บทที่70
สินค้าสร้างความตกตะลึง
หลังจากที่ราคาหลุดออกมาจากปากของหยุนโม่เสียงฮือฮาก็ดังขึ้นทันทีทั่วบริเวณแผงขายของใบหน้าของผู้คนรอบข้างล้วนแสดงความตกตะลึงอย่างชัดเจน
“หินวิญญาณ!!”
เสียงอุทานหลุดรอดออกมาจากฝูงชนอย่างไม่ปิดบังความตกใจ
แม้กระทั่งเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าแผงขายของยังอ้าปากค้างไปครู่หนึ่ง ใบหน้าของเขาชะงักราวกับไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
แต่หยุนโม่กลับไม่แสดงท่าทีแปลกใจใดๆ เขาหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างผ่อนคลาย
“ฮ่า ๆ ๆอย่ามองว่าไม่คุ้มเลย”
เขายกมือขึ้นชี้ไปยังลูกแก้วในแผงขายของพลางเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงมั่นคง
“ลองคิดดูสิว่าเจ้ากำลัง ‘ซื้อโอกาสรอดชีวิต’ ของตัวเอง…ลูกแก้วนี้สามารถป้องกันการโจมตีจากผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมกายาได้นั่นไม่ใช่สิ่งไร้ค่าหรอกนะ มันเทียบได้กับชีวิตของพวกเจ้าเลยทีเดียว”
คำพูดของหยุนโม่ค่อย ๆซึมซับเข้าสู่จิตใจของผู้คนโดยรอบ บางคนที่กำลังตั้งคำถามในใจก็เริ่มพยักหน้าเบา ๆเมื่อลองชั่งน้ำหนักดูแล้วโอกาสรอดชีวิตในโลกที่เต็มไปด้วยการฆ่าฟันนั้น…มีค่าเหนือกว่าหินวิญญาณเสียอีก
“เอาล่ะ ลองดูให้ชัด ๆ”
หยุนโม่กล่าวจบก็หยิบลูกแก้วสีขาวขึ้นมาไว้ในมือเขายกขึ้นให้ทุกคนเห็น ก่อนจะออกแรงบีบ
เสียง "แกร๊ก"ดังขึ้นเบา ๆลูกแก้วในมือแตกสลายเป็นเศษพลังโปร่งแสงที่ระเบิดออกมารอบตัว
ในพริบตา ถัดจากนั้นก็เกิดคลื่นปราณพุ่งออกจากจุดศูนย์กลางโล่พลังปราณสีขาวหมุนวนประกอบตัวขึ้นรอบกายของหยุนโม่พลังแผ่ซ่านล้อมร่างของเขาไว้ราวกับม่านแสงที่ตัดขาดโลกภายนอก
ทุกสายตารอบข้างเบิกกว้างทันทีบางคนยื่นหน้าเข้าไปมองใกล้ขึ้นเล็กน้อย ดวงตาเปล่งประกายด้วยความตกตะลึงและสนใจอย่างเห็นได้ชัด
แม้แต่ผู้ฝึกตนบางคนที่เคยดูแคลนตอนนี้ยังต้องกลืนน้ำลาย
“ลองโจมตีดูสิ”หยุนโม่หันหน้าไปหาเด็กหนุ่มตรงหน้า เอ่ยเสียงเรียบโดยไม่ลดรอยยิ้ม
เด็กหนุ่มผู้นั้นแม้ดูจากอายุเพียงไม่เท่าใด แต่จากการเคลื่อนไหวของพลังปราณในกายแล้ว ก็พอคาดเดาได้ว่าเขาเพิ่งเริ่มต้นบนเส้นทางแห่งการฝึกตนได้ไม่นานนักหากวัดจากกลิ่นอายปราณที่แผ่ออกมา ก็อยู่ราว ๆ ขอบเขตปรับแต่งพลังขั้นสี่เท่านั้น
เขายืนประจันหน้ากับโล่ปราณป้องกันที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้าก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมปราณวิญญาณเข้าสู่หมัดอย่างมั่นคงปราณทั่วทั้งร่างพลันไหลเวียนอย่างเร่งเร้าแสงเรืองรองสีขาวอมฟ้าปรากฏขึ้นที่กำปั้น ก่อนที่เด็กหนุ่มจะเปล่งเสียงต่ำแล้วซัดหมัดออกไปอย่างสุดแรง
เสียงลมตัดอากาศดัง วืด! ตามมาด้วยเสียงกระแทกหนักแน่นปัง!
หมัดของเขากระแทกเข้าใส่ผิวของม่านปราณที่ห่อหุ้มลูกแก้วทว่ากลับไม่มีแม้แต่คลื่นสะเทือนเล็กน้อย โล่ปราณยังคงนิ่งสนิทราวกับไม่รับรู้ถึงแรงกระแทกนั้นเลยแม้แต่น้อย
ผู้คนที่ยืนอยู่โดยรอบต่างพากันเบิกตากว้างบ้างถึงกับอ้าปากค้างโดยไม่รู้ตัว
บางคนที่เคยเห็นลูกแก้วป้องกันทั่วไปยิ่งรู้สึกตื่นตะลึงเพราะไม่เคยเห็นเครื่องมือระดับธรรมดาสามัญใดที่สามารถต้านรับการโจมตีเช่นนี้ได้โดยไร้รอยสั่นไหวแม้เพียงเส้นเดียว
เสียงฮือฮาดังขึ้นทันที
"ข้าซื้อลูกแก้วป้องกันระดับหนึ่งหนึ่งชิ้น!" เสียงหนึ่งดังขึ้นจากฝูงชนทางซ้าย เป็นชายผู้มีดาบสะพายหลังท่าทางคล่องแคล่ว
"ข้าเอาสองชิ้น!"อีกเสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นจากทางขวาคราวนี้เป็นสตรีผู้ฝึกตนในชุดเขียวเข้ม มือถือถุงเงินเตรียมไว้เรียบร้อย
"ข้าเอาด้วย!ข้าเอาด้วย!" ผู้คนต่างตะโกนแข่งกันราวกับกลัวว่าหากช้ากว่านี้แม้เพียงครึ่งอึดใจ ของจะหลุดลอยจากมือ
บรรยากาศโดยรอบพลันคล้ายรังผึ้งที่ถูกกระทบจนผึ้งทั้งรังแห่ตอมหวังชิงน้ำผึ้งหวานแผงขายของซึ่งเพิ่งตั้งขึ้นเมื่อครู่นี้ กลับถูกห้อมล้อมด้วยผู้คนจากรอบทิศผู้ฝึกตนจากสารพัดระดับพลังต่างเร่งรุดเข้ามา เสียงเท้าดังระรัวข้าวของในมือแทบจะร่วงหล่นเพราะเร่งรีบ
หยุนโม่ยืนอยู่หลังแผงใบหน้าภายใต้หน้ากากเหล็กแฝงรอยยิ้มบาง เขาส่งเสียงหัวเราะต่ำในลำคอก่อนจะกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงรื่นเริง
“ฮ่า ๆ ๆ เข้ามาเถิด!ร้านของข้ายินดีต้อนรับทุกท่าน!”
ถ้อยคำยังไม่ทันจบดีมือของเขาก็เริ่มเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว หยิบลูกแก้วส่งต่อให้ผู้ที่อยู่เบื้องหน้ารับถุงเงิน แลกเปลี่ยนสินค้าอย่างช่ำชอง ทุกขั้นตอนล้วนเป็นระเบียบไม่สับสน
ลูกแก้วที่ถูกวางเรียงไว้บนแผงถึงจะมีไม่น้อยแต่ก็ไม่อาจต้านทานแรงซื้อของฝูงชนได้ ในเวลาเพียงไม่กี่อึดใจของทุกชิ้นก็ถูกกวาดเกลี้ยง ราวกับพายุหอบเอาทรัพย์สินทั้งหมดออกจากร้านไปในพริบตา
และเมื่อวางลูกแก้วดวงสุดท้ายลงในมือของชายร่างใหญ่ที่ตะโกนสั่งเป็นคนสุดท้ายหยุนโม่ก็ถอนหายใจเบา ๆ ขยับชายแขนเสื้อให้เรียบ แล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสงบ
“ขออภัยด้วยทุกท่าน... สินค้าในวันนี้หมดแล้ว หากยังประสงค์จะซื้อ ข้าแนะนำให้กลับมาอีกครั้งในวันพรุ่ง”
แม้สินค้าจะหมดลงแล้วทว่าเบื้องหน้าของแผงขายกลับยังมีผู้คนยืนออกันอยู่แน่นขนัดหลายคนเบียดเสียดเข้ามา แต่กลับต้องไหล่ลู่คอตกถอนหายใจอย่างอ่อนใจเมื่อเห็นแผงว่างเปล่าไร้เงาลูกแก้วแม้แต่ชิ้นเดียว
“หมดแล้ว ๆ!สินค้าในวันนี้หมดแล้ว!” เสียงของหยุนโม่ดังขึ้นเขาตะโกนบอกผู้คนทางด้านหลังที่ยังคงเบียดเสียดพยายามแทรกตัวเข้ามาไม่หยุด
ในบรรดาฝูงชนมีเสียงของชายวัยกลางคนผู้หนึ่งดังขึ้นจากฝั่งซ้ายเขาสวมชุดคลุมหนาเต็มไปด้วยฝุ่นจากการเดินทางใบหน้าแสดงความเสียดายอย่างเห็นได้ชัด
“ผู้อาวุโส... แล้วของเช่นนี้จะมีมาอีกเมื่อใดหรือขอรับ?”
ไม่ว่าผู้ใดก็อยากจะได้ไพ่ตายชั่วชีวิตของตนเองภายในป่าอสูรแห่งนั้นอันตรายอย่างไรผู้คนมากมายรู้ดีถ้าเกิดว่ามีไพ่ตายป้องกันชีวิต พวกเขาเองก็จะมีโอกาสรอดชีวิตมาใช้เงินมากขึ้นไม่เพียงแค่ป้องกันสัตว์อสูรเจ้าของพวกนี้ป้องกันได้แม้กระทั่งพวกคนที่ประสงค์ร้าย
“สินค้าครั้งนี้มีจำนวนจำกัด...หากข้ามีโอกาสเข้ามาในเมืองอีกเมื่อใด ข้าจะนำมาขายอีกครั้งโปรดให้ทุกท่านเฝ้ารอด้วยใจสงบ”หยุนโม่ตอบกลับ
คำกล่าวนั้นแม้จะเรียบง่ายทว่ากลับเปี่ยมด้วยความมั่นคง คนทั้งหลายเมื่อได้ฟัง ต่างก็เบาใจลงไปไม่น้อยบางคนยิ้มบาง ๆ พยักหน้า บ้างก็พึมพำกับตนเอง