ในระหว่างการขับรถไปบาร์ลับ ฉันก็ชวนเขาคุยมาตลอดทางแต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับมาตลอดทางเช่นกัน
“นี่นายเคยคุยกับใครเกินสามประโยคไหมนายรู้ตัวหรือเปล่าว่านายเป็คนพูดน้อย”
“ผมพูดมาจำเป็ต้องพูดครับ”
“กลัวดอกพิกุลจะร่วงจากปากหรือยังไง”
“ถ้าคุณยังไม่หยุดพูดผมจะทำให้คุณหยุดพูดเดี๋ยวนี้”
“นายจะทำอะไรฉันได้”
เมื่อฉันพูดจบ เขาก็เอามือซ้ายมาล็อคคอฉันไว้ แล้วบังคับให้หน้าฉันหันไปตรงกับหน้าเขา หลังจากนั้นเขาก็ก้มลงมาเอาริมฝีปากหนาแตะริมฝีปากบางของฉันพร้อมกับบดขยี้ริมฝีปากบางและส่งลิ้นร้อนหนาใหญ่ของเขาเข้ามาดุนดันลิ้นเรียวเล็กของฉัน
“อื้อออ อ”
“อื้อออ อา า ปะะ”
“อื้อออ ออ ออ่อย”
ปึก ปึก ปึก! ฉันเอากำปั้นของฉันทุบอกแกร่ง แต่เหมือนเขาจะไม่รู้สึกเจ็บเลยแม้แต่น้อย
“ปากหวานจัง เติมเน็ตด้วยนะปากซีด”
ตุ้บ! ฉันออกแรงทุบไปที่หน้าอกเขาเต็มแรง นายปีเตอร์นี่กล้ามาทำแบบนี้กับฉันได้ยังไง อยู่ๆมาขโมยจูบแรกของฉันต้องโดนฉันทุบซะบ้างแล้วล่ะ
“นายกล้าดียังไงถึงมาขโมยจูบแรกของฉัน”
“จูบแรกของคุณหรอ ว่าแล้วทำไมจูบห่วยจัง”
“อีตาบ้า เดี๋ยวโดนทุบอีกรอบ”
ฉันทั้งเขินทั้งอายทนอยู่ในรถกับเขาไม่ไหว เปิดประตูลงมาเดินเข้าไปบาร์ลับไปกินเหล้าย้อมใจดีกว่า
“มาร์ตินี 4 แก้วค่ะ เพิ่มวอดก้าอีก 2 แก้วนะคะ” ฉันเตรียมสั่งเครื่องดื่ม ดื่มล้างปากจากจูบของนายบอดี้การ์ดนั่น
“แค่จูบเดียว ต้องกินเหล้าย้อมใจขนาดนี้เลยหรอ” ตัวต้นเหตุโผล่มาทักทายฉันจากด้านหลัง
“ไม่ต้องยุ่งนะ ต่างคนต่างดื่ม ฉันอยากผ่อนคลาย” ฉันโกรธและงอนเขา คนอะไรอยู่ๆก็มาจูบกันได้ ทั้งที่ไม่ได้เป็อะไรกัน
“ผมเกรงว่าอาจจะปล่อยให้คุณรอดพ้นสายตาในค่ำคืนนี้ไม่ได้”
“วันนี้ขอล่ะ ฉันอยากผ่อนคลาย อยากเที่ยวให้สนุกจริงๆ”
“งั้นผมจะดูคุณอยู่ห่างๆ โต๊ะนู้นนะครับ”
เขาพูดแล้วก็เดินจากไปส่วนชั้นที่ดื่มไปแล้ว 4 แก้วก็เริ่มกรึ่มๆ เริ่มที่อยากจะเต้นตามจังหวะเพลงบ้างแล้วจัง นึกขึ้นได้แบบนั้น ฉันก็ดื่มอีก 2 แก้วรวดเดียวให้หมด แล้วเดินไปเต้นกลางฟลอร์
ฉันโยกย้ายส่ายสะโพกของฉันเต็มที่ นี่แหละถึงเวลาที่ฉันรอคอยการกินเหล้าเมาปิ้นเต้นแบบสุดเหวี่ยง
ฉันเริ่มเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ เดินโซซัดโซเซ เดินชนโต๊ะข้างๆ ก็มี
“ปึก” ฉันโดนดึงกระชากอย่างแรง ชนกับแผ่นกว้างอย่างจัง ใครกันนะกล้าทำกับฉันแบบนี้ทั้งที่ตรงนี้เป็ที่สาธารณะ
“โอ้ย เจ็บนะ” ฉันเหวี่ยงและโวยวายทันทีในเมื่อทำฉันเจ็บ พอเงยหน้าขึ้นมาสบตา เขาเป็บอดี้การ์ดสุดหล่อของฉันนี่เอง
“ผมว่าวันนี้คุณดื่มมากแล้วครับ”
“ฉันยังไม่เมา ฉันยังไม่อยากกลับ”
“ผมคิดว่าคุณควรจะกลับนะครับ”
“นายบังคับฉันไม่ได้หรอก ฉันยังอยากดื่มต่อ ยังอยากเป็ต่อปล่อยฉันก่อน” ฉันพูดเสร็จสะบัดมือหนาที่จับแขนฉันออกอย่างแรง แล้วก็ไปเต้นต่อแบบไม่สนใจอะไรใดๆทั้งสิ้น
พรึ่บ! ทำไมรู้สึกเหมือนลอยได้ ตอนนี้แค่รู้สึกอย่างเดียว แต่ปวดหัวไปหมดแล้วโลกหมุนไปหมด เหมือน้าจะอ้วก
ตุ้บ! เขาโยนฉันลงเบาะซ้ายอย่างจัง นายนี่เองนะที่เป็สาเหตุทำให้ฉันโลกหมุน
“ฉันรู้สึกเหมือนจะอ้วกมีถุงไหม”
“ผมมีแต่ถุงยางใช้แทนกันได้ไหม”
“ฉัน้าถุงพลาสติกไม่ใช่ถุงยาง” พูดจบฉันก็รีบวิ่งไปพุ่มไม้ข้างๆ ที่จอดรถแล้วก็อ้วกออกมายังหมดไส้หมดพุง
“ต่อไปอย่าดื่มมากมายขนาดนี้อีก” เขาพูดพลางลูบหลังเนียนของฉัน
“นี่เป็ห่วงหรือว่าด่า”
“ถ้าผมไม่ห่วงคุณผมจะดึงคุณออกมาจากตรงนั้นทำไม”
“พาฉันกลับหน่อย ฉันอยากกลับแล้ว”
“อ้อนขอผมดีๆสิแล้วผมจะพากลับ”
“ตอนนี้ฉันไม่มีอารมณ์จะเล่นอะไรกับนายทั้งนั้น”
“ก็ได้” ฉันรีบเดินไปเกาะแขนเขาทันที “ปีเตอร์ขาาา พาจัสมินกลับห้องหน่อยนะคะ จัสมินไม่ไหวแล้วค่ะ ปวดหัวมากๆเลย” ฉันใช้เสียงสามในการอ้อนผู้ชายอย่างเต็มที่
“ได้เลยครับคุณผู้หญิง”
ปีเตอร์ Part
ระหว่างทางกลับได้ตัวแสบยัยตัวแสบก็หลับคอพับคออ่อน พอมาถึงเห็นเพนท์เฮาส์ผมก็จัดการช้อนร่างยัยตัวแสบเข้ามาสู่อ้อมอก แล้วอุ้มขึ้นไปนอนบนเตียงอย่างดี เธอเคยรู้อะไรเกี่ยวกับผมบ้างไหม ดูท่าแล้วจะไม่รู้เลย แถมยังมาบอกให้เป็เพื่อนกันได้อีก ใครมันจะเป็เพื่อนกับเมียในอนาคตตัวเองได้วะ
ความจริงแล้วผมเคยเจอเธอสมัยเรียนเตรียมอุดมด้วยกัน แต่เธอคงจำผมไม่ได้ และผมก็รู้ว่าเธอยังไม่มีแฟน อาจจะเป็โชคดีของผมที่ธุรกิจที่ผมทำมีความเกี่ยวข้องกับคุณพ่อของเธอ ด้วยความที่ผมแอบชอบเธอมานาน ผมจึงสารภาพกับคุณพ่อของเธอตามตรงและขอโอกาสพัฒนาความสัมพันธ์เธอ เลยเป็ที่มาของความใกล้ชิดในรูปแบบบอดี้การ์ดดูแลเธอ
“อืมมมม ม”
“นอนพักนะถึงห้องของเธอแล้ว” ผมพูดแล้วเอามือปลาหมึกของเธอที่กอดคอพันธนาการผมเอาไว้แน่นออก
เรือนร่างของเธอหุ่นแบบนาฬิกาทราย ยิ่งใส่ชุดรัดรูปแบบนี้แล้ว ยิ่งเห็นหุ่นเธอได้ชัด ความจริงที่ผมบอกให้เธอไปเปลี่ยนชุดให้มันโป๊น้อยลงกว่านี้หน่อย เพราะแค่ผมเห็นผมยังจะอดใจไม่ไหว เลยแล้วถ้าคนอื่นเห็นก็คงมีความคิดไม่ต่างจากผม
ขาเรียวยาวเล็กของเธอมาพร้อมกับมือปลาหมึกของเธอ ยกขึ้นมาเกี่ยวกับตัวผมเอาไว้แน่น หุ่นเธอนี่ช่างเซ็กซี่ได้ใจ ผมกลัวใจตัวเองจะอดไหวไม่ไหว ปล้ำเธอทั้งที่เธอยังไม่ได้สติ
“พอได้แล้วนอนซะ” ผมพูดจบก็เดินหนีเธอไป แล้วมาจัดการกับอารมณ์ความรู้สึกของตัวเองที่คลั่งค้างอยู่เมื่อกี้
ก่อนจะนอนขอเดินไปดูเธอสักหน่อยดีกว่า หรือจะไม่เดินไปดู ผมตีกับความคิดของตัวเองอยู่พักหนึ่ง สุดท้ายก็เดินมาดูเธออยู่ดี
ยัยตัวแสบนอนแหกแข้งแหกขาน่ารักมากไม่มีความเป็กุลสตรีเลยแม้แต่น้อย ผมก็ได้แต่ยิ้มเดินไปห่มผ้าให้เธอ
เป็สุภาพบุรุษนะปีเตอร์ เธอยังไม่มีสติให้เธอเต็มใจ เธอจะได้รู้จักว่าฟ้าเหลืองเป็ยังไง
“ตื่นแล้วหรอผมเตรียมชาร้อนไว้ให้”
“อื้ออ ปวดหัวมากเลย เมื่อคืนคิดว่าไม่ได้ดื่มเยอะทำไมตื่นเช้ามาปวดหัวก็ไม่รู้”
“คุณเล่นดื่มมากมายขนาดนั้น ทั้งที่ตัวเองไม่เคยดื่มเหล้า โชว์พาวจริงๆ”
“ฉันเคยดื่มเหล้าย่ะ แต่ดื่มเป็พิธี ไม่ได้ถึงมากมายขนาดนั้นมานานแล้ว”
“คุณเพิ่งจะ 20 คุณจะใช้คำว่าดื่มมากมายขนาดนั้นมานานแล้วไม่ได้”
“ขี้บ่นจัง” เธอบ่นผมอุบอิบ
“ไปดื่มชาร้อนซะเรามีเื่ต้องคุยกัน”
“คุยอะไรหรอคุยตอนนี้เลยก็ได้ ฉันรู้สึกว่า ‘เรามีเื่ต้องคุยกัน’ เหมือนฉันทำอะไรผิดมหันต์ยังงั้นแหละ”
“ไปดื่มชาร้อน” เธอนี่ต่อปากต่อคำเก่งจริงๆ ผมจึงจำเป็จะต้องรีบไล่เธอไปดื่มชา
“แล้วตัวนายมีอะไรให้ฉันดื่มบ้างไหม…” เธอพูดทีเล่นทีจริงทำตาแพรวพราวเดี๋ยวเถอะเดี๋ยวรู้จัก