัวซุกหัวซุนวิ่งเข้าไปในภูเขาบรรพกาล ทุกวันนี้ภูเขามโหฬารเช่นนี้พบเห็นได้ไม่น้อย เขาคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมเช่นนี้มากกว่าเพราะเคยเข้ามาฝึกฝนตัวเองอยู่บ่อยๆ

            “หืม?!”

            เฉินไห่ขมวดคิ้ว บังคับเหยี่ยวให้เข้าไปในเขตภูเขาบรรพกาลที่นี่ความชื้นหนาแน่น รบกวนการมองเห็นอย่างมาก

            นอกจากนี้ เหยี่ยวกำลังสั่น มันหวาดกลัวสถานที่แห่งนี้อย่างมาก

            เพราะว่าในภูเขาบรรพกาลนั้นเต็มไปด้วยสัตว์ประหลาดสารพัดชนิดมันส่งเสียงร้องไม่หยุด บางทีก็มีนกยักษ์บินโฉบมา มันหวาดกลัวอย่างยิ่ง

            พรึ่บ!

            นกยักษ์ตัวมหึมาปีกกว้างร่วมยี่สิบกว่าเมตรตัวหนึ่งบินเข้ามาใกล้ทั่วร่างเต็มไปด้วยลวดลายสีเงิน พละกำลังมหาศาล ตัวมันใหญ่เสียจนเหยี่ยวตกใจลนลานบินหนีลงเบื้องล่าง ไม่กล้าอยู่กลางฟ้าอีก

            “ไอ้สวะ!”

            เฉินไห่โมโห พอร่อนลงสู่พื้น เขากระทืบคอเหยี่ยวอย่างแรงจนมันตายคาที่

            ตอนนั้นเอง นกยักษ์ตัวยาวร่วมยี่สิบกว่าเมตรตัวนั้นบินวกกลับมาลวดลายสีเงินของมันสะท้อนแวววาว ดุร้ายอย่างยิ่ง เพียงพริบตาก็มาอยู่ตรงหน้าแล้ว

            “กะอีแค่เดรัจฉานตัวหนึ่ง ยังจะกล้ากร่างใส่ฉันเรอะ”

            เขาเก็บโล่ ใช้ท่าหมีที่เป็นหนึ่งในสิบสองท่าของหมัดสิงอี้ เร่งพลังจนถึงที่สุดแล้วปล่อยหมัดออกไปกระแทกใส่กลางอากาศ

            ปึก!

            เพียงพริบตาเท่านั้น นกยักษ์ตัวขนาดยี่สิบกว่าเมตรพลันระเบิดกระจุยกระจายฝนเลือดซัดสาด ขนนกร่วงปลิวว่อน

            นกยักษ์ตัวนี้ขนาดใหญ่โต มนุษย์พิเศษหลายคนร่วมมือกันรุมมันก็ยังไม่ใช่คู่มือแต่สุดท้าย กลับถูกเฉินไห่กำจัดได้อย่างง่ายดาย

            เพียงเท่านี้ ก็สัมผัสได้ถึงความน่ากลัวของเขาแล้ว!

            “ฉันจะดูว่าแกหนีไปไหนพ้น!”เฉินไห่ทำเสียงขึ้นจมูกอย่างเย็นชา พลางออกเดินไปในภูเขาบรรพกาล

            “โฮก!”

            สัตว์ร้ายขนาดมหึมาตัวหนึ่งโผล่ออกมา หน้าตาเหมือนลิงยักษ์ทั่วร่างเต็มไปด้วยขนยาวสีทอง สูงประมาณสิบห้าสิบหกเมตรตัวมันเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือด วิ่งตะบึงเข้าใส่

            “หาที่ตายนะแก!”

            เฉินไห่ไม่หลบสักนิด พุ่งเข้ารับทันที ใช้ท่ามังกรของหมัดสิงอี้ออกไปเสียงตึงดังขึ้น ร่างทั้งร่างของเขาพุ่งทะลวงผ่านร่างลิงยักษ์ออกไป

            เบื้องหลังของเขา เลือดสาดกระจายลิงยักษ์ขนทองตัวนั้นร้องโหยหวนจากนั้นตัวมันพลันระเบิด เป็นภาพอันน่าสยดสยอง!

            เฉินไห่สะบัดแขนขา ออกวิ่งตามหาฉู่เฟิง หากว่ามีสัตว์ร้ายนกยักษ์มาขวางทางก็เชือดมันทิ้งอย่างไม่ไยดี พลังโจมตีอันน่าหวาดหวั่นนี้ชวนให้ขนหัวลุกอย่างยิ่ง

            ไม่ว่าสัตว์ประหลาดจะดุร้ายเพียงใด เมื่ออยู่ต่อหน้าเขาล้วนไม่คณนามือหมัดสิงอี้ทั้งสิบสองท่า พวกมันถูกโจมตีครั้งเดียวร่างกายก็ถูกฉีกกระจุย

            สำหรับเหล่าสัตว์ร้ายนกยักษ์ในป่าบรรพกาลแล้ว นี่มันปีศาจชัดๆเป็นปีศาจในหมู่มนุษย์ แกร่งเกินไป ผ่านไปทางไหนก็ตายเรียบ

            สุดท้าย ที่แห่งนี้ก็สงบลงในที่สุด ไม่มีสัตว์ตัวไหนกล้าย่างกรายเข้าใกล้พวกมันล้วนตัวสั่นงันงก หลบลี้หนีเขา

            ภูเขากว้างใหญ่ไพศาล กลับไร้ซึ่งศัพท์สำเนียงใดๆ

            ฉู่เฟิงหนีเข้าไปในส่วนลึกของภูเขาบรรพกาลเขากำลังมองหาทางเข้ามิติคู่ขนาน

            “ดูท่าตอนนี้ ไม่กินเมล็ดสนสีม่วงทองไม่ได้แล้วแฮะ!”

            ก่อนหน้านี้ ฉู่เฟิงลังเลมาตลอดว่าจะกินดีหรือไม่กินดีเพราะหวงหนิวเคยบอกว่า การกินพวกลูกไม้นั้นมีข้อดีอย่างเห็นได้ชัดแต่ท้ายที่สุดแล้วก็อาจเกิดผลเสียขึ้นได้

            ต่อมา พอฉู่เฟิงเห็นว่าเมล็ดพันธุ์ในกล่องหินส่องแสงสีเขียวขจีใกล้จะงอกต้นอ่อนแล้ว จึงตัดสินใจว่าจะรอให้เมล็ดพันธุ์ลึกลับนี้ออกดอก!

            แต่ตอนนี้ ต่อหน้าความเป็นตาย จะมาลังเลอีกไม่ได้แล้ว

            “เมล็ดสนสีม่วงทองสิบสองเมล็ด ตอนแรกเราอยากเก็บไว้ให้พ่อกับแม่ แต่ตอนนี้คงต้องเอาออกมาใช้ซะแล้ว!” ฉู่เฟิงถอนใจเฮือก

            แต่ก่อนอื่น เขาต้องหาที่ปลอดภัยสักที่ สลัดเฉินไห่ออกไปก่อน

            เพราะว่าการออกฤทธิ์ของเมล็ดสนสีม่วงทองนั้นต้องใช้เวลา

            “หือ?!” ทันใดนั้น ฉู่เฟิงก็ตาโต เขาสะดุ้ง

            ในอกเสื้อของเขา กล่องหินแง้มเปิด พลังลึกลับบางอย่างผลักพุ่งออกมา

            จากนั้น เขารู้สึกได้ถึงความสดชื่นอย่างหนึ่งพลังแห่งชีวิตอันเข้มข้นแผ่กระจายไปทั่ว

            เขาหยิบกล่องหินออกมา พบว่าฝากล่องหลุดออกมาจริงๆ ด้วยเมล็ดพันธุ์ในกล่องหินมีรากงอก มีต้นอ่อน มันโผล่ออกมาจากก้อนดินพิเศษ!

            นอกจากนี้ มันยังเติบโตอย่างรวดเร็วอย่างกับว่าจะผลิดอกออกผลในชั่วข้ามคืน!

    คล้ายกับเรื่องซากเทวะ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน