บทที่ 71 ความสงบใกล้สิ้นสุด
ยามตะวันลับขอบฟ้า ชายหนุ่มและหญิงสาวทั้งสี่คนได้เดินมาถึงตำหนักของชายหนุ่มเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
“นี่…หลินตง เอาสุราออกมาให้พวกข้าลองชิมสักไหได้หรือไม่” หวงหลิงเอ๋อ เอ่ยออกมาพร้อมกับส่งรอยยิ้มอันสดใสไปให้ชายหนุ่ม
“เอาไว้วันอื่นไม่ได้รึ นี่ก็ตะวันลับฟ้าแล้วหากพวกเจ้ามาดื่มสุราในตำหนักของข้าที่เป็นบุรุษ บิดาของพวกเจ้าจะไม่มาจับข้าไปทุบตีงั้นรึ”
ชายหนุ่มเอ่ยออกมาติดตลก
“หึหึ…พวกข้ารู้ตัวดีว่าพวกข้าหน้าตาอ่อนเยาว์ แต่อย่าลืมสิว่าอายุของพวกข้าเท่าไหร่กันแล้ว เจ้านี่ทำตัวเหมือนกับเราไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธ์ไปได้”
หวงหลิงเอ๋อ เอ่ยออกมาพร้อมกับยืนเอามือเท้าเอวด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ
“อ๋อ…ข้าลืมไปว่าอายุที่แท้จริงของเจ้า ก็มากกว่าสามชั่วอายุคนทั่วไปแล้ว”
ชายหนุ่มเอ่ยตอบด้วยท่าทีแกล้งทำ
หวงหลิงเอ๋อที่เห็นการแสดงออกของชายหนุ่ม นางกระทืบเท้าทำท่าพร้อมจะเข้าไปมีเรื่องกับชายหนุ่มซะตอนนี้เลย
หลี่เฟยและหวงเซียนเซียนที่เห็นทั้งสองทะเลาะกันเพราะเรื่องแค่นี้ก็อดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้
“หลิงเอ๋อ หากเจ้าโกรธหลินตงเจ้าจะเข้าทางเขานะ”
หวงเซียนเซียนอดที่จะเอ่ยช่วยน้องสาวไม่ได้
“ท่านพี่ ทุบตีเขาให้ข้าที”
หวงหลิงเอ๋อทำแก้มป่องพร้อมกับส่งสายตาอ้อนวอนไปยังพี่สาวของนาง
เห็นเช่นนั้น หวงเซียนเซียน ก็เผยรอยยิ้มออกมา
“หลินตง เจ้าทำน้องสาวข้าน้อยใจเสียแล้ว เห็นทีเจ้าคงจะต้องเสียสละสุราสักไห มาดื่มด้วยกันแล้วล่ะนะ”
“เจ้าเห็นด้วยหรือไม่หลิงเอ๋อ”
ได้ยินสิ่งที่ผู้เป็นพี่กล่าว นางได้พยักหน้าพร้อมกับจ้องมองไปที่ชายหนุ่ม
ชายหนุ่มที่เห็นการกระทำของสองพี่น้อง เขานั้นรู้ได้ทันที สองพี่น้องคู่นี้จะต้องเล่นละครเพื่อจะหาเรื่องดื่มสุราเป็นแน่
“เฮ้อ…ก็ใช่ว่าข้าจะไม่ให้พวกเจ้าดื่มเสียหน่อย แค่วันนี้มัน…ข้าแค่อยากจะพักผ่อนเท่านั้นเอง เอาเถอะในเมื่อพวกเจ้าลงทุนทำถึงขนาดนี้ข้าก็คงต้องยอมแล้วแหละ”
ได้ยินคำพูดของชายหนุ่มสองพี่น้องก็ได้เผยรอยยิ้มออกมา หลี่เฟยเองที่เห็นว่าชายหนุ่มยอมเปลี่ยนใจนางก็เผยรอยยิ้มออกมาเช่นกันพร้อมกับจ้องมองไปที่แผ่นหลังของชายหนุ่ม ที่กำลังเดินนำพวกนางอยู่
ก่อนหน้านี้ หลังออกมาจากหอสุราปราบเซียน จากเดิมที่จะกลับมายังตำหนักของชายหนุ่มเลย
ชายหนุ่มได้พาทั้งสามคนมายังสมาคมการค้าสวรรค์เสียก่อน หลังจากมาถึงชายหนุ่มได้ขึ้นไปสนทนากับผู้ดูแลตี้เฟยเจิน พร้อมกับกลับมาด้วยสีหน้าผิดหวัง
นางพอจะเดาได้ว่าชายหนุ่มจะต้องขึ้นไปถามหาข่าวคราวจากผู้ดูแลอย่างแน่นอน เพราะก่อนหน้านี้ชายหนุ่มก็เล่าให้นางฟังเช่นกันว่าได้ข่าวของนางมาจากไหน
ตั้งแต่ออกจากที่นั่นมาจนถึงตำหนัก ใบหน้าของชายหนุ่มก็ฉายความเศร้าและกังวลออกมา พวกนางทั้งสามคนจึงคิดแผนที่จะทำให้ชายหนุ่มอารมณ์ดีขึ้นมาบ้าง
“พวกเจ้าจะดื่มสุราไหไหนดีล่ะ”
ชายหนุ่มหยิบสุราทั้งสามไหออกมาและถามหญิงสาวทั้งสาม
สุราเพลิงผสานวิถี
สุราไม่อาจลืมเลือน
สุราถวิลหา
ไม่ว่าจะเป็นสุราไหไหน ก็ช่างยั่วยวนใจพวกนางเหลือเกิน
“นอกจากสุราเพลิงผสานวิถีที่ข้าไม่รู้จักสรรพคุณ อีกสองสุราที่เหลือ หนึ่งคือช่วยให้เจ้าปรับสมดุลลมปราณและดูดซับลมปราณโดยรอบได้ดีขึ้น ส่วนอีกไหนั้นเหมาะที่จะดื่มในตอนที่โศกเศร้าหรือคิดถึงใครเสียมากกว่า”
“ข้าแนะนำว่าคืนนี้เรามาดืมสุราไม่อาจลืมเลือนกันเถอะ”
ชายหนุ่มเอ่ยออกมาโดยไม่รอฟังคำตอบของหญิงสาวทั้งสาม
พวกนางที่เห็นเช่นนั้น ก็ได้แต่หมดคำพูด
“หากเจ้าเลือกไว้อยู่แล้ว จะมาถามพวกข้าเพื่ออะไรกัน”
พวกนางต่างมีความคิดนี้อยู่ภายในใจ
เมื่อเปิดฝาสุรานี้ออกมา กลิ่นหอมของสุราได้ทะลักออกมาตลบอบอวลไปทั่วตำหนักของชายหนุ่ม
ไม่รอช้าทั้งสี่คน จึงรินสุราและเริ่มดื่มในทันที
เมื่อสุราไหลลงท้อง ชายหนุ่มถึงกับตกใจอยู่ไม่น้อย พลังปราณของตัวเขาถูกทำให้สมดุลและหนาแน่นขึ้นอย่างช้าๆ รวมทั้งยังค่อยๆ ดูดซับพลังปราณโดยรอบมาอีกด้วย
ทั้งสามสาวก็มีอาการตกตะลึงไม่ต่างกัน โดยเฉพาะหลี่เฟยและหวงหลิงเอ๋อ ด้วยระดับการฝึกตนระดับขุนพลของพวกนางทำให้นอกจากความสมดุลของพลังปราณแล้ว ระดับพลังปราณของพวกนางยังเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ต่างจากชายหนุ่มและหวงเซียนเซียน ที่นอกจากปรับสมดุลพลังปราณก็ไม่ได้มีผลอะไรมากนัก
หากจอมยุทธ์ระดับสูงมาเห็นทั้งสี่ดื่มสุราจากผู้อาวุโสของหอสุราปราบเซียนเช่นนี้ล่ะก็ พวกเขาคงจะอกแตกตายเป็นแน่
เหตุผลที่สุราของผู้อาวุโสในหอสุราปราบเซียน ล้ำค่านั้น เพราะในสุราเหล่านั้นประกอบไปด้วยกฎเกณฑ์และความเข้าใจในกฎสวรรค์ของผู้บ่มสุรานั้นๆ การที่นำมาดื่มเพื่อลิ้มรสชาติและดูดซับสรรพคุณเพียงอย่างเดียว โดยไม่ทำความเข้าใจ กฎเกณฑ์ภายในนั้น นับว่าเสียของโดยแท้จริง
แต่ทั้งสี่คนนี้ไม่ได้รับรู้ถึงเรื่องเหล่านั้น พร้อมกับดื่มด่ำไปกับสุราต่อไป
เมื่อสุราหมดไห หวงหลิงเอ๋อและหลี่เฟยก็ได้ฟุบหลับคาโต๊ะไปเสียแล้ว เหลือไว้เพียงชายหนุ่มและหวงเซียนเซียนเพียงสองคน
แม้ผู้ฝึกยุทธ์จะไม่เมาเพราะฤทธิ์สุราแต่นั่นก็หมายถึงสุราทั่วๆไปเท่านั้น สำหรับสุราของหอสุราปราบเซียนย่อมสามารถทำให้จอมยุทธ์มึนเมาได้อยู่แล้ว
ไม่ต้องพูดถึงสุราที่ผู้อาวุโสในหอเป็นคนบ่มเองเลย ขั้นต่ำที่สุดก็คือราชันย์ยุทธ์ที่จะพอต้านทานฤทธิ์สุราได้ แต่หากเป็นสุราของผู้อาวุโสระดับสูงหรือเจ้าหอ ต่อให้เป็นตัวตนเหนือระดับราชันย์ยุทธ์ขั้นแรกก็ยังไม่สามารถดื่มได้
“สุราก็หมดแล้ว ข้าว่าพวกเราควรจะแยกย้ายกันเพียงเท่านี้”
ชายหนุ่มเอ่ยออกมาพร้อมกับ เหลือบตาไปมองหญิงสาวทั้งสองที่กำลังหลับใหล
“ข้าเห็นด้วย” หวงเซียนเซียน เอ่ยออกมาด้วยใบหน้าแดงเล็กน้อยเพราะฤทธิ์สุรา พร้อมกับอุ้มน้องสาวของนางออกไปจากตำหนักของชายหนุ่ม
เห็นเช่นนั้นชายหนุ่มเองก็อุ้มหลี่เฟยเข้าไปในห้องของนางเช่นกัน
ผ่านไปสักพักชายหนุ่มได้ออกมานอกตำหนัก พร้อมกับถือไหสุราออกมา
ท่ามกลางท้องนภาราตรีที่ไร้มวลเมฆา แสงจันทร์สาดส่องกระทบใบหน้าของชายหนุ่มที่กำลังนอนราบไปกับพื้นหญ้าและร่ำสุราใต้หมู่ดาว
“สุราถวิลหาไหนี้ช่างยอดเยี่ยมเสียจริง”
ชายหนุ่มเอ่ยพลางทอดถอนใจ ในดวงตาของชายหนุ่มปรากฏความคิดถึงและความเศร้าที่ตัวเขาปิดซ่อนไว้
ในตอนนี้เองกลิ่นหอมของสตรีได้ลอยเข้ามาเตะจมูกของชายหนุ่ม
ไม่รอให้ชายหนุ่มได้สงสัยนาน ร่างของสตรีผู้นั้นก็ได้มานั่งข้างๆ
“หวงเซียนเซียนเหตุใดเจ้าจึงมาที่นี่ล่ะ”
ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยท่าทีสงบ
“ข้าขอร่ำสุรากับเจ้าด้วยได้หรือไม่”
ไร้เสียงตอบกลับของชายหนุ่ม มีเพียงแค่สุราที่ยื่นไปตรงหน้าหญิงสาว
เห็นเช่นนั้นนางจึงคว้าสุราในมือชายหนุ่มพร้อมกระดกสุราลงคออึกใหญ่
“เจ้ามีเรื่องทุกใจอะไรงั้นรึ เล่าให้ข้าฟังได้หรือไม่”
หญิงสาวเอ่ยออกมาพร้อมกับมองไปที่ดวงดาวบนฟากฟ้า
“เช่นนั้นหากเจ้าฟังเรื่องของข้าจบ เจ้าก็เล่าเรื่องของเจ้าให้ข้าฟังได้หรือไม่”
ชายหนุ่มเอ่ยถามออกไปโดยไม่หันไปมองหญิงสาวเช่นกัน
“ข้าขอติดเจ้าไว้ครั้งหนึ่งก็แล้วกัน”
ได้ยินเช่นนั้นชายหนุ่มจึงไม่เอ่ยเรื่องนี้ต่อ พร้อมกับคอยเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้นางฟัง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของตระกูล บิดามารดา เหล่าคนรักและสหายที่ไม่รู้เป็นเช่นไร และแรงกดดันที่ชายหนุ่มต้องแบกรับ
ที่ผ่านมาชายหนุ่มไม่เคยระบายให้ผู้ใดฟังมาก่อน ไม่รู้ว่าเป็นเพราะฤทธิ์สุราหรือเหตุใด ค่ำคืนนี้ชายหนุ่มจึงระบายเรื่องต่างๆ ให้หญิงสาวฟังจนแสงแรกของวันเริ่มปรากฏพร้อมกับสุราที่หมดไป
“ขอบคุณเจ้ามากที่มาฟังเรื่องราวของข้า”
ชายหนุ่มเอ่ยออกมาพร้อมกับมองไปที่หญิงสาวที่กำลังจ้องมาทางตนด้วยดวงตาชวนหลงใหล
“ครั้งหน้าข้าจะเล่าเรื่องของข้าให้เจ้าฟังเช่นกัน”
เอ่ยจบนางจึงลุกขึ้นและเดินจากไป
“นางเองก็คงมีเรื่องทุกข์ใจไม่น้อยไปกว่าข้าเลยสินะ ถึงได้ร่ำสุราไปมากกว่าข้าเสียอีก”
ชายหนุ่มเอ่ยพลางมองไปที่ไหสุราที่ว่างเปล่าในมือ
ที่ตั้งของสมาคมดับดารา ภายในตำหนักแห่งหนึ่งปรากฏร่างของชายผู้หนึ่งนั่งโคจรลมปราณอยู่อย่างสงบ ทว่ากลิ่นอายที่ชายผู้นี้ปล่อยออกมานั้นทำให้เหล่าผู้คนที่เฝ้าอยู่นอกตำหนักต่างพากันเสียวสันหลัง
เวลานี้เองดวงตาที่ปิดอยู่ของชายผู้นั้นได้เปิดออกพร้อมกับกลิ่นอายอันเสียวสันหลังนั้นที่หายไปอย่างรวดเร็ว
“ยินดีกับบุตรแห่งเทพสังหารด้วยเจ้าคะ”
“แม้จะยังผสานกับกายไร้อรุณได้ไม่สมบูรณ์ แต่เพียงเท่านี้ก็มีจอมยุทธ์ในระดับเดียวกันเพียงหยิบมือเดียวเท่านั้นที่พอจะต่อกรกับท่านได้”
สตรีนางหนึ่งเอ่ยขึ้นพร้อมกับคำนับไปที่กู่ยง
“เหลือเวลาเท่าใดกว่ามุกฟ้านิรันดร์จะเปิดออก”
ได้ยินคำถามสตรีนางนั้นจึงเอ่ยตอบในทันที
“อีกไม่เกินหนึ่งเดือนเจ้าค่ะ”
เมื่อได้ยินคำตอบ รอยยิ้มอันชั่วร้ายได้ปรากฏขึ้นที่ใบหน้าของกู่ ยง
“เจ้าคนแซ่หลิน ครั้งนี้ข้าจะกดเจ้าให้อยู่แทบเท้าของข้า”
ติดตามฉบับนิยายเสียงได้ที่ Novel time studio