เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    เล่มที่ 6 ตอนที่ 173 กลืนกิน

              เสียงที่คล้ายดั่งพลังแห่งสายฟ้าดังก้องกังวานไปทั่วทั้งบริเวณนัยน์ตาคมกริบของเมิ่งอวี่หุนมองตรงไปยังเมิ่งฝาน ขณะเดียวกันเขาก็ผลักฝ่ามือออกไป

              ปัง!

              มันเป็นการเคลื่อนไหวด้วยความเร็วปานสายฟ้าเพียงชั่วพริบตาก็พุ่งทะยานไปยังต้นคอของเมิ่งฝานอย่างฉับพลัน ซึ่งเมื่อเมิ่งฝานสัมผัสได้ถึงพลังที่ถาโถมเข้ามาสีหน้าของเขาพลันเปลี่ยนไปก่อนจะยกแขนขึ้นเอาไว้เบื้องหน้าเพื่อปัดป้องอย่างไร้ซึ่งเวลาให้ครุ่นคิดถึงสิ่งอื่นใด

              ต่อมาจึงสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเมื่ออยู่ภายใต้แรงจู่โจมอันแข็งแกร่งนั้นร่างของเมิ่งฝานได้ล่าถอยออกไปโดยเร็วมันเป็นพลังฝ่ามือที่คล้ายดั่งสายฟ้า แม้ว่าเมิ่งฝานจะสามารถต้านทานการโจมตีรอบแรกได้แต่ระลอกคลื่นแห่งพลังก็ยังพุ่งผ่านต้นคอของเขาจนมีรอยเลือดปรากฏก่อนจะมีเลือดสีแดงสดไหลลงไปเป็นหยดๆ...

              ไม่เสียแรงที่เป็นถึงบุตรชายคนโตแห่งตระกูลเมิ่งเมิ่งอวี่หุน!

              ในชั่วพริบตานี้สีหน้าของผู้คนทั้งหลายต่างก็เปลี่ยนไปพวกเขารู้ดีว่าเมิ่งอวี่หุนแข็งแกร่งเพียงใดในการประลองครั้งก่อนเขาสามารถสยบจอมยุทธ์น้อยรุ่นราวคราวเดียวกันได้ทุกคนแข็งแกร่งจนไม่อาจคาดเดาและไม่ใช่สิ่งที่จอมยุทธ์น้อยทั้งหลายจะสามารถทัดเทียมได้

              เกรงว่า..วันนี้เมิ่งฝานคงจะต้องตายอยู่ ณ ที่แห่งนี้เสียแล้ว!

              ทางฝั่งของเมิ่งเฟยเอ๋อร์นั้นนางกำหมัดแน่นแล้วกระตุกยิ้มขึ้นเมื่อรู้ว่าในที่สุดเมิ่งอวี่หุนก็ยอมลงมือเสียที ยังคงเป็นดั่งวันวานที่ไม่ว่าจอมยุทธ์น้อยผู้ใดต้องการเหยียบย่ำเมิ่งอวี่หุนเพื่อขึ้นไปอยู่ในจุดที่สูงกว่าก็ล้วนแต่ถูกเมิ่งอวี่หุนเหยียบย่ำจนจมดินซึ่งเมิ่งฝานผู้นี้ก็คงจะไม่ต่างกัน

              เมิ่งฝานยืนหยัดได้แล้วสยบเลือดลมในร่างกายรูม่านตาของเขาหดเล็กลงด้วยความตกตะลึง เมื่อผู้ชำนาญลงมือก็จะรู้ว่าผลลัพธ์ของมันเป็นเช่นไรในชั่วพริบตานี้เมิ่งฝานได้รู้ถึงความแข็งแกร่งของเมิ่งอวี่หุนแล้ว ซ้ำยังรู้ดีว่าไม่ธรรมดาเป็นอย่างยิ่งไม่ว่าจะเป็นความเร็วอันน่าสะพรึงหรือพละกำลังก็ล้วนแต่เป็นสิ่งที่เจียหนานกับเจียเหวินไม่อาจทัดเทียมได้

              ดูท่าอีกฝ่ายคงจะผ่านการบำเพ็ญตนมาอย่างเคี่ยวเข็ญเช่นกันซ้ำยังมีทรัพยากรในการบำเพ็ญตนให้ใช้จำนวนไม่น้อย มากด้วยความสามารถเยือกเย็นอย่างไร้ที่เปรียบปาน!

              เมิ่งอวี่หุนยังคงยืนอยู่กับที่เขาหัวเราะเสียงเบาแต่นัยน์ตาคู่นั้นกลับมากไปด้วยความเยือกเย็นก่อนจะเอ่ยขึ้น “ข้าได้ยินว่าเจ้ามีพันธสัญญาโลหิตสามปีกับมู่อวี่อินด้วยสินะ แต่วันนี้ข้าจะจัดการกับเจ้าที่เป็นดั่งมดตัวหนึ่งณ ที่แห่งนี้เลยก็แล้วกัน เมิ่งฝาน..ข้ารู้ว่าเจ้าคือบุตรชายคนของคนผู้นั้นคนที่ข้าควรจะเรียกเขาว่าท่านลุงสอง!”

              เมื่อสิ้นเสียงนั้นความตกตะลึงพลันปกคลุมไปทั่วทั้งบริเวณทุกคนต่างมองไปยังเมิ่งฝานด้วยความสงสัย คนผู้นี้มีความเกี่ยวข้องกับตระกูลเมิ่ง?มันไม่น่าตกใจไปหน่อยหรือไร

              ยามนี้ผู้คนทั้งหลายต่างก็ไม่อาจเชื่อในสิ่งที่ได้ยินล้วนแต่อ้าปากค้างราวกับว่ากินไข่เข้าไปหนึ่งใบก็ไม่ปาน

              “เขาคือชนรุ่นหลังของตระกูลเมิ่งอย่างนั้นหรือ?”

              ด้านหลังของเขานั้นคนของตระกูลเมิ่งตกตะลึงยิ่งกว่าผู้ใดและมองเมิ่งฝานด้วยความประหลาดใจ เวลานี้คนของตระกูลเมิ่งทั้งหลายต่างก็รู้โดยทั่วกันว่าหากอิงตามสิ่งที่เมิ่งอวี่หุนเอ่ยออกมาก็แสดงว่าเมิ่งฝานคือบุตรชายของจอมยุทธ์ผู้ที่เคยแข็งแกร่งเป็นอันดับหนึ่งของตระกูลเมิ่งเมิ่งชาง!

              พวกเขาต่างก็เคยได้ยินเรื่องราวของเมิ่งชางมาบ้างซึ่งเมื่อใดที่คนเก่าคนแก่ของตระกูลเมิ่งเอ่ยถึงเมิ่งชางล้วนแต่ลงท้ายด้วยการทอดถอนใจทั้งสิ้นแม้จะไม่ได้รู้จักมากนักแต่ก็รู้ดีว่าเขาคือจอมยุทธ์ที่เคยทำให้พรรคเหมันต์สวรรค์ยังต้องสั่นสะท้าน

              นึกไม่ถึงว่าเมิ่งฝานจะเป็นบุตรชายของคนผู้นั้น

              เวลานี้คนของตระกูลเมิ่งต่างก็มองไปยังเมิ่งฝานด้วยความคาดไม่ถึงและเข้าใจในประโยคที่ว่าหากบิดาเป็นพยัคฆ์ก็จักไม่มีบุตรเป็นสุนัข!

              “ฮ่าฮ่าฮ่า ดูท่าพวกเจ้าคงจะรู้กันหมดแล้วสินะ?”นัยน์ตาของเมิ่งฝานพลันวาวโรจน์ความโกรธแค้นปรากฏขึ้นมาอย่างยากที่จะปิดบังซ้ำยังกำหมัดแน่นจนมีเสียงดังกรอด

              เมิ่งอวี่หุนสบตากับเขาแล้วกระตุกยิ้มจากนั้นจึงเอ่ยเสียงเรียบ “แน่นอน เมิ่งฝานวันนี้ข้าจะทำให้เจ้าต้องคุกเข่า ต่อให้เจ้าเป็นบุตรชายของคนผู้นั้นแล้วอย่างไรในเมื่อยามนั้นสามารถสังหารบิดาของเจ้าได้ ยามนี้ก็สามารถสังหารเจ้าได้เช่นกัน!”

              หลังจากที่เอ่ยวาจาเมิ่งอวี่หุนก็ก้าวออกไปเบื้องหน้าหนึ่งก้าวเวลานี้เขาดุดันดั่งสายฟ้าก็ไม่ปาน เมื่อแขนทั้งสองข้างขยับพลังมากมายคล้ายดั่งสามารถเคลื่อนขุนเขาพลิกสมุทรพลันระเบิดออกมา

              ดุดันและแข็งแกร่งถึงเพียงนี้เชียวหรือ!

              เพียงชั่วพริบตาสีหน้าของผู้คนทั้งหลายก็เปลี่ยนไปพวกเขาสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าว่าพลังในมือของเมิ่งอวี่หุนนั้นน่าสะพรึงถึงเพียงใดเขาคือผู้ที่ใช้ทรัพยากรในการบำเพ็ญตนของตระกูลเมิ่งมากที่สุดในบรรดาจอมยุทธ์น้อยทั้งหลายของตระกูลทั้งยังเคยเข้าไปในพรรคเหมันต์สวรรค์มาแล้วด้วยฉะนั้นจึงมีฝีมืออันน่าสะพรึงจนหัวใจของผู้คนทั้งหลายสั่นสะท้านไปตามๆ กัน

              เมิ่งฝานยืนอยู่กับที่ทว่านัยน์ตาของเขากลับเยือกเย็นขึ้นยิ่งกว่าเดิม

              สังหารบิดาของข้าอย่างนั้นหรือ?

              เมิ่งฝานกำหมัดแน่นเขาก้าวออกไปเบื้องหน้าแทนที่จะหลบเลี่ยง นัยน์ตาคู่นั้นมีความโกรธแค้นระเบิดออกมามากมายและในขณะเดียวกันก็ลงมือด้วยความเร็วดั่งสายฟ้าฝ่ามืออันทรงพลังดุจดั่งอัสนีนั้นพุ่งทะยานเข้าไปหาเมิ่งอวี่หุนอย่างดุดัน

              หมัดเงี้ยวโลกันตร์ วรยุทธ์ของตระกูลเมิ่ง!

              ในขณะเดียวกันนั้น ในมือของเมิ่งฝานและเมิ่งอวี่หุนต่างก็มีแสงอันร้อนแรงปรากฏขึ้นมาพร้อมกันราวกับว่ามีดวงอาทิตย์อยู่ในมือก็ไม่ปานร้อนระอุไร้เทียมทาน บ่งบอกว่าพวกเขาต่างก็ใช้พลังหมัดเงี้ยวโลกันตร์ของตระกูลเมิ่งที่มากไปกว่านั้นคือพลังอันร้อนระอุที่อยู่ในมือล้วนแต่บ่งบอกว่าเป็นพลังของเจ็ดสุริยันสอดผสาน!

              หลังจากที่ฝึกฝนอย่างยากลำบากเมิ่งฝานจึงสามารถผสานพลังกับหมัดเงี้ยวโลกันตร์จนมาอยู่ในจุดที่แข็งแกร่งและชำนาญเจ็ดสุริยันสอดผสานอยู่ในมือ ภายในกำปั้นของเขานั้นแฝงไปด้วยพลังอันยากที่จะคาดเดาพุ่งปะทะกับหมัดของเมิ่งอวี่หุนอย่างรุนแรงในเวลาต่อมา

              ปัง!

              ทั้งสองหมัดพุ่งปะทะระลอกคลื่นแห่งพลังแผ่ซ่าน ในวินาทีนั้นทั้งเมิ่งฝานและเมิ่งอวี่หุนไม่มีผู้ใดล่าถอยไปแม้เพียงก้าวเดียวต่างยืนอยู่กับที่คล้ายดั่งว่าเป็นศัสตราวุธแห่งเทพก็ไม่ปานหมัดของทั้งสองพุ่งเข้าชนกันอย่างไม่มีใครยอมใคร

              การปะทะกันในครั้งนี้คือการเผชิญหน้ากันด้วยพลังอันแข็งแกร่งพลันมีเสียงระเบิดดังขึ้นติดๆ กัน ผู้คนที่อยู่โดยรอบต่างก็รู้สึกตื่นตระหนกจนเนื้อเต้น เมื่อต้องเผชิญหน้ากันด้วยพลังอันยิ่งใหญ่เช่นนี้ไม่ว่าฝ่ายใดล่าถอยก็มีแต่จะต้องตายการต่อสู้ด้วยพละกำลังในระยะประชิดเช่นนี้ถือเป็นกลยุทธ์ที่ดุดันที่สุด

              เป็นการปล่อยพลังของผู้บำเพ็ญพลังปราณออกมาทั้งหมดผู้คนทั้งหลายมองไปยังเมิ่งฝานและเมิ่งอวี่หุนที่กำลังเผชิญหน้ากันด้วยความรู้สึกที่คล้ายดั่งว่าทั้งสองคือสัตว์อสูรก็ไม่ปานทุกหมัดล้วนแต่ดุดันดั่งอัสนี

              “แข็งแกร่งยิ่งนัก!”

              เพียงชั่วพริบตาต่อมาคนของตระกูลเมิ่งและตระกูลเจียต่างก็มองไปอย่างตกตะลึงแม้พวกเขาจะหยิ่งทะนงในศักยภาพของตนเป็นอย่างมากแต่ก็ต้องยอมรับว่าหากตนเองเข้าร่วมการต่อสู้ในครั้งนี้คงไม่มีทางรับมือได้เป็นแน่

              ในชั่วพริบตานี้ พื้นเบื้องล่างล้วนแตกร้าวเพราะแรงสั่นสะเทือนซึ่งมีพวกเขาทั้งสองเป็นศูนย์กลางเมิ่งอวี่หุนพลันออกหมัดอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าในวินาทีต่อมาแต่เมื่อเข้าใกล้กับหน้าอกของเมิ่งฝานมันกลับกลายเป็นฝ่ามืออันคมกริบดุจคมดาบ

              เมื่อต้องเผชิญหน้ากับฝ่ามือนั้นเมิ่งฝานจึงชกออกไปอย่างรวดเร็วและไม่ลังเล

              ปัง!

              พลังลมปราณแผ่ซ่านออกมากลางอากาศ จากนั้นทั้งสองก็ขยับออกห่างกันไปอย่างพร้อมเพรียงเมิ่งฝานล่าถอยออกไปถึงสิบกว่าเมตรจึงจะสามารถยืนหยัดอยู่ได้อย่างมั่นคง แต่ถึงกระนั้นท่อนขาของเขาก็อ่อนแรงไปชั่วครู่จนแทบล้มลงไปกับพื้น

              เลือดสีแดงสดหลั่งไหลลงไปตามร่างกายของเขายามนี้เขาเป็นดั่งมนุษย์โลหิตก็ไม่ปานกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณโดยที่บนหัวไหล่นั้นมีบาดแผลซึ่งเกิดจากฝ่ามือของเมิ่งอวี่หุนปรากฏแผลฉกรรจ์เป็นอย่างยิ่ง

              ทว่าเมิ่งอวี่หุนที่ยืนอยู่ตรงข้ามกับเมิ่งฝานก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันนักท้องน้อยถูกจู่โจมด้วยหมัดของเมิ่งฝานจนทำให้เลือดลมในร่างกายเดือดพล่านแต่ถึงกระนั้นเมิ่งอวี่หุนก็ยังคงพยายามสยบมันเอาไว้

              เขามองไปยังเมิ่งฝานด้วยนัยน์ตาตกตะลึงอย่างยากที่จะปิดบัง

              ร่างกายของตนเองได้รับการหลอมผสานและฝึกฝนจากทรัพยากรในการบำเพ็ญตนอันแข็งแกร่งของตระกูลถึงได้แข็งแกร่งเช่นนี้ซึ่งต่อให้เทียบกับจอมยุทธ์น้อยแห่งพรรคเหมันต์สวรรค์ร่างกายของเมิ่งอวี่หุนก็ยังถือว่าอยู่ในระดับสูงแต่เขานึกไม่ถึงเลยแม้แต่น้อยว่าเมิ่งฝานจะมีร่างกายที่น่าสะพรึงเช่นเดียวกันซ้ำยังมีกลยุทธ์ที่ป่าเถื่อนและแข็งแกร่งยิ่งกว่า!

              เจ้าคนผู้นี้ จะปล่อยไว้ไม่ได้!

              นัยน์ตาของเขาวาวโรจน์จิตสังหารถาโถมออกมาจากดวงตาของเมิ่งอวี่หุนอย่างมากมายมหาศาล สิ่งที่ทำให้เมิ่งอวี่หุนเป็นกังวลก็คืออายุของเมิ่งฝานที่ดูเหมือนว่าจะน้อยกว่าทุกคนณ ที่แห่งนี้ แต่ถึงจะมีอายุน้อยทว่ากลับมากไปด้วยพลังคล้ายดั่งว่าเป็นปีศาจหากให้เวลาอีกฝ่ายได้เติบโตจะน่าสะพรึงได้ถึงเพียงใด?

              ในชั่วพริบตานี้เมื่อคิดได้เช่นนั้นเมิ่งอวี่หุนพลันรู้สึกเย็นวาบไปทั้งแผ่นหลังถึงขั้นที่รู้สึกว่าอีกฝ่ายนั้นสามารถท้าประลองกับมู่อวี่อินได้เลยด้วยซ้ำไปแม้ว่าสตรีผู้นั้นจะแข็งแกร่งเป็นอย่างมากก็ตาม

              เมิ่งอวี่หุนก้าวออกไปเบื้องหน้าหนึ่งก้าวจากนั้นจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น “เมิ่งฝานเจ้าแข็งแกร่งอย่างมาก หากเจ้าบำเพ็ญตนอย่างเงียบงันอยู่ที่ใดสักแห่งพวกข้าก็คงไม่อาจทำอันใดเจ้าได้ทว่าในวันนี้ข้าจะเป็นตัวแทนของตระกูลเมิ่งจัดการกับคนของตระกูลสังหารเจ้าให้ตายลง ณ ที่แห่งนี้!”

              เมื่อสิ้นเสียงนั้นเมิ่งอวี่หุนก็ขยับฝ่ามือพลันมีพลังปราณอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านออกมาจากร่างกายของเขาแล้วปกคลุมไปทั่วบริเวณเห็นได้ชัดว่าเมิ่งฝานทำให้เมิ่งอวี่หุนจำต้องแสดงศักยภาพที่แท้จริงออกมา

              ระลอกคลื่นแห่งพลังปราณที่แผ่ซ่านมีกลิ่นอายแห่งการทำลายล้างปรากฏซึ่งจะต้องเป็นวิชายุทธ์ในระดับอักษรฮวงจึงจะทรงอานุภาพเช่นนี้ได้ เวลานี้เมิ่งอวี่หุนยืนอยู่กับที่มองเมิ่งฝานด้วยนัยน์ตาที่เยือกเย็นก่อนจะก้าวออกไปเบื้องหน้าพร้อมกับปล่อยอานุภาพแห่งพลังอันแข็งแกร่งถาโถมเข้าไปหาเมิ่งฝาน

              “มันไม่ยุติธรรม!”

              ด้านหลังนั้นหยางเถียนตะโกนออกมาเสียงดัง นางมองไปยังเมิ่งฝานด้วยใบหน้าร้อนรนและนึกไม่ถึงเลยว่าอีกฝ่ายจะยืนหยัดได้ถึงยามนี้ซ้ำยังจะเผชิญหน้ากับเมิ่งอวี่หุนทั้งที่กำลังบาดเจ็บสาหัส

              “ในโลกใบนี้หาได้มีความยุติธรรมไม่มีเพียงศักยภาพเท่านั้น!”

              เมิ่งอวี่หุนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็นและนัยน์ตาที่วาวโรจน์แม้การลงมือในขณะที่เมิ่งฝานกำลังบาดเจ็บสาหัสจะทำให้ชื่อเสียงของเขาเสียหาย แต่ยามนี้คือโอกาสอันดีที่สุดที่จะสังหารเมิ่งฝานเขาไม่อาจปล่อยให้อีกฝ่ายออกไปทำเรื่องที่เป็นผลเสียต่อตระกูลเมิ่งหรือแสดงศักยภาพต่อหน้ามู่อวี่อิน

              ฉะนั้นแล้วเมิ่งอวี่หุนจึงจำเป็นต้องลงมือณ ตอนนี้เวลานี้

              เขาก้าวเดินออกไปในอากาศทุกย่างก้าวล้วนแต่นำมาซึ่งแรงกดดันให้แก่เมิ่งฝาน ซ้ำยังปล่อยกลิ่นอายพลังที่แข็งแกร่งออกไปสยบอีกฝ่ายด้วยการจู่โจมที่หมายมุ่งจะเอาชีวิต! ต่อให้เมิ่งฝานมีพลังอยู่มากมายเต็มร่างก็ยังหาใช่คู่ต่อสู้ของเมิ่งอวี่หุนไม่ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงในยามที่บาดเจ็บสาหัสเช่นนี้

              ทว่าในชั่วพริบตาต่อมาเมิ่งฝานกลับเดินไปเบื้องหน้าหนึ่งก้าวสีหน้าของเขาหาได้มีความร้อนรนใจไม่ ขณะเดียวกันก็เอ่ยขึ้นเสียงเรียบ “ใช่แล้ว มันไม่มีความยุติธรรม มีเพียงเรื่องของศักยภาพเท่านั้น!”

              เมื่อสิ้นเสียงนั้นสีหน้าของเมิ่งอวี่หุนพลันเปลี่ยนไปเขานึกไม่ถึงว่าแม้จะอยู่ภายใต้อานุภาพอันแข็งแกร่งของตนเองเมิ่งฝานก็ยังคงรักษาความสุขุมและความเฉยชาเอาไว้ได้ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่น่าตกใจไม่น้อย

              เขาคิดจะทำสิ่งใดกัน?

              หยางเถียนกัดเม้มริมฝีปากแน่น นางรู้ดีว่าเมิ่งฝานมักมีไพ่ราชาที่เก็บไว้ตอนท้ายอยู่เสมอจึงไม่รู้ว่ายามนี้บุรุษหนุ่มผู้นั้นคิดจะกระทำการใดอีก!

              ฝ่ามือของเมิ่งฝานขยับแล้วในวินาทีต่อมาพลันมีวัตถุบางอย่างปรากฏขึ้นมา ซึ่งมันก็คือน้ำเต้านั่นเอง และสิ่งที่อยู่ภายในก็คือผลเหมันต์หยกมากมายนับหมื่นลูก

              เมิ่งอวี่หุนมองไปยังเมิ่งฝานด้วยความไม่สบอารมณ์จากนั้นจึงเอ่ยขึ้น “เมิ่งฝานอย่าได้คิดว่าของเล็กน้อยเพียงนั้นจะสามารถรักษาชีวิตเจ้าได้ หากข้าจะสังหารเจ้ามันก็ง่ายดุจเหยียบมดตัวหนึ่งให้ตาย!”

              เมิ่งฝานยังคงมีสีหน้าที่ราบเรียบแล้วในวินาทีต่อมาเขาพลันเปิดน้ำเต้า มองไปยังผลเหมันต์หยกนับหมื่นภายในนั้น จากนั้นจึงอ้าปากแล้วกลืนกินพวกมันลงไปซึ่งภาพการกลืนกินผลเหมันต์หยกนับหมื่นลงไปในครั้งเดียวก็ทำให้ผู้คนทั้งหลายมองมาด้วยความตกตะลึงและยืนตัวแข็งดุจดั่งหินไม่เว้นแม้แต่เมิ่งอวี่หุน