STARCIN อุบัติมหาสงครามสตาร์คิน (อ่านฟรีจนจบ)(มี EBOOK)

ภาคที่ 8 Freight ตอนที่ 17 ลับหลัง

รินว่ายวนไปทั่วดินแดนเพื่อตามหากุญแจที่อาจจะซ่อนไว้ที่ไหนสักแห่งโดยมีซึฮากิคอยเฝ้ามองอยู่ไม่ไกล

ในข้อมูลบอกไว้ว่ารินเป็นมนุษย์เงือกเผ่าเปลือกแข็งซึ่งจะมีลักษณะคล้าย ๆ พวกปู ความสามารถหลักก็คือกำลังกายและพลังทำลายของกระสุนพิฆาตที่เป็นอาวุธเฉพาะตัวของเธอ

รินว่ายน้ำขึ้นไปอยู่เหนือดินแดนแล้วมองลงมาดูภาพรวมก่อนที่เธอจะปลดชุดคลุมเผยให้เห็นขาที่เป็นข้อปล้องหลายคู่ ส่วนที่เป็นเหมือนก้ามปูได้เล็งไปยังดินแดนและยิงคลื่นพลังงานที่รวดเร็วและรุนแรงถึงขนาดถล่มดินแดนให้ราบเป็นหน้ากลอง

นั่นคือกระสุนพิฆาตสินะ ทั้งความเร็วและพลังทำลายสูงมากจนกระสุนวายุของเราเทียบไม่ติดเลย ยิ่งถ้าหากเจอกันในน้ำแบบนี้เราก็คงโดนฆ่าตายทันทีเลยแน่ ๆ

แม้จะเสี่ยงแต่ซึฮากิก็ยังเฝ้ามองรินอยู่ไกล ๆ ซึ่งจะเห็นเธอว่ายน้ำหากุญแจจากเศษซากดินแดนแห่งนั้น แต่ทันใดนั้นเธอก็หันมองมาที่ซึฮากิราวกับรู้ว่าเขาอยู่ตรงนั้น

เดี๋ยวสิ เรามั่นใจว่าส่งคลื่นมานาแทรกออกไปตลอดเวลานี่ ทำไมเธอถึงรู้ตัวได้ ขณะที่กำลังจะหนีรินก็ยิงกระสุนพิฆาตใส่เสียก่อน พลังทำลายของมันทำให้ผาใต้น้ำที่ซึฮากิใช้หลบซ่อนพังทลายในทันที

“แปลกแฮะ ทำไมถึงมีชาวแผ่นดินมาอยู่ใต้น้ำได้” เพียงหนึ่งช่วงลมหายใจเธอก็มาปรากฏตัวอยู่ข้างหน้าพร้อมกับมองด้วยแววตาสงสัย

“ลืมไปว่าพวกมันคงตอบเราใต้น้ำไม่ได้” รินยกก้ามขึ้นมาตรงหน้าเพื่อยิงกระสุนพิฆาตใส่แต่มันก็โดนซึฮากิฟาดมานาใส่ทำให้เบี่ยงทิศทางกระสุนออกไปได้

เจ้าหมอนี่มันคนที่อยู่กับเคนนี่

ทั้งสองไล่ล่ากันไปทั่วดินแดน แม้ซึฮากิจะพยายามหนีขึ้นบกแต่รินก็จะมาดักด้านบนตลอดเหมือนหนูในกรงที่ไม่มีทางหนี

ถึงจะอ่านมานาก่อนการยิงกระสุนได้แต่ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไปยังไงเราก็มานาหมดก่อนแน่ ๆ ซึฮากิใช้ร่างแยกสี่คนเพื่อสร้างความสับสน

ใช้อ่อนล้าคู่กับบดบังวิสัยทัศน์พร้อม ๆ กับแยกร่างโคลนเพื่อสร้างโอกาสการหนี ร่างโคลนสองคนพุ่งขึ้นด้านบนเพื่อขึ้นบกและอีกสองคนจะแยกไปคนละทาง จากที่สังเกตเห็นเธอจะเป็นพวกที่ชอบเลือกทางขวาก่อนไม่ว่าจะตอนว่ายน้ำหากุญแจหรือหันก้ามเล็งก็ตาม

ร่างโคลนของซึฮากิถูกจัดการในทันทีหนึ่งคนและเธอก็กำลังหันก้ามเล็งไปที่ร่างโคลนด้านข้าง พอกำจัดร่างโคลนคนนั้นได้เธอก็รีบว่ายน้ำตามร่างโคลนทั้งสองขึ้นด้านบนซึ่งมีซึฮากิตัวจริงอยู่ใกล้ ๆ ด้วย

เป็นคนที่เจ้าเล่ห์เหมือนพวกสำนักมนตร์ดำไม่มีผิดเลย แต่ชาวแผ่นดินก็ยังเป็นชาวแผ่นอยู่วันยังค่ำ

เธอยกก้ามอีกข้างขึ้นมาและกระหน่ำยิงกระสุนพิฆาตใส่ศัตรูตรงหน้าซึ่งร่างโคลนทั้งหมดได้สลายหายไปหมดสิ้นแล้ว

ใครบอกว่าฉันใช้ได้แค่ข้างเดียวล่ะ กระสุนนัดสุดท้ายยิงใส่ร่างของซึฮากิที่เหลืออยู่คนสุดท้ายกระจายจนไม่เหลือชิ้นดี

หลังจากกำจัดเสี้ยนหนามสำเร็จเธอจึงก้มมองลงมายังดินแดนและได้เห็นแสงสะท้อนบางอย่างจากที่นั่น

“ต้องใช่แน่ ๆ” เธอมุ่งตรงไปหาที่มาของแสงสะท้อนทันทีโดยหารู้ไม่ว่าซึฮากิได้หนีขึ้นบกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โชคดีที่เธอไม่ทันสังเกต ร่างโคลนก่อนหน้านี้เราปล่อยให้มันสลายไปตามปกติแต่ร่างโคลนตัวสุดท้ายเราทำให้มันสมจริงที่สุดก็เลยกลายเป็นชิ้นเนื้อให้เห็นก่อนจะสลายไปเหมือนเดิม ระหว่างที่ใช้บดบังวิสัยทัศน์เราก็เปลี่ยนร่างเป็นปลาว่ายน้ำหนีได้ก่อนที่มานาจะหมด

ซึฮากิตะเกียกตะกายหาที่หลบซ่อนเพื่อฟื้นมานา

แค่หนีอย่างเดียวยังใช้มานามากขนาดนี้ คิดถูกจริง ๆ ที่ไม่สู้กับพวกมนุษย์เงือกใต้น้ำ

ขณะที่ซึฮากิกำลังฟื้นฟูมานา รินที่อยู่ใต้มหาสมุทรก็กำลังยิ้มดีใจจนปากแทบฉีก

“โชคช่างเข้าข้างจริง ๆ” เธอถือกุญแจดอกสุดท้ายแล้วหัวเราะออกมาอย่างกับคนบ้าและกลับไปที่สนามรบอีกครั้ง

สงครามยังคงดำเนินต่อไป พวกมนุษย์เงือกที่พยายามจมเรือใช้เวทมนตร์ทุกรูปแบบแต่เรือก็มีบาเรียและยังมีหน่วยแนวหน้าคอยเสริมโล่ป้องกันเข้าไปอีก ขณะเดียวกันเครื่องบินก็จะทิ้งระเบิดใส่ศัตรูที่อยู่ห่างออกไปเช่นเดียวกับพวกแคทเทอรีนและเคนที่ดักโจมตีพวกที่มาเสริมทัพปล่อยให้หน่วยสนับสนุนระยะไกลคอยจัดการศัตรูที่รายล้อมเรือแทน

“อา ! เห็นแล้วมันก็ชักจะคันไม้คันมืออยากลงไปร่วมวงด้วยแล้ว” เซนนั่งคิ้วขมวดทำได้แค่ใช้กล้องส่องดูสถานการณ์ไปเรื่อย ๆ

“รู้หรอกน่าว่าเบื่อ แต่ถ้าทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังเดี๋ยวมันจะลำบากเอานะ ตอนนี้ไม่ได้มีแค่พวกเราเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ถ้าหากเราแพ้สงครามก็คงจะสูญเสียคนจำนวนมากและอาจจะรวมไปถึงเมืองเอลโฟเรียด้วย”

“โธ่เอ๊ย...แต่การสู้ในพื้นที่แบบนี้ฉันก็ค่อนข้างเสียเปรียบอยู่แล้ว แต่มันก็ยิ่งอยากฝืนดูน่ะสิ”

“เหนื่อยใจกับนายจริง ๆ แต่ถ้าจะไปก็ต้องพาฉันไปด้วยนะ”

“นั่นไงเธอก็อยากลงไปซัดพวกมันใช่ไหมล่ะ?”

“ไม่ใช่สักหน่อย ก็แค่ไม่อยากให้นายไปเสี่ยงคนเดียว”

“นั่นแน่ เป็นห่วงฉันซะด้วย...” ทันใดนั้นคานะก็ยกมือขึ้นเป็นการบอกให้เซนเงียบ

คานะส่องเห็นแม่ทัพเบคที่ต้องเฝ้าระวัง เธอเล็งไปที่หัวของเขาให้นิ่งที่สุดแต่ก่อนที่จะได้ลั่นไกเขาก็ว่ายน้ำหนีไปแล้ว

“บัดซบจริง เจ้านั่นมันฉลาดหรือเป็นพวกอยู่นิ่ง ๆ ไม่เป็นหรือยังไงเนี่ย?”

“หมายถึงเจ้าสองหัวนั่นเหรอ?” เซนถาม

“ก็ใช่น่ะสิ ส่วนจ้าวทะเลอีกสองคนก็คือคนที่เราปล่อยให้หลุดมือไปครั้งที่แล้ว ถ้าหากเรากำจัดได้ตั้งแต่ตอนนั้นก็คงไม่ลำบากขนาดนี้”

“นั่นสินะ แล้วเราจะใช้เจ้านั่นเมื่อไร?”

“เมื่อเราได้สัญญาณจากกิไม่ก็ซีโร่”

“เรียกคานะหัวหน้าหน่วยสนับสนุนระยะไกล อนุญาตให้ใช้ปืนใหญ่ได้โดยเป้าหมายที่ต้องการก็คือศัตรูที่อยู่ไกลจากเรือมากกว่ายี่สิบเมตร”

“คานะรับทราบจะดำเนินการทันที” เธอหันหน้ามองเซนและพยักหน้าตอบ

หน่วยสนับสนุนระยะไกลย้ายปืนใหญ่มาด้านหน้าโดยมีคานะเป็นคนให้สัญญาณยิง

“ยิง !” ปืนใหญ่มานาที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากปืนใหญ่ที่อาเธอร์ใช้คร่าชีวิตคนไปมากมาย แต่ซึฮากิได้ปรับเปลี่ยนขนาดและลดพลังทำลายของมันเพื่อให้ทหารธรรมดาสามารถใช้ได้

ห่ากระสุนปืนใหญ่พุ่งลงไประเบิดบนผิวน้ำจัดการหน่วยระยะไกลของพวกศัตรูได้ทันที และนั่นก็เป็นการเปิดโอกาสให้หน่วยแนวหน้าสวนกลับเป็นจังหวะเดียวกับที่ฟรานฟื้นมานาเสร็จแล้ว

“คำสั่งใหม่จากท่านริน ! บุกถล่มเต็มกำลังและจะมีกำลังเสริมสีดำมาจัดการไอ้พวกบนบกให้”

หลังจากมีการถ่ายทอดคำสั่งต่อไปเรื่อย ๆ พวกมนุษย์เงือกก็เคลื่อนตัวออกจากแนวตั้งรับเข้าล้อมเรือหลายหมื่นคน บาเรียที่เคยพอป้องกันได้ค่อย ๆ สลายหายไปเพราะมานาไม่เพียงพอจึงต้องพึ่งหน่วยแนวหน้าที่ปั๊มมานากันจ้าละหวั่น

“ฝากดูแลเรือด้วยล่ะ” ฟรานออกคำสั่งให้คนในหน่วยเป็นครั้งสุดท้ายแล้วกระโดดลงไปกลางวงมนุษย์เงือก

เธอใช้ดาบเทพประทานในการกวาดล้างพวกทหารทั่ว ๆ ไปหวังเก็บสะสมพลังไว้ให้มากที่สุดก่อนเปลี่ยนไปใช้ดาบเทพทมิฬเพื่อกำจัดพวกแม่ทัพและจ้าวทะเล

แม่ทัพเบคจะเก่งเรื่องการใช้เวทมนตร์ระยะไกล ส่วนจ้าวทะเลไคจะเป็นประเภทเข้าประชิดตัวเป็นหลักและจ้าวทะเลแม็กซ์ที่สามารถต่อสู้ได้ทั้งระยะไกลและใกล้แต่ก็ชอบการเข้าประชิดเหมือนไค

ไม่ทันไรก็มีกระสุนวารียิงข้ามหัวพรรคพวกตนเองมาไกลเฉี่ยวแขนฟรานไปนิดเดียว ด้วยระยะที่ไกลมากทำให้ประสิทธิภาพของมันลดลงแต่เบคใช้จำนวนเข้าสู้แทน

เจ้านั่นเล่นใช้เวทมนตร์ไม่สนพวกเดียวกันเลย กระสุนวารีพวกนั้นพุ่งจู่โจมราวกับพายุฝนซึ่งมันก็ได้กวาดมนุษย์เงือกผู้โชคร้ายให้หายไปหลายพันคน

“ขอบใจที่เปิดทางให้” ระหว่างที่ฟรานกำลังสนใจการป้องกันห่าฝนกระสุน แม็กซ์ก็โผล่มาด้านหลังใช้คลื่นวารีบีบร่างของเธอไว้

เวทมนตร์คลื่นวารีแบบที่คานะเล่าให้ฟัง ฟรานพยายามใช้เวทมนตร์สวนกลับแต่คลื่นวารีเหล่านั้นหักแขนขวาของเธอเพื่อแย่งดาบเทพประทานมาแต่มันก็ต่อต้านไม่ให้จับและร่วงลงสู่ท้องทะเลแทน

“เสร็จฉันล่ะ !” แม็กซ์ยกมืออีกข้างขึ้นเพื่อเรียกคลื่นวารีให้บดขยี้ฟรานจากทุกด้าน

“เจ้าโง่เอ๊ย ! อย่ายืนนิ่งแบบนั้นสิ” เบคตะโกนมาแต่ไกลนั่นทำให้แม็กซ์ขยับหนีจากกระสุนปืนของคานะได้ทันไม่เช่นนั้นชะตากรรมของเขาก็คงเป็นเหมือนปู่สันแน่ ๆ

ฟรานใช้ช่วงเวลาสั้น ๆ ที่แม็กซ์เสียหลักเพื่อสลัดออกมาจากคลื่นวารีพวกนั้น จากนั้นเธอก็ถือดาบเทพทมิฬด้วยมือซ้ายแล้วเอียงตัวฟันเป็นเกลียว

“อันตราย ๆ วิชาดาบเมื่อกี้มันอะไรกันแน่? แค่เฉียดนิดเดียวแต่แผลกลับเลือดออกขนาดนี้เลย” ถึงแม้แม็กซ์จะหลบได้ทันแต่ดาบนั่นก็ทำให้เขาได้แผลเลือดออกไม่น้อย

เขาเห็นฟรานตั้งท่าเตรียมอยู่ครู่หนึ่งแต่เพียงแค่พริบตาเดียวเธอก็หายตัวมาอยู่ตรงหน้าพร้อมกับเหวี่ยงฟันเล็งไปที่คอของแม็กซ์

“เกือบไปแล้วไหมล่ะ” แต่ก่อนจะได้หัวของแม็กซ์ ไคก็ดันเข้ามาขวางจึงโดนตัดคอแทนเพื่อนของเขาและไคก็หยิบหัวต่อกลับเหมือนเดิมด้วยท่าทางสบายใจเหมือนไม่เจ็บเลยแม้แต่น้อย

“ดูเหมือนเธอคนนั้นจะเป็นเหมือนแม่ทัพของฝ่ายศัตรู เพราะฉะนั้นอย่าประมาทล่ะ” เบคเดินมาสมทบกับจ้าวทะเลสองคนทำให้เป็นการต่อสู้แบบหนึ่งต่อสามในทันที

ซวยจริง ๆ ดาบเทพประทานก็ดันร่วงลงน้ำไปแล้ว ถ้าหากดึงเอาพลังงานที่เก็บไว้มาใช้ได้ก็คงจะดี

เบคจะเป็นคนเปิดฉากยิงกระสุนวารีเป็นจังหวะเดียวกับที่จ้าวทะเลสองคนดำน้ำหนี พอเห็นว่าฟรานกำลังรับมือกับกระสุนวารีแม็กซ์ก็จะใช้คลื่นวารีจับและลากตัวเธอลงมาใต้น้ำซึ่งเป็นสนามรบที่พวกเขาได้เปรียบกว่า

ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปตายแน่ ถ้าใช้เจ้านั่นเราก็จะจมน้ำตายอยู่ดีแต่อย่างน้อยก็เก็บพวกมันไปได้บ้าง ฟรานยกดาบขึ้นเหนือหัวเพ่งรวมมานาแล้วปล่อยให้คลื่นวารีบีบร่างของเธอต่อไป

ลงดาบ

ขณะที่ภาพกำลังมืดลงจู่ ๆ ก็มีใครบางคนกระโดดลงน้ำมาช่วยเธอจากคลื่นวารีพวกนั้น

“เกือบมาไม่ทันแล้วไหมล่ะ” ลุงโทลและหน่วยสนับสนุนแนวหน้าตามมาสมทบได้ทันและพาฟรานกลับขึ้นเรือหลักได้ปลอดภัย

“ขะ...ขอบคุณค่ะ” ฟรานหยิบมานาสำรองกระดกอย่างเร่งรีบจนสำลัก

“แขนดูไม่ดีเอาซะเลยนะ จบศึกนี้เธอคงต้องพักยาว ๆ เลย” หลังจากกล่าวจบลุงโทลก็กระโดดลงไปบนเรือลำเล็กซึ่งมีสมาชิกหน่วยสนับสนุนแนวหน้าอยู่

“ตอนนี้พวกมนุษย์เงือกไม่กล้าเข้ามาในรัศมีการปะทะของจ้าวทะเลซึ่งเป็นโอกาสที่ดีในการกำจัดพวกมันซะ ส่วนพวกทหารมนุษย์เงือกรอบนอกปล่อยให้แคทเทอรีนจัดการไป”

หน่วยสนับสนุนแนวหน้าได้รวมกันเป็นหน่วยเดียวเพราะแคทเทอรีนออกไปทำหน้าที่อื่นแล้ว จำนวนสมาชิกกว่าหนึ่งพันอยู่ภายใต้คำสั่งของเราเพราะฉะนั้นเราต้องคิดให้ถี่ถ้วนเข้าไว้

“หน่วยย่อยเลขคู่ที่จัดตั้งไว้ให้เน้นไปที่การตอบโต้ระดับผิวน้ำ ส่วนหน่วยย่อยเลขคี่เน้นไปที่ใต้น้ำแทน รูปแบบการตั้งรับจะเป็นกระดองเต่าเล็ก”

เมื่อโทลออกคำสั่ง เหล่าลูกหน่วยก็แยกกันไปตามเรือหน่วยย่อยซึ่งจะมีมากถึงหนึ่งร้อยลำโดยพวกเขาจะกระจายตัวกันไปรอบ ๆ เรือเกรย์เอลโฟเรียเสมือนกำแพงป้องกัน แต่ละหน่วยจะมีคนที่ทำหน้าที่ยกโล่แบบหนาเป็นพิเศษทั้งด้านหน้าและด้านบนเพื่อป้องกันกระสุนวารีของเบค

“โต้กลับได้ทันทีเมื่อมีเห็นโอกาส !” เมื่อสิ้นเสียงคำสั่งสุดท้ายทำให้หน่วยย่อยทั้งหลายไม่ต้องรอคำสั่งจากลุงโทลอีกต่อไป โดยแต่ละหน่วยย่อยจะมีคนที่ทำหน้าที่หัวหน้าหน่วยย่อยเพื่อเป็นคนวิเคราะห์สถานการณ์และสั่งการภายในหน่วยกันเอง

สถานการณ์ในสนามรบเหมือนจะเริ่มเอนเอียงไปทางเอลโฟเรียแต่นั่นก็คือสถานการณ์ที่จ้าวทะเลยังไม่ได้ลงมือทำอะไร หลังจากที่เบควิเคราะห์แผนตั้งรับเสร็จนั่นจึงถึงเวลาโต้กลับ

“ถึงจะยุ่งยากไปหน่อยแต่ก็ไม่เหลือบ่ากว่าแรงเลยสักนิด” เบคใช้คลื่นวารีพุ่งขึ้นมาจากใต้น้ำเพื่อห่อหุ้มหน่อยย่อยทั้งหน่วย ถ้าหากใช้คลื่นวารีจู่โจมแค่ไม่กี่คนก็คงโดนปลดออกได้ง่าย ๆ เพราะฉะนั้นเบคจึงให้แม็กซ์ใช้มันคลุมทั้งหน่วย และเหตุผลอีกประการหนึ่งก็คือตอนนี้แต่ละหน่วยจะเพ่งเล็งไปที่การป้องกันศัตรูจากด้านหน้าและใต้น้ำมิใช่ให้คอยพะวงหน่วยข้าง ๆ

“หน่วยย่อยฝั่งกราบซ้ายเรือหน่วยสอง...” คานะที่คอยส่องกล้องเห็นว่าหน่วยสนับสนุนแนวหน้ากำลังมีปัญหาเธอจึงง้างคันธนูประจำตัวยิงทำลายคลื่นวารีพวกนั้นจากระยะหลายกิโลเมตร

“ให้ช่วยไหมคะหัวหน้า?” ลูกหน่วยเอ่ยถามขณะที่ส่องกล้องตามจุดที่คานะยิง

“ไม่ต้อง พวกเธอช่วยจัดการมนุษย์เงือกไปเลยเดี๋ยวฉันจะคอยสนับสนุนหน่วยย่อยเอง”

สงครามยังคงยืดเยื้อต่อไปหลายชั่วโมงทำให้ทั้งสองฝั่งเริ่มอ่อนล้าโดยเฉพาะฝั่งเอลโฟเรียที่คนน้อยกว่าหลายสิบเท่า

ในที่สุดก็เข้ามาได้สักที ชักจะอยากรู้แล้วสิว่าทำไมถึงต้องปกป้องเรือลำนี้ขนาดนี้ ไคหัวเราะในใจระหว่างที่แอบขึ้นมาบนเรือเกรย์เอลโฟเรียได้สำเร็จ

ระหว่างที่เขากำลังเดินหลงอยู่ในเรือเหล่าร่างโคลนของซึฮากิก็ได้ตรวจพบสัญญาณมานาจึงพากันเข้ามาล้อมจับ

“โห่ ในเรือมีแต่ร่างโคลนกระจอกงอกง่อยเนี่ยนะ? ถ้าอย่างนั้นก็คงจะจมเรือได้สบาย ๆ แล้วสิ” ไคพุ่งเข้าประชิดแต่เพราะทางเดินบนเรือมันดันพอดีกับตัวเขาพอดีก็เลยทำให้เป็นเป้านิ่งโดยทันที แต่เขาก็หาสนใจไม่เพราะไม่ว่าจะโดนฟันหรือยิงแค่ไหนร่างกายก็จะฟื้นฟูกลับมาอยู่ดี

“ไวกันจริง ๆ” ไคตามล่าเหล่าร่างโคลนอย่างบ้าคลั่งแต่ก็ช้าเกินไปเมื่อต้องเคลื่อนไหวบนบก

ทั้งผนังและเพดานถูกไคที่กำลังไล่ล่าร่างโคลนทำเสียหายไปหมด เขาใช้เมือกเหนียว ๆ ขว้างใส่พวกร่างโคลนแต่เพราะทางเดินมีมุมหักโค้งไปมามากมายทำให้ไคขว้างไม่โดนเสียที จนกระทั่งพวกเขาไปถึงห้องโถงกว้าง ๆ เหมือนห้องฝึกซ้อมซึ่งเหล่าร่างโคลนก็ได้หยุดลงที่ห้องนั้น

“หมดทางหนีแล้วสิ ทีนี้ก็ถึงเวลาหายไปสักที”

ไคหมุนตัวเป็นเกลียวเพื่อสลัดเมือกใส่พวกร่างโคลนแต่พวกเขากลับหนีออกไปจากห้องโถงเสียแล้ว

“ตรงนั้นมันเปิดได้ด้วยเหรอ?” พอรู้สึกตัวอีกทีรอบ ๆ ก็มีแต่ผนังแบบเดียวกันดูยังไงก็ไม่มีประตูทางออก ไคพยายามทำลายกำแพงห้องแต่มันก็แข็งเกินสำหรับเขาอยู่ดีแถมเวทมนตร์วารีก็อ่อนแอกว่าแม่ทัพเบคเสียอีกทำให้ต้องติดอยู่ในนั้นต่อไป

“ห้องโถงฝึกปิดสนิทเรียบร้อย”

“ท่อส่งแก๊สเตรียมพร้อม”

“ห้องทดลองเตรียมพร้อม”

“ห้องอุปกรณ์เตรียมพร้อม”

เหล่าร่างโคลนแยกกันไปทำงานของตนเองและกลับมาประชุมกันใหม่ พวกเขาปิดช่องระบายอากาศในห้องโถงและปล่อยแก๊สยาสลบเข้าไปและเพียงแค่ไม่กี่นาทีมันก็ทำให้ไคหมดสติลงจนได้

“ทุกอย่างพร้อมแล้ว ดูเหมือนเราจะได้ตัวอย่างที่ดีมาจนได้”

ไคที่เป็นถึงจ้าวทะเลที่มีเลเวลแปดกลับโดนยาสลบทำให้หมดสติได้ง่าย ๆ อาจจะเพราะเขาไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อนจึงไม่ทันได้ระวังตัว

“นั่นไงเบค” คานะเหลือบไปเห็นแม่ทัพเบคยืนนิ่งอีกครั้งจึงใช้โอกาสเพียงแค่ไม่กี่วินาทียิงปืนสไนเปอร์แต่เบคก็ยังไหวตัวทันหลบเลี่ยงจุดสำคัญไปได้เสียก่อน

อย่างน้อยก็ยังยิงโดนบ้างล่ะนะแต่ถ้าฆ่าไม่ได้ก็เปล่าประโยชน์ ยิ่งเจ้านั่นบาดเจ็บก็อาจจะยิ่งระวังตัวมากขึ้นไปอีก

“หัวหน้า !” ทันใดนั้นก็มีเสียงร้องโวยวายดังมาจากด้านหลัง

คานะหันมองด้วยความสงสัยจึงเห็นกลุ่มชายชุดดำกำลังไล่ฆ่าลูกหน่วยของเธอ การเคลื่อนไหวที่รวดเร็วทำให้ลูกหน่วยส่วนใหญ่ที่ฝึกการโจมตีระยะไกลมาต่อต้านไม่ได้เลยสักนิดเดียว

“ตั้งสติไว้ !” คานะยิงศรเวทมนตร์ผ่านลูกหน่วยไปได้อย่างปลอดภัยและพุ่งเข้ากลางหัวศัตรู เธอมีความแม่นยำอยู่ในจุดสูงสุดจนสามารถยิงธนูผ่านผู้คนที่วิ่งกันจ้าละหวั่นแล้วก็ยังสังหารศัตรูของเธอได้อีกด้วย

เซนยกดาบพาดบ่าไว้และวิ่งสวนทางกับลูกหน่วยเพื่อกำจัดศัตรูชุดดำเหล่านั้น แม้เซนจะไม่ได้รวดเร็วนักแต่การตัดสินใจอันเด็ดขาดมันทำให้เขากล้าเหวี่ยงดาบยักษ์ทั้ง ๆ ที่มันอาจจะมีลูกหน่วยโดนลูกหลงไปด้วยก็ได้

“เซน ! ระวังคนอื่นด้วยสิ” ศรเวทมนตร์ยิงผ่านแขนเซนไปหวุดหวิดและมันก็ได้เจาะเข้ากะโหลกของศัตรูชุดดำพวกนั้น

“รู้แล้วน่า !” เซนเหวี่ยงดาบที่เต็มไปด้วยสัญชาตญาณรู้ว่าควรจะผ่อนหรือเลี่ยงมุมไหนเพื่อให้ลูกหน่วยทุกคนหนีไปได้

เหล่าศัตรูในชุดดำแยกย้ายกันไปคนละทิศทางและแทรกซึมไปกับลูกหน่วยแทนที่จะฆ่าเพื่อให้เซนและคานะไม่กล้าทำอะไร

“ไอ้พวกเวรนี่ !” เซนเก็บดาบยักษ์โดยการแบกไว้บนบ่าจากนั้นก็พยายามวิ่งไล่ศัตรู เมื่อเซนจับพวกมันได้เขาก็จะบีบคอด้วยมือข้างเดียวให้ตายแล้วก็วิ่งไล่ล่าคนอื่นต่อไป

พวกมันน่าจะอยู่ประมาณเลเวลสี่แต่เพราะมีคนอื่นอยู่ด้วยก็เลยจัดการได้ยากลำบาก ถ้ามีซีโร่หรือกิอยู่ก็คงจัดการพวกมันได้ง่าย ๆ เลย

ขณะที่กำลังคิดไม่ตกจู่ ๆ พวกมันก็โดนตัดหัวขาดโดยไม่รู้ตัว

“โทษทีที่มาช้า” แผ่นหลังของซีโร่ที่กำลังแฝงตัวเข้าไปในกลุ่มคนช่างเป็นแผ่นหลังที่น่าเคารพราวกับเป็นซึฮากิอีกคนหนึ่งเลยก็ว่าได้

ทั้งความเร็วและความแม่นยำของมีดสั้นเหมือนเลียนแบบมาจากซึฮากิทุกประการแต่ก็ยังมีบางครั้งที่ตัดสินใจไม่ได้ว่าควรจะกำจัดคนไหนก่อน

“ทั้งหมดยี่สิบคน พวกมันมาจากสำนักมนตร์ดำแน่ ๆ” พวกเขาช่วยกันตรวจสอบสภาพศพและค้นของที่พอจะใช้การได้เก็บเอาไว้

“พวกเราสูญเสียไปเท่าไร?” คานะถาม

“เสียชีวิตสิบห้าคนและคนเจ็บอีกสามสิบคนค่ะ...” ลูกหน่วยที่เป็นคนนับก้มหน้าซึมเศร้าที่เห็นเพื่อนพ้องตายต่อหน้าต่อหน้า

“ให้หน่วยแพทย์สนามเข้ามาดูแลต่อ ส่วนคนที่ร่างกายยังไหวให้กลับไปประจำตำแหน่ง” คานะเองก็ไม่ปลื้มเหมือนกันที่ต้องเสียลูกหน่วยไป เธอเป็นถึงหัวหน้าหน่วยแต่กลับดูแลลูกหน่วยไม่ดีพอจนเกิดการสูญเสียทำให้เธอพอจะเข้าใจความรู้สึกของนาธาบ้างแล้ว

“เรียกทุกหน่วย ตอนนี้ระวังศัตรูที่สวมชุดสีดำเอาไว้คาดว่าจะเป็นสำนักมนตร์ดำ” ซีโร่วิทยุบอกทุกหน่วยทันทีแต่พวกเขาก็ถูกโจมตีแล้วเหมือนกันแต่ก็ยังโชคดีที่ฝั่งหน่วยแพทย์สนามมีเฮร่าอยู่ ด้วยพลังแสงศักดิ์สิทธิ์เธอจึงสามารถปกป้องลูกหน่วยของตนเองได้แถมยังกำจัดสำนักมนตร์ดำได้ง่าย ๆ ด้วยซ้ำ

“มนุษย์เงือกฝั่งพันธมิตรโดนพวกมันกวาดล้างไปเกือบครึ่งหนึ่ง อาจจะเพราะไม่มีหัวหน้าหน่วยคอยสั่งการก็เลยตั้งรับแบบเละเทะ” เฮร่าที่ส่งแพทย์สนามไปตรวจดูจึงได้ข้อมูลมารายงานต่อแทนเคนที่ไม่อยู่

“จัดหน่วยเฝ้าระวังไว้และกลับไปทำหน้าที่ตัวเองต่อ” ซีโร่ให้คำสั่งสุดท้ายก่อนที่เธอจะวิ่งวุ่นมองหาตัวซึฮากิ

เหมือนที่กิคาดการณ์ไว้เลย พวกสำนักมนตร์ดำเป็นพันธมิตรกับจ้าวทะเลริน ถ้าจะทำตามแผนต่อไปก็คือรอให้อีกฝั่งทุ่มกำลังทั้งหมดเข้ามาในอ่าวก่อน แล้วเราจะรู้ได้ยังไงล่ะเนี่ย

ขณะที่สงครามกำลังดำเนินไป ซึฮากิที่เอารอดตัวหนีมาได้ก็หาทางกลับไปรวมกับคนอื่น

ทั้งเสื้อผ้าทั้งอาวุธก็ดันจมน้ำหายไปตอนเปลี่ยนร่างซะได้ แต่ถ้าไม่ทำก็อาจจะไม่ได้มายืนอยู่ตรงนี้ก็ได้

ซึฮากิเดินตัวเปลือยเปล่าอยู่ริมชายหาดพยายามมองหาอาวุธหรือบางสิ่งมาปกปิดร่างกายไว้

ซวยจริง ๆ แล้วชายฝั่งที่ขึ้นได้ไวก็ดันเป็นอาณาเขตของสำนักมนตร์ดำอีก ถ้าเกิดโดนเจอตัวก็คงต้องสู้ด้วยกำลังกายเพียว ๆ

ซึฮากิได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาแต่ไกลจึงหาที่ซ่อนได้ทัน พวกเขาคือสมาชิกสำนักมนตร์ดำที่กำลังเตรียมเรือเดินทางไปสมทบกับกองทัพของริน

สุดท้ายก็พึ่งพวกสำนักมนตร์ดำด้วยสินะ ซึฮากิเหลือบไปเห็นยอดต้นไม้สูงใหญ่ที่ใครเห็นก็ต้องตกตะลึง

ต้นไม้มังกร ตอนแรกที่ได้อ่านรายงานก็นึกว่าเขียนเกินจริงแต่พอได้เห็นก็รู้เลยมันใหญ่แค่ไหน

ต้นไม้ที่แตกกิ่งก้านสูงใหญ่จนเห็นได้แม้จะล่องเรืออยู่ในทะเล ความยิ่งใหญ่ที่หาที่ไหนไม่ได้อีกทำให้ไม่มีใครกล้าตัดมันเลยสักคนเดียว

ต้นไม้ยักษ์ที่เคยเป็นที่อยู่ของพวกมังกรแต่พวกมันก็หนีไปอยู่ที่อื่นเพราะการรุกรานจากมนุษย์

“ฉันล่ะเบื่อจริง ๆ ที่ต้องนั่งเรือข้ามฟาก” ชายคนหนึ่งบ่นกับเพื่อนของเขา

“นั่ง ๆ ไปเถอะ เจ้าสำนักสั่งมาเองยังไงเราก็ต้องทำ”

กองกำลังของสำนักมนตร์ดำมุ่งตรงไปยังสนามรบซึ่งเหลือคนปล่อยเรืออยู่คนหนึ่งนั่นจึงเป็นโอกาสของซึฮากิ เขาลอบเข้าด้านหลังทันทีที่สำนักมนตร์ดำออกไปไกลเกินจะเห็น แขนทั้งสองรวบคอของชายวัยกลางคนโดยที่ใช้แขนปิดปากไม่ให้ร้องด้วย

พกมีดแค่เล่มเดียวเนี่ยนะ แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรเลย

ซึฮากิฉวยโอกาสปลอมเป็นคนจัดการเรือในทันทีซึ่งเขาก็ได้รอให้กำลังเสริมชุดถัดไปมา จากนั้นก็จมเรือให้อีกฝ่ายต้องกระเสือกกระสนว่ายน้ำขณะที่เขาก็แค่เล็งยิงกระสุนวายุสังหารหมู่ทั้งหมด

ง่ายดีแฮะ

คล้ายกับเรื่องSTARCIN อุบัติมหาสงครามสตาร์คิน (อ่านฟรีจนจบ)(มี EBOOK) ที่คุณอ่าน