“อึก... แค่กๆๆ” ไครี่ลืมตาตื่นขึ้นเธอรู้สึกวิงเวียนอย่างหนัก หลังจากที่รู้สึกเหมือนตัวเองถูกเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาอยู่ในยานทีเจวันเป็เวลาเนิ่นนานจนสลบไปเธอค่อยๆ กวาดตามองสำรวจสภาพตัวเองและสภาพยาน พบว่าร่างกายยังปกติดีทุกส่วน ไม่มีอาการาเ็ร้ายแรงใดๆแค่เคล็ดขัดยอกตามเนื้อตัวและเวียนหัว เหมือนเจอกับการกระแทกกระเทือนรุนแรงพอทดลองขยับเนื้อตัวขยับแขนขาก็เพียงแค่รู้สึกปวดเมื่อย ส่วนสภาพยานทีเจวันเวลานี้บ่งบอกว่าเพิ่งผ่านการเปิดโหมดป้องกันเต็มกำลังมาโลหะโปรทาเนี่ยมอยู่ในสถานะทึบแสงปิดกั้นการรับรู้จากโลกภายนอกทั้งหมดม่านบาเรียกระพริบริบหรี่ราวกับพลังงานใกล้หมดเต็มที
“ทีเจวันเกิดอะไรขึ้น” ไครี่เอ่ยถามร้อนรนใจ
“เ้านาย เราถูกรูหนอนดูดเข้าไป และติดอยู่ในนั้นจนกระทั่งหลุดออกมายังโลกอีกแห่งหนึ่ง”ทีเจวันรายงาน
“หลุดมายังโลกอีกแห่งหนึ่งเหรอไกลไหม กลับโลกทวิภาคได้ไหม” เด็กน้อยไครี่เริ่มแตกตื่นอย่างแท้จริง
“จากการอนุมานพิกัดที่ตั้งและวิเคราะห์แผนภูมิดวงดาวใกล้เคียงอย่างคร่าวๆพบว่าโลกใบนี้ไม่ได้อยู่ในแผนที่ยูนิเวอร์สเอ็นของเราครับ”
“หา...ถึงกับหลุดจากยูนิเวอร์สเอ็นเลยเหรอ...” โอ้พระเ้า ถึงจะใฝ่ฝันอยากเดินทางท่องจักรวาลแต่แบบนี้.. ออกตัวแรงไปหน่อยหรือเปล่า
“ทำยังไงดีๆ ฮึกๆ ฮือ... ท่านพ่อจ๋าท่านแม่จ๋า ลูกกลัวเหลือเกิน” ไครี่เริ่มใจเสียและหวาดกลัว
“ใจเย็นก่อนนะครับ ในข่าวร้ายยังพอมีข่าวดีอยู่บ้างผมได้สแกนสภาพภูมิอากาศ ภูมิประเทศ พืชพันธุ์ ตลอดจนสิ่งมีชีวิตบนดาวดวงนี้และวิเตราะห์ดูแล้วพบว่ามีค่าความเหมาะสมเพียงพอต่อการดำรงชีพของเราถึงแม้จะมีมลพิษในอากาศอยู่บ้าง แต่ยังไม่ถึงระดับที่เป็อันตรายร้ายแรง ค่าพลังงานแสงคลื่นสูงเบาบางมากผมอาจต้องใช้เวลาในการดูดซับกักเก็บพลังงานนานหน่อย ส่วนเ้านายสามารถกินพืชหรือเนื้อสัตว์บนโลกใบนี้เสริมการดูดซับพลังงานแสงได้มีมนุษย์หลายชาติพันธุ์อาศัยอยู่ กระแสจิตไม่มีความดุร้ายป่าเถื่อน สัตว์ทั่วไปที่พบเห็นก็ไม่เป็ภัยส่วนสัตว์ดุร้ายแยกอยู่ในโซนป่าเขาชัดเจน” ทีเจวันรายงานปลอบใจยาวเหยียด
“แล้วเราควรทำยังไงกันต่อไปดี”เด็กอายุสิบขวบอ่อนประสบการณ์เริ่มพึ่งพาปัญญาประดิษฐ์
“ก่อนอื่นเ้านายคงต้องเริ่มออกไปสำรวจสถานที่ และพยายามดำรงชีพบนโลกใบนี้ให้ได้เนื่องจากผมเหลือพลังงานอยู่ไม่มาก อีกสักครู่ผมจะต้องปิดโหมดป้องกัน ปิดม่านบาเรียและย่อขนาดลงเพื่อประหยัดพลังงานที่เหลือเอาไว้สำหรับยามฉุกเฉิน”ทีเจวันตอบ
“แน่ใจเหรอว่าจะปลอดภัยแน่ใจเหรอว่าพวกมนุษย์บนดาวดวงนี้จะไม่ทำร้ายเรา” ไครี่กังวล
“ผมลองสำรวจและประเมิณผู้คนที่อยู่ในรัศมีร้อยไมล์โดยรอบดูแล้วมนุษย์บนดาวดวงนี้มีรูปลักษณ์ไม่แตกต่างจากเรามากนักเ้านายสามารถปะปนเข้าไปใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันกับเขาได้ และถ้าเกิดอันตรายขึ้นจริงผมยังสามารถกางม่านบาเรียปกป้องเ้านายได้ในรัศมี 3 เมตร หรือเปิดโหมดพรางตัวเพื่อหลบหนี ทั้งสองโหมดทำงานต่อเนื่องได้เป็เวลา 2 ชั่วโมง น่าจะเพียงพอต่อความปลอดภัยของเ้านาย” ทีเจวันอธิบาย
“อย่างไรก็ตาม หากไม่จำเป็ ไม่เกิดเหตุฉุกเฉินจริงๆผมจะพยายามไม่แทรกแซงนะครับ”
“มีอย่างนี้ด้วยเหรอ...” ไครี่ฟังแล้วชักอยากจะประท้วงที่รู้สึกเหมือนกำลังจะถูกปล่อยเกาะสำหรับชาวดาวทวิภาคที่มีอายุยืนยาวแล้วไครี่ก็เทียบได้กับเด็กอนุบาลในโลกมนุษย์ เพราะชาวดาวทวิภาคมีอายุนับพันๆปี อายุสองร้อยปียังเพิ่งนับว่าเป็วัยหนุ่มสาวนับประสาอะไรกับเด็กอายุสิบขวบที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างประคบประหงมราวไข่ในหิน
“ครับ ผมวิเคราะห์ดูแล้วยิ่งผมสะสมพลังงานกลับคืนมาได้เร็วเท่าไหร่โอกาสที่เราจะหาวิธีกลับดาวทวิภาคก็มีมากขึ้นเท่านั้นนะครับ” ทีเจวันให้ความหวัง
“ก็ได้ๆ ไครี่จะพยายาม ไครี่ยอดอัจฉริยะน้อยซะอย่างต้องทำได้แน่นอน ต้องกลับบ้านได้แน่นอน ไครี่สู้ๆ”ด้วยความมองโลกในแง่ดีตามจิตใจที่สูงส่งเฉกเช่นชาวดาวทวิภาค ไครี่เริ่มปลุกปลอบใจตัวเองให้พร้อมสำหรับการผจญภัยครั้งใหญ่ในชีวิตที่เพิ่งผ่านมาสิบฤดู
“งั้นผมจะย่อส่วนลงในรูปแบบเครื่องรัดข้อมือแล้วนะครับบริเวณนี้ปลอดภัย มีสัตว์กินพืชสองสามตัวอยู่ห่างออกไปราวยี่สิบเมตรวิเคราะห์ฮอร์โมนของพวกมันแล้วไม่มีคลื่นความผิดปกติทางอารมณ์ เมื่อเ้านายปรากฏตัวก็อย่าไปทำให้มันใหละครับ ขอให้เ้านายโชคดี”
“อื้มๆ” หลังจากที่ทีเจวันย่อส่วนลงเป็เครื่องรัดอยู่บนข้อมือซ้ายของไครี่ ร่างของเธอจึงร่วงลงบนพื้นในระยะหนึ่งคืบเตี้ยๆ...ซึ่งมันควรจะปลอดภัยอย่างยิ่งตามการคำนวณของทีเจวัน
ตูม... แปะ... เอ๊ะ... อะจ๊าก...
“นี่อะไรเนี่ย... ทีเจวันทำไมเลือกปล่อยชั้นลงบนพื้นโคลนกลิ่นเหม็นสาบแบบนี้เล่า.. หยี แหยะ” ไครี่ไม่ทันตั้งตัวพอเท้าแตะลงบนพื้นดินที่เฉอะแฉะจึงลื่นล้มลงก้นจ้ำเบ้าอยู่ในบ่อดินโคลนหน้าตาเผ้าผมเปรอะไปด้วยโคลนดินสีดำกลิ่นเหม็นสาบ
“เพื่อความปลอดภัยในการลงพื้น เอ่อไม่ใช่ ตอนยานตกลงมาก็ตกลงตรงบ่อโคลนดินสีดำนี้พอดีผมไม่มีพลังงานมากพอจะบินได้แล้วครับ แต่ผมว่าโชคดีนะ สภาพยานจึงไม่บุบสลายแต่อย่างใดอีกอย่าง ผมวิเคราะห์องค์ประกอบของโคลนดินนี่แล้วว่าปลอดภัย”ทีเจวันให้เหตุผลแก้ตัว
“ฟังขึ้นไม๊เนี่ย... หยึย”ไครี่ตะกายตัวลุกขึ้นยืนและหันมองรอบทิศ “หาแหล่งน้ำทำความสะอาดก่อนดีกว่า”ไครี่ล้มลุกคลุกคลานไปกวาดตามองสำรวจสภาพแวดล้อมโดยรอบไปอย่างระแวดระวัง

“เ้านายระวังนะครับที่รัศมียี่สิบเมตรใกล้กับสัตว์กินพืช มีมนุษย์เพศหญิงคนหนึ่งมวลกระดูกบอกว่าอายุราวหกสิบปีกำลังเดินใกล้เข้ามา” ขณะที่ไครี่กำลังมองหาแหล่งน้ำเพื่อทำความสะอาดตัว
เฮ้ย ไม่ทันตั้งตัว ทำไงดีไครี่ยืนนิ่งตัวแข็งทื่อ ไม่กล้ากระดุกกระดิกไปไหน
“่ที่เ้านายยังไม่ได้สติผมได้วิเคราะห์คลื่นเสียงในอากาศโดยรอบและค้นพบรูปแบบการใช้ภาษาหลายภาษาเดี๋ยวผมจะถ่ายโอนข้อมูลภาษาเบื้องต้นที่ประมวลออกมาได้ให้เ้านายนะครับ”
“รีบๆ เลย” ไครี่เครียดมากแล้ว แต่ภายนอกยังคงยื่นนิ่งเป็ตุ๊กตาอยู่
ระยะสิบเมตร...
“นังหนู ทำไมลงไปคลุกปลักควายอย่างนั้นเล่า”หญิงวัยกลางคนตอนปลายชาวโลกมนุษย์ท่าทางใจดีเอ่ยทักถามด้วยความสงสัย ดูจากการแต่งเนื้อแต่งตัวของเด็กที่หน้าตามอมแมมเปื้อนเปรอะไปด้วยขี้โคลนสาบควายไม่น่าจะใช่คนแถวนี้
“เอ่อ... หนู ลื่น ล้ม คะ ค่ะ” ไครี่รีบตั้งสมาธิประมวลผลทำความเข้าใจรูปแบบภาษาและตอบกลับไปอย่างพยายามให้เป็ธรรมชาติที่สุด
“อ้าว อยู่ดีไม่ว่าดี หกล้มลงไปได้ไงดีนะที่หน้านี้ไม่ใช่หน้าฝน ปลักควายค่อนข้างแห้งแล้ว ไม่งั้นเกิดจมน้ำจมท่าเข้าจะทำยังไงว่ายน้ำเป็ไม๊”
“เป็ ค่ะ”
“แล้วเอ็งเป็ลูกเต้าเหล่าใครหละนี่ท่าทางไม่ใช่คนแถวนี้นะ แล้วพ่อแม่อยู่ไหน หรือหลงทางมา”
‘งุ้ย... ถามยาวเป็หางว่าวฟังแทบไม่ทัน ช้าๆ น้อยๆหน่อยได้ไม๊คะ หนูเพิ่งเรียนภาษานี้เสร็จหมาดๆ เอง’ ไครี่อยากจะบ่นออกไปอย่างนี้เสียจริง
“คือ หนู... คุณพ่อคุณแม่อยู่บนนู้น...”ไครี่ชี้มือขึ้นไปบนฟ้าอย่างพยายามจะสื่อว่าพวกท่านอยู่ไกลมากเหลือเกิน
“หา เด็กตัวเท่านี้น่าสงสารเสียจริง เป็กำพร้าเสียแล้ว ละมาแถวนี้ทำอะไรรึ หรือว่ามาหาญาติ”หญิงวัยกลางคนตอนปลายถามต่อ
‘พ่อแม่หนูยังไม่ได้ตายน๊า.... ท่านพ่อท่านแม่จ๋าลูกขออภัย ไม่ได้ตั้งใจแช่งท่านพ่อท่านแม่นะคะ’
“เอ่อ หนูร่อนเร่ไปเรื่อยๆ ค่ะไม่มีญาติ” ไครี่พยายามเรียบเรียงเหตุผลตอบข้อสงสัย
“ตัวแค่นี้หนะเร้อออกมาเร่ร่อนคนเดียว... ไม่กลัวหรือยังไงอีหนูเอ๊ย” หญิงวัยกลางคนตอนปลายเริ่มทำหน้าสงสารจับใจ
“จำเป็ ค่ะ หนู ไม่มีบ้าน”
“แล้วคืนนี้คิดจะไปพักที่ไหนหละนังหนู”
“หนูตั้งใจว่าค่ำที่ไหนก็นอนที่นั่น ค่ะ” ไครี่พยายามทำหน้าน่าสงสารแต่คงลืมนึกไปว่าใครจะมาเห็นสีหน้าของเธอตอนนี้ได้ ขี้โคลนเกรอะกรังเต็มผมเต็มหน้าไปหมดขนาดนี้
“อีหนูเอ๊ย เอาอย่างนี้ ไปนอนบ้านยายก่อนดีไม๊แล้วค่อยคิดกันใหม่” หญิงวัยกลางคนตอนปลยตัดสินใจ
“ได้หรือคะ อย่างนั้นก็วิเศษไปเลย” ไครี่อ่านคลื่นจิตและเห็นว่าหญิงวัยกลางคนผู้นี้มีคลื่นจิตที่ดีมีเมตตาและหวังดีต่อเธอจริงๆลักษณะนิสัยเป็มิตรใกล้เคียงกับชาวทวิภาคไม่น้อยเลยทีเดียว
“ดีๆ งั้นก็ตามยายมาเถอะ ยายกำลังจะต้อนควายกลับบ้านพอดีไปๆ” ว่าแล้วนางก็เดินกลับไปทางสัตว์กินพืชสองตัวที่กำลังเล็มหญ้าอ่อนอยู่ห่างออกไปที่แท้ก็เรียกว่า ‘ควาย’ นี่เป็สัตว์ชนิดแรกบนโลกมนุษย์ที่ไครี่ได้รู้จัก
“ว่าแต่ หนูชื่ออะไรรึ ยายชื่อเอียดนะ”หญิงวัยกลางคนเอ่ยถามพร้อมแนะนำตัว
“หนูชื่อไครี่ค่ะ”
“ชื่อแปลกจริง ภาษาอังกฤษเรอะ แล้วแปลว่าอะไรหละ”
“แปลว่าหยกชมพูค่ะ คุณพ่อคุณแม่บอกว่าตอนหนูเกิดผิวของหนูงดงามนวลใสราวหยก สีชมพูระเรื่อเหมือนตุ๊กตา” ไครี่ไม่คัดค้านว่านี่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษอย่างที่ยายเอียดเข้าใจ
“อ้อ มีความหมายดีนะ แต่เรียกยากหน่อยแล้วมีชื่อเล่นไม๊” ยายเอียดเอ่ยชม
“เอ่อ นี่คือชื่อเล่นของหนูค่ะ” ขนาดชื่อเล่นยังว่าเรียกยากถ้ารู้ชื่อจริงที่ยาวเป็หางว่าวของเธอจะว่าอย่างไร
“อ้อ เรอะ” ยายเอียดชวนคุยไปเดินไปไม่นานก็มาถึงเรือนไม้หลังหนึ่งซึ่งยกพื้นสูง สถาปัตยกรรมของโลกนี้ดูเรียบง่ายแปลกตาดีมีรั้วไม้เตี้ยๆ ล้อมรอบ บรรยากาศแลดูสบายเข้ากับธรรมชาติที่เขียวชอุ่มร่มรื่นของที่นี่
“มาๆ เข้ามาเลย ไปนั่งรอที่แคร่นั่นก่อนเดี๋ยวยายต้อนควายเข้าคอกแป๊บ” ยายเอียดเชิญชวนและผละไปต้อนควายเข้าคอกซึ่งสร้างอยู่ริมรั้วห่างออกไปด้านหนึ่ง
ไครี่เดินไปยังจุดที่ยายเอียดชี้บอกและเรียกว่า‘แคร่’ ตรงใต้ถุนเรือนเธอพิจารณาสภาพแวดล้อมโดยรอบและประเมินความปลอดภัย สักพักจึงเห็นยายเอียดเดินย้อนกลับมาแล้วก็เดินขึ้นเรือนไปยามเดินลงเรือนมาอีกทีเห็นในมือถือเสื้อผ้ากลางเก่ากลางใหม่ชุดหนึ่งลงมาด้วย
“ไป ไปอาบน้ำอาบท่าล้างขี้โคลนก่อนห้องน้ำอยู่ตรงนั้นแน่ะ” ยายเอียดชี้ไปที่เรือนไม้ถัดไปทางขวามือ “แล้วก็นี่เสื้อผ้าของไอ้จ่อยมัน หลานยายเองน่ะ ยายอยู่กับหลานชายแค่สองคน ตัวไล่เลี่ยกับเอ็งนี่แหละไม่มีเสื้อผ้าเด็กผู้หญิงอยู่เลย เสื้อยายก็คงใหญ่เกินไปสำหรับเอ็ง หวังว่าเอ็งจะไม่รังเกียจเสื้อผ้าเด็กผู้ชายนะส่วนผ้าขนหนูนี่ของใหม่” ยายเอียดอธิบายยาวเหยียดอีกตามเคย
“แค่นี้ก็เป็พระคุณมากแล้วค่ะ หนูจะรังเกียจได้ยังไงคะขอบคุณค่ะยาย” ห้องน้ำนี่คงเป็ห้องชำระกายสินะ ไครี่ครุ่นคิดพร้อมรับเสื้อผ้ามาจากนั้นจึงเดินไปยังทิศทางที่ยายเอียดบอกว่าเป็ห้องน้ำ