ตึกสูงใหญ่หลายสิบชั้นองค์ประกอบของตึกส่วนใหญ่เป็กระจกสีชาทำให้มองดูทันสมัยตั้งตระหง่านท้าทายอาคารใหญ่น้อยที่มีเรียงรายอยู่โดยรอบในย่านใจกลางเมือง หรือ 'เมืองหลวง’ ที่คนส่วนใหญ่ชอบใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ส่วนหนึ่งของตึก ถูกจัดตั้งเป็สำนักงานสาขาย่อยของพรรคการเมืองใหญ่พรรคหนึ่ง
ณ ห้องทำงานกว้างขวางโอ่อ่าสมฐานะของนักการเมืองสังกัดพรรคใหญ่ เ้าของห้องคือนายธเนศผู้ซึ่งมีผมดกดำจากการปรุงแต่งสร้างเสริมด้วยเทคนิคทันสมัยบดบังความร่วงโรยแห่งวัยจนมิดชิด ขณะนี้เขาอยู่ในวัย 60 ปี หรืออาจจะมากกว่านั้นในความเป็จริง แต่ทว่าดูหนุ่มราว 50 กว่าเท่านั้น จากสายตาของคนทั่วไป
ธเนศนั่งเอกเขนกบนโซฟาตัวยาว กวาดสายตามองเนื้อหาของข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ที่ตนเองกำลังอ่าน พร้อมกับยกกาแฟขึ้นจิบอย่างอารมณ์ดีสิ่งที่ทำให้เขา ‘อารมณ์ดี’ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่คือข่าวพาดหัวใหญ่ของการ ‘ถอนตัวของพรรคร่วมรัฐบาล’ ที่เพิ่งเกิดขึ้นสด ๆ ร้อน ๆ คนฉลาดอย่างเขามีหรือจะยอมพลาดโอกาสดีแบบนี้ไม่มีกันได้บ่อย ธเนศพับหนังสือพิมพ์วางลงบนโต๊ะรับแขกข้างแก้วกาแฟลุกขึ้นเดินไปที่โต๊ะทำงานนั่งลงบนเก้าอี้ตัวสูงใหญ่บุนวมซึ่งทำจากหนังแท้สีดำเป็มันวาว แล้วเอนตัวโยกไปด้านหลัง
“อ๊ะ” ธเนศอุทานเบาๆ เพราะนึกขึ้นได้ว่ามีบางอย่างที่เขาเกือบลืมเขากดอินเตอร์คอมบนโต๊ะกรอกเสียงเรียกคนสนิทไปว่า
“สุชาติคุณช่วยเอาแฟ้มรายละเอียดเกี่ยวกับบัญชีการเงินของพรรคเข้ามาให้ผมหน่อย”
“ครับ” เสียงตอบกลับดังลอดออกมาจากเครื่องอินเตอร์คอมสีขาวขุ่นตัวเล็กแทบจะในทันทีที่เขาพูดจบ
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก” “ เชิญ” ธเนศพูดอนุญาตหลังได้ยินเสียงเคาะประตูตามมารยาท
“ท่านครับ เอกสารครับ” ธเนศมองแฟ้มเอกสารที่สุชาติคนสนิทนำมาวางไว้ให้บนโต๊ะอย่างนอบน้อมเขาเปิดเอกสารอ่านรายละเอียดภายในโดยใช้เวลาไม่นาน จากนั้นก็เอื้อมมือลงไปดึงลิ้นชักของโต๊ะทำงานหยิบของสิ่งหนึ่งขึ้นมาก่อนพูดขึ้นว่า
“วันนี้ตอนเย็นประมาณซักห้าถึงหกโมงเย็น คุณช่วยเอาเอกสารฉบับนี้ไปให้คุณเอริคทีนะ” ธเนศสั่งพร้อมกับโยนซองเอกสารสีน้ำตาลปึกหนาที่หยิบมาจากในลิ้นชักลงบนโต๊ะทำงาน
“ครับ แล้วมีอะไรเพิ่มเติมอีกมั๊ยครับท่าน” สุชาติรับคำเหมือนรู้งาน หรือรู้ดีว่าต้องทำอย่างไรและไปที่ไหน
“อ้อ ลืมไป เอริคเขาจะเอาของมาให้ผมอันนั้นสำคัญมาก ยังไงถ้าได้ของแล้ว โทรเข้ามือถือผมด้วย”
“ครับท่าน” สุชาติโค้งคำนับรับ
“ไปได้แล้ว” ธเนศสั่งเสียงเข้มเหมือนอย่างเคย
“ครับ” สุชาติรับคำแล้วเดินออกจากห้องไป
เมื่อทุกอย่างเป็ไปในแบบที่เขา้านักการเมืองหนุ่มใหญ่อมยิ้มทั้งใบหน้าและดวงตาก่อนจะเอนหลังพิงเบาะของเก้าอี้อีกครั้ง วางมือบนโต๊ะเคาะนิ้วบนโต๊ะเป็จังหวะ ่นี้มีแต่เื่ดี ๆ ทำให้นึกถึงใบหน้าใครคนหนึ่งขึ้นมา‘คุณนายนฤมล’ม่ายสาวแสนสวยและร่ำรวย ถ้าได้ตัวหล่อน เขาคงจะมีความสุขและสบายไปตลอดชาติเขาเพียรพยายามเอาอกเอาใจหล่อนมาเป็เวลานานแรมปีแล้ว หล่อนก็ยังไม่ตกลงปลงใจสักทีอาจจะติดอยู่ที่ลูกสาวหล่อนก็ได้ เพราะดูแล้วน้ำใสไม่ค่อยอยากจะสนิทกับเขาเท่าไหร่เลยแต่ก็ช่างเถอะ ไม่ใช่เื่หนักหนาสาหัสสำหรับเขาแม้แต่นิดเดียวแล้วความคิดถูกขัดจังหวะเมื่อมีเสียงเคาะประตูดังด้านนอก
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก”
“เชิญครับ” นายธเนศเอ่ยปากอนุญาตแล้วยิ้มรับผู้ที่เปิดประตูเข้ามา เนื่องจากเป็คนที่เขารู้จักดี เพราะเป็คนของพรรคที่เขาสังกัดอยู่
“คุณธเนศครับ วันนี้ท่านหัวหน้าพรรคขอเชิญประชุมนอกเวลาด่วนครับ เห็นว่ามีเื่สำคัญมาก” คนของหัวหน้าพรรคแจ้งเื่ด่วนซึ่งดูจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เดาได้ไม่ยาก
“เกี่ยวกับเื่อะไรคุณพอจะทราบไหมครับ”ธเนศไม่ลืมที่จะซักรายละเอียดเพื่อจะได้เตรียมตัวให้พร้อม
“ท่านไม่ได้แจ้งไว้ครับ”
“แล้วท่านเชิญใครบ้างแล้วรึยัง”
“ก็เกือบจะครบทุกคนแล้วครับ ทั้งคุณวิชัยคุณเดชา ดอกเตอร์สมประสงค์ อ้อ ติดที่คุณวนิดาเธอไปต่างประเทศครับ ” คนอ่อนวัยกว่าแจงรายละเอียด
“ฮึม แหม ผมเองก็ติดธุระสำคัญเย็นนี้ซะด้วยยังไงผมขอโทรไปเคลียก่อนนะครับ แล้วจะโทรเรียนท่านหัวหน้าพรรคให้ทราบ” ธเนศหงุดหงิดนิดหน่อยเนื่องจากไม่สามารถไปหาคุณนายคนสวยที่บ้านตามที่นัดกันไว้ได้แต่เขาก็ต้องเลือกเอาสิ่งที่สำคัญมาก่อน เื่งานเื่ใหญ่ต้องเป็เื่
‘ยุบสภา’
แน่ อืมท่านหัวหน้าพรรคนี่ทำงานไวจริง ๆข่าวเพิ่งออกแท้ ๆ เรียกประชุมแล้ว ส่วนเื่ผู้หญิง คนอย่างเขาถ้าอยากได้อะไรไม่เคยพลาดอยู่แล้ว
“ครับ” ชายหนุ่มคนเดิมเดินออกจากห้องไปเมื่อได้รับคำตอบจากสมาชิกคนสำคัญที่เป็คนโปรดของเ้านายเขา
เสร็จเื่สำคัญ ธเนศรีบหมุนโทรศัพท์ไปหาคุณนฤมลทันที
“สวัสดีค่ะ บ้านคุณนายนฤมลค่ะ”
“ขอสายคุณนฤมลหน่อย”
“ไม่ทราบว่าใครจะเรียนสายด้วยค่ะ”
“ผมธเนศ”
“กรุณารอสักครู่ค่ะ” ซักถามพอได้ใจความ สาวใช้คนเก่งวางหูโทรศัพท์ข้างตัวเครื่องแล้วเร่งฝีเท้ารีบเดินไปรายงานให้เ้านายทราบ
นฤมลเดินมาที่โทรศัพท์หลังได้รับทราบว่าเป็ใครจึงกรอกเสียงทักทายตามมารยาท
“สวัสดีค่ะ”
“ผมธเนศนะครับ” ธเนศบอกด้วยเสียงนุ่มนวล
“ค่ะ” ปลายสายตอบรับเสียงนุ่มไม่แพ้กัน
“คือ ผมจะโทรมาขอโทษคุณนะครับ ว่าเย็นนี้ผมคงไปตามนัดไม่ได้” ธเนศออดอ้อนพอเป็พิธี
“เหรอคะ” ครั้นปลายสายดูเหมือนไม่ยินดียินร้ายหนุ่มใหญ่เริ่มร้อนตัว รีบพูดเข้าข้างตัวเองเพิ่มขึ้นว่า
“ผมเองน่ะนะครับเสียดายแล้วก็เสียใจมากครับที่ไปไม่ได้ บังเอิญท่านหัวหน้าพรรคให้เด็กมารายงานว่า ขอเรียกประชุมด่วนเย็นนี้ เห็นว่ามีเื่สำคัญมากและท่านก็ยังว่า ยังไงก็ขาดผมไม่ได้ ผมเองก็จนใจ”
“ดิฉันเข้าใจค่ะถ้าติดธุระสำคัญก็ไม่เป็ไรตามสบายค่ะ ไว้โอกาสหน้าก็แล้วกันนะคะ”
“เอาไว้ผมจะขอเลี้ยงคุณเป็การแก้ตัวแล้วกันครับ โธ่ สำหรับผมคุณสำคัญมากอยู่แล้ว ถ้าเลี่ยงได้ผมเลี่ยงแล้ว นี่จนใจจริง ๆ ท่านยังกำชับกับเด็กมาอีกนะครับว่า ยังไง ผมก็ต้องไปให้ได้คนอื่นไม่ไปไม่ว่า แต่ห้ามผมขาดประชุมเด็ดขาด” ธเนศอวดความเป็คนโปรดของหัวหน้าพรรคหวังให้ผู้หญิงเห็นความสำคัญ
“ค่ะ ไม่เป็ไร ไว้คราวหลังก็ได้ค่ะ”
“แล้วคืนนี้ผมจะโทรไปหานะครับ”
“ค่ะ”
“ผมคงต้องไปแล้วเดี๋ยวหัวหน้าพรรคท่านจะรอ ขาดผมซะคน ประชุมกันไม่ได้เลย ถ้างั้นแค่นี้ก่อนนะครับสวัสดีครับ”
“ค่ะ สวัสดีค่ะ” นฤมลวางสายหลังจบบทสนทนา
หญิงวัยเลยสาวมาได้ไม่นานแต่ยังดูดีอยู่ในชุดเสื้อกระโปรงติดกันแบบเรียบทั้งสีและลวดลายผมมัดรวบเป็มวยบนศีรษะพอไม่ให้หลุดลุ่ย เดินมานั่งเล่นที่โซฟารับแขก พอได้คุยกับชายวัยแก่กว่าที่มาติดพันตนเองทำให้หล่อนอดคิดทบทวนถึงเื่ราวที่ผ่านมาไม่ได้เป็เวลาสิบปีกว่าแล้วที่สามีหล่อนตาย ั้แ่น้ำใสยังเล็ก จนตอนนี้อยู่มหาวิทยาลัยปีสามอีกปีเดียวก็จะจบ ที่ผ่านมาหล่อนไม่เคยสนใจใครเป็พิเศษด้วยความที่ลูกยังเล็ก กลัวจะมีปัญหาทั้ง ๆ ที่มีหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่แวะเวียนมาหาไม่ขาดสาย จนกระทั่งคุณธเนศผ่านเข้ามา
คุณธเนศเป็นักการเมืองหนุ่มใหญ่วัยกลางคนมากความสามารถรูปร่างหน้าตาดูดีพอใช้ เขาเคยมีภรรยามาแล้ว แต่ก็เลิกกันนานแล้วเช่นกัน ส่วนเื่อีหนูเล็กๆ ที่เป็ข่าวลือนั้นหล่อนไม่ใคร่ใส่ใจสักเท่าไหร่เพราะความสัมพันธ์ยังคงเป็แค่เพื่อนกันยังไม่มีอะไรเกินเลย ดังนั้นเื่นั้นจึงน่าจะเป็เื่ส่วนตัวของเขา อีกทั้งที่ผ่านมาเขาก็ดีกับหล่อนเสมอต้นเสมอปลาย หล่อนเองยังไม่แน่ใจกับความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับคุณธเนศไม่รู้ว่าหล่อนชอบเขาหรือเปล่า คงต้องศึกษาใจตัวเองอีกสักระยะให้แน่ใจ
คิดถึงลูกสาว หากหล่อนตกลงปลงใจกับคุณธเนศน้ำใสจะรู้สึกยังไง น้ำใสเป็เด็กทันสมัย เข้าใจอะไรไม่ยากแต่หากจะถึงขั้นนั้นจริง ๆ คงต้องถามลูกสาวก่อนว่าจะขัดข้องไหม ถึงอย่างไรลูกก็ยังเป็ที่หนึ่งสำหรับหล่อนเสมอ ไม่ว่ากรณีใด นฤมลหยุดความคิดไว้เพียงแค่นั้นเมื่อนึกขึ้นได้ว่าต้องจัดการอะไรบางอย่าง ก่อนจึงลุกขึ้นเดินไปเรียกหาสาวใช้
“น้อย น้อย เห็นป้าแช่มมั๊ย” สาวใช้หันตามเสียงเรียก ละงานตรงหน้าวางไม้ขนไก่ลงกับพื้นวิ่งมาหาเ้านาย
“อยู่ในครัวค่ะคุณนาย เดี๋ยวน้อยไปตามให้ค่ะ” น้อยผลุนลุกขึ้นตั้งท่าจะออกไปตามแต่นฤมลยั้งไว้ก่อน
“ไม่ต้อง ไปทำงานต่อเถอะจ้ะ ฉันไปดูเอง”น้อยมองเ้านายด้วยความเคารพรักเมื่อได้ยินเสียงที่นุ่มนวลและปราณีตอบกลับมา นฤมลเดินเข้าไปด้านในร้องเรียกหาแม่บ้าน
“ป้าแช่ม ป้าแช่ม”
“ขา คุณนาย” เสียงขานรับจากในครัวนฤมลเดินเข้าไปหาตามเสียงเห็นป้าแช่มง่วนอยู่กับการเหวี่ยงตะหลิวไปมาบนกระทะเทปล่อนใบเขื่อง
“อาหารเย็นที่สั่งไว้ขอเปลี่ยนแปลงนะ ทำแล้วยัง” หล่อนเดินสำรวจบนโต๊ะกลมกลางห้องครัวมีอาหารปรุงเสร็จ ไอร้อนโชยกลิ่นหอมฉุยวางอยู่สามอย่าง
“ค่ะ ทำบ้างแล้ว” ป้าแช่มตอบโดยหันหน้ามาเพียงแวบเดียวก็กลับไปเพ่งพิเคราะห์อาหารบนกระทะต่อ นฤมลเดินไปใกล้ชี้นิ้วไปบนกระทะ
“งั้น แค่นี้พอแล้ว”
“ค่ะ” หญิงสูงวัยร่างท้วมพยักหน้ารับคำสั่งคุณนายใจดีของแก
++++++++++++++++++