ผมนี่แหละ มะนาวต่างนุด

    ตอนที่ 100 รางวัลภารกิจที่สิบสอง

    ตอนที่100 รางวัลภารกิจที่สิบสอง


    ชายชรานิ่งอึ้งไปชั่วขณะเขากวาดสายตามองผู้คนในครอบครัวที่นั่งเบียดเสียดกันอยู่ในยานโดยสาร พลางนึกสังหรณ์ใจว่าหากไม่ช่วยเหลือชายหนุ่มแปลกหน้าจากดาวเอวาในครั้งนี้เขาอาจเสียใจไปตลอดชีวิต ด้วยความเชื่อมั่นในสัญชาตญาณตนเอง เขาบอกกล่าวต่อสมาชิกในครอบครัวด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า


    “อย่าว่าปู่ช่วยคนนอกโดยไม่ดูตาม้าตาเรือเลยนะแต่ปู่สังหรณ์ใจว่าหากไม่ช่วยเขาไว้แล้ว พวกเราอาจไม่มีที่ให้อยู่อีกต่อไปชั่วลูกหลาน”


    ชายวัยกลางคนใบหน้าคล้ายกับชายชรากล่าวตอบด้วยน้ำเสียงมั่นใจในความคิดเห็นของพ่อว่า


    “พ่ออย่ากังวลไปเลยครับถ้าพ่ออยากช่วยเขา ก็ช่วยให้เต็มที่ไปเลย พวกเราทุกคนอยากไปร่วมรบกับกองทัพทริปเปิลเอสกันทั้งนั้นเพื่อปกป้องดาวเอเอสแล้ว เรื่องช่วยเหลือคนแปลกหน้าแต่อาจสำคัญต่อศึกสงครามครั้งนี้พวกเราไม่ขัดขวางหรอกครับ”


    ชายชราพยักหน้าอย่างพึงพอใจเมื่อได้รับฟังความคิดเห็นจากลูกชายเขาหันหน้าไปแจ้งข่าวกับเสิ่นอี้ที่ยืนรอคอยอยู่ด้านล่างยานด้วยน้ำเสียงมั่นใจว่า


    “ขึ้นมาเถอะพ่อหนุ่มพวกเราจะพาเจ้าไปหาท่านแม่ทัพใหญ่เอง”


    เสิ่นอี้ยิ้มกว้างด้วยความยินดีที่มีคนยอมเชื่อข้อมูลจากเขาถึงแม้เขาจะกล่าวออกไปเพียงสั้น ๆ ก็ตาม


    จากนั้นยานโดยสารปล่อยลำแสงสีฟ้าออกจากท้องยานเพื่อนำตัวเสิ่นอี้ขึ้นมาผ่านทางท่อลำแสงแล้วพุ่งตัวบินไปหานครเวหาสซึ่งเป็นเมืองเอเอสวันทั้งเมืองล่องลอยอยู่กลางอากาศในทันใด


    ..........


    ชายชราและเสิ่นอี้ต้องตอบคำถามและผ่านบททดสอบหลายด่านกว่าจะได้ไปพบกับแม่ทัพใหญ่แห่งกองทัพทริปเปิลเอสได้โดยเสิ่นอี้ต้องตอบคำถามของรองแม่ทัพหญิงซูเว่ยก่อน ซึ่งเธอเป็นเอสเปอร์เก่งกาจและสามารถประเมินบุคคลได้แม่นยำเธอจำเป็นต้องมาทำหน้าที่ตรวจสอบเสิ่นอี้แทนแม่ทัพใหญ่


    “ตอบคำถามตามความเป็นจริงเหตุใดถึงต้องการมาเตือนพวกเราเรื่องกองทัพดาวเจอรัล”


    ซูเว่ยยืนวนรอบตัวเสิ่นอี้ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หัวโล้นเพื่อพิจารณาชายหนุ่มแปลกหน้าจากดาวเอวาเธอพบว่าเขาสวมเครื่องแต่งกายไม่เหมือนชาวเอวาสักนิด ทว่าสัญชาตญาณบอกเธอว่าชายหนุ่มตรงหน้าเป็นชาวเอวาจริงจึงอยากรับรู้เหตุผลในการขอเข้าพบแม่ทัพใหญ่


    “ผมไม่ได้โกหกนะครับได้โปรดเชื่อผมด้วยเถอะ ผมเคยทำงานเป็นคนเก็บอึสัตว์เลี้ยงของท่านพิชญ์เรอาที่สาม ท่านให้ผมมาแจ้งเตือนกองทัพทริปเปิลเอสเพราะมีเพียงกองทัพเดียวที่จะหยุดยั้งพวกเจอรัลได้ตอนนี้พวกเจอรัลพัฒนาอาวุธตัวใหม่ที่ร้ายแรงกว่าลำแสงเอวาสได้แล้วมันคือลำแสงดีวาส อานุภาพทำลายมันร้ายกาจมากขนาดที่ว่าไม่เหลือเศษฝุ่นแม้แต่นิดเดียว แล้วยังเร็วกว่าแสงอีกด้วย”


    เสิ่นอี้กล่าวถึงอาวุธร้ายแรงของกองทัพดาวเจอรัลแก่รองแม่ทัพซูเว่ยโดยตรงเขาได้แต่หวังว่าเธอจะเชื่อในคำพูดของตน แล้วหาทางพัฒนาอาวุธไว้ต่อกรกับพวกมันได้ทันการณ์


    รองแม่ทัพซูเว่ยขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจเธอเพิ่งได้รับข่าวจากสายลับว่าดาวเจอรัลยังพัฒนาลำแสงดีวาสไม่แล้วเสร็จจึงคิดที่จะบุกโจมตีไม่ให้พวกมันตั้งตัวทันเนื่องจากหากปล่อยให้พวกมันพัฒนาลำแสงดีวาสได้สำเร็จแล้วกองทัพทริปเปิลเอสอาจจะไม่สามารถต้านทานพวกมันเอาไว้ได้


    อย่างไรก็ตามเธอไม่ต้องการประมาทจึงสื่อสารข้อความที่ได้รับรู้จากเสิ่นอี้ให้แม่ทัพใหญ่ผู้เป็นทั้งเจ้านายและเพื่อนสนิทให้รับรู้ก่อนตัดสินใจขั้นสุดท้ายจึงบอกกล่าวกับชายหนุ่มแปลกหน้าว่า


    “ฉันจะลองคุยกับแม่ทัพใหญ่ก่อนนะหากเธอพิจารณาว่ายังไงก็ค่อยว่ากัน นายไปได้แล้ว หากมีเรื่องอะไรก็ให้บอกมาให้หมดพวกเราจะต้องออกไปรบในอีกไม่กี่ชั่วโมงนี้”


    เสิ่นอี้เห็นว่ารองแม่ทัพซูเว่ยพยายามที่จะช่วยสื่อสารแทนตนจึงรู้สึกคลายกังวลไปบ้างเขากำลังชั่งใจว่าควรสื่อสารกับเธอเรื่องการได้พบชายชราพิชญ์เรอาที่สามและเขาเสียชีวิตในโลกโบราณดีหรือไม่


    สุดท้ายเขาคิดว่าเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อเกินไปและอาจทำให้รองแม่ทัพซูเว่ยคิดว่าตนเป็นบ้า จึงเลือกที่จะไม่เอ่ยถึงการที่มีระบบโกลาหลและเทเลพอร์ตนำตนเองไปหาชายชราในโลกโบราณอีก


    “ไม่มีแล้วครับอย่าลืมระวังตัวด้วยนะครับ พวกดาวเจอรัลมันมีอาวุธร้ายแรงจริง ๆ”


    เสิ่นอี้ทำได้เพียงกล่าวเตือนย้ำกับรองแม่ทัพซูเว่ยอีกครั้งเขาจากมาด้วยความห่วงใยกองทัพทริปเปิลเอสจากก้นบึ้งของหัวใจเพราะเป็นกองทัพแห่งดวงใจซึ่งเขาเป็นแฟนพันธุ์แท้ของพวกเธอ


    “เข้าใจแล้วนายออกไปจากที่นี่เสีย พวกเราจะต้องออกเดินทางในตอนนี้”


    รองแม่ทัพซูเว่ยพยักหน้าเข้าใจพลางส่งสัญญาณให้ทหารนำทางเสิ่นอี้ออกไปจากนครเวหาส เนื่องจากชายหนุ่มไม่ใช่ประชากรของดาวเอเอสจึงไม่สามารถพักอยู่อาศัยในนครเวหาสได้


    ในเวลาเดียวกันรองแม่ทัพซูเว่ยจะต้องเดินทางไปยังที่ตั้งของกองทัพทริปเปิลเอสซึ่งเป็นเมืองชนาดเล็กอยู่ซ้อนด้านล่างของนครเวหาสเพื่อนำยานรบบินออกประจำการพร้อมรบกับกองทัพดาวเจอรัลต่อไป


    ..........


    เสิ่นอี้ถูกทหารนำตัวมาส่งไว้จุดที่พักจอดยานโดยสารชั่วคราวซึ่งอยู่บริเวณขอบนครเวหาส เขาเหลือบมองเห็นผู้คนจำนวนมหาศาลกำลังเข้าคิวรอลงยานโดยสารออกจากนครเวหาสอย่างเป็นระเบียบ


    ชายหนุ่มรู้ตัวดีว่าไม่มีสิทธิ์อาศัยหรือแม้แต่พักชั่วคราวอยู่ในนครเวหาสอันทันสมัยแห่งนี้เขาจึงยินยอมที่จะเดินทางออกจากนครแห่งนี้ด้วยความเข้าใจ


    อนึ่งเขามีไทม์แมชชีนเพื่อรอเดินทางกลับไปยังดาวขยะหรือดาวเจทีอีกครั้งจึงไม่รู้สึกกังวลใจเท่าใดนักมีเพียงรางวัลจากภารกิจที่ไม่แน่ใจว่าจะได้รับหรือไม่เพราะเขาไม่มีโอกาสสื่อสารกับแม่ทัพใหญ่แห่งกองทัพทริปเปิลเอสได้ด้วยตัวเอง


    “เฮ้อ! อุตส่าห์ซ่อมไทม์แมชชีนได้สำเร็จไม่รู้ว่าจะทำงานที่ระบบมอบหมายได้หรือเปล่า”


    เสิ่นอี้เหลือบมองเห็นยานรบหลายขนาดพุ่งตัวบินออกจากด้านล่างนครเวหาสโดยมุ่งหน้าออกจากดาวเอเอสไปอย่างรวดเร็ว เขาได้แต่หวังว่าจะสามารถปฏิบัติภารกิจให้สำเร็จลุล่วงด้วยดี


    เมื่อชายหนุ่มลงจากยานโดยสารที่มาส่งผู้คนยังพื้นด้านล่างซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของเมืองเอเอสวันเขาเหลือบมองเห็นผู้คนต่างวิ่งหาสถานที่หลบซ่อนตัวเพื่อหวังให้พ้นภัยจากอาวุธของศึกสงครามระหว่างดวงดาว


    เขาเดินทอดน่องพลางกวาดสายตามองผู้คนวิ่งหลบหนีจ้าละหวั่นไปยังทิศทางต่างๆ ทั่วพื้นที่ พลางยิ้มหดหู่ด้วยความเข้าใจในสถานการณ์เป็นอย่างดีว่า


    “หึ ๆถ้าดาวเอเอสถูกลำแสงดีวาสทำลายจริง ไม่ว่าจะหลบอยู่ที่ไหน ก็ใช่ว่าจะพ้นภัยไปได้”


    ฉับพลันเขานึกสังหรณ์ใจบางอย่างจึงแหงนหน้ามองท้องฟ้าเพื่อดูว่ากองทัพทริปเปิลเอสเป็นอย่างไร


    ทันใดนั้นเขาเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนกเพราะไม่คาดคิดว่าการคาดการณ์ของตนจะมาถึงรวดเร็วขนาดนี้เขามองเห็นดวงไฟพร้อมประกายไฟสว่างกระจายตัวไปทั่วท้องฟ้า บ่งบอกว่ากองทัพทริปเปิลเอสจะต้องพบกับโศกนาฎกรรมแน่นอน


    ในเวลาเดียวกันพลันมีเสียงแจ้งเตือนจากระบบโกลาหลดังขึ้นซึ่งทำให้เขารู้สึกแปลกใจยิ่งนักว่า


    “ขอแสดงความยินดีกับโอนเนอร์ด้วยภารกิจที่สิบสองบรรลุแล้ว ในอนาคตจะมีผู้ถือกำเนิดขึ้นมา เพื่อทำลายล้างดาวเจอรัลให้หมดสิ้นไปจากจักรวาลโกลด์ฮอร์สโอนเนอร์ควรรีบเดินทางออกจากดาวเอเอสโดยเร็ว”


    เสิ่นอี้ไม่เสียเวลาให้ระบบโกลาหลแจ้งเตือนอีกเขารีบหาสถานที่ปลอดภัยจากความวุ่นวายเพราะตอนนี้ผู้คนต่างวิ่งพล่านไปทั่วบริเวณ เขาต้องการนำไทม์แมชชีนออกมาจากกล่องล่องหนแล้วรีบเข้าไปนั่งพร้อมกดปุ่มให้นำตัวกลับคืนไปยังดาวขยะต่อไป


    ชายหนุ่มไม่มีเวลาตรวจสอบรางวัลในตอนนี้เพราะจิตใจเขายังตื่นตระหนกต่อภาพที่มองเห็นแสงไฟลุกสว่างเป็นบริเวณกว้างเต็มท้องฟ้าเขาก้มหน้าซุกเข่าพลางร้องไห้ออกมาด้วยความสงสารกองทัพทริปเปิลเอสสุดหัวใจ


    “อะไรกัน?! ทำไมมันต้องจบลงแบบนี้ด้วยนี่ฉันมาเตือนไม่ให้พวกเธอไปตายนะแต่กลายเป็นว่าฉันเร่งให้พวกเธอออกไปตายหรือเนี่ย เป็นไปได้ยังไง?! ไม่จริงใช่ไหม.....มันไม่ใช่เรื่องจริง!”


    เสิ่นอี้ทำใจได้บ้างแล้วจึงเงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับเหลือบมองเห็นภาพหมุนวนรอบตัวเร็วจนมองตามไม่ทันทว่าเขารับรู้ได้ทันทีว่าไทม์แมชชีนกำลังนำตัวกลับไปสู่จุดเริ่มต้นยังปลายทางที่จากมา


    อย่างไรก็ตามเสิ่นอี้ไม่รู้ตัวแม้แต่น้อยว่าโชคชะตาของเรื่องราวการกำจัดกองทัพดาวเจอรัลนั้นกำลังจะเริ่มต้นขึ้นจากการเกิดใหม่ของเอสเปอร์สาวผู้เก่งกาจทั้งสามคนโดยมีหนึ่งคนที่จะให้กำเนิดทารกน้อยแล้วเติบโตขึ้นจนกลายเป็นเอสเปอร์เหนือเอสเปอร์ที่สามารถทำลายล้างกองทัพดาวเจอรัลได้จนหมดสิ้น


    เวลานี้เสิ่นอี้หันกลับมาให้ความสนใจภัยอันตรายเบื้องหน้าของตนเองเพราะไม่แน่ใจว่าเมื่อเดินทางกลับมาถึงดาวขยะในห้องทดลองของฐานลับดาวเจอรัลแล้วเขาจะปลอดภัยจากพวกมันได้หรือไม่


    “หวังว่าฉันจะปลอดภัยนะ”


    เสิ่นอี้พึมพำขณะสัมผัสได้ถึงการสั่นสะเทือนของไทม์แมชชีนซึ่งเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการเดินทางมาถึงยังปลายทางแล้ว เขานับถอยหลังการกระเทือนที่ลดน้อยลงเรื่อยๆ เพื่อหวังที่จะไม่ต้องพบเจอทหารจระเข้ทั้งหลายอีกเนื่องจากเขามีเพียงปืนลำแสงเอวาสกระบอกเดียวอยู่ในกล่องล่องหน


    ชายหนุ่มนั่งนิ่งอยู่ภายในไทม์แมชชีนเมื่อการสั่นสะเทือนหยุดลงโดยไม่กล้าออกไปเพราะมั่นใจว่าอยู่ภายในจะมีความปลอดภัยมากกว่าออกไปเผชิญหน้ากับทหารจระเข้ทั้งหลายซึ่งอาจยืนถืออาวุธรอยิงเข้าใส่ตนอยู่ภายนอก


    เสิ่นอี้กดปุ่มภายในไทม์แมชชีนเพื่อตรวจสอบสภาพแวดล้อมนอกเครื่องปรากฏว่าการทำงานของอุปกรณ์ดังกล่าวเสียหายระหว่างเดินทางผ่านข้ามกาลเวลา พลางนึกโมโหให้ตัวเองที่ติดตั้งอุปกรณ์ดังกล่าวไม่ดีพอ


    พลันมีเสียงเคาะไทม์แมชชีนด้านนอกดังขึ้นซึ่งทำให้เสิ่นอี้สะดุ้งโหยงด้วยความตื่นตกใจ


    ก๊อก ! ก๊อก ! ก๊อก!

     

    .********************.

    เริ่มตั้งแต่ตอนที่98 เป็นต้นไป ไรต์เปิดให้อ่านฟรีไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะจบเรื่อง

    โดยจะติดเหรียญในตอนสุดท้ายเท่านั้นเชิญอ่านและร่วมติดตามไปด้วยกันจนจบเรื่องนะจ้า

    (อัปทุกวันพฤหัสบดีเหมือนเดิม)

    คล้ายกับเรื่องผมนี่แหละ มะนาวต่างนุด ที่คุณอ่าน